เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.166 - พาแฟรี่ตัวน้อยเข้าบ้าน

Ep.166 - พาแฟรี่ตัวน้อยเข้าบ้าน

Ep.166 - พาแฟรี่ตัวน้อยเข้าบ้าน


2/3

Ep.166 - พาแฟรี่ตัวน้อยเข้าบ้าน

ภูติมายามีพรสวรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ทางสายเลือด

นั่นคือสามารถสัมผัสถึงสภาพจิตใจของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้เคียงได้

หากอีกฝ่ายมีเจตนาฆ่าหรือมุ่งร้าย เธอจะรู้สึกถึงมันได้ทันที

แต่กับชนต่างเผ่าที่อยู่เบื้องหน้าเธอ และตัวที่เหมือนหมาป่าทรงภูมิปัญญา กลับไม่ส่อเจตนาเช่นนั้นออกมาเลย

สถานะของเธอตอนนี้ย่ำแย่มาก เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เธอสามารถเชื่อใจอีกฝ่ายได้เท่านั้น สุดท้ายจึงถูกฮังอวี่พาตัวกลับไปสมดั่งใจหมาย

ภูติสาวมีค่ามาก

มากยิ่งกว่าดอกบัวทองรวมวิญญาณ

ถึงพูดแบบนี้อาจฟังดูไม่ดี แต่มันคือความจริง

รูปลักษณ์ของเธอดูเหมือนน้องสาวนุ่มนิ่มน่ารักที่ออกมาจากโลกสองมิติ

แต่ในความเป็นจริง เด็กสาวแก้วโมเสคผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าฮังอวี่ในปัจจุบันมาก

แต่ว่าก็ว่าเถอะ หยุดพูดไอ้โมเสคๆอะไรนี่ดีกว่า เดี๋ยวจะพาลเข้าใจผิดไปกันใหญ่

เจ้าสิ่งที่เหมือนภาพเซ็นเซอร์ที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างของเด็กสาว อันที่จริงแล้วในโลกวิญญาณมันคือสกิลที่เรียกว่า ‘ฝุ่นลวงตา’

นี่เป็นสกิลขั้น 3 ของอาชีพสายผู้ใช้วิญญาณ

เธอไม่เพียงมีความสามารถในการรับรู้อันยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ฝุ่นลวงตารบกวนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรัศมี หลอกล่อประสาทสัมผัสของพวกมัน และแก้วโมเสคเป็นเพียงผลข้างเคียงเท่านั้น

มันคล้ายกับสกิลก้าววายุที่ปราศจากระยะเวลาคูลดาวน์

และเพียงสกิลนี้สกิลเดียว

มนุษย์ช่วงต้นเกมก็รับมือเธอได้ยากมากพอแล้ว

ดังนั้น หากตกอยู่ในสถานการณ์ต้องสู้กันตัวต่อตัว ฮังอวี่จึงไม่มีโอกาสชนะเธอได้

แน่นอน แม้เผ่าแฟรี่จะเป็นรองในด้านการต่อสู้ แต่ก็แลกมากับการที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการผลิต

ซึ่งเฉพาะจุดนี้ก็มากพอที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล

แต่ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไร การพาเธอกลับบ้านเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน เด็กสาวผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย!

ฮัสกี้เดินนำทาง สะบัดตูดไปมาทุกย่างก้าว พาทุกคนออกจากเขาวงกตใต้ดิน

มันส่งเสียงคร่ำครวญถึงชีวิตสุนัข “ฮ่ง! โชคชะตายากคาดเดา ทั้งๆที่เตรียมใจเสี่ยงตายออกล่าสมบัติ แต่กลับไม่เจออันตราย สมบัติก็ไม่ได้ แต่ได้คนจากโลกวิญญาณมาแทน”

ครึ่งทางผ่านไป

ฮัสกี้นึกอะไรบางอย่างออก

“เจ้านาย เจ้านาย เปิ่นหวังจำได้ เจ้านายเคยบอกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาเข้ามายังโลกจริง งั้นทำไมเธอคนนี้ถึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่?”

ฉันพูดอย่างนั้นออกไปด้วยหรอ?

เอ่อ ดูเหมือนจะเคยพูดออกไปจริงๆ

ทำไมจู่ๆเจ้าสุนัขน่าตายถึงเกิดความจำดีขึ้นมาตอนนี้!

แต่ในฐานะเจ้านาย คุณจะยอมถูกสุนัขใต้บัญชาตบหน้าได้อย่างไร?

ฮังอวี่อธิบายอย่างใจเย็นว่า “ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันเข้าใจไหม? แล้วอีกอย่าง ฉันพูดว่า ‘แทบเป็นไปไม่ได้’ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีโอกาสเลย โลกใบนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เธออาจเป็นคนที่พิเศษมากๆก็ได้!”

“เจ้านายรู้เรื่องทฤษฎีแมลงสาบไหม?”

“ทฤษฎีแมลงสาบ?”

หมาหวังเอ๋ออธิบายว่า “เมื่อคุณพบแมลงสาบตัวแรกในบ้าน นั่นหมายความว่าอาจมีแมลงสาบตัวอื่นๆอยู่ในบ้านของคุณแล้ว”

ทฤษฎีแมลงสาบของหวังเอ๋อค่อนข้างน่าสนใจ

และหากตั้งใจคิดตามดีๆ มันฟังดูมีเหตุผลมาก

เรื่องแบบนี้มักเกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตของคนเรา เช่น

โจรถูกจับครั้งแรก และบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาขโมย

ภรรยาจับได้ว่าสามีนอกใจ สามีสาบานว่านี่คือครั้งแรกของเขา

หากคุณเชื่อที่ทั้งสองคนพูดมา

แสดงว่า IQ ของคุณคงน้อยกว่าหวังเอ๋อ

ทฤษฎีแมลงสาบชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงจากการรุกรานของสายพันธุ์ทรงภูมิปัญญา

ต้องบอกเลยว่าคำพูดของหวังเอ๋อได้เตือนสติเขาให้ระมัดระวังตัวมากขึ้น

แม้เด็กสาวจากโลกวิญญาณต้องแลกด้วยราคามหาศาล แต่สุดท้ายเธอก็ประสบความสำเร็จ สามารถเข้าสู่โลกมนุษย์ได้จริงๆ

หากเราใช้ “ทฤษฎีแมลงสาบ” ของหวังเอ๋อ เราจะคิดตามได้ทันทีว่าในเมื่อมีเด็กสาวคนนี้ งั้นก็แสดงว่าอาจมีผู้มาเยือนจากโลกวิญญาณตนอื่นๆปรากฏตัวขึ้นในมุมใดมุมหนึ่งของโลกมนุษย์แล้วเช่นกัน

เผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาจากโลกวิญญาณมีหลายประเภท

สายพันธุ์ พลังรบ ลักษณะนิสัย ขนมธรรมเนียม ทุกอย่างล้วนแตกต่างกัน

โลกวิญญาณและโลกจริง ปัจจุบันทั้งสองโลกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กฏเกณฑ์จากธรรมชาติทำให้อารยธรรมต่างกัน และนั่นรวมไปถึงพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกนั้นๆ

ซึ่งนี่เอาไว้อธิบายในภายหลัง

ตอนนี้ไม่ขอลงรายละเอียดลึกเกินไป

สรุปก็คือสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันนี้ซับซ้อนมากพอแล้ว

ถ้ามีคนจากโลกวิญญาณเข้ามาเพิ่ม มันจะไม่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมหรอ?

เด็กสาวโลกวิญญาณได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งสองเบื้องหน้า

เธอมึนตึบตั้งแต่ต้นตบจบ เดิมทีเธอก็ดูทึ่มอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกทึ่มเข้าไปใหญ่

เธอพบว่าตัวเองไม่เข้าใจภาษาของโลกใบนี้เลย!

เมื่อเดินมาถึงก่อนทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ฮังอวี่หยุดฝีเท้าและมองมายังฝุ่นลวงตาที่ปกปิดร่างของเธอ

“จากนี้ไปคือผืนดินที่พวกเราอาศัยอยู่ ฝุ่นลวงตาบนตัวเธอมันสะดุดตามาก แล้วอีกฝ่ายสำหรับคนที่อยู่นอกรัศมีสกิล เวลาพวกเขามองมาจะเห็นแค่ว่าเธอโป๊ แล้วอาจจินตนาการถึงหนัง AV ได้”

ภูติสาวทำหน้างง “หนังAV? มันคืออะไร? ทรงพลังมากเลยหรือ?”

ฮังอวี่ใส่สีตีไข่ “ไม่ใช่แค่ทรงพลังเท่านั้น แต่กระทั่งเจ้าของเสียงอันน่าเกรงขามแห่งโลกวิญญาณยังต้องเดินตัวงอเมื่อได้ดูมัน!”

เด็กสาวแสดงสีหน้าไม่เชื่อ “โลกใบนี้อันตรายขนาดนั้นเชียว?”

“ขอแค่เธอไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับมันก็พอ”

“เราเข้าใจแล้ว ขอบใจเจ้ามาก”

ภูติสาวเข้าใจว่านี่คือเรื่องสำคัญ เปิดใช้งานความสามารถเปลี่ยนร่างทันที ความสูงของเด็กสาวอายุ 14 ปีหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นคนตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ หย่อนตัวลงในกระเป๋าเสื้อของฮังอวี่ โผล่มาแค่ส่วนหัวให้พอมองเห็นทาง

“ต้องขอยอมรับว่าความสามารถในการแปลงร่างของเธอค่อนข้างน่าสนใจ”

ภูติสาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทีของฮังอวี่ เผ่าแฟรี่ของเธอเป็นแค่เผ่าเล็กๆในโลกวิญญาณ และสายพันธุ์ภูติมายาเป็นแค่สาขาเล็กๆของเผ่าแฟรี่ แต่ดูเหมือนชายผู้นี้จะรู้จักเธอค่อนข้างดีทีเดียว

“เมื่ออาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ เธอก็ต้องใช้ชื่อมนุษย์ เธอตัวเล็ก ผมขาว ผิวขาว ฉะนั้นเอาเป็นชื่อเสี่ยวไป๋ก็แล้วกัน” ฮังอวี่กล่าวขณะเดินขึ้นบันได “ส่วนสถานะก็เอาเป็นน้องสาวฉัน ใช้นามสกุลเดียวกันไปเลย นับแต่นี้ไป ชื่อเต็มของเธอคือฮังเสี่ยวไป๋ ตกลงไหม?”

โชคดีที่หวังเอ๋อไม่เข้าใจว่าฮังอวี่พูดหมายความว่ายังไง

มิฉะนั้นมันคงถุยน้ำลายใส่ฮังอวี่ เพราะชื่อที่เขาตั้งให้เด็กสาวจากโลกวิญญาณนั่นมันชื่อสัตว์เลี้ยงชัดๆ!

ฮังเสี่ยวไป๋ไม่รู้เรื่องนี้ และกับอีแค่ชื่อเธอไม่สนใจอยู่แล้ว

ฮังเสี่ยวไป๋จำได้ว่าเธอเป็นเจ้านายตัวน้อยที่ไม่โดดเด่นในอาณาเขตเล็กๆที่ไหนสักแห่งในดินแดนแฟรี่

โลกวิญญาณเป็นสถานที่ที่เรียกได้ว่าแทบจะไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งสถานการณ์ในแต่ละภูมิภาคจะต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วสัดส่วนของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญามีต่ำมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาณาเขตที่เสี่ยวไป๋อาศัยอยู่

แม้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างสามารถปลุกภูมิปัญญาขึ้นมาได้ก็ตาม

แต่ประสบการณ์ทางสังคมแย่เท่ากับเด็กอนุบาลของมนุษย์

เธอเป็นเพียงเจ้านายตัวน้อยที่ไม่มีความสำคัญอะไรในป่าภูติมายา และผู้รับใช้ของเธอล้วนเป็นสายพันธุ์รองที่ยังไม่ถูกปลุกภูมิปัญญา ตามปกติแล้วมีแค่เฉพาะเวลาส่งส่วยเท่านั้นที่จะได้เจอพวกเจ้านายใหญ่ และผู้ทรงภูมิปัญญาตนอื่นๆ

แต่เสี่ยวไป๋ไม่ชอบติดต่อกับผู้ทรงภูมิปัญญาตนอื่นๆเลย

ในฐานะภูติมายา พลังรบของเสี่ยวไป๋ค่อนข้างอ่อนแอ อาณาเขตที่ครอบครองก็มีขนาดเล็กและยากจน ปราศจากกองกำลังที่แข็งแกร่ง

โลกวิญญาณคือสถานที่ที่ผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อ เจ้านายทรงภูมิปัญญาตนอื่นๆจึงมักรังแกและรีดไถเธออยู่เป็นประจำ

เดิมอาณาเขตก็มีขนาดเล็กอยู่แล้ว

ยังต้องมอบทรัพยากรส่วนใหญ่จ่ายให้แก่พวกเจ้านายชั้นสูงเป็นค่าคุ้มครองอีก

ไหนจะถูกรังแกและรีดไถจากพวกทรงภูมิปัญญาตนอื่นๆ ... ชีวิตของเสี่ยวไป๋ช่างยากเย็นเหลือเกิน!

ถ้าเป็นไปได้เธออยากอยู่คนเดียวตลอดทั้งปี ไม่อยากติดต่อผู้คน เป็นเหมือนพวกรักสันโดษอะไรประมาณนั้น

พอเสี่ยวไป๋เข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ชนต่างเผ่าผู้นี้ก็ก้าวขึ้นบันไดออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน เมื่อออกสู่ภายนอก เด็กสาวแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมาทันที

อาคารสูงเรียงรายอยู่เบื้องหน้า บนท้องถนนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต ผู้คนกำลังหัวเราะและพูดคุยกัน ทั้งชายหญิง เด็กและผู้ใหญ่ มองไปทางไหนก็เจอแต่พวกทรงภูมิปัญญา และพวกเขากำลังสื่อสารกันด้วยภาษาที่เธอไม่เข้าใจ

ฮังอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ยินดีต้อนรับสู่โลกมนุษย์”

เสี่ยวไป๋อึ้งอยู่นานกว่าจะเอ่ยปากขึ้นว่า “ประชากรของพวกเจ้า ... มีอยู่เยอะจริงๆ”

นี่เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่งสำหรับภูติมายาจากโลกวิญญาณ!

นี่น่ะหรือคือเมืองที่มนุษย์อาศัยอยู่?

ภาพดังกล่าวแทบไม่สามารถพบเจอได้ในโลกวิญญาณ

เว้นเสียแต่จะเป็นเมืองในตำนานเท่านั้น!

ความรู้สึกของเสี่ยวไป๋ในขณะนี้ ก็เหมือนกับหญิงชราคนหนึ่งที่อาศัยในชนบทมาทั้งชีวิต ที่นั่นไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต เป็นหมู่บ้านที่มีผู้อาศัยอยู่หลักสิบคน แต่อยู่มาวันหนึ่งก็ถูกลูกหลานพามายังถนนที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองใหญ่

ความรู้สึกตกใจ ตื่นตาตื่นใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนประทังเข้ามา

ไม่นาน ฮังอวี่ก็กลับมาถึงตรอกมังกรฟ้าพร้อมสุนัขของเขา

“สวัสดีลูกพี่ฮัง!”

“สวัสดีพี่รองฮัสกี้!”

“ลูกพี่ใหญ่ ลูกพี่รอง กลับมาแล้วหรือ เร็วจัง?”

“พี่ชายฮัง หนูเก็บผลไม้วิญญาณดีๆมาด้วยล่ะ อยากลองชิมไหม?”

แม้เสี่ยวไป๋จะไม่เข้าใจภาษาที่คนเหล่านี้พูด แต่เธอพบว่าหลังจากเข้ามาในพื้นที่บริเวณนี้ ทุกคนต่างก้าวเข้ามาแสดงความเคารพต่อฮังอวี่

เธอเอ่ยถามว่า “เจ้าคือเจ้านายของอาณาเขตแห่งนี้หรือ?”

“เจ้านาย?” สมองฮังอวี่ปั่นความคิดพักหนึ่ง ก่อนได้สติและพักหน้าว่า “ในที่นี้ คำพูดของฉันถือเป็นคำประกาศิต เพราะงั้นจะเรียกว่าเป็นเจ้านายก็ได้”

ฮังเสี่ยวไป๋เริ่มรู้สึกกริ่นเกรงฮังอวี่

อาณาเขตของเขาเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเป็นผู้รับใช้

กลายเป็นว่าชนพื้นเมืองที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้เป็นเจ้านายใหญ่!

จบบทที่ Ep.166 - พาแฟรี่ตัวน้อยเข้าบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว