เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.213 - เริ่มโจมตี

Ep.213 - เริ่มโจมตี

Ep.213 - เริ่มโจมตี


1/3

Ep.213 - เริ่มโจมตี

ฮังอวี่ต้องการเป็นคนที่เร็วที่สุดในเจียงเฉิง

ไม่เพียงเฉพาะในด้านธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องเร็วในด้านการสำรวจโลกวิญญาณด้วย

ฮังอวี่รู้ดีกว่าใครๆ ว่าข้อได้เปรียบของผู้ที่ฝ่าด่านหอคอยเขตแดนเป็นคนแรก และเข้าสู่อาณาเขตวิญญาณอันกว้างขวางได้นั้น จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะออกเดินทาง

ฮังอวี่จำเป็นต้องเตรียมการเล็กน้อย

เขาใช้หินสกิลทั้งสองในมือจนหมด

หินสกิลศรซุ่มยิงและโจมตีต่อเนื่อง ทั้งสองก้อนนี้เขาได้มาจากการแลกเปลี่ยนในครั้งก่อน

ศรซุ่มยิงเป็นสกิลโจมตีระยะไกลที่ยอดเยี่ยม ด้วยดาเมจแบบเจาะทะลุ ตอนนี้ฮังอวี่สามารถใช้ธนูยิงได้ไกลถึง 200 เมตร เหมาะมากสำหรับการลอบโจมตีและสังหารเป้าหมาย

โจมตีต่อเนื่องเป็นสกิลระยะประชิดที่ทรงพลัง เขาสามารถเพิ่มความเร็วในการโจมตีได้เป็นสองเท่า สร้างการจู่โจมฉับไหวหลายครั้งแก่เป้าหมาย ซึ่งเป็นส่วนเสริมที่ดีมากในการใช้ต่อสู้จริง

แค่ฮังอวี่ยังไม่ได้อัพเลเวลสองสกิลนี้ทันที

แม้ทั้งคู่ต้องการแต้มวิญญาณเพียง 300 แต้มในการอัพให้เต็มก็ตาม

เพราะต่อให้สกิลทั้งสองจะได้รับการอัพเลเวลจนเต็ม สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็มีแค่ระยะโจมตีและพลังโจมตีเท่านั้น ฮังอวี่จึงตั้งใจว่าจะเก็บแต้มไว้อัพเลเวลของตัวเองก่อน เพื่อเสริมแกร่งความสามารถโดยรวม

ทุกวันนี้ ฮังอวี่ครอบครองสกิลอยู่มากมาย

เขามีทั้งมรดกนักสอดแนม , มรดกคนเถื่อน ,  ปะทะเดือดเลเวล 3 , วิจัยพลังจิตเลเวล 3 , ศรจู่โจมเลเวล 3 , คลุ้มคลั่งกระหายเลือดเลเวล 1 , ก้าววายุเลเวล 1 , ศรซุ่มยิงเลเวล 1 และโจมตีต่อเนื่องเลเวล 1

ประเภทการใช้งานของสกิลค่อนข้างหลากหลาย

แต่เมื่อรวมๆกันแล้วสามารถครอบคลุมการต่อสู้ได้ทั้งระยะใกล้ กลาง และไกล ช่วยให้มีตัวเลือกใช้กลยุทธมากมาย

ระหว่างฮังอวี่กำลังใช้หินสกิลและตรวจสอบข้อมูลของมัน

“พี่มหาเทพ ดูนั่น ลุงฉูกับพี่สาวเฉินมากันแล้ว” ดวงตาของเจียงหนานเป็นประกาย เธอร้องเตือนขึ้นว่า “ดูเหมือนพวกเขาจะพาผู้ใช้วิญญาณมาด้วย คนๆนั้นน่าจะเป็นสมาชิกใหม่ของทีม”

ฮังอวี่เหลียวมอง

เขาสังเกตเห็นว่าทั้งคู่มีท่าทีที่ต่างกัน

ฉูเทียนหัวเห็นได้ชัดว่าใบหน้าบูดบึ้ง

ในทางกลับกัน เฉินหยูดูร่าเริงเล็กน้อย

ทั้งสองมากับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งน่าจะอายุพอๆกับฮังอวี่ อย่างไรก็ตาม คนๆนี้ดูธรรมดามาก เป็นคนประเภทจืดจาง หากปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนคงไม่สามารถสังเกตเห็นเขาได้

โควต้ามีเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น

การที่คนผู้นี้ถูกเลือก แสดงว่าได้ผ่านการแข่งขันจากทั้งสองค่ายมาแล้ว

แม้พลังรบส่วนบุคคลของฉูเทียนหัวจะน่าทึ่ง แต่ดูเหมือนผู้ใช้วิญญาณที่อยู่ในมือเขาจะอ่อนแอ ถ้าเดาไม่ผิด เด็กหนุ่มคนนี้คงมาจากค่ายลิซาร์ดแมนของเฉินหยู

เป็นอย่างที่คาดไว้

ทันทีที่เฉินหยูเดินเข้ามา เธอก็เอ่ยปากแนะนำทันที

“สวัสดีบอสฮัง บอสจ้าว นี่คือฉินมู่จากค่ายลิซาร์ดแมน เป็นผู้ใช้วิญญาณเลเวล 5 ที่จะมาเข้าร่วมปฏิบัติการกับพวกเราในครั้งนี้”

ฉูเทียนหัวพ่นลมหายใจ

สีหน้าของเขาดูไม่มีความสุข

แต่ไม่ได้โต้แย้งอะไร

ผู้ใช้วิญญาณเลเวล 5 ? ไม่ธรรมดานี่นา!

แม้เป็นเพราะฮังอวี่ ผู้คนที่นี่จึงสามารถบุกโจมตีค่ายหมูป่าได้ค่อนข้างเร็ว ดังนั้นโดยเฉลี่ยแล้วเลเวลของพวกขาจะสูงกว่าที่อื่น ทว่าชายที่ชื่อฉินมู่ผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย กลับสามารถขึ้นเป็นเลเวล 5 ได้ในเวลาอันสั้น

ฮังอวี่ได้รับข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับสกิลของฉินมู่

ฉินมู่ครอบครองอยู่สามสกิล : โรงละครแห่งความเงียบ , สร้างภาพหลอน และอัญเชิญโครงกระดูก

ทั้งหมดล้วนเป็นมรดกสายผู้ใช้วิญญาณ

คนผู้นี้ไม่มีมรดกที่ครบสมบูรณ์

จากมุมมองนี้เขาแย่กว่าอาจารย์ซู

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฮังอวี่รู้สึกสนใจมากๆก็คือสกิลพรสวรรค์ของฉินมู่

สกิลพรสวรรค์ของฉินมู่เรียกว่า ‘มนตร์วาจาต้องห้าม’ ซึ่งมีผลบังคับใบ้ ในระหว่างต่อสู้ เขาสามารถผนึกสกิลของคู่ต่อสู้ได้ในทันที และคงสถานะนี้ไว้เป็นเวลานาน

ความสามารถขั้นเทพ!

นี่จัดได้ว่าเป็นตัวแปรสำหรับเวลาสู้กับ BOSS!

เรียกได้ว่าเป็นความสามารถที่ทรงพลังมาก!

ฮังอวี่พอใจมาก “ยินดีต้อนรับสู่ทีมผู้บุกเบิก”

“ขอบคุณ”

ฉินมู่ดูจะเป็นคนประเภทพูดไม่ค่อยเก่ง

ท่าทางที่แสดงออกมาค่อนข้างขี้อาย

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่เชื่อว่ารูปลักษณ์และบุคลิกที่เห็นนี้เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง เพราะคนที่มาถึงเลเวล 5 ได้เร็วเช่นนี้จะเป็นคนธรรมดาไปได้อย่างไร?

เมื่อเทียบกับตอนบุกโจมตีค่อยมนุษย์หมูป่า สมาชิกที่เหลืออีกห้าคนตอนนี้ก็แกร่งขึ้นมากเช่นกัน

เพื่อที่จะได้สั่งการเวลาต่อสู้ได้เต็มที่และดียิ่งขึ้น ฮังอวี่จึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของแต่ละคนเสียก่อน

คนแรกคือฉูเทียนหัว บุคคลที่มีพลังรบมากที่สุด

สกิลของฉูเทียนหัวไม่ค่อยซับซ้อนอะไรมากมายนัก

เขามีสองมรดกไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

มรดกแรกคือ ‘พลรบกระบี่’ ซึ่งมีสกิลได้แก่ : เฉือนพริบตา, เฉือนสามครั้งต่อเนื่อง , เฉือนลมกรด ทั้งสามเป็นสกิลประเภทโจมตีทั้งสิ้น

มรดกที่สองคือ ‘ผู้กล้า’ ซึ่งมีสกิลได้แก่ : รวมปราณสะบั้น , รวมปราณเกราะ , เทคนิคเหี้ยมหาญ มีทั้งรุกและรับ เป็นมรดกที่ดีมาก

นอกจากนี้เขาคือนักรบเลเวล 6

และยังมีสกิลพรสวรรค์อย่างปรมาจารย์อาวุธ

ช่วยให้สามารถใช้งานอาวุธเกินกว่าเลเวลตัวเองได้

นอกจากนี้ มันยังช่วยเสริมพลังให้การโจมตีด้วยอาวุธอีกด้วย

ฐานคุณสมบัติของฉูเทียนหัวเองก็ค่อนข้างสูง เขาเป็นรองเพียงฮังอวี่เท่านั้น

สมกับที่เป็นพี่ใหญ่ในกองทัพ เหมาะสมแล้วที่ได้รับการฝึกฝนเป็นนักรบของประเทศ ด้วยพลังรบของฉูเทียนหัว แม้ยังห่างชั้นกับฮังอวี่ แต่เขาทรงพลังยิ่งกว่าจ้าวหมิงและเฉินหยูไม่น้อย

แน่นอน

สองคนหลังที่เอ่ยถึงก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ

ปัจจุบันจ้าวหมิงมีสกิลทั้งหมด 6 สกิล

หนึ่งคือสกิลพรสวรรค์เกราะเหล็กศักดิ์สิทธิ์

นอกจากนี้ยังมีมรดกนักรบโล่ที่สมบูรณ์ ซึ่งได้แก่ : โล่กระแทก , โล่จู่โจม , โล่เสริมแกร่ง

และยังมีอีกสองสกิลคือ รัศมีกบฏและพลรบคำราม ทั้งคู่เป็นมรดกขั้นหนึ่งของอาชีพ ‘จอมกบฏ’ และคาดว่าอีกไม่นาน เหล่าจ้าวคงสามารถครอบครองมรดกที่สมบูรณ์อย่างที่สอง

สกิลพรสวรรค์ของเฉินหยูคือหนังสือแห่งพลังงาน

สกิลนี้ช่วยให้เธอใช้พลังงานเวลาร่ายคาถาลดลง และได้รับความสามารถในการฟื้นฟูพลังจิตอ่อนๆ แต่เมื่อใช้งานร่วมกับโพชั่นแล้ว ผลลัพธ์เป็นอะไรที่น่าทึ่ง เธอไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพลังจิตจะหมดลงเลย

นอกจากนี้ เธอยังมีมรดกของผู้ใช้ศาสตร์สายฟ้าฝึกหัด อันได้แก่สกิล : ศรประกายสายฟ้า , ลวดประกายสายฟ้า และประกายสายฟ้าฟาด นอกเหนือจากนี้ก็มีเทคนิคหอกน้ำแข็ง และเทคนิคกรงอัคคี

เจียงหนานกับจางเสี่ยวเฉียงเองก็ไม่เลวเช่นกัน

ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในเลเวล 5 แล้ว

นอกเหนือจาก ‘พันธสัญญาเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณ’ ที่เป็นสกิลพรสวรรค์ เจียงหนานยังมีสกิลรักษาบาดแผลขั้นต้น , แสงแห่งการรักษา , พรแห่งชีวิต ซึ่งเป็นมรดกที่สมบูรณ์ของผู้รักษา และสกิลคำพิพากษาซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกของหมอผี

สกิลพรสวรรค์ของจางเสี่ยวเฉียงคือ ‘หัวใจแห่งไฟ’นี่คือสกิลสายโจมตีและเสริมพลังแก่การโจมตีด้วยไฟ ปัจจุบันเขาครอบครองมรดกของอาชีพนักวางเพลิงสองสกิล อันได้แก่ ลูกไฟแผดเผาและลูกไฟระเบิด ซึ่งทั้งคู่ได้รับการอัพเลเวลเต็ม 3 ขั้นแล้ว

นอกจากนี้ก็มีสกิลอิสระอย่าง ‘ลูกศรอากาศ’ และ ‘เทคนิคหนามปฐพี’’ แม้ผลลัพธ์โดยรวมจะไม่ดีเท่าเฉินหยู แต่เฉพาะดาเมจนั้นสูงกว่าเฉินหยู

ข้างต้นคือสถานการณ์พื้นฐานของทีม

แต่ละคนล้วนทรงพลัง

ฮังอวี่พอใจกับพลังรบของทีมนี้มาก

ด้วยทีมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ภายใต้คำสั่งของฮังอวี่ เป็นไปได้มากทีเดียวที่จะบุกไปถึงส่วนลึกสุดของเขาวงกตในครั้งนี้ แต่ก่อนออกเดินทาง ต้องแจกจ่ายหน้าที่ให้ชัดเจน

เพราะอย่างไรเสีย ฉูเทียนหัว เฉินหยู และฉินมู่ต่างก็พึ่งร่วมทีมกับฮังอวี่เป็นครั้งแรก

พวกเขาไม่ได้เชื่อฟังโดยสนิทใจเหมือนกับเหล่าจ้าว เสี่ยวเฉียง และเจียงหนาน

“การผจญภัยครั้งนี้ หวังเอ๋อเป็นตัวตนที่ขาดไม่ได้”

“ผมขอนับมันรวมเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และจะแจกจ่ายแต้มวิญญาณตามค่าเฉลี่ย นอกจากนี้ ผมขอสินสงครามเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 30% ของมูลค่าโดยรวม ส่วนที่เหลือ60% ถึง 70% จะถูกแบ่งเท่าๆกันกับอีก 6 คนที่เหลือ”

“ทุกคนมีคำถามอะไรไหม?”

เหล่าจ้าว เจียงหนาน และเสี่ยวเฉียงปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ

ฉูเทียนหัวกับเฉินหยูนิ่งคิดพักหนึ่งก่อนได้ข้อสรุปว่าก็สมเหตุสมผล

เขาวงกตนั้นอันตรายมาก จมูกสุนัขจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

แล้วอีกอย่าง น้องหมาเองก็ไม่อ่อนแอ มันเป็นถึงชนชั้นยอดขั้นโกลด์เลเวล 4!

นอกจากนี้ ฮังอวี่คือผู้บุกเบิกที่มีประสบการณ์สำรวจเขาวงกตมาแล้ว และพลังรบของเขาก็แก่กล้าที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นสมเหตุสมผลที่จะได้รับสินสงครามมากกว่าคนอื่นๆ

“ก็ฟังดูเข้าท่า”

“โอเค งั้นอย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย ไปกันเถอะ”

ฮังอวี่รู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้หนักหนาสาหัสมาก ดังนั้นเขาไม่ต้องการเสียเวลาแม้ซักนาที นำคนทั้งหกไปยังแผ่นศิลาเทเลพอร์ตเบื้องหน้า และเข้าสู่เขาวงกตทันที

“นี่น่ะหรอหอคอยเขตแดน?”

“ช่างยิ่งใหญ่ อลังการ และน่าเหลือเชื่อ!”

เจียงหนานกับเสี่ยวเฉียงเมื่อเห็นหอคอยเขตแดนอันใหญ่โตและสูงตระหง่านเชื่อมต่อแผ่นฟ้ากับผืนดิน ทั้งสองก็เผยท่าทีตกใจออกมา

มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ภาพดังกล่าวจะปรากฏขึ้นในโลกจริง

เกรงว่าคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถสร้างสถานที่อันน่าเกรงขามและตระการตาเช่นนี้ได้

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัว และเฉินหยูต่างให้ความสำคัญกับการสำรวจเขาวงกตในครั้งนี้มาก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทั้งหมดขมวดคิ้วพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ... เขาวงกตมีพื้นที่กว้างใหญ่และซับซ้อนกว่าที่พวกเขาคาดไว้ นึกไม่ออกจริงๆว่าครั้งก่อนฮังอวี่สำรวจมันเพียงลำพังได้อย่างไร

“ไปกันเถอะ”

ฮังอวี่นำทีมผู้บุกเบิก เจ็ดมนุษย์และหนึ่งสุนัขเข้าสู่เขาวงกต

จบบทที่ Ep.213 - เริ่มโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว