เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.239 - ตั๊กแตนบนเชือกขึง

Ep.239 - ตั๊กแตนบนเชือกขึง

Ep.239 - ตั๊กแตนบนเชือกขึง


2/4

Ep.239 - ตั๊กแตนบนเชือกขึง

หวงหยุนหลงเป็นคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจากที่ไม่มีอะไรเลย กลายเป็นผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ คนผู้นี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้างทั้งในเรื่องดีและไม่ดี เป็นเจ้าของกิจการที่มีอำนาจมาก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณะบริหารของสมาคมโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิง

พูดถึงเรื่องนี้

ฮังอวี่เคยพบเขาแล้วครั้งหนึ่ง

มันคือตอนที่ร้านของอ้วนต้าไห่พึ่งเปิดในวันแรก บุคคลผู้นี้ปรากฏตัวพร้อมซูหยุนปิง ในขณะนั้นอีกฝ่ายดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่อพิจารณาจากบุคลิกของอีกฝ่ายในตอนนั้นแล้ว ดูมีความเป็นผู้ใหญ่และมองยังไงก็เป็นคนประเภทประสบความสำเร็จสูง

แล้วไฉนตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?

เหตุผลก็ไม่ใช่เรื่องยาก คงเกิดจากการแก่งแย่งทางอำนาจและผลประโยชน์!

โลกที่วุ่นวายมักนำมาซึ่งผลกำไร และผลกำไรมักนำมาซึ่งความวุ่นวาย

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น และเป็นมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยโบราณถึงปัจจุบัน

สมาคมโลกวิญญาณคือองค์กรที่ได้รับการยกย่องในด้านปรัชญา ความคิด และชื่อเสียงอย่างแท้จริง ทว่าในความเป็นจริงแล้วภายในองค์กรกลับไม่มั่นคง องค์กรดังกล่าวหละหลวมเกินไป กระบวนการจัดตั้งก็เป็นไปอย่างเร่งรีบ สุดท้ายจึงทิ้งอันตรายและความขัดแย้งที่ซ่อนเร้นเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

เมื่อพัฒนามาถึงระดับหนึ่ง

จึงย่อมต้องพบกับช่วงเวลาแห่งความโกลาหลและการสับเปลี่ยนภายใน

ตอนนี้สมาคมโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิงถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม โดยมีกองกำลังขนาดน้อยใหญ่มากกว่าสิบกลุ่ม ทุกคนแก่งแย่งกันพื้นที่บนเชือกขึง ใครขวางทางและมีกำลังน้อยกว่าก็ต้องถูกผลักตกลงไป

และท่ามกลางบรรดารองประธานหลายคน

หวงหยุนหลงกับซูเจิ้งเฉิงขัดคอกันและกันเสมอมา

ไม่ว่าจะด้านขุมกำลังหรือสถานะ พวกเขามีความสัมพันธ์ในรูปแบบแข่งขันกัน

ซูเจิ้งเฉิงกับหวงหยุนหลงรู้จักกันมานานหลายปีแล้ว

เขารู้ว่าหวงหยุนหลงเป็นคนหน้ายิ้มแต่ใจคด

ในอดีต หวงหยุนหลงเคยทำเรื่องน่าละอายมามากมาย ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่เขากล้าหักดิบกับซูเจิ้งเฉิงอย่างสิ้นเชิงเพียงเพราะเรื่องผลประโยชน์ แต่คราวนี้พฤติกรรมของเขารุนแรงและโหดร้ายเกินไป ซูเจิ้งเฉิงไม่ทันตั้งตัวถูกปิดล้อมเกือบตาย

“นั่นฟังดูไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะ” ฮังอวี่รู้สึกลำบากใจมาก “ผมก็แค่คนทำอาชีพอิสระตัวเล็กๆ ไม่ได้มีความทะเยอทะยาน แค่ต้องการเปิดร้านเล็กๆเพื่อหาเงินนิดๆหน่อยๆก็เท่านั้น การเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ระหว่างเถ้าแก่ใหญ่ สำหรับผมมันฟังดูอันตรายเกินไป”

“เสี่ยวฮัง เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวพันธ์แค่เฉพาะในสมาคมโลกวิญญาณเท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของเจียงเฉิง และต่อไปจะส่งผลกระทบต่อกองกำลังพลเรือนทั้งหมดในเมืองนี้” ซูเจิ้งเฉิงกล่าวกับฮังอวี่ “หวงหยุนหลง คนผู้นี้อันตรายมาก เราต้องไม่ปล่อยให้คนหัวรุนแรงและโหดร้ายแบบนี้ขึ้นมามีอำนาจมากเกินไปในสมาคมโลกวิญญาณ”

นั่นก็จริง

บุคคลหัวรุนแรงและก้าวร้าวไม่ใช่ภัยคุกคามเล็กน้อย

ประธานและกรรมการบริหารของสมาคมโลกวิญญาณมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่เสมอ

กองกำลังพลเรือนกลุ่มใหญ่สามารถเสนอชื่อตัวเองเพื่อขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในนั้นได้

และเมื่อหวงหยุนหลงมีอำนาจมากขึ้น สุดท้ายเขาจะกินรวบสมาคมโลกวิญญาณ

และคนเช่นเขาจะยังคงรักษาปรัชญาดั้งเดิมของสมาคมโลกวิญญาณไว้ได้อย่างไร? เมื่อสมาคมเสียสมดุล องค์กรใหญ่ของพวกเขาก็จะกลายเป็นเผด็จการและผูกขาด นั่นไม่เพียงส่งผลกระทบต่อกองกำลังพลเรือนเท่านั้น แต่ยังอาจนำมาซึ่งสงครามขั้นเด็ดขาดกับสกายเน็ต

ในฐานะพลเมืองธรรมดา

ฮังอวี่ยอมรับว่าไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

“ด้วยความสามารถของนายและด้วยการสนับสนุนจากพวกเรา ยังพอมีโอกาสที่จะจัดการกับหวงหยุนลง” ซูเจิ้งเฉิงกล่าวและเอ่ยเสริมว่า “มีแต่ต้องกำจัดอันตรายที่ซ่อนอยู่นี้เท่านั้น นายกับหยุนปิงถึงจะสามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างไม่ต้องกังวล”

หวงหยุนหลงไม่เพียงตามโจมตีซูเจิ้งเฉิงเท่านั้น

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ตั้งใจปล่อยซูหยุนปิงไป

ครั้งก่อนที่ตรอกหลังบาร์ หากไม่ใช่เพราะมีฮังอวี่อยู่ ซูหยุนปิงอาจตายไปแล้ว

ขณะที่ตอนนี้ฮังอวี่กับซูหยุนปิงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มันยากที่จะรับประกันว่าเขาจะไม่ตกเป็นเป้าหมายของอีกฝ่าย ดังนั้น แทนที่จะรอให้อีกฝ่ายชักนำปัญหามาให้ สู้เริ่มขจัดปัญหาแต่เนิ่นๆก่อนที่อันตรายจะปะทุขึ้นดีกว่า

ซึ่งการเริ่มชิงลงมือก่อนหน้าคนอื่นๆ

มันคือสไตล์ของฮังอวี่

“เรื่องนี้หยุดไว้ก่อน” ฮังอวี่พูดกับซูหยุนปิง “พวกเรามาตกลงกับเรื่องควบรวมกิจการกันก่อนดีกว่า”

ซูหยุนปิงถอนหายใจโล่งอก ฮังอวี่กล่าวเช่นนี้ สามารถอนุมานได้ว่าเขาเห็นด้วยแล้ว

สำหรับเรื่องควบรวมกิจการเพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมังกรฟ้า

ซูหยุนปิงได้คิดทบทวนมาแล้วเช่นกัน

เธอไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชาของคนอื่น และต้องการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่

แต่หากฮังอวี่ยินดีมอบพื้นที่ให้เธอมากพอ มากพอให้เธอเฉิดฉาย เรื่องเข้าร่วมก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

และหนึ่งในพื้นที่ที่ว่า เธอเคยเห็นมันมาแล้ว

ฮังอวี่มีมนุษย์ปลาทรงภูมิปัญญาอยู่ในมือ

เขาตั้งใจจะใช้มนุษย์ปลาเพื่อควบคุมกองกำลังมนุษย์ปลาทางอ้อม

หากทำแบบนี้ จะมีโอกาสได้รับผลผลิตในราคาถูกและมีกองกำลัพร้อมสู้ในจำนวนมาก นี่เท่ากับพวกเธอได้เปรียบกองกำลังอื่นๆในเจียงเฉิง ในช่วงนี้ ยากนักที่จะมีคนสามารถกุมความได้เปรียบเหมือนฮังอวี่ อย่างไรก็ตาม แผนการของฮังอวี่เขาไม่สามารถทำคนเดียวได้ และซูหยุนปิงก็ทำคนเดียวไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นทั้งคู่ต้องร่วมมือ

พื้นที่ต่อมาที่เธอเห็นก็คือ

ร้านโพชั่นมังกรฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

นี่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของทีมฝ่ายผลิตกลุ่มมังกรฟ้า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากร้านโพชั่นมังกรฟ้าร้อนแรงเกินไป ต้นไม้ใหญ่ย่อมดึงดูดลม มันนำมาซึ่งความสนใจจากหลายฝ่าย

ต่อไปในอนาคต ฮังอวี่จะต้องเผชิญปัญหาและความท้าทายมากขึ้นเรื่องๆ หากเขายังคงซ่อนอยู่เบื้องหลังต่อไปคงยาก เพราะท้ายที่สุดแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยสุนัข และแม้แต่เขาเองบางครั้งก็ยากที่จะแก้สถานการณ์ จึงจำเป็นต้องรับคนเช่นซูหยุนปิงเข้ามา

“ฉันยินดีนำทีมหลัก ทีมผลิต อาณาเขตวิญญาณที่เก็บไว้ ทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ คอนเนคชั่น และทรัพยากรต่างๆไปพร้อมกับฉัน” ซูหยุนปิงกล่าว “แต่ฉันต้องการหุ้น 40% ของสมาคมมังกรฟ้า”

ฮังอวี่มีอำนาจควบคุมสมาคมมังกรฟ้าสมบูรณ์ 100%

สมาคมมังกรฟ้ากล่าวได้ว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฮังอวี่

หากทีมซูหยุนปิงฮุบไปในคราวเดียวถึง 40% นั่นเท่ากับว่าฮังอวี่เหลืออำนาจ  60%

ในกรณีนี้

จะเท่ากับว่าเขายังคงเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองกำลัง

นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดคู่แข่งที่มีประสิทธิภาพไปได้หนึ่งราย และได้รับผู้มีพรสวรรค์และทรัพยากรจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม

“เหอ เหอ ถึงผมจะกระหายอยากได้คนมีความสามารถเข้าร่วมทีม และตระหนักดีถึงคุณค่ากับทรัพยากรในทีมของอาจารย์ซู แต่ 40% คงเป็นไปไม่ได้” ฮังอวี่ส่ายหัวและกล่าวว่า “ผมให้แค่ 15% และยินดีแต่งตั้งอาจารย์เป็นคณะกรรมการบริหาร นอกจากนี้ยังยินดีให้สิทธิ์ในการควบคุมทีมเก่าของตัวเองเหมือนเดิมทุกประการ”

ฮังอวี่ยินดีให้ซูหยุนปิงเพียง 15% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับซูหยุนปิงแล้ว หากเธอร่วมมือกับใคร เธอต้องมั่นใจว่าตัวเองทำกำไรได้มากเท่านั้น

ซูหยุนปิงกับซูเจิ้งเฉิงมองหน้ากัน ทั้งคู่รู้สึกหดหู่

ความตั้งใจของฮังอวี่นั้นชัดเจนมาก เขากำลังใช้ประโยชน์จากแรงกดดันของสถานการณ์ในตอนนี้ สะกดซูหยุนปิงจนโงหัวไม่ขึ้น

เธอกัดริมฝีปากสีแดงเบาๆ “ทีมของฉันใช้เวลาสร้างมานานกว่าหนึ่งเดือน ต้องทุ่มเทความพยายามและพลังงานไปมากกว่าจะเป็นได้อย่างทุกวันนี้ แค่ 15% น้อยเกินไป อย่างน้อย 30%”

“อาจารย์ซูไม่ควรคิดว่าจำนวนนี้เล็กน้อยนะ ถึงหุ้น 15% จะดูไม่มาก แต่สิทธิ์ของอาจารย์ซูเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก นอกจากได้เงินเดือนและโบนัสดีๆแล้ว รายได้ในมือจะไม่ทางน้อยลงตราบใดที่อาจารย์ทำงานอย่างหนัก รับรองกำไรไม่หายไปไหนแน่นอน” ฮังอวี่ย้ำอีกครั้ง “ผมให้แค่ 15% เท่านั้น!”

ถึงจุดนี้ ซูเจิ้งเฉิงกระแอมเบาๆและกล่าวว่า “หยุนปิงมีสมาคมโลกวิญญาณคอยหนุนหลัง ดังนั้นในความคิดของฉัน อย่างน้อยซัก 25% ถึงจะยุติธรรมกับเธอ”

“ด้วยความเคารพนะครับ สมาคมโลกวิญญาณของคุณซูตอนนี้เป็นเหมือนหม้อก้นรั่ว อยู่ในสถานะขาดทุนไม่ครอบคลุมรายได้” ฮังอวี่ส่ายหัว “ผมให้ 15% ได้ก็ถือว่าค่อนข้างใจกว้างแล้ว เพราะยังไงซะ สมาคมมังกรฟ้าของผมสามารถพัฒนาให้กลายเป็นไก่ที่สามารถออกไข่ได้ตลอดไป”

ซูหยุนปิง “ขั้นต่ำ 25%!”

“ไม่ 15% ก็คือ 15%!”

ซูหยุนปิงกับ ฮังอวี่เถียงกันอย่างดุเดือดเป็นเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง

ซูเจิ้งเฉิงเห็นได้ชัดมากๆว่าต้องการช่วยให้ซูหยุนปิงได้รับส่วนแบ่งมากกว่า 20% ขึ้นไป ดูเหมือนนี่จะเป็นขีดจำกัดต่ำสุดที่เขายอมรับได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะพูดอะไรไป ฮังอวี่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เลย

ดูเหมือนว่าจะถึงทางตัน

สุดท้าย ฮังอวี่ยอมลดราวาศอก เขาสัญญาว่าจะให้หุ้นซูหยุนปิง  15% และหุ้นในอนาคตอีก 5%

ซูหยุนปิงเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นี่เป็นกำไรสูงสุดที่เธอจะได้รับจากฮังอวี่แล้ว

“ยินดีต้อนรับอาจารย์ซูสู่ตำแหน่งคณะกรรมการและ CEO ของกลุ่มมังกรฟ้า!”

“ผมหวังว่าอาจารย์ซูจะนำทีมกลั่นโพชั่นมาที่นี่โดยเร็วที่สุด อย่างที่อาจารย์รู้ ร้านโพชั่นมังกรฟ้าของเราพึ่งเปิด และตอนนี้อัตราเร็วในการผลิตเป็นปัญหาใหญ่!”

โพชั่นขายหมดเร็วเกินไป

หน่วยกลั่นโพชั่นของเขาทำงานล่วงเวลาตั้งหลายวัน

แต่สุดท้ายกลับขายหมดในเวลาไม่ถึงวันเดียว

ทีมกลั่นโพชั่นของฮังอวี่ไม่สามารถไล่ตามความเร็วในการบริโภคของลูกค้าได้

ตอนนี้หากได้รับทีมกลั่นโพชั่นของอาจารย์ซูมา มันจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก และสามารถพูดได้ว่าช่วยบรรเทาความต้องการของผู้บริโภคไปได้เยอะ!

สำหรับผลลัพธ์ดังกล่าว

ซูหยุนปิงทำได้เพียงย่นจมูกและยอมรับว่า “แล้วเรื่องหวงหยุนหลงนายจะจัดการยังไง?”

“อาจารย์ซูไม่ต้องกังวล พวกเราเปรียบเสมือนตั๊กแตนที่อยู่บนเชือกเดียวกันแล้ว ธุระของอาจารย์ก็เหมือนธุระของผม ปัญหาของคุณคือปัญหาของผม ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง วางใจได้” แต่เมื่อพูดแบบนี้ จู่ๆดวงตาของเขาพลันเปล่งประกาย “เหอ เหอ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ดูเหมือนพวกเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ ....”

จบบทที่ Ep.239 - ตั๊กแตนบนเชือกขึง

คัดลอกลิงก์แล้ว