เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.190 - ดรอปผลึกมิติ

Ep.190 - ดรอปผลึกมิติ

Ep.190 - ดรอปผลึกมิติ


1/4

Ep.190 - ดรอปผลึกมิติ

เจียงหนานนั่งลงและลูบหัวสุนัข

“ว้าว เจ้าหมาหวังเอ๋อ น่าทึ่งจริงๆ นี่นายกำลังใช้สกิลใหม่ช่วยพี่มหาเทพขายของใช่ไหม!”

“ฮ่ง นึกว่าใคร ที่แท้ก็เจียงหนานน้อย ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?” หมาฮัสกี้ยิ้ม เมื่อได้รับคำชมมันแลบลิ้นออกมาอย่างมีความสุข ขณะเดียวกันยกอุ้งเท้าสุนัขอธิบายว่า “เปิ่นหวังคือสุนัขที่มีความสามารถรอบด้าน ว่าไง สนใจดูอุปกรณ์ใหม่ๆของเจ้านายไหม เดี๋ยวเปิ่นหวังลดให้”

เจียงหนานยกมือขึ้นเกาแก้มเธอ เกิดอาการลำบากใจขึ้นมา

อุปกรณ์พวกนี้มีแต่ของดีๆทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกเลเวล 6 ไม่ก็ 7

ขณะที่เธอพึ่งอัพเลเวล 5 เมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะงั้นแทบไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหนที่เธอใช้งานได้เลย

แล้วอีกอย่าง นักศึกษาสาวยากจนมาก หินคริสตัลในมือเธอเกรงว่าคงมีไม่เพียงพอ

เจียงหนานคิดเล็กน้อยก่อนหยิบสิ่งหนึ่งออกมา “ถึงหินคริสตัลในมือฉันจะมีน้อย แต่วันนี้บังเอิญได้ของดีบางอย่างมา ไม่รู้พี่มหาเทพจะสนใจรึเปล่า”

ของดี?

เป็นพวกอุปกรณ์ หินสกิล หรือม้วนคัมภีร์กันล่ะนั่น?

แต่น่าเสียดายที่เขาเดาผิด เมื่อเจียงหนานหยิบสิ่งที่เธอเอ่ยถึงออกมา ประกายของความประหลาดใจพลันฉายวาบในแววตาของฮังอวี่

[ผลึกมิติสีเทา] สีเทาคุณภาพสูง สามารถใช้หลอมรวมเข้ากับดวงวิญญาณและเพิ่มมิติวิญญาณได้

หือ?

นี่มันผลึกมิติวิญญาณอันแสนหายาก!

มิติวิญญาณก็เหมือนกับมิติเก็บของ

มิติวิญญาณไม่ใช่อะไรที่สิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณทุกตนจะครอบครองได้

มันคือสิ่งที่ชาวพื้นเมืองในโลกวิญญาณสามารถเปิดได้ในช่วงหลังๆเท่านั้น ซึ่งตรงจุดนี้มนุษย์จะพิเศษกว่าพวกมัน เพราะสามารถครอบครองมิติเก็บของได้ตั้งแต่ต้นเกม

ว่าแต่มีวิธีรับหรือขยายมิติวิญญาณหรือไม่?

คำตอบคือมี และวิธีการหลักๆก็คือการหาผลึกมิติ

อย่างไรก็ตาม ผลึกมิตินั้นหายากมาก มันแทบไม่มีการระบุว่าสามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีไหน ในช่วงต้นเกม เกรงว่ามีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่สามารถดรอปได้จากหีบสมบัติเท่านั้น

นี่คือผลึกมิติสีเทาซึ่งมีระดับต่ำสุด

มันสามารถเพิ่มมิติวิญญาณได้ประมาณหนึ่งลูกบาศก์เมตร

แม้ปริมาณที่เพิ่มจะมีขนาดเล็ก แต่เอฟเฟกต์จะคงอยู่ตลอดไป

เมื่อพิจารณาจากความหายากของผลึกมิติแล้ว มูลค่าของเจ้าสิ่งนี้จึงไม่ด้อยไปกว่าหินสกิลใดๆในช่วงนี้

“เป็นของดีจริงๆ มันสามารถเพิ่มพื้นที่ในมิติเก็บของได้ราวๆหนึ่งลูกบาศก์เมตร” ฮังอวี่คุ้นเคยกับเจียงหนาน ดังนั้นเขาไม่คิดเอาเปรียบเธอ บอกถึงประสิทธิภาพของมัน “เธออยากแลกเปลี่ยนกับอะไรล่ะ?”

“หนึ่งลูกบาศก์เมตรเองหรอ? น้อยจัง!”

เจียงหนานรู้สึกว่าหนึ่งลูกบาศก์เมตรมันเหมือนแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เธอยังไม่ทราบถึงความหายากของผลึกมิติ และยังไม่แน่ใจถึงคุณค่าของเจ้าสิ่งนี้

“ดูท่าแล้วเธอคงเลือกไม่ถูก งั้นฉันแนะนำว่าอย่าเลือกพวกมันเลย เพราะอุปกรณ์พวกนี้ค่อนข้างใช้งานได้จำกัดโดยเฉพาะกับเธอ” ว่าจบ ฮังอวี่หยิบหินสกิลจากมิติเก็บของและยื่นให้เจียงหนาน “นี่คือหินสกิล ‘คำพิพากษา’ ที่ฉันดรอปได้ในวันนี้ มันคือหนึ่งในสกิลที่ทรงพลังที่สุดในช่วงแรกของอาชีพนักบวช”

“หินสกิล? แถมยังเป็นสกิลประเภทโจมตี!”

ดวงตากระจ่างใสของเจียงหนานเบิกกว้างขึ้นทันใด

แต่แล้วเธอก็ชะงักไป นิ่งงันพักหนึ่ง “นี่ ... มันล้ำค่าเกินไป!”

ฮังอวี่สามารถรับผลึกมิติในราคาที่ต่ำกว่านี้ก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้วเจียงหนานไม่รู้อะไรเลย เธอไม่ทราบว่ามันหายากและมีค่า แต่เขาจะไม่ทำแบบนั้น

เพราะน้องสาวคนนี้สามารถไว้ใจได้

และฮังอวี่เองก็ไม่ใช่คนคิดแต่จะหากำไรกับคนสนิท

นอกจากนี้ เขาจำเป็นต้องมีนักบวชที่มีพลังรบเพียงพอที่จะเรียนรู้สกิลนี้ ซึ่งนี่จะเป็นประโยชน์ต่อแผนการขั้นต่อไปของเขา และเจียงหนานคือผู้ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะคำนึงถึงในด้านความสัมพันธ์และเลเวล

“รับไป”

ไอเท็มทั้งสองมีค่าพอๆกัน

แต่ในเรื่องความหายาก ผลึกมิติจะสูงกว่า

ดังนั้น ในแง่การซื้อขาย การแลกเปลี่ยนนี้ฮังอวี่เป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่สกิลคำพิพากษามีความสำคัญอยางยิ่งต่อเจียงหนาน ฉะนั้นในมุมมองของเขา การแลกเปลี่ยนี้นักศึกษาสาวไม่ถือว่าเสียเปรียบซะทีเดียว

แต่การที่ฮังอวี่แลกเปลี่ยนผลึกมิติ

อันที่จริงเขาไม่ได้จะเก็บไว้ใช้เอง

ฮังอวี่มอบผลึกมิติให้แก่หวังเอ๋อ

ฮัสกี้เอียงหัวแลดูสับสน “ฮ่ง?”

“เอาไปใช้ซะ ผลึกมิติสามารถเปิดมิติวิญญาณหรือเพิ่มพื้นที่ในมิติวิญญาณได้ สำหรับฉัน จะมีมิติเก็บของมากขึ้นหนึ่งลูกบาศก์เมตรหรือลดลงหนึ่งลูกบาศก์เมตรมันแทบไม่มีผลเลย และในฐานะสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา นายมีคุณสมบัติมากพอที่จะเปิดมิติวิญญาณ”

ดวงตาของฮัสกี้เปล่งประกาย!

นี่ไม่ได้หมายความว่าสุนัขที่ตลอดมาไม่มีมิติเก็บของสามารถเปิดมิติวิญญาณได้ตราบเท่าที่ใช้ผลึกมิตินี้ใช่หรือไม่?

สำหรับฮังอวี่

ผลึกนี้ไม่ต่างอะไรจากน้ำตาลโรยหน้าเค้ก

แต่สำหรับหวังเอ๋อ นี่เปรียบเสมือนการได้รับชีวิตใหม่

คุณค่าและความหมายในก่อนและหลังมีมิติวิญญาณนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ฮัสกี้ไม่เสียเวลาไร้สาระ มันใช้งานผลึกมิติทันที ผลึกมิติสีเทากลายเป็นจุดแสง ไหลเข้าสู่ร่างของหวังเอ๋อ และมันพบว่าตัวเองสามารถเปิดมิติเก็บของได้แล้ว

“ฮ่ง!”

“นี่มันยอดเยี่ยมมาก!”

“ขอบคุณเจ้านายสำหรับความกรุณา!”

แม้มิติเก็บของของหวังเอ๋อจะมีขนาดเล็กมาก แต่หลังจากนี้ไป มันสามารถใช้เก็บสมบัติเมื่อจำเป็น และช่วยฮังอวี่ขนของในบางครั้งที่เขาไม่สะดวก

ถึงอย่างไร หมาหวังเอ๋อคือสัตว์วิญญาณในพันธสัญญาของฮังอวี่

ฉะนั้นมิติเก็บของของมัน ก็คือมิติเก็บของของฮังอวี่มิใช่หรือ?

บางครั้งการใส่ไข่ในตะกร้าหลายใบก็สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้

แน่นอน ฮังอวี่ก็ต้องระวังไม่ให้หวังเอ๋อพลาดตายเช่นกัน เพราะหากมิติเก็บของอัดแน่นไปด้วยไอเท็ม บางครั้งมันอาจมีโอกาสดรอปตอนถูกฆ่า

ทางด้านเจียงหนาน เธอรียนรู้หินสกิลคำพิพากษาแล้ว

หลังจากเห็นเอฟเฟกต์ของสกิล ใบหน้าของเธอก็ยิ่งแสดงความปิติยินดีออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

นี่คือสกิลโจมตีที่ทรงพลังมาก ด้วยสกิลนี้ เจียงหนานไม่ต้องอยู่ฝ่ายสนับสนุนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เธอสามารถหาจังหวะเหมาะๆ โจมตีแรงๆช่วยเหลือคนอื่นๆได้

ตั้งแต่ตอนเริ่มเกม

ฮังอวี่คือคนที่มอบหินสกิลรักษาบาดแผลขั้นต้นให้แก่เธอ

ช่วยฉุดเธอจากคนไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นผู้รักษา

และมาในวันนี้

เป็นอีกครั้งที่เจียงหนานได้รับหินสกิลจากฮังอวี่

เขาได้ช่วยให้ผู้รักษาที่ได้แต่อยู่ข้างหลังสามารถเปลี่ยนจากการสนับสนุนเพียงอย่างเดียวเป็นออกมาโจมตีในแนวกลางหรือแนวหน้ากับคนอื่นๆได้

เจียงหนานรู้สึกขอบคุณฮังอวี่ที่ช่วยดูแลเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ

ถึงตอนนี้ พวกจ้าวหมิงและคนอื่นๆได้มาถึงด้านหน้าของฮังอวี่แล้ว เมื่อพวกเขาเห็นเจียงหนานได้รับหินสกิลอันทรงพลัง ทุกคนก็แสดงสีหน้าหดหู่ออกมา เพียงเพราะมาช้าไปไม่กี่ก้าว ไม่น่าเชื่อว่าจะพลาดหินสกิลดีๆไปได้

“ฮ่ง ฮ่ง ฮ่ง!”

“ทุกท่านมาทางนี้”

“เชิญเดินดูอุปกรณ์ใหม่ๆ!”

“พวกมันเป็นอุปกรณ์สดใหม่ที่พึ่งดรอปจากมอนสเตอร์ในวันนี้!”

ขณะนี้จ้าวหมิงยังคงอยู่ในเลเวล 5

อย่างไรก็ตาม เขาสะสมแต้มวิญญาณได้ 60-70% แล้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเลเวล 6 มากนัก

จางเสี่ยวเฉียง เฉินหยู และผู้เล่นเลเวล 5 อีกหลายคนเองก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายๆกัน

แต่ฉูเทียนหัวเป็นกรณีพิเศษ เขาสามารถอัพเลเวล 6 ได้แล้ว การพัฒนาของเขาเร็วมาก เพราะถึงยังไงก็เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่ก้าวกระโดดกว่าทุกคนเช่นนี้

ฉูเทียนหัวขมววดคิ้วเล็กน้อย “นายไปได้อุปกรณ์เลเวล 6 7 มากมายพวกนี้มาจากที่ไหน”

“ผมสำรวจบริเวณรอบนอกของเขาวงกต แถวนั้นมีมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 6 7 อยู่มากมาย”

ฮังอวี่ถือโอกาสนี้กวาดสายตามองฉูเทียนหัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

อีกฝ่ายมีอุปกรณ์สีเขียวบนตัวถึงสองชิ้น และอุปกรณ์ทุกชิ้นบนตัวล้วนยอดเยี่ยม เกรงว่าพลังรบคงแก่กล้าขึ้นอีกแล้ว “ผมกำลังหาเพื่อนร่วมทีมในครั้งหน้า ถ้าบอสฉูสนใจ เอาไว้พวกเราไปบุกเขาวงกตกัน”

ดวงตาของฉูเทียนหัวสั่นไหวเล็กน้อย

เขาเป็นถึงเลเวล 6 และได้การเรียนรู้สกิลโจมตีถึง 5 ชนิด

พลังรบในปัจจุบันสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าโดดเด่น

สำหรับมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 6 7 จำนวนมากที่อยู่รอบนอกเขาวงกต เขาเองก็รู้สึกสนใจเช่นกัน

“เอาล่ะ มาโลกวิญญาณครั้งหน้านับรวมฉันอยู่ในทีมได้เลยนะ” ว่าจบ สายตาของฉูเทียนหัวก็เริ่มกวาดมองอุปกรณ์บนแผงลอย และในที่สุดก็หยุดลงเหนืออุปกรณ์สีขาวอ่อนเลเวล 7 “กระบี่หนักเล่มนี้ขายยังไง?”

“ฮ่ง บอสฉูสายตาเฉียบแหลม กระบี่หนักเล่มนี้เป็นอาวุธที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ทั้งหมดบนแผงลอย ถึงมันจะด้อยกว่าหอกของเจ้านาย แต่ในฐานะที่เป็นอาวุธสีขาว นับว่าทรงพลังมากแล้ว ตอนนี้ถ้าคุณต้องการมัน เปิ่นหวังยินดีขายแค่ 60 หินคริสตัลขาวเท่านั้น”

ขายในราคา 60 หินคริสตัลขาว?

ทันทีที่ฉูเทียนหัวได้ยินคำนี้

เขาแทบอดใจไม่ไหว เกือบพุ่งไปบีบคอสุนัขจนตาย

ฉูเทียนหัวตัดสินใจข้ามหัวฮัสกี้ “เสี่ยวฮัง ขอราคามิตรภาพให้ฉันซื้ออาวุธนี้จะได้ไหม?”

ทุกคนรู้ว่าฉูเทียนหัวมีสกิลพรสวรรค์ ‘ปรมาจารย์อาวุธ’ เขาสามารถสวมใส่อาวุธที่มีเลเวลสูงกว่าตนหนึ่งขั้น ดังนั้นเลือกกระบี่หนักเลเวล 7 แม้เลเวลในตอนนี้ของตนจะยังอยู่แค่ 6 ก็ตาม

“ฮ่ง บอสฉูพูดแบบนี้เกรงว่าคงไม่เหมาะสม”

“ข้อเสนอของเปิ่นหวังถือเป็นราคาของเจ้านาย”

“เพราะเห็นว่าคุณเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้านาย เปิ่นหวังถึงยอมขายอาวุธดีๆแบบนี้ในราคาแค่ 60 หินคริสตัลขาว ถ้าไม่รู้จักกัน ราคาได้พุ่งพรวดไป 80 หินคริสคัลขาวแน่นอน”

ฮัสกี้ทั้งสามเดินมารวมตัวกันทันที

พวกมันแยกฉูเทียนหัวออกห่างจากฮังอวี่

ฉูเทียนหัวต้องเผชิญหน้ากับฮัสกี้สามตัวรุมเถียงพร้อมๆกัน เส้นเลือดดำเริ่มผุดขึ้นตามขมับและใบหน้าเขา เจ้าตัวคล้ายภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิดออกมา

“ตอนนี้หินคริสตัลขาวค่อนข้างหายาก ในมือฉันมีไม่มากพอ ขอติดเป็นเครดิตไว้ก่อนได้ไหม?”

“ถ้าฉันได้ถือมัน ตอนพวกเราร่วมมือกันฉันจะได้แสดงพลังรบได้มากกว่าในตอนนี้”

“ฮ่ง เปิ่นหวังเป็นสุนัขที่ดี รู้จักเมตตากรุณา ยุติธรรม มีคุณธรรมและน่าเชื่อถือก็จริง แต่เจ้านายเคยสอนว่าอย่าไปยืมของคนอื่น และอย่าให้คนอื่นยืมของเช่นกัน”

วินาทีนั้น สามฮัสกี้เผยสายตาดูแคลนพร้อมกัน กล่าวด้วยท่าทีสุนัขว่า “ไม่ใช่เปิ่นหวังกับเจ้านายไม่เห็นด้วย แค่ว่าหากบอสฉูตกอยู่ในสถานะลูกหนี้ เดี๋ยวจะมีชื่อเสียงไม่ดี”

ไอ้หมาชาติเปรต

เอ็งมันก็แค่สุนัขตัวหนึ่ง

ทำมาพูดว่ารู้จักเมตตากรุณา ยุติธรรม มีคุณธรรม

ก็ได้วะ ใครจะอยากติดหนี้บุญคุณสุนัขกัน!

ฉูเทียนหัวรู้อยู่แล้ว ว่าฮังอวี่ไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกเอาง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮัสกี้ที่มีถึงสามตัว และเขาไม่สามารถโต้เถียงกับสุนัขต่อหน้าผู้คนจำนวนมากได้ แบบนั้นมันน่าอับอายเกินไป

แล้วอีกอย่าง ด้วยคารมคมคายของฮัสกี้และเหตุผลที่มันพ่นออกมา

ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถต่อรองได้จริงๆ

ฉูเทียนหัวไม่คิดโต้เถียงไร้สาระอีกต่อไป

เขาหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมา

“ฉันมีหินสกิลนักธนูอยู่ในมือ”

“ในเมื่อนายเรียนรู้สกิลศรจู่โจมของนักธนูแล้ว งั้นคงต้องการสกิลอื่นของอาชีพนักธนูด้วย ถูกไหม?”

“นายน่าจะรู้ดีว่าหินสกิลนี้มีค่ามากขนาดไหนสำหรับตัวเอง ดังนั้น นอกจากกระบี่หนักแล้ว ฉันขอเลือกอุปกรณ์สีขาวอีกสองสามชุด”

“ฮ่ง บอสฉูช่างใจกว้าง หยิบหินสกิลออกมาแลกต่อหน้าแขกทุกคน แต่เรื่องนี้เปิ่นหวังตัดสินใจเองไม่ได้” ฮัสกี้หันกลับไปมองฮังอวี่ “เจ้านายคิดว่าอย่างไร?”

ฮังอวี่ตรวจสอบหินสกิลก่อน

จากนั้นพยักหน้า “ที่บอสฉูพูดมาก็มีเหตุผล ผมจะไม่ทำให้บอสฉูลำบากใจอีก ในเมื่อบอสฉูใจกว้างถึงขนาดนี้ ทางเราก็ยินดีรับข้อเสนอ”

ไร้สาระน่า

แลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้กับหินสกิล

คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ปฏิเสธ!

จบบทที่ Ep.190 - ดรอปผลึกมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว