เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.192 - ทีมผู้บุกเบิกที่แข็งแกร่งที่สุด

Ep.192 - ทีมผู้บุกเบิกที่แข็งแกร่งที่สุด

Ep.192 - ทีมผู้บุกเบิกที่แข็งแกร่งที่สุด


3/4

Ep.192 - ทีมผู้บุกเบิกที่แข็งแกร่งที่สุด

เหล่าจ้าวเห็นได้ชัดว่ามีความสุขมาก

โล่ยักษ์สีเขียวเลเวล 6 นั่นไม่ธรรมดา

ด้วยโล่นี้ แม้ความสามารถในการโจมตีของจ้าวหมิงจะลดลง แต่เมื่อเปิดสกิลป้องกันของเขาแล้ว ศัตรูแทบไม่มีโอกาสทะลวงในการโจมตีเดียว ต่อให้เป็นผู้ทรงพลังอย่าง ฮังอวี่ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำลายมัน

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ”

ฮังอวี่ขัดจังหวะจ้าวหมิง

ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี

ไม่มีประโยชน์ที่ต้องเอ่ยคำสุภาพหรือเป็นมารยาทอะไรแบบนั้น

เหล่าจ้าวเคยช่วยฮังอวี่ไว้มากมาย ไม่ว่าจะตอนหินสกิลก้าววายุ หรือเข้าข้างตอนแบ่งสินสงคราม น้ำใจเหล่านั้น กับอีแค่โล่สีเขียวเพียงชิ้นเดียว มันเทียบกันไม่ได้เลย

นอกจากนี้ โล่นี้ไม่ได้มอบให้เหล่าจ้าวแบบเปล่าๆ

ต่อไป ฮังอวี่ยังต้องการความช่วยเหลือจากเขาอีก

การที่ลุงจ้าวได้ถือโล่ยักษ์นี้ เพราะหน้าที่ของเขาสำคัญมาก

ปัจจุบัน หินสกิลในมือฮังอวี่ที่ยังไม่ได้ขายออกคือ ‘คำสาปกลายเป็นหิน’ ของผู้ใช้วิญญาณ แต่จากสถานการณ์บุกครั้งหน้า มันยังไม่จำเป็นต้องใช้

หินสกิลน่ะมีค่ามาก

ตามปกติแล้วไม่สามารถนำออกมาแลกเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ

หลังจากขายอุปกรณ์บนแผงลอยและกรีดเลือดเฉือนเนื้อฉูเทียนหัวกับเฉินหยูแล้ว ฮังอวี่ได้รับหินคริสตัลขาวเพิ่มมาในกระเป๋ากว่า 300 ก้อน

ซึ่งเป็นจำนวนมากพอแล้วสำหรับใช้จ่ายในตอนนี้ และเนื่องจากได้แลกเปลี่ยนอุปกรณ์และหินสกิลให้แก่คนที่สมควรต้องแลกแล้ว ฮังอวี่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องนั่งเฝ้าแผงลอยอีก

“หมาหวังเอ๋อ ของที่เหลือฝากให้นายดูแล อะไรที่ขายได้ก็ขาย ฉันมีเรื่องจะคุยกับหัวหน้าของค่ายทั้งสาม”

“ฮ่ง เจ้านายไว้ใจได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสุนัขเถอะ!”

ฮัสกี้ยกอุ้งเท้าตะเบ๊ะ

ฮังอวี่ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายอุปกรณ์ หรือกังวลว่าจะมีใครมาขโมยของๆเขา

ทางหนึ่งก็เพราะศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของตัวเอง อีกทางหนึ่งคือมีหวังเอ๋ออยู่ และหมาตัวนี้ไม่ง่ายเลยหากคิดยั่วโมโหมัน

แม้หวังเอ๋อจะคอยเดินตามฮังอวี่มาโดยตลอด ทำให้หลายคนอาจเห็นว่ามันเป็นแค่ตัวขี้ขลาด แต่จริงๆแล้วหวังเอ๋อไม่ได้อ่อนแอ ตอนนี้มันเป็นถึงสัตว์วิญญาณชั้นยอดขั้นโกลด์ในเลเวล 4!

แม้หวังเอ๋อจะไม่ใช่สัตว์วิญญาณประเภทโจมตี และสกิลส่วนใหญ่ไม่ได้มีไว้สำหรับต่อสู้ก็ตาม ถึงมันจะอ่อนแอหากเทียบกับชนชั้นยอดขั้นโกลด์ตนอื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับมนุษย์ในค่ายแล้ว เจ้าหมอนี่ยังถือว่าเหนือการคนส่วนใหญ่!

อย่าหลงกลกับรูปร่างหน้าตาอันแสนน่าขบขันของฮัสกี้ตัวนี้เชียว

ไม่เช่นนั้นคุณอาจต้องตายอย่างน่าอนาถ!

ฮัสกี้มีไหวพริบมาก นอกจากนี้มันยังมีมิติเก็บของขนาดเล็ก ซึ่งสะดวกสบายในการจัดเก็บหินคริสตัลหรือหยิบจับอุปกรณ์ ฉะนั้นการฝากฝังแผงลอยไว้กับมันไม่น่าจะมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น

สามารถวางใจปล่อยให้มันตั้งเฝ้าแผงลอยขายของได้

ส่วนเขาจำเป็นต้องคุยเหล่าสหายหัวหน้าจากค่ายต่างๆเพื่อหารือแผนการ

ในความเป็นจริง แม้ว่าฮังอวี่จะไม่เป็นคนเอ่ยปาก แต่หัวหน้าทั้งสามก็เตรียมหาเวลาเข้ามาสนทนากับเขาอยู่แล้ว

“นอกเหนือจากหอคอยเขตแดน รอบๆค่ายมนุษย์หมูป่าแทบไม่เหลือสถานที่ดีๆให้โจมตีแล้ว”

“สถานการณ์ในเขาวงกตหอคอยเขตแดนเป็นยังไงบ้าง ช่วยบอกข้อมูลให้พวกเราหน่อยได้ไหม?”

“...”

ทั้งสามระเบิดคำถามพร้อมกัน

ฮังอวี่รีบยกมือทำท่าทางห้าม

“หยุด หยุด หยุด”

“อย่าพึ่งรีบร้อน ขอให้ผมได้พูดก่อน”

“ที่ผมเรียกทุกคนมา ก็เพราะจะพูดเรื่องเขาวงกตหอคอยเขตแดนกันนี่แหละ”

ฉูเทียนหัว จ้าวหมิง และเฉินหยูต่างเผยท่าทางปิติยินดีเมื่อได้ยินว่าฮังอวี่จะเปิดเผยสถานการณ์

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ถึงค่าใช้จ่ายในการไปกลับจะไม่ค่อยแพงนัก แต่การส่งคนไปสอดแนม มันกินเวลามาก แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้รับข้อมูลกลับมาหรือไม่

หากเขาวงกตคุ้มค่าที่จะสำรวจจริงๆ การที่พวกเขาได้ข้อมูลมาก่อน ย่อมหมายความว่าสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากขึ้น

“เขาวงกตของหอคอยเขตแดนค่อนข้างกว้าง มันซับซ้อนและอันตรายมาก เนื่องจากมีเวลาจำกัด ตอนนี้ผมเลยสำรวจได้แค่สถานการณ์ทั่วไปในบริเวณรอบนอกเท่านั้น”

“...”

ฮังอวี่ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เขาประสบมาในวันนี้

เพียงอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับสถานการณ์รอบนอกเขาวงกต

“สถานการณ์คร่าวๆก็ประมาณนี้ ถึงจะเป็นแค่เขตรอบนอกของเขาวงกต แต่ก็มีปริมาณมอนสเตอร์ชั้นยอดอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น อย่างไรก็ตาม เลเวลของมอนสเตอร์โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 6 - 7 ซึ่งถึงจะเสี่ยง แต่ก็คุ้มค่า”

“จากการสังเกตของผม หอคอยเขตแดนคือสถานที่สำคัญอย่างแน่นอน”

“ถ้าสามารถร่วมมือกันโค่นหอคอยเขตแดนได้สำเร็จ พวกเราก็จะได้ขึ้นเป็นระดับแนวหน้าของโลก และเป็นคนแรกที่คว้าผลประโยชน์และโอกาสดีๆก่อนที่คนอื่นๆทันได้ตั้งตัว”

“แน่นอน การยึดหอคอยเขตแดนไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ในชั่วข้ามคืน เป้าหมายหลักของพวกเราตอนนี้คือฝ่ารอบนอกเขาวงกตเพื่อบุกสู่พื้นที่ชั้นในของเขาวงกต”

“...”

หัวหน้าทั้งสามยิ่งฟังฮังอวี่ก็ยิ่งมีสีหน้าคร่ำเคร่ง

ฮังอวี่พูดถูก หอคอยเขตแดนมีเลเวลสูงมาก เป็นสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่น หากบอกว่าไม่สำคัญ ใครเล่าจะเชื่อ?

ยังไงก็ตาม ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงหอคอยเขตแดน แต่กระทั่งส่วนนอกของเขาวงกตก็ยังมีมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 6-7 อาศัยอยู่ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น มอนสเตอร์ใจกลางเขาวงกตจะแข็งแกร่งถึงขนาดไหน?

รู้ใช่ไหมว่าพลังรบของฮังอวี่น่ะแข็งแกร่ง

ทว่าแม้แต่เขาก็ยังไม่กล้าบุกลึกเข้าไปในใจกลางเขาวงกต!

จ้าวหมิงพยักหน้าแล้วถามว่า “แต่นายมีแผนแล้วถูกไหม?”

“แน่นอน ถ้าไม่มีแผนแล้วผมจะตามตัวพวกคุณมาทำไม”

“ผมตั้งใจว่าจะร่วมมือกับเหล่าหัวหน้าค่าย ขั้นแรกพวกเราจะจัดทั้งทีมบุกเบิกที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อบุกทะลวงรอบนอกเขาวงกตเพื่อเจาะเข้าสู่พื้นที่ภายใน

“และระหว่างดำเนินแผนการนี้ มีมอนสเตอร์ชนิดหนึ่งที่ควรค่าแก่การกวาดล้าง”

ระหว่างพูด

ฮังอวี่หยิบอุปกรณ์ชุดเซ็ทจากการ์กอยล์หินขึ้นมา

ฮังอวี่มีเลเวล 6 แล้วตอนนี้ และพลังรบของเขาก็แก่กล้ากว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นการล่าการ์กอยล์หินซักตัวแม้จะเสี่ยง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากร่วมมือกับหวังเอ๋อ

แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ

การ์กอยล์หินไม่เปิดโอกาสให้เขาสู้กับมันเพียงลำพัง!

เจ้าหมอนี่ชอบมาเป็นกลุ่ม กลุ่มละสามถึงห้าตัว แบบนี้ต่อให้เป็นฮังอวี่ก็ไม่สามารถฆ่าพวกมันได้

ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาการ์กอยล์หิน ยังมีระดับเจ้าถิ่นอยู่ การออกล่าพวกมันเพียงลำพังจึงเป็นเรื่องอันตรายเกินไป

หลักการของฮังอวี่คือหากสามารถสู้เพียงลำพังได้ก็จะทำ แต่หากทำไม่ได้ เขาก็ยินดีจะนำคนอื่นๆไปด้วยเพื่อผลกำไรสูงสุด

อย่างที่ผ่านๆมา ยังถือว่าอยู่ในปฏิบัติการที่สามารถลงมือคนเดียวได้

ตัวอย่างเช่น ผู้พิทักษ์ต้นไม้ยักษ์ หรือมอนสเตอร์ชั้นยอดรอบนอกเขาวงกตที่ไม่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

แต่ตอนนี้ทำไม่ได้อีกแล้ว หากต่อไปเขายังฝืนลุยเขาวงกตคนเดียว ความยากและอันตรายจะเพิ่มขึ้น

“นี่มันของดี!”

“เป็นชุดเซ็ทเลเวล 6 !”

“แถมยังมีครบทุกสายอาชีพ แบบนี้คุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน!”

การ์กอยล์หินสามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่เพียงจะมีแต้มวิญญาณเยอะและของดรอปอันล้ำค่าเท่านั้น แต่พวกมันยังมีชุดเซ็ทถึงสี่ชุด

ฮังอวี่เอ่ยขึ้น “การล่าการ์กอยล์หินเป็นแค่ผลพลอยได้ เป้าหมายที่แท้จริงคือการบุกเข้าไปในส่วนกลางของเขาวงกต และลงหลักปักฐานเพื่อเตรียมตัวสำหรับการโจมตีหอคอยเขตแดนอย่างเต็มรูปแบบ ทุกคนคิดว่ายังไง?”

“ฉันไปแน่นอน!”

ฉูเทียนหัวปัจจุบันมาถึงเลเวล 6 แล้ว

พลังรบของเขาแก่กล้ากว่าที่เจอกันตอนแรกมาก

และด้วยนิสัยของฉูเทียนหัว เขาไม่มีทางยอมถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

เขากล่าวว่า “ค่ายเลเวล 4 ที่ใหญ่ที่สุดใกล้ๆกับค่ายมนุษย์หมูป่าถูกพวกเราบุกยึดแล้วในวันนี้ ส่วนค่ายเล็กเลเวล 3 4 แห่งอื่น พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องบุกยึดด้วยตัวเอง แค่มอบให้คนอื่นนำทีมจัดการก็พอแล้ว”

“ใช่ ตอนนี้ฉันอยู่ไม่ไกลจากเลเวล 6 นี่เป็นเวลาเหมาะสมที่จะบุกเข้าไป” จ้าวหมิงพยักหน้าและกล่าวว่า “เสี่ยวฮังสำรวจเขาวงกตมาก่อนแล้ว ดังนั้นถ้ามีเขาเป็นผู้นำทีม ฉันก็มั่นใจที่จะร่วมมือ”

“นอกจากพวกเราแล้ว นายต้องการคนอีกกี่คน” เฉินหยูถามตรงๆ “ขอแค่พูดอออกมา ไม่ว่าจะต้องการคนแบบไหน ฉันหาให้นายได้!”

ฉูเทียนหัว “หึ พูดเหมือนกับว่าในทีมของฉันไม่มีคนคุณภาพสูงเลยนะ”

เฉินหยูรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่าย “ฟังจากคำพูดของหัวหน้าฉู คุณกำลังจะบอกว่าคนของคุณดีกว่าของฉันงั้นใช่ไหม?”

ฉูเทียนหัวไม่ยอมถอย “ก็มันคือเรื่องจริง!”

เฉินหยู “นี่คุณ ...”

จ้าวหมิงไม่ได้พูดอะไร

เพราะนี่คือโอกาสที่ดีในการฝึกฝนผู้ใต้บังคับบัญชา

การมีคนของตัวเองเพิ่มในทีมซัก 1 คน ก็เท่ากับผลิตคนเก่งเพิ่มได้อีก 1 คน

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแบ่งอุปกรณ์และสินสงคราม ที่ยิ่งมีคนของตัวเองเยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ส่วนแบ่งเยอะขึ้นเท่านั้น

ฉูเทียนหัวและเฉินหยูไม่มีใครยอมน้อยหน้า พวกเขาต้องการนำคนของตัวเองเข้าทีมบุกเบิกในครั้งนี้

จ้าวหมิงรู้จักนิสัยของฮังอวี่ดี เด็กคนนี้มีหรือจะมอบให้คนอื่นจัดการ?

และเพราะเข้าใจสไตล์ของฮังอวี่ เขาจึงไม่สนใจที่จะเอ่ยปากแนะนำคนของตน แต่ถามตรงๆว่า “ฮังอวี่ นายคิดว่าไง”

“เน้นคุณภาพดีกว่าจำนวนคน อันที่จริง แค่มีหัวหน้าจากทั้งสามค่ายเข้าร่วมก็น่าจะพอแล้ว” ก่อนกล่าวต่อว่า “แต่ที่ต้องเสริมก็คงเป็นฝ่ายสนับสนุนกับโจมตีระยะไกล ลุงจ้าวบอกให้เจียงหนานกับจางเสี่ยวเฉียงเตรียมตัวได้เลย”

ใบหน้าของจ้าวหมิงเผยร่องรอยของความสุข

เสี่ยวฮังคนนี้รู้จักใส่ใจคนสนิทจริงๆ

“ผู้นำฮังจัดทีมแบบนี้มันจะทำให้คนอื่นไม่พอใจเอาได้นะ” เฉินหยูอารมณ์เสียเล็กน้อยทันที “ในบรรดายอดฝีมือจากค่ายลิซาร์ดแมนของเรา ก็มีผู้รักษาที่ทรงพลังอยู่เหมือนกัน ทำไมต้องเลือกคนของค่ายก็อบลินด้วย?”

ฉูเทียนหัวยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ทางฉันเองก็มีนักเวทย์ดีๆเยอะ และคิดว่าเก่งไม่แพ้ทั้งนักเวทย์ของค่ายก็อบลิน”

ฮังอวี่ไม่คิดสุภาพ

เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาด้วยทัศนคติที่แข็งกร้าว

“เขาวงกตที่กำลังจะไป ทุกคนมีสิทธิ์เข้าท้าทายมัน แต่ในเมื่อครั้งนี้ผมเป็นคนจัดทีม ถ้าหัวหน้าค่ายทั้งสองไม่พอใจกับการจัดทีมของผม ก็สามารถออกจากทีมไปสำรวจด้วยตัวเองได้”

“นอกจากนี้ ผมยังคงคิดถึงส่วนรวม ยังเหลือปราการและค่ายมอนสเตอร์เลเวล 3 4 อีกมากในบริเวณนี้ที่ยังไม่ได้บุกยึด ถ้ายอดฝีมือทั้งหมดถูกดึงตัวออกมาอยู่ทีมเรา แล้วคนอื่นๆจะทำยังไง?”

“อย่าลืมว่าค่าเทเลพอร์ตเข้าสู่เขาวงกตต้องจ่ายคนละ 10 หินคริสตัลขาว”

“สองค่ายของพวกคุณพึ่งเสียหินคริสตัลขาวไปเป็นจำนวนมาก ไม่อยากยึดค่ายอื่นๆอีกซักสองสามแห่งเพื่อสำรองหินคริสตัลกันหรอ?”

“ครั้งนี้เป็นการต่อสู้แบบทีมเล็ก การต่อสู้ที่แท้จริงยังมาไม่ถึง”

ฉูเทียนหัวกับเฉินหยูขมวดคิ้วแน่นแต่ไม่ตอบโต้อะไรกลับไป

ดูเหมือนจะไม่มีใครอยากละทิ้งผลประโยชน์ในครั้งนี้

แล้วอีกอย่าง การจัดทีมด้วยตัวเองก็เสี่ยงเกินไป ในกรณีที่เกิดเหตุผิดพลาด พวกเขาตายครั้งเดียว ทั้งคู่อาจลงเอยด้วยเลเวลลดลง 1 ขั้น

จ้าวหมิงเอ่ยแก้บรรยากาศอึมครึม “เสี่ยวฮังร่วมมือกับเสี่ยวเฉียงและเสี่ยวเจียงมาหลายครั้งแล้ว พวกเขาค่อนข้างรู้ใจกัน เขาวงกตเป็นสถานที่อันตราย ดังนั้นร่วมสู้ไปกับคนรู้ใจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า”

“ตกลง”

“ในเมื่อเหล่าจ้าวพูดถึงขนาดนี้ เอาตามนั้นก็ได้”

ทั้งสองไม่กล้าล่วงเกินฮังอวี่

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะทั้งสามค่ายกำลังหยั่งเชิงกันว่าใครจะขึ้นเป็นใหญ่

ใครก็ตามที่ทำให้ฮังอวี่ขุ่นเคืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้นับว่าโง่เง่านัก

แม้ฮังอวี่จะอยู่ข้างจ้าวหมิงอย่างชัดเจน แต่โดยภาพรวมแล้วเขายังคงเป็นกลาง

“ขอบคุณหัวหน้าทั้งสอง เอาจริงๆไม่ใช่ว่าพวกเราไม่สามารถเพิ่มคนได้อีก เท่าที่ผมรู้ ค่ายก็อบลินไม่มีสายสนับสนุนอย่างผู้ใช้วิญญาณที่แข็งแกร่ง” ฮังอวี่พูดกับฉูเทียนหัวและเฉินหยู “ถ้าในค่ายพวกคุณสามารถหาผู้ใช้วิญญาณที่น่าพอใจมาได้ ผมก็ยินดีรับเข้าทีม”

“ผู้ใช้วิญญาณที่น่าพอใจ? ได้ ไม่มีปัญหา!” ฉูเทียนหัวกล่าวโดยไม่เสียเวลาคิด “ฉันมีผู้ใช้วิญญาณหลายคนที่มีประโยชน์ต่อทีมอยู่พอดี”

เฉินหยูเยาะเย้ย “หัวหน้าฉู คุณมั่นใจหรือว่าคนของตัวเองจะเก่งกว่า ทางฉันก็มีผู้ใช้วิญญาณที่ไม่น้อยหน้าอยู่เหมือนกัน มาแข่งกันว่าคนของใครจะเหมาะสมกว่า!”

“คิดว่ากลัวหรอ?”

คิ้วหนาของฉูเทียนหัวเลิกสูงขึ้น

เขาเป็นถึงพันเอก แต่เวลานี้กำลังถูกผู้หญิงคุกคาม เกือบกล้ำกลืนความโกรธไม่ได้

ครั้งนี้ฮังอวี่ไม่ขัด เขาปล่อยให้ทั้งสองโต้เถียงกัน

ผู้ใช้วิญญาณสามารถเป็นได้ทั้งสายสนับสนุนและโจมตี ความสามารถในการร่ายเวทย์อาจด้อยกว่านักเวทย์ แต่ผู้ใช้วิญญาณมีสกิลมากมายที่สามารถสร้างสนามพลัง ควบคุมมอนสเตอร์ และช่วยเหลือในการต่อสู้

หากทีมบุกเบิกได้ผู้ใช้วิญญาณที่ดีมาเข้าร่วม

ประสิทธิภาพโดยรวมจะดีขึ้นมาก สามารถพลิกแพลงเทคนิคได้อีกเยอะ

ไม่ต้องรีบร้อน

ให้พวกเขาค่อยๆหา

สุดท้ายฮังอวี่จะเป็นคนตัดสินใจเองก่อนออกเดินทาง

จบบทที่ Ep.192 - ทีมผู้บุกเบิกที่แข็งแกร่งที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว