- หน้าแรก
- วิถีพรตคนคลั่ง หนึ่งกระบี่สยบมาร
- บทที่ 80 - คลื่นปีศาจทะเล ภัยร้ายจิ่วหลิว
บทที่ 80 - คลื่นปีศาจทะเล ภัยร้ายจิ่วหลิว
บทที่ 80 - คลื่นปีศาจทะเล ภัยร้ายจิ่วหลิว
บทที่ 80 - คลื่นปีศาจทะเล ภัยร้ายจิ่วหลิว
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"น้อมรับคำสั่ง"
ผู้มาเยือนรีบถอยออกไป วัวเขียวลุกขึ้นยืนส่งเสียงร้องเบาๆ หญิงสาวยิ้มบางๆ "ข้ารู้ ข้ารู้ แต่ในเมื่อพี่ชายอยู่ที่ต้ายวี จื่อจื่อก็จะให้คนต้ายวีทั้งหมดตายตกไปเป็นเพื่อนเจ้า ให้มันกลายเป็นดินแดนแห่งความตาย แล้วค่อยให้หายนะกลืนกินทั้งโลกมนุษย์"
มอ วัวเขียวมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเป็นห่วง สายตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง กายาเบญจพิษอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะเผยเขี้ยวเล็บ
ครึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก กิจวัตรประจำวันของหลี่เสวียนอีถ้าไม่สอนศิษย์ ก็ฝึกฝนคัมภีร์กระบี่สิบลี้เสียดฟ้า หลังจากผ่านช่วงแรกที่ยังไม่คุ้นเคย ความเร็วในการขัดเกลาร่างกายของหลี่เสวียนอีก็เพิ่มขึ้นมาก ตอนนี้รูขุมขนและเส้นลมปราณที่แขนซ้ายเปิดออกหมดแล้ว
ศิษย์ทั้งสิบคนก็สร้างความประหลาดใจให้หลี่เสวียนอีไม่น้อย ค่ายกลเก้าวังสิบทิศที่ทั้งสิบคนร่วมกันสร้างขึ้นแม้จะยังมีจุดบกพร่อง แต่ถ้าโชคดีก็สามารถเอาชนะยอดฝีมือระดับคืนสู่ความว่างเปล่าทั่วไปได้ ในระดับเดียวกันถ้าไม่เจอพวกปีศาจระดับหลี่เสวียนอี ก็แทบจะบดขยี้ได้หมด
ลมทะเลพัดแรงขึ้นทุกวัน ท้องทะเลรอบด้านดูไร้ชีวิตชีวา นานๆ ครั้งจะเห็นเงาร่างปีศาจทะเลขนาดใหญ่ว่ายวนเวียนอยู่ไกลๆ วันที่ปีศาจทะเลบุกเกาะคงอีกไม่ไกล
ยันต์สื่อสารกรีดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน หลี่เสวียนอีที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ขมวดคิ้ว สะบัดมือวูบ ยันต์สื่อสารแตกออกเป็นจุดแสง ก่อตัวเป็นภาพจำลองของคนผู้หนึ่งตรงหน้าหลี่เสวียนอี
"เรียนท่านเจ้ากระบี่ ได้ข่าวขององค์กรจิ่วหลิวที่ท่านให้ตามหาแล้วขอรับ เมื่อไม่กี่วันก่อน ยอดฝีมือจำนวนมากของจิ่วหลิวหลั่งไหลเข้าสู่อาณาจักรต้ายวี และก่อการรัฐประหาร ธิดาเทพของพวกมันออกมาบัญชาการเอง ผู้ฝึกวิชามารจิ่วหลิวจำนวนนับไม่ถ้วนออกอาละวาด เพียงสามวันก็ยึดเมืองหลวงของต้ายวีได้ ตอนนี้ดินแดนส่วนใหญ่ของต้ายวีคงกลายเป็นแดนผีดิบ ผู้คนล้มตายจำนวนมาก เจ็ดสำนักใหญ่ของพวกเราถูกโจมตีพร้อมกันไม่มากก็น้อย จนไม่สามารถส่งคนไปช่วยต้ายวีได้ ขอท่านเจ้ากระบี่รีบตัดสินใจ มิฉะนั้นเจ็ดแคว้นของมนุษย์จะกลายเป็นนรกบนดิน"
ภาพจำลองสลายกลายเป็นจุดแสงหายไปในความมืด สีหน้าของหลี่เสวียนอีเคร่งเครียดถึงขีดสุด รู้อยู่แล้วว่าองค์กรจิ่วหลิวไม่ธรรมดา แต่ไม่นึกว่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ สามารถสกัดกั้นเจ็ดสำนักใหญ่ไม่ให้ส่งคนไปช่วยโลกมนุษย์ได้ ดูท่าภัยพิบัติทางทะเลครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติธรรมดาๆ ซะแล้ว ต้องมีเงาของพวกมารจิ่วหลิวอยู่เบื้องหลังแน่
ตูม ตูม ตูม
เสียงคลื่นคำรามกึกก้องล้อมรอบเกาะ ตามมาด้วยเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ดังก้องไปทั่วเกาะ
หลี่เสวียนอีลุกพรวดขึ้น ข้างกายท่านปู่ต้นไม้ผุดใบหน้าขึ้นมามองไปไกลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เจ้าหนู สถานการณ์ไม่ดีแล้ว ไม่ใช่แค่ระดับข้ามทัณฑ์ตัวเดียว ศัตรูมีระดับข้ามทัณฑ์อย่างน้อยสิบตัว ดูท่าเรื่องนี้จะไม่หมูซะแล้ว"
"ระดับข้ามทัณฑ์สิบตัว? หึหึ นี่กะจะเล่นงานหอเซียนกระบี่เป็นพิเศษเลยสินะ พลังที่แท้จริงของจิ่วหลิวนี่น่ากลัวจริงๆ สามารถเติบโตภายใต้จมูกของเจ็ดสำนักใหญ่มาได้ตั้งหลายปีโดยไม่ถูกจับได้ น่ากลัวจริงๆ องค์กรนี้"
หลี่เสวียนอีหน้าตาบิดเบี้ยว แต่ชั่วพริบตาก็ยิ้มอย่างลึกลับ พลังการต่อสู้ของหอเซียนกระบี่นั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเจ็ดสำนักใหญ่ ข้อนี้ไม่ต้องสงสัย ผู้ฝึกกระบี่มีพลังทำลายล้างสูง ดังนั้นจิ่วหลิวจึงส่งระดับข้ามทัณฑ์มาถึงสิบตัวเพื่อจู่โจมหอเซียนกระบี่
แต่พวกมันคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง หอเซียนกระบี่ในวันนี้ไม่ใช่หอเซียนกระบี่ในวันวาน ต่อให้ไม่มีฮวาสือหลี่ที่เป็นขีดสุดของโลกมนุษย์ หอเซียนกระบี่ก็ยังแข็งแกร่งจนยากจะสั่นคลอน ไพ่ตายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่ผู้อาวุโสกระบี่ระดับข้ามทัณฑ์ยี่สิบสามท่าน แต่เป็นค่ายกลดาราจักรวาลฉบับย่อส่วนที่สวยงามและอันตรายที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหาก นี่คือพลังที่เหนือขีดจำกัดของโลกมนุษย์ แต่ศัตรูกลับไม่รู้เรื่องนี้
หากวางแผนดีๆ อาจจะทำให้พวกมารร้ายพวกนั้นเจ็บหนักได้ ค่ายกลดาราจักรวาลที่มีพลังเหนือโลกนี้ ไม่ได้มีดีแค่พลังทำลายล้าง แต่ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงมาก
"ท่านปู่ต้นไม้ สนใจเล่นเกมสักตาไหมขอรับ" "เล่นเกม? ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นหนุ่มเป็นแน่นนี่ดีจริงๆ ทำให้ข้าได้สัมผัสความตื่นเต้นที่ไม่ได้เจอมานาน ข้ารู้แล้วว่าต้องทำยังไง เจ้าหนู ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเถอะ"
หลี่เสวียนอียิ้มเย็นมองความมืดเบื้องหน้า ศิษย์หอเซียนกระบี่ต้องการเลือดและการต่อสู้มาขัดเกลากระบี่ในใจ การเอาแต่ฝึกฝนต่อให้บรรลุวิถีได้ ก็ไม่มีทางเทียบกับคนที่ผ่านการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจนขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
หง่าง หง่าง หง่าง
เสียงระฆังดังกังวานไปทั่วเกาะ หอเซียนกระบี่ที่สงบเงียบมาหลายร้อยปีถึงเวลาตื่นแล้ว ศิษย์นับแสนคนตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดด้วยเสียงระฆังเตือนภัยยี่สิบเจ็ดครั้ง
แสงกระบี่พุ่งขึ้นฟ้า กระบี่บินรวมตัวกันเป็นสายน้ำกระบี่เหนือหอเซียนกระบี่ มองดูราวกับทางช้างเผือกทอแสงระยิบระยับ เงาร่างคนพุ่งขึ้นมาจากยอดเขาต่างๆ กระบี่บินร่วงหล่นลงมาดั่งฝนดาวตก
เสียงระฆังยี่สิบเจ็ดครั้งหมายถึงสงครามใหญ่ของสำนัก ศิษย์ทุกคนต้องเข้าร่วม ในฐานะสำนักกระบี่ ศิษย์ทุกคนย่อมมีกระบี่ และไม่มีนักดาบคนไหนไม่กระหายการต่อสู้ เหล่านักดาบผู้หิวกระหายสงครามในที่สุดก็ได้เจอกับสงครามใหญ่
โฮก โฮก
เสียงคำรามดังก้องรอบด้าน ปีศาจทะเลร่างยักษ์เริ่มขึ้นฝั่ง หลี่เสวียนอีจงใจไม่เปิดค่ายกลดาราจักรวาล ปล่อยให้ปีศาจทะเลเข้ามาในเกาะ ปีศาจทะเลแม้จะมีจำนวนมากและมีวิชาประหลาด แต่ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับการอยู่ในทะเล ปีศาจทะเลในทะเลถึงจะน่ากลัวที่สุด แต่ปีศาจทะเลที่บุกขึ้นเกาะและเสียความได้เปรียบจากทะเลไป ก็เหมือนเสือถอดเขี้ยวเล็บ ศิษย์หอเซียนกระบี่ย่อมได้เปรียบ
กลุ่มแรกที่ปะทะกับปีศาจทะเลคือศิษย์ฝ่ายนอกจาดร้อยแปดสิบยอดเขา ศิษย์ฝ่ายนอกส่วนใหญ่มีระดับกังฮวา และมีระดับจินตานปะปนอยู่บ้าง รับมือกับปีศาจทะเลที่เป็นทัพหน้าได้สบาย
หัวหน้าศิษย์ของแต่ละยอดเขานำทัพศิษย์นับพันตั้งขบวนรบ ทั้งสองฝ่ายห่างกันสิบกว่าจ้าง ศิษย์หอเซียนกระบี่ระดมยิงปราณกระบี่ใส่ฝูงปีศาจทะเลอย่างบ้าคลั่ง
เสียงกรีดร้องดังระงม เลือดและชิ้นส่วนของปีศาจทะเลปลิวว่อน เกล็ดและผิวหนังที่พวกมันภูมิใจไม่อาจต้านทานปราณกระบี่ได้เลย
แต่ปีศาจทะเลมีขนาดมหึมา ก้าวเดียวไกลสิบจ้าง ทั้งสองฝ่ายเข้าตะลุมบอนกันอย่างรวดเร็ว ศิษย์หอเซียนกระบี่ต่างคนต่างสู้ ปราณกระบี่ปลิวว่อน วิชาปีศาจระเบิดตูมตาม เสียงฆ่าฟันดังสนั่นหวั่นไหว
ศิษย์ระดับจินตานต่างเหาะขึ้นฟ้า กระบี่บินพุ่งทะลวงฝูงปีศาจทะเล กลายเป็นลำแสงสังหาร วิชาคุมกระบี่หลากหลายรูปแบบประชันกัน ระเบิดดอกไม้เลือดอันงดงามกลางฝูงปีศาจ
"ฆ่า" "ฆ่า" "ฆ่า"
[จบแล้ว]