เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.223 - โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา

Ep.223 - โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา

Ep.223 - โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา


1/3

Ep.223 - โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา

ที่หลบภัยของโนมส์คือฐานที่มั่นของมอนสเตอร์

ในโลกวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นฐานที่มั่นหรือพื้นที่มอนสเตอร์ป่า เลเวลของมอนสเตอร์ ประเภท หรือแม้กระทั่งกิจกรรมต่างๆเช่นอยู่รวมเป็นกลุ่มหรือกระจายตัว อะไรพวกนี้จะมีกฏบางอย่างที่ต้องปฏิบัติตามเสมอ ทว่ากฏเหล่านี้ไม่ได้ตายตัว บางครั้งอาจมีบางกรณีที่เปลี่ยนแปลง

ตัวอย่างเช่น มีมอนสเตอร์เผ่าอื่นรุกรานเข้ามา

หรือจู่ๆก็มีมอนสเตอร์ในพื้นที่นั้นๆก็สามารถปลุกภูมิปัญญาขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน

บางครั้งการรีเฟรชใหม่อาจสร้างกับดักหรือมอนสเตอร์ประเภทที่ต่างไปจากเดิม

แต่โดยทั่วไปแล้ว ตัวแปรที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ต่างออกไปในช่วงต้นเกมนั้นน้อยมาก ตราบใดที่เข้าใจกฏเกณฑ์โดยรวม ตราบใดที่เข้าใจการโอกาสของเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ คุณก็จะรู้วิธีรับมือศัตรู เหมือนอย่างเช่นที่ฮังอวี่ทำในทุกๆวันนี้

ที่หลบภัยของโนมส์ในอาณาเขตใหญ่อย่างป่าแห่งการเริ่มต้นคือฐานที่มั่นขนาดเล็กเลเวล 7

มอนสเตอร์ที่ปรากฏขึ้นที่นี่โดยทั่วไปแล้วจึงเป็นมอนสเตอร์เลเวล 7 ส่วนใหญ่เป็นหุ่นรบทหารโนมส์และหุ่นมนตราระดับสามัญ ซึ่งต่อให้ตายแล้วเกิดการรีเฟรชใหม่ พวกมันก็จะเหมือนเดิมทุกครั้ง

หุ่นรบทหารโนมส์แต่ละตัวจะนำทัพหุ่นมนตราติดตามมาด้วยราวๆ 20 - 30 ตัว

พวกมันมีความสามารถในการโจมตีระยะไกลอันทรงพลัง และยากที่จะกำจัดเพียงลำพัง เพราะเมื่อเริ่มระดมยิงแล้ว ต่อให้เป็นฮังอวี่ก็คงรับมือคนเดียวไม่ไหว

ทว่าด้วยพลังรบของเจ็ดคนหนึ่งสุนัข

เรื่องรับมือจึงไม่ใช่ปัญหา

ฮังอวี่ยังรู้ด้วยว่าที่หลบภัยของโนมส์นั้น นอกจากหุ่นรบทหารโนมส์กับหุ่นมนตราแล้ว ส่วนใหญ่ยังมีกับดักหรือมอนสเตอร์อีกจำนวนมากที่มีโอกาสปรากฏตัวขึ้นแบบสุ่ม

ตัวอย่างเช่นมอนสเตอร์ระดับ BOSS สองประเภท

ประเภทแรกคือ ‘โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา’

ประเภทที่สองคือ ‘โนมส์นักกลั่นศาสตร์เหนี่ยวนำมนตรา’

สองตัวนี้เป็นมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่น พวกมันจะไม่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน แต่จะโผล่มาแค่ตัวเดียว ประเภทแรกเป็นระดับเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์ อย่างหลังอ่อนแอกว่าภูติปีศาจการ์กอยล์หินเล็กน้อย

ส่วนวิธีกำราบมันแบบเฉพาะเจาะจง

ฮังอวี่ยังไม่เคยเจอพวกมันมาก่อน จึงยากที่จะสรุป

ในอนาคต เมื่อเลเวลในพื้นที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงแบบสุ่มก็จะยิ่งมากขึ้น ซึ่งนี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา

ทีมของเขาเริ่มออกล่ามอนสเตอร์กลุ่มอื่น

หลังจากผ่านประสบการณ์ล่าครั้งแรกมาแล้ว ครั้งต่อมาจึงมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 30%

ฉินมู่มาถึงก็ตัดสินใจใช้ ‘โรงละครแห่งความเงียบ’ ทันที

นี่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มอนสเตอร์ตัวอื่นที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาสร้างปัญหาระหว่างต่อสู้

ในเวลานี้ จ้าวหมิงเริ่มต้นด้วยสกิลโล่กระแทก พุ่งเข้าชนหุ่นรบทหารโนมส์เพื่อดึงดูดกการโจมตีของมัน จากนั้นใช้โล่จู่โจมและพลรบคำราม สองสกิลที่มีเอฟเฟกต์มึนงง

ฮังอวี่และฉูเทียนหัวจะใช้โอกาสนี้เข้าไปสังหารหุ่นมนตราที่อยู่ข้างหลัง

จางเสี่ยวเฉียงกับเฉินหยูคอยโจมตีด้วยเวทมนตร์จากระยะไกล

เจียงหนานมีหน้าที่รักษาทุกคน

เมื่อการต่อสู้จบลง ฮังอวี่รู้สึกได้อย่างชัดเจน ว่าแต้มวิญญาณสะสมในตัวเขามาถึงจุดตัดผ่านแล้ว

1980, 1990, 2000!

เมื่อแต้มวิญญาณเพิ่มขึ้นถึงจุดตัดผ่าน ภายในตัวเขาพลันเกิดการระเบิดขึ้น เป็นการระเบิดของพลังงาน พลังงานไหลผ่านไปทั่วตั้งตัว มันช่วยให้เขาเกิดความรู้สึกว่าร่างกายได้รับการพัฒนาขึ้นในทุกๆด้าน

อัพเลเวล!

ก้าวขึ้นสู่เลเวล 7!

ฐานคุณสมบัติของฮังอวี่มีดังนี้

นักรบเลเวล 7 พลังชีวิต 66 , พลังจิต 40 , พละกำลัง +9 , ค่าร่างกาย+6 , ความว่องไว +3 , จิตวิญญาณ +3 , จิตรับรู้ +2 , การโจมตีทางกายภาพ +4 , การป้องกันทางกายภาพ +4 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +0.5 , อัตราฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้น +0.1, , อัตราฟื้นฟูพลังจิตเพิ่มขึ้น +1 แต้มวิญญาณ 1/3000

พลังชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 10 หน่วย

พลังจิตเพิ่มขึ้น 4 หน่วย

และนี่คือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับโบนัสจากอุปกรณ์ชิ้นใดๆ

แม้ฮังอวี่จะไม่ได้สวมชุดเซ็ทผู้พิทักษ์ต้นไม้ แต่พลังชีวิตของเขาก็ยังสามารถทะลุผ่านเลข 7 มาได้อย่างง่ายดายโดยอาศัยโบนัสร่างกายจากชุดเซ็ทเครื่องประดับมนุษย์หมูป่า

แม้ค่าคุณสมบัติอื่นๆเหมือนจะไม่เพิ่มขึ้น

ทว่าเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าพละกำลัง ความว่องไว และร่างกาย ประสิทธิภาพของพวกมันเพิ่มขึ้นทั้งหมด

การอัพเลเวลของผู้เล่นอาจไม่ช่วยในการเพิ่มค่าฐานคุณสมบัติต่างๆโดยตรง

อย่างไรก็ตาม เลเวลที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้น

สมมติเช่นค่าพละกำลัง 1 หน่วยของนักรบเลเวล 6 สามารถทำให้ผู้เล่นยกน้ำหนักได้ 1000 ปอนด์

แต่สำหรับนักรบเลเวล 7 ค่าพละกำลัง 1 หน่วย สามารถทำให้ผู้เล่นยกน้ำหนักได้ 1050 ปอนด์

และนักรบเลเวล 5 อาจยกน้ำหนักได้แค่ 970 ปอนด์ เท่านั้น

เป็นผลให้การอัพเลเวลจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ฮังอวี่ในเลเวล 7  จึงแข็งแกร่งกว่าในตอนเลเวล 6 อย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่สังเกตเห็นว่าจากเลเวล 7 ไปเลเวล 8 ต้องใช้แต้มวิญญาณสะสมถึง 3000 แต้ม ชัดเจนว่าความยากในการอัพเลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆ

พลังวิญญาณ 3000 แต้มไม่ใช่อะไรที่สามารถรวบรวมจนครบได้ในหนึ่งหรือสองวัน

ดังนั้น เขาตัดสินใจว่าแต้มวิญญาณที่จะได้รับหลังจากนี้ ทั้งหมดจะนำไปอัพเลเวลสกิล พลังรบโดยรวมจะได้สูงขึ้น

คนอื่นๆต่างตกใจกับการอัพเลเวลของฮังอวี่

เจียงหนานยังอยู่ในเลเวล 5 อยู่เลย และในหกคนที่เหลือ ฉูเทียนหัวสามารถก้าวหน้าได้เร็วที่สุดก็จริง แต่เขาพึ่งสะสมแต้มวิญญาณได้แค่ 1000 แต้มเท่านั้น ยังขาดอีกครึ่งนึงถึงจะอัพเลเวล 7 ได้

และสาเหตุที่ฉูเทียนหัวสามารถอัพเลเวลได้อย่างรวดเร็วก็เนื่องมาจากเขาได้รับทรัพยากรจากทางกองทัพ ทุกครั้งที่กลับโลกจริง เขาจะได้รับผลไม้ปราณวิญญาณ

ถึงยังงั้นก็ยังไม่สามารถไล่ตามฮังอวี่ทัน

อธิบายเท่านี้ คุณคงพอจินตนาการได้ ว่าฮังอวี่สามารถอัพเลเวลได้เร็วแค่ไหน

แม้จะแก้ตัวว่าก็ฉูเทียนหัวเรียนรู้มรดกขั้น 1 ครบไปแล้วถึง 2 อาชีพ แต่อย่าลืมว่าฮังอวี่เองก็เรียนรู้มรดกขั้น 1 ครบสองอาชีพเช่นกัน แถมเขายังเรียนสกิลขั้น 2 ไปบ้างแล้วด้วย

นอกจากนี้ เขายังมีฮัสกี้ที่กำลังจะตัดผ่านสู่เลเวล 5!

ช่องว่างความห่างชั้นสามารถลองจินตนาการดูได้!

อันที่จริงแล้ว เหตุผลที่ฮังอวี่สามารถพัฒนาได้ไวขนาดนี้ ส่วนใหญ่ต้องขอบคุณการเลือกกลยุทธ์ที่ถูกต้องของเขา

ในช่วงต้นเกม ฮังอวี่พยายามเลือกออกสู้เพียงลำพัง

ไม่ใช่จับกลุ่ม

เพราะนั่นจะทำให้การสะสมแต้มวิญญาณเป็นไปอย่างเชื่องช้า

เขาจะจับมือกับคนอื่นๆเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น

มีแต่ต้องทำแบบนี้ถึงจะรับประกันได้ว่าตนจะได้รับผลกำไรสูงสุด

หากฮังอวี่ทำเหมือนเหล่าจ้าวหรือหัวหน้าค่ายคนอื่นๆตั้งแต่เริ่ม รีบสร้างทีมของตัวเอง แน่นอนว่าข้อดีคือเขาสามารถวางรากฐานของทีมได้ล่วงหน้า แต่ขณะเดียวกัน ข้อเสียคือถูกทีมถ่วงแข้งถ่วงขา เขาจะได้รับหน้าที่เป็นเหมือนพ่อคอยดูแลลูก ซึ่งการดูแลสมาชิกในทีมต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

และนั่นย่อมทำให้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเช่นนี้

พูดไปพูดมา

สุดท้ายแล้วอนาคตคือพื้นที่ของคนแข็งแกร่ง

ฮังอวี่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าต้องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติมากพอในการสร้างขุมกำลังของตัวเอง

ตอนนี้แค่ต้องก้าวต่อไปเรื่อยๆ

อย่ารีบร้อนผลีผลาม!

หลังจากฮังอวี่อัพเลเวลแล้ว พลังรบของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก ทำให้ทุกคนสามารถกวาดล้างบริเวณรอบนอกของที่หลบภัยโนมส์ได้เสร็จสิ้น

หุ่นรบทหารโนมส์กว่าสิบสองตัวถูกกำจัด

หุ่นมนตรากว่า 300 ตัว และมอนสเตอร์โนมส์ที่พบเจอต่างถูกสังหาร

แต้มวิญญาณที่เก็บเกี่ยวได้ถือว่าน่าพอใจมาก แต่เสียดายที่มอนสเตอร์เหล่านี้เกือบทั้งหมดไม่ดรอปอุปกรณ์ ส่วนใหญ่ดรอปเป็นวัสดุเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อฮังอวี่ทำการวิเคราะห์หุ่นรบทหารโนมส์ตัวสุดท้าย

ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ถึงเส้นแสงสายหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในจิตใจ ข้อมูลปรากฏขึ้นในจิตวิญญาณเขา พริบตานั้น ความรู้นับไม่ถ้วนผสานเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นพิมพ์เขียวฉบับสมบูรณ์

[ภาพวาดการผลิตเครื่องพ่นไฟระดับต่ำของโนมส์] พิมพ์เขียวเหนี่ยวนำมนตราเลเวล 7 สีขาวคุณภาพสูง

ไม่น่าเชื่อว่าจะได้พิมพ์เขียวมาจริงๆ

ฮังอวี่ล้มเหลวในการได้รับวิธีผลิตหุ่นรบมนตรา

อย่างไรก็ตาม เขาประสบความสำเร็จในการได้รับวิธีสร้างเครื่องพ่นไฟ

ไม่เลว ไม่เลวเลย เจ้าสิ่งนี้อาจมีประโยชน์มาก

“ดูเหมือนมอนสเตอร์แถวนี้จะถูกเก็บกวาดหมดแล้ว” จ้าวหมิงก้าวเข้ามาพูดกับเขา “แต่พวกเราเก็บชิ้นส่วนนกหวีดทองแดงได้แค่ 7 ชิ้น ยังเหลืออีกชิ้นหนึ่ง”

“ไม่หรอก พวกเรายังเก็บกวาดไม่หมด ยังเหลืออีกตัวนึง”

ทันทีที่เสียงนี้ตกลง

“ฮ่ง เจ้านาย มีมอนสเตอร์ที่มีพลังรบร้ายกาจอยู่ข้างหน้า!” สุนัขที่รับหน้าที่สำรวจเส้นทางวิ่งกลับมารายงาน “เปิ่นหวังคิดว่ามันคือมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่น บางทีอาจมีพลังมากกว่าทุกตัวที่เราเคยพบมา”

“มีมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นอยู่ที่นี่ด้วย?”

คนอื่นๆต่างตกใจเมื่อได้ยินข้อมูลนี้

ฮังอวี่กล่าวอย่างไม่รีบร้อน “ไปตรวจสอบมันกันก่อนค่อยว่ากัน”

ภายใต้การนำทางของสุนัข ทุกคนเดินผ่านทางอย่างระมัดระวัง และในที่สุดก็มาถึงพื้นที่เปิดโล่ง

ที่นี่ดูเหมือนห้องทดลองกลางป่า ไม่เพียงแต่มีอุปกรณ์ทดลองจำนวนมาก แต่ยังมีกระทั่งทุ่งวิญญาณสำหรับปลูกสมุนไพร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือหีบสมบัติขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง

จางเสี่ยวเฉียงกล่าวด้วยความประหลาดใจ “มีหีบสมบัติอยู่ด้วย!”

จ้าวหมิงก็ประหลาดใจเช่นกัน “รูปทรงของหีบสมบัตินี้เหมือนกับหีบที่ตั้งอยู่กลางค่ายมนุษย์หมูป่า ถึงจะมีขนาดเล็กกว่านิดหน่อย แต่ต้องมีสมบัติดีๆอยู่ข้างในแน่ๆ”

ส่วนมอนสเตอร์เจ้าถิ่นที่สุนัขพูดถึง

ร่างอันโก้งโค้งของมันปรากฏสู่สายตาทุกคน

เป็นโนมส์ที่เห็นแล้วรู้สึกว่าผอมแห้งละแก่ชรามาก

สภาพของมันเหมือนชายชราใกล้ตาย สวมเสื้อคลุมขาดรุ่งริ่ง หลังค่อม มีไม้คทาในมือคอยค้ำจุนตัวเองไม่ให้ล้ม หากมีสายลมแรงๆพัดมาเกรงว่าอาจหอบเขาปลิวไปด้วย

จางเสี่ยวเฉียงอดพูดขึ้นมาไม่ไดั “เจ้าหมอนี่ดูอ่อนแอชะมัด!”

“ยิ่งเป็นแบบนั้นก็ยิ่งผิดปกติ จะมีมอนสเตอร์อ่อนแออยู่ในพื้นที่แบบนี้ได้ยังไง” จ้าวหมิงขมวดคิ้ว หันมามองฮังอวี่ “เจ้านี่คือ ...”

แม้ฮังอวี่จะไม่ได้เปิดเผยสกิลพรสวรรค์ของเขาอย่างโจ่งแจ้ง

อย่างไรก็ตาม เหล่าจ้าวกับคนอื่นๆสามารถเดาความสามารถของมันได้คร่าวๆแล้ว

นี่สมควรเป็นความสามารถประเภทความรู้หรือการระบุตัวตนศัตรู

ซึ่งที่ต้องเอ่ยถาม เพราะจำเป็นต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานของศัตรูก่อนเริ่มการต่อสู้

ฮังอวี่ตอบว่า “ระวังให้ดี นี่คือ ‘โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา’ เป็นเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์เลเวล 7 พลังของมันแข็งแกร่งกว่าภูติปีศาจการ์กอยล์หินที่พวกเราพึ่งสู้ไปมาก”

ชิ้นส่วนเสียงนกหวีดทองแดงอันสุดท้ายต้องอยู่กับมันอย่างแน่นอน

เห็นได้ชัดว่าทุกคนคาดไม่ถึงว่าจะได้พบกับระดับเจ้าถิ่นถึงสองตนในวันเดียว

ภูติปีศาจการ์กอยล์หินที่ทรงพลังถึงขนาดนั้นยังเป็นแค่เจ้าถิ่นขั้นบรอนซ์

แต่โนมส์ที่ดูอ่อนแอตัวนี้ แท่จริงแล้วกลับเป็นถึงเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์!

จบบทที่ Ep.223 - โนมส์นักกลั่นโพชั่นมนตรา

คัดลอกลิงก์แล้ว