เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.225 - แปลงร่างเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

Ep.225 - แปลงร่างเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

Ep.225 - แปลงร่างเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง


3/3

Ep.225 - แปลงร่างเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

มนุษย์หมาป่าและโอเกอร์ ทั้งสองสายพันธุ์นี้ต่างกันอย่างสุดขั้ว

โอเกอร์นั้นซุ่มซ่ามและเชื่องช้า แม้มันจะครอบครองพละกำลังอันแข็งแกร่งก็ตามที

ในทางกลับกัน มนุษย์หมาป่านั้นปราดเปรียว มันว่องไวและโจมตีได้รวดเร็ว ซึ่งจุดนี้ทำให้การกำจัดมันยากขึ้นกว่าตัวแรกมาก

แทบจะในทันทีที่ฮังอวี่เอ่ยปากเตือน

ร่างมนุษย์หมาป่าพลันวูบไหว มันพุ่งฝ่าวงล้อมของทุกคน ระหว่างทางฟาด 6 -7 กรงเล็บในอากาศ โจมตีจ้าวหมิง ฉูเทียนหัว และหวังเอ๋อแบบไม่ให้ทันตั้งตัว

จ้าวหมิงน่ะไม่เป็นไร

แต่ฉูเทียนหัวสูญเสียพลังชีวิตส่วนใหญ่ในคราวเดียว

โชคดีที่หวังเอ๋อตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าในช่วงวิกฤต มันอาศัยหนังหนาเนื้อหยาบของตนช่วยขวางการโจมตีแทนฉูเทียนหัวได้หลายครั้ง มิฉะนั้นสถานการณ์ของเขาคงตกอยู่ในอันตรายกว่านี้มาก

เจียงหนานทำการรักษาฉูเทียนหัวทันที

ฮังอวี่รีบหยิบหอกก้างปลาออกมาแล้วปาใส่มนุษย์หมาป่า

ฉูเทียนหัวเปิดใช้งานสกิลเฉือนพริบตาเพื่อตอบโต้

ร่างอันแข็งแกร่งของมนุษย์หมาป่าวูบไหวเป็นประกาย มันหลบเลี่ยงการโจมตีในพริบตาของฉูเทียนหัว และหลบหอกก้างปลาในเวลาเดียวกัน จากนั้นเล็งเป้าไปทางเจียงหนานที่ยืนอยู่ไม่ไกล คู่ดวงตาสีเขียวเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเจตนาฆ่า

ฮังอวี่สังเกตเห็น

ร่างของมนุษย์หมาป่าเริ่มมีกระแสลมสีเขียวมารวมตัวกัน

เขาเข้าใจทันทีว่าเจ้าหมอนั่นต้องการทำอะไร

แย่แล้ว!

มันกำลังจะใช้ท่าลมกรดสังหาร!

นี่คือสกิลพุ่งโจมตีในชั่วพริบตา!

ฮังอวี่เป็นคนเดียวในกลุ่มที่สามารถไล่ตามปฏิกิริยาของมนุษย์หมาป่าได้ แต่สกิลที่ มนุษย์หมาป่ากำลังจะปลดปล่อยออกมา ต่อให้ฮังอวี่เร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางหยุดทัน

ท่ามกลางช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ

ฮังอวี่หยิบคัมภีร์สกิลออกมา

นี่คือคัมภีร์เสียงหอนแห่งความตายเลเวล 7 ที่ได้มาจากการ์กอยล์หิน!

พริบตาที่เขาเปิดใช้งานคัมภีร์ พลังงานจากข้างในระเบิดออกมา และเป็นวินาทีเดียวกับที่มนุษย์หมาป่าหายวับไปจากจุดที่มันยืนอยู่ ทิ้งไว้เพียงภาพติดตา

เจียงหนานรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเธอกลายเป็นพร่ามัว

มนุษย์หมาป่าแสนดุร้ายปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเธอราวกับมันเทเลพอร์ตเข้ามา

กรงเล็บแหลมง้างสูงขึ้น คมแหลมของมันเปล่งประกาย ให้ความรู้สึกว่าต่อให้เป็นกำแพงเหล็กก็ยังสามารถฉีกเป็นชิ้นๆ

แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง

ทั้งสองก็ถูกเอฟเฟกต์ของเสียงหอนแห่งความตายเข้าปกคลุม

ทั้งมนุษย์หมาป่าและเจียงหนานได้รับผลกระทบจากสกิลในเวลาเดียวกัน

เสียงหอนแห่งความตายเป็นสกิลที่ทรงพลังมาก ไม่เพียงแค่สร้างการโจมตีที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดเอฟเฟกต์ความกลัวอีกด้วย และนั่นหมายความว่ามันมีผลในการขัดจังหวะสกิลได้

เจียงหนานได้รับดาเมจ 20 หน่วยพร้อมกัน

จิตใจของเธอว่างเปล่า มันเอ่อล้นไปด้วยความกลัว หันหลังกลับและวิ่งหนีไป

มนุษย์หมาป่าได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เอาจริงๆกินเวลาไม่ถึงวินาที แต่นั่นมากพอแล้วที่จะหยุดสกิลพุ่งโจมตีในชั่วพริบตาของมัน

แม้เจียงหนานจะได้รับดาเมจจากคัมภีร์สกิล

กระนั้น ในฐานะนักบวช เนื่องจากค่าคุณสมบัติเจตจำนงที่สูงมาก ส่งผลให้การโจมตีในประเภทส่งผลต่อจิตใจอ่อนลง สามารถลดระยะเวลาการเกิดสถานะผิดปกติได้

ซึ่งมองยังไงก็ดีกว่าการถูกกรงเล็บมนุษย์หมาป่าฉีกทิ้งทั้งเป็น!

และจังหวะที่มนุษย์หมาป่าได้รับผลกระทบจากเสียงหอนแห่งความตาย

ฉินมู่ฉวยโอกาสนี้ร่ายสกิลใบ้ใส่มัน ขณะเดียวกันเวทย์ของจางเสี่ยวเฉียงและเฉินหยูระเบิดใส่ร่างมันพร้อมกัน ทว่ามนุษย์หมาป่ายังคงเพิกเฉยต่อการโจมตีทั้งหมดและพยายามจัดการกับเจียงหนานต่อไป

แต่ฮังอวี่จะปล่อยให้มันประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

มนุษย์หมาป่าถูกสกิลประจัญบานกระแทกกระเด็นออกไป

ฮังอวี่ประสบความสำเร็จในการหยุดไม่ให้มนุษย์หมาป่าโจมตีเจียงหนาน

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัว และหวังเอ๋อรีบถอยกลับมาปกป้องเธอ

มอนสเตอร์ตัวนี้ฉลาดแกมโกงจริงๆ มันรู้ว่าควรโจมตีผู้รักษาก่อน

เจียงหนานจะตายไม่ได้!

สกิล ‘รักษาบาดแผลขั้นต้น’ และ ‘แสงแห่งการรักษา’ ทั้งคู่มีคูลดาวน์ที่สั้นมาก อย่างแรกช่วยฟื้นฟูเป้าหมายเดียวได้ในทันที ขณะที่อย่างหลังสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้หลายเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง บวกกับสกิลพรสวรรค์ของเธอ เลยยิ่งทำให้เอฟเฟกต์ของพวกมันวิเศษกว่าเดิมมาก

หากเจียงหนานถูกฆ่าตาย

ทีมนี้ย่อมพ่ายแพ้แน่นอน

“ทุกคนคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ฉันจะหยุดมันเอง!”

ฮังอวี่รีบปิดกั้นเส้นทางของมนุษย์หมาป่าอย่างรวดเร็ว

หอกยาวในมือเขาทิ่มแทงออกไป 6 ครั้ง

แม้การโจมตีส่วนใหญ่จะถูกคู่ต่อสู้หลบได้ แต่ก็ยังแทงโดน 2 ครั้ง ทำดาเมจได้อยู่บ้าง

ในขณะที่มนุษย์หมาป่ากำลังหลบหลีก คู่กรงเล็บทั้งสองข้างของมันพลันสาดแสงสีแดงฉาน ทั้งสองฟาดลงมายังฮังอวี่ ... ดูท่าว่ามันจะตั้งใจบังคับให้ฮังอวี่ถอยกลับเพื่อที่จะได้ไล่ตามเจียงหนานต่อ

เคร้ง!

เสียงคล้ายกระจกแตกเป็นเสี่ยงๆดังขึ้น

การโจมตีของมนุษย์หมาป่าล้มเหลวในการเข้าถึงตัวฮังอวี่

มันทำได้แค่ฉีกทำลายเกราะผู้บัญชาการของเขาเท่านั้น

ฮังอวี่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย ตรงกันข้าม เขาอาศัยจังหวะนี้แทงสวนลงบนหน้าอกมนุษย์หมาป่า ส่งมันถอยหลัง หยุดแผนการร้ายเอาไว้ได้

เจียงหนานได้สติแล้ว

เวลานี้เธอตื่นตกใจ แผ่นหลังท่วมไปด้วยเหงื่อเย็น

เธอเริ่มรักษาตัวเองทันที

ในเวลานี้ จ้าวหมิงได้ถอยกลับมาอยู่ข้างกายเธอแล้ว เขาร่วมมือกับฉูเทียนหัว และหวังเอ๋อ ปกป้องเจียงหนาน

ฉูเทียนหัวมีชุดเกราะเขียว หวังเอ๋อมีพลังชีวิตสูงมาก และสำหรับจ้าวหมิงคงไม่ต้องพูดถึง พวกเขาไม่ถูกมนุษย์หมาป่าโจมตีตายในทีเดียว ดังนั้นรับหน้าที่เป็นโล่เนื้อเคลื่อนที่ หากต้องรับการโจมตีจริงๆก็ต้องปกป้องผู้รักษาที่อ่อนแอด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

ฮังอวี่วิ่งออกไปข้างหน้าเพื่อดวลกับมนุษย์หมาป่า

ทุกกรงเล็บของมันสามารถกรีดตัดทุกอย่างได้เหมือนเป็นแค่เต้าหู้ กรงเล็บหมาป่ากระชากชุดเกราะและเนื้อบนตัวฮังอวี่ สร้างดาเมจอย่างมากแก่เขา

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด

ทุกจังหวะการโจมตีวูบวาบเป็นประกายพรั่งพราวพร่ามัว

โชคดีที่ฮังอวี่สวมชุดเซ็ทที่ช่วยเพิ่มความว่องไว โชคดีที่ฮังอวี่ขึ้นสู่เลเวล 7 แล้ว และโชคดีที่ฮังอวี่มีสกิลขั้น 2 อย่างคลุ้มคลั่งกระหายเลือด ซึ่งช่วยให้พลังรบของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

คนในกลุ่มมองการโจมตีเหล่านี้ไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม แม้ค่าความว่องไวของฮังอวี่จะสูงมาก แต่เมื่อเทียบกับมนุษย์หมาป่าระดับเจ้าถิ่นแล้ว ยังมีช่องว่างความห่างชั้นที่ชัดเจน หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกคน เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะศัตรูเบื้องหน้า

เสี่ยวเฉิง เฉินหยู และฉินมู่คอยสนับสนุนด้วยสกิล

เจียงหนานยังคงร่ายเวทย์รักษาให้ฮังอวี่อยู่เรื่อยๆ

ทางด้านฉูเทียนหัวและจ้าวหมิง แม้ไม่สะดวกเข้าร่วมสู้ในระยะประชิด แต่ทั้งคู่ต่างหยิบคัมภีร์สกิลออกมา และสกิลเหล่านั้นช่วยในการลดความเร็ว มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

ความว่องไวของมนุษย์หมาป่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องนี้ช่วยลดแรงกดดันที่มีต่อฮังอวี่ได้เป็นอย่างมาก

“มอนสเตอร์ตัวนี้แข็งแกร่งเหลือเกิน”

เจียงหนานร่ายสกิลรักษาอย่างประหม่า เธอรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ราวกับกำลังเดินบนเชือกขึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮังอวี่ที่ต้องเป็นคนมุ่งหน้าเดินไปทีละก้าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้แน่ใจ ว่ามนุษย์หมาป่าจะไม่มีเวลาหันไปโจมตีผู้อื่น

เพราะหากคนอื่นถูกโจมตี ทีมจะเสียขบวนทัพ เกิดความโกลาหลขึ้นทันที

เจียงหนานและคนอื่นๆต้องร่วมมืออย่างเต็มที่กับฮังอวี่ มิฉะนั้นฮังอวี่จะตกอยู่ในอันตราย

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งการเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามนุษย์หมาป่าจะแข็งแกร่งขนาดนั้น

ยังไงซะมันก็ยังต่อสู้เพียงลำพัง

บวกกับ IQ ของมันที่ไม่สูงนัก แล้วแบบนี้จะเอาชนะทีมเวิร์คได้อย่างไร?

ในไม่ช้า ฮังอวี่ก็สังเกตเห็นว่ามนุษย์หมาป่าเริ่มอ่อนแอลง จากนั้น มันเริ่มส่งเสียงหอนยาว และถอยห่างออกไปราวๆ 10-20 เมตร

ร่างของมันทรุดลงกลายเป็นแอ่งน้ำเหลว

ก่อนเริ่มก่อตัวและกลับมาเป็นโนมส์ผอมแห้งอีกครั้ง

หลังจากการต่อสูู้แปลงร่างโดยโพชั่นมนตราไปถึงสองครั้ง ดูเหมือนว่ามันจะเสียพลังงานไปมาก ร่างกายที่เดิมผอมแห้งอยู่แล้ว เวลานี้ยิ่งแห้งกรอบกว่าเดิม

ในที่สุดโพชั่นมนตราร่างแปลงมนุษย์หมาป่าก็ผ่านไป!

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่ไม่กล้าประมาท

โนมส์นักลั่นโพชั่นมนตรากำลังจะใช้โพชั่นแปลงร่างขวดที่สาม

ตามความรู้ความเข้าใจของฮังอวี่ โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตราจะใช้โพชั่นที่แข็งแกร่งกว่าขวดที่แล้วทุกครั้ง

ซึ่งสองครั้งแรกก็ร้ายกาจมากเกินพอแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างแปลงมนุษย์หมาป่า

ทีมของฮังอวี่เกือบเอามันไม่ลง

เช่นนั้นแล้วโพชั่นมนตราขวดต่อไปที่โนมส์นักกลั่นจะใช้คือร่างแปลงของอะไร?

เจ้าหมอนี่สมแล้วกับที่เป็นถึงเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์ตนแรกที่เขาต้องรับมือด้วย

พลังรบของมันเป็นอย่างที่คิด พวกระดับเจ้าถิ่นสองสามตัวก่อนหน้านี้ที่เคยสู้ด้วยเทียบกันไม่ได้เลย

โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตราไม่ได้สูญเสียแรงกดดันที่แผ่ออกมาเพียงเพราะความอ่อนแอของมัน พฤติกรรมที่แสดงออกยังคงดูน่ากลัวและบิดเบี้ยว คล้ายยิ่งมายิ่งคลุ้มคลั่ง

โพชั่นมนตราหลอดที่สามถูกฉีดลงไป!

โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตราเปล่งเสียงร้องแหลมด้วยความเจ็บปวด

ฉากอันน่าตกตะลึงได้เกิดขึ้น เห็นแค่เพียงร่างกายของโนมส์นักกลั่นกลายเป็นผงและหายวับไปในอากาศ

ขณะเดียวกับที่ร่างกายของโนมส์นักกลั่นหายไป

มวลพลังงานสีน้ำเงินบริสุทธิ์ได้ถูกปลดปล่อยอออกมาจากจุดที่มันเคยยืนอยู่ และในที่สุดก็รวมตัวกันเป็นวิญญาณที่เหมือนกับผีล่องลอยในอากาศ

“วิญญาณจำแลง!”

โพชั่นมนตราแปลงร่างที่สาม

แท้จริงแล้วกลับเป็นร่างแปลงของวิญญาณจำแลง

ฮังอวี่หันหลังกลับและตะโกนโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาคิด “ถอนตัว!”

ถอนตัว?

ทุกคนต่างสงสัยว่าพวกเขาได้ยินผิดไปหรือเปล่า

ทั้งหมดใช้ความพยายามอย่างมากในการต่อสู้กับโนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตราตัวนี้ แต่นี่ถึงขั้นสุดท้ายแล้ว และพวกเขาก็เห็นว่าสามารถฆ่ามันได้หากอดทนต่อไปอีกหน่อย แล้วทำไมถึงต้องถอนตัวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ด้วย?

ก็หากสู้ได้

แน่นอนว่า ฮังอวี่ต้องสู้อยู่แล้ว!

เขาเชื่อมั่นว่าชิ้นส่วนนกหวีดทองแดงชิ้นสุดท้ายต้องอยู่กับโนมส์นักกลั่นอย่างแน่นอน

และเขาเชื่อว่าเจ้าถิ่นระดับซิลเวอร์ย่อมดรอปของดีๆมากมาย

นอกจากนี้ยังเชื่อสุดใจว่าในหีบสมบัตินั่นจะต้องมีของล้ำค่าอยู่

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่กล่าวมา หากจะได้มันมาครองจำเป็นต้องกำจัดคู่ต่อสู้อย่างโนมส์นักกลั่นลงให้ได้เสียก่อน ซึ่งเจ้าตัวนี้มีรูปแบบโพชั่นมนตรามากกว่า 10 แบบ และแต่ละแบบล้วนมีโอกาสชนะ แต่มีเฉพาะหนึ่งในนั้นที่เป็นร่างแปลงวิญญาณจำแลงเท่านั้นที่ไม่มีทางเอาชนะได้

วิญญาณจำแลงคือมอนสเตอร์ผีชนิดหนึ่ง

มันเป็นเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาในบรรดามอนสเตอร์ผี

เนื่องจากวิญญาณจำแลงมีความเกี่ยวข้องกับผี ดังนั้นวิญญาณจำแลงจึงมีร่างกายเหมือนผี ด้วยสถานะร่างวิญญาณของมัน ส่งผลให้การโจมตีทางกายภาพลดลงเป็นอย่างมาก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การโจมตีของฮังอวี่ ฉูเทียนหัว และจ้าวหมิงแทบไม่มีผลกับมัน

สามารถพึ่งพาได้เพียงจางเสี่ยวเฉียง และเฉินหยูเท่านั้น

นอกจากนี้ก็เป็นสกิลโจมตีของนักบวชอย่างคำพิพากษาของเจียงหนาน

วิญญาณจำแลงระดับเจ้าถิ่นจะเน้นไปทางการโจมตีด้วยคาถา และการโจมตีของมัน สามารถทำลายทีมเล็กๆทีมนี้ได้อย่างง่ายดาย ฮังอวี่ไม่สามารถคิดหาวิธีอื่นใดที่จะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ภายใต้เงื่อนไขที่ตัวเองมีในตอนนี้

ไม่ว่าสมบัติที่กล่าวมาก่อนหน้านี้จะล้ำค่าเพียงใด

แต่พวกมันไม่มีทางแพงไปกว่าชีวิต!

หากตอนนี้พวกเขาตาย เกือบทั้งวันที่ทุ่มเทไปก็ไร้ประโยชน์!

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ฮังอวี่กำลังจะหนี ฉากที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจพลันบังเกิดขึ้น

เห็นแค่เพียงโนมส์นักกลั่นในร่างวิญญาณจำแลงลอยอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ริเริ่มโจมตีแต่อย่างใด

เกิดอะไรขึ้น?

ฮังอวี่ถึงกับต้องหยุดดูพฤติกรรมที่แสนแปลกประหลาดของวิญญาณจำแลงตนนี้

และสิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ

ใบหน้าโปร่งแสงของวิญญาณจำแลงไม่ได้คลุ้มคลั่ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสงบและสุขุม

นี่ไม่เหมือนกับมอนสเตอร์เลย และเมื่อสายตาของมันเบนมาทางฮังอวี่ ก็มีเสียงๆหนึ่งเปล่งออกมา “ไม่ต้องกังวล เจ้าหนูมือใหม่ ข้าจะไม่โจมตีเจ้า”

มอนสเตอร์พูดได้?

แม้ทุกคนจะไม่เข้าใจภาษาโนมส์

แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถมั่นใจได้

คือมันพูดออกมา!

ฮังอวี่มองไปยังโนมส์นักกลั่นในสถานะวิญญาณจำแลง

อาจเป็นเพราะเงื่อนไขในป่าแห่งการเริ่มต้นที่ไม่อนุญาตให้มอนสเตอร์ทุกชนิดสามารถเปิดภูมิปัญญาได้

ดังนั้นจะเป็นไปได้ไหม ว่าด้วยเอฟเฟกต์แปลงร่างของโพชั่นมนตราจะทำให้โนมส์นักกลั่นเกิดการตื่นรู้ขึ้นอย่างกะทันหัน?

เป็นไปได้ไหมว่าโนมส์ตัวนี้ยังไม่สลายไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อวิญญาณหลุดพ้นจากพันธนาการของร่างกาย มันจึงปลุกเจตจำนงของตัวเองให้กลับมาตื่นขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ

แต่จะยังไงไงก็ตาม ผลลัพธ์ตอนนี้ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเปลี่ยนไป

ใครจะไปคิดกันว่าทุกอย่างจะออกมาเป็นแบบนี้!?

*พรุ่งนี้งดครบ

จบบทที่ Ep.225 - แปลงร่างเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว