เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.117 - คำสาปวิญญาณโลหิต

Ep.117 - คำสาปวิญญาณโลหิต

Ep.117 - คำสาปวิญญาณโลหิต


3/4

Ep.117 - คำสาปวิญญาณโลหิต

มีหลายคนยังคงเข้าใจผิด คิดว่าในเมื่อโลกวิญญาณไม่ได้ตายจริงๆ จึงไม่หวาดกลัวความตาย ต่อให้ถูกฆ่าก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างมากแค่เลเวลลดไม่ก็เสียแต้มวิญญาณ

ซึ่งแนวคิดนี้ผิดมหันต์ คุณควรหวาดกลัวมันไว้บ้างก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการระหว่างกำลังจะตาย

ในโลกวิญญาณ หากพลังชีวิตยังไม่เหลือ 0 ต่อให้ถูกทรมาน กรีดเลือดเฉือนเนื้อยังไงก็จะไม่ตาย ทว่าความเจ็บปวดยังคงอยู่

ยิ่งหากได้รับการฟื้นพลังชีวิต โอกาสตายแทบไม่มีเลย

เจียงหนานพึ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก เธอรู้สึกกลัวมาก

เธออาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและเป็นมิตรตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พ่อแม่และครอบครัวปกป้องเธออย่างดี ตั้งแต่เล็กจนโต เธอเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีการดูแลจัดการอย่างเข้มงวดที่สุดในหยานจิง เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมิตร

ทำให้แม้เจียงหนานอายุถึงสิบเก้าปีแล้ว แต่เธอยังไม่เคยก้าวเข้าสู่สังคมของโลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเห็นความชั่วร้ายในจิตใจมนุษย์มาก่อน

ในโลกทัศน์ของเธอคนส่วนใหญ่คือคนดี

เรื่องน่ากลัวเฉกเช่นดีกำลังเกิดขึ้นตรงหน้านี้ ปกติเธอเห็นมันเป็นครั้งคราวจากในข่าวสารเท่านั้น ในความคิดของเธอ อะไรพวกนี้มันห่างไกลจากตัวราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง

และไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้มันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

ฉันควรทำยังไงดี? ฝ่ายตรงข้ามมีเป็นสิบคน แถมแต่ละคนยังใส่อุปกรณ์เต็มยศ มีแต่ของเลเวล 2 ขึ้นไปทั้งนั้น

ฮังอวี่แม้แก่กล้ากว่าทุกๆคน แต่เกรงว่าสองกำปั้นจะสู้สิบมือไม่ไหว

ส่วนพลังรบของเธอและหวังฉงมันน้อยจนน่าใจหาย ฉะนั้นไม่ควรค่าให้กล่าวถึง!

‘บางครั้งมนุษย์ก็น่ากลัวกว่ามอนสเตอร์’

ทันใดนั้นคำที่ฮังอวี่เคยพูดสะท้อนเข้ามาในใจเจียงหนาน

ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ในที่สุดก็ตระหนักถึงความหมายของมัน

“ไม่ต้องกลัว พันธนาการใกล้จะหมดแล้ว” จู่ๆ ฮังอวี่ก็เปิดปากพูดกับทั้งสองคน “มันหายไปเมื่อไหร่ ขอให้ทั้งสองคนวิ่งไปทางซ้าย ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหม?”

เจียงหนานและหวังฉงตัวแข็ง

อย่าบอกนะว่า ฮังอวี่คิดจะตีฝ่าวงล้อม?

อีกฝ่ายมีเป็นสิบคน ไม่ไหวหรอกกระมัง?

“มัวซุบซิบบ้าอะไรกัน? หรือพูดดีๆไม่ฟัง อยากให้ใช้กำลังบังคับ!” ลูกพี่หัวเถิกสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของพวกฮังอวี่ และเขาก็รู้ว่าเอฟเฟกต์พันธนาการกำลังจะหมดลงในไม่ช้า จึงเร่งออกคำสั่งทันที “ไปจับตัวพวกมันมาให้ฉัน!”

แทบจะในเวลาเดียวกัน เถาวัลย์และวัชพืชที่คอยรัดพันแตกเป็นเสี่ยงๆ

ฮังอวี่อาศัยจังหวะที่พวกโจรโลกวิญญาณยังเข้าไม่ถึงตัว ขว้างระเบิดควันที่ซื้อมาจากวิหารเนโครแมนเซอร์

ตูม! ตูม!

ระเบิดควันสองลูกระเบิดพร้อมกัน ควันสีขาวลอยฟุ้ง บดบังทัศนวิสัย ได้ยินเพียงเสียงร้องโวยวายของกลุ่มโจร และเสียงหวีดแหลมของลูกศรที่ถูกยิงไปทั่ว

“วิ่ง!”

เจียงหนานกับหวังฉงเดินก้าวขาออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกชายร่างใหญ่หยุดเอาไว้

คนผู้นี้คือนักรบเลเวล 2 แม้เลเวลไม่สูง แต่อุปกรณ์เพียบพร้อม ทั้งยังถือโล่

ชายร่างใหญ่สังเกตเห็นทั้งสอง เขาตั้งท่าจะเคลื่อนไหว

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆก็มีมีดบินพุ่งเข้ามา ปักลงกลางหน้าผากเขา

สกิลขว้างอาวุธเลเวล 3 เวอร์ชั่นอัพเกรดของฮังอวี่นั้นทรงพลังแค่ไหน?

ต่อให้ศัตรูเป็นนักรบที่มีอุปกรณ์ครบครัน ก็ยังถูกพรากพลังชีวิตไปมากกว่าสองในสามส่วนในพริบตา

เจียงหนานใช้โอกาสนี้ทุบหัวอีกฝ่ายด้วยกระบองนักบวช

เธอมีพลังรบเลเวล 4 แต่กระบองเป็นถึงอุปกรณ์สีขาวเลเวล 2 แม้การโจมตีทางกายภาพของนักบวชจะเป็นรองนักรบ แต่ก็มากพอที่จะลดพลังชีวิตของอีกฝ่ายจนเหลือ 0 ล้มฟุบแน่นิ่งลงกับพื้นทันที

เมื่อชายร่างใหญ่ตาย ไอหมอกเลือดที่คดเคี้ยวอยู่รอบตัวพลันกระจายหายไป บางส่วนไหลเข้ามาทางฮังอวี่ อีกส่วนหนึ่งลอยเข้าตัวเจียงหนาน ดรอปไอเท็มกว่า 3-4 ชิ้นในคราเดียว

ฉันฆ่าคน!

เจียงหนานก้มลงมากศพ จิตใจเธอว่างเปล่า

“อย่ามัวตะลึง รีบไปต่อ!”

ฮังอวี่หยิบไอเท็มขึ้นมา โยนมันลงในมิติเก็บของ และผลักเจียงหนาน

เจียงหนานถูกดันไปข้างหน้า ทั้งสามฝ่าวงล้อมออกไปอย่างราบรื่น หนีมาได้ไกลกว่า 500 เมตร ซ่อนตัวหลังก้อนหินใหญ่

ใบหน้าของเจียงหนานและหวังฉงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก โดยเฉพาะเจียงหนานที่พึ่งระเบิดหัวโจรโลกวิญญาณด้วยมือตัวเอง ตอนนี้เธอสั่นเทาไปทั้งตัว หวาดกลัวมาก

ด้านหวังฉงก็ตัวสั่นไม่หยุด แต่มันเป็นการสั่นที่เกิดขึ้นจากความโกรธ!

“ไอ้พวกลูกหมา!”

“จะรังแกกันมากไปแล้ว!”

“อย่าให้ฉันรู้นะว่าพวกแกเป็นใครในโลกจริง ฉันจะให้พวกแกต้องชดใช้อย่างสาสม!”

นายน้อยฉงโกรธจนควันลอยออกจากทวารทั้งเจ็ด

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนอย่างเขาต้องมาทุกข์ระทมเช่นนี้?

อันที่จริงสิ่งที่เขาโกรธไม่ใช่เรื่องที่พวกโจรโลกวิญญาณทำ แต่มันเป็นความโกรธที่เกิดจากความไร้กำลังของตัวเอง

นับแต่การมาเยือนของโลกวิญญาณ ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ตัวเขาราวกับร่วงหล่นจากก้อนเมฆ

ความรู้สึกของการถูกรังแกและตอบโต้ไม่ได้ช่างเป็นอะไรที่น่าเจ็บใจนัก!

ฮังอวี่จับไหล่บางๆของเจียงหนานและพูดว่า “ไม่ต้องกังวล เธอทำดีแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

ความอ่อนโยนที่ฮังอวี่ส่งผ่านมา ทำให้ข้างในใจเธอรู้สึกดีขึ้นมาก นักศึกษาสาวปาดน้ำตาตรงหางตา เอ่ยถามอย่างรวดเร็ว “แล้วตอนนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อ? ที่นี่ไม่ปลอดภัย ... พวกเราควรเปิดใช้งานคัมภีร์เทเลพอร์ต กลับไปตั้งหลักที่ค่ายก่อนไหม?”

“ทำไมต้องกลับไปด้วย” มุมปากฮังอวี่ยกโค้ง เผยรอยยิ้มที่ยากจะเข้าใจความหมาย “ไอ้พวกโง่กลุ่มนี้ มันอุตส่าใจดีส่งอุปกรณ์มาถึงที่ แล้วฉันจะปฏิเสธน้ำใจของพวกมันได้ยังไง?”

เจียงหนานงง ตอนนี้เธอเบลอสมองคิดอะไรไม่ออก ไม่เข้าใจความหมายของฮังอวี่

“ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบาย แต่ตรงนี้ปลอดภัยแล้ว พวกเธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปก่อน ฉันเก็บกวาดเสร็จเมื่อไหร่ จะกลับมาหาเอง”

เจียงหนานกับหวังฉงเข้าใจในที่สุด ที่แท้ฮังอวี่ก็คิดจะออกไปล่าพวกโจรโลกวิญญาณเหล่านั้น

แต่ลำพังฮังอวี่คนเดียว แม้เขาเป็นถึงเลเวล 4 แต่ก็ไม่น่าเอาชนะศัตรูนับสิบคนได้หรอกใช่ไหม?

เจียงหนานไม่มีเวลาทันห้ามปราม ร่างฮังอวี่กลายเป็นโปร่งใสและหายตัวไป

หวังฉงตกตะลึง เอ่ยอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “ฉันว่าเขาบ้าไปแล้ว!”

แน่นอน ฮังอวี่ไม่ได้บ้า แต่เป็นพวกกลุ่มโจรโลกวิญญาณต่างหากที่บ้า!

กล้ามาปล้นของจากฮังอวี่ ช่างแส่หาที่ตาย!

สำหรับพวกมัน ฮังอวี่เปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งโรคระบาด เป็นการดำรงอยู่ที่มิอาจล่วงเกินได้

แม้ศัตรูคือกระต่าย แต่ในฐานะสิงโตย่อมทุ่มสุดตัว

พลังรบของพวกโจรโลกวิญญาณถือว่าไม่เลวก็จริง

แม้ฮังอวี่จะไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา แต่เพื่อความชัวร์ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่าปลาจะไม่หลุดจากตาข่าย เขาตัดสินใจว่าเป็นการที่สุดหากตรวจสอบสนามรบก่อนลงมือเคลื่อนไหว

ฮังอวี่หลับตาลง เปิดใช้งานเทคนิคตาเหยี่ยว

ตาเหยี่ยวเดิมสามารถดูได้แค่มุมมองเดียวเพื่อการสอดแนม แต่หลังจากฮังอวี่ได้รับมรดกนักสอดแนม เขาสามารถเลือกดูได้อย่างอิสระระหว่างสองมุมมอง

และวิธีการเลือกก็ง่ายมาก หากใช้งานเทคนิคตาเหี่ยวตอนหลับตา  เขาจะสามารถสังเกตการณ์จากมุมมองเบื้องบนได้ ขอบเขตการมองเห็นเป็นภาพใหญ่

แต่หากใช้งานเทคนิคตาเหยี่ยวตอนเปิดตา เอฟเฟกต์ของสกิลจะช่วยเสริมพลังให้กับดวงตาในมุมมองปกติ สามารถตรวจจับพวกความสามารถพรางตัวหรือล่องหนได้

ครั้งนี้ฮังอวี่หลับตาลงและเปิดใช้งาน  ขอบเขตการมองเห็นใหม่เชื่อมต่อกับสมองของเขา

เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้กลายเป็นนกเหยี่ยวที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้า จ้องมองลงมาดูสถานการณ์ท่ามกลางป่าทึบจากเบื้องบน รัศมีการมองเห็นสามารถเข้าถึงได้มากกว่า 500 เมตร

ด้วยความสามารถอันทรงพลังของตาเหยี่ยวเลเวล 3 แม้วิสัยทัศน์เบื้องล่างจะถูกบดบังด้วยแมกไม้ แต่ก็ยังมองทะลุลงไปได้ สามารถแยกแยะเหยื่อที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องล่าง

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด ..

ฮังอวี่ไล่มาร์คศัตรูทีละคน

โจรโลกวิญญาณจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง นั่นคือมีไอหมอกเลือดแผ่ซ่านอยู่รอบตัวพวกเขา

ไอหมอกเลือดนี้ไม่ใช่เอฟเฟกต์ของอุปกรณ์หรือสกิล แต่มันเป็นออร่าแบบพิเศษที่เรียกว่า ‘ไอวิญญาณโลหิต’

และมีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะได้รับไอวิญญาณโลหิต --นั่นคือต้องฆ่าพันธมิตรหรือเผ่านพันธุ์เดียวกัน!

ตามกฏของโลกวิญญาณ ต้องฆ่ามอนสเตอร์หรือพวกต่างเผ่าเท่านั้นคุณถึงจะได้รับแต้มวิญญาณทันที แต่หากล่าเผ่าพันธุ์เดียวกันหรือกลุ่มพันธมิตร คุณจะไม่ได้รับแต้มวิญญาณในทันที

อย่างไรก็ตาม การสังหารสิ่งมีชีวิตหนึ่ง แต้มวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตที่ตายลงย่อมกระจายออกมาแน่นอน

ทว่าแล้วการสังหารพวกเดียวกัน แต้มวิญญาณเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหนเล่า?

ก็ไปสะสมอยู่ที่ไอวิญญาณโลหิตนั่นอย่างไร!

แต้มวิญญาณที่ได้จากการฆ่าพวกเดียวกัน มันจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอวิญญาณโลหิต

ไอวิญญาณโลหิตแน่นอนว่าสามารถดูดซับได้ แต่อัตราความเร็วค่อนข้างเชื่องช้า

มีแผ่นศิลาโลกวิญญาณหรือไอเท็มวิเศษบางอย่างสามารถช่วยชำระล้างไอวิญญาณโลหิตให้บริสุทธิ์ได้อย่างรวดเร็วอยู่ก็จริง แต่ราคาของพวกมันค่อนข้างสูงมาก

เมื่อไอวิญญาณโลหิตบริสุทธิ์แล้ว มันจะกลายเป็นแต้มวิญญาณธรรมดาๆ สามารถซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้ทันที

หรือความหมายก็คือ การสังหารพันธมิตรหรือเผ่าพันธุ์เดียวกันสามารถปล้นแต้มวิญญาณได้ แต่มันมีข้อจำกัดและราคาที่ต้องจ่าย

ไอวิญญาณโลหิตจะพัวพันอยู่รอบตัวผู้เป็นคนสังหารอย่างยาวนาน มันจะทำให้ผู้สังหารได้รับบัฟ ‘คำสาปวิญญาณโลหิต’

คำสาปวิญญาณโลหิตมีผลสองอย่าง หนึ่งผลดีและหนึ่งผลเสีย

ผลดีก็คือ หากตายในสภาพติดอยู่ในคำสาปวิญญาณโลหิต ไอวิญญาณโลหิตจะระเหยหายไปโดยอัตโนมัติ สามารถช่วยแทนที่แต้มวิญญาณส่วนหนึ่งของตนเองที่ต้องสูญเสียหลังการตายได้ ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการดรอปของที่จะได้จากผู้ถูกสังหาร

ผลเสียก็คือ หากตายลงภายใต้สถานะติดคำสาปวิญญาณโลหิต เปอร์เซ็นต์การดรอปอุปกรณ์ที่สวมใส่และไอเท็มข้างในมิติเก็บของจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

แล้วอีกอย่างเอฟเฟกต์ของคำสาปสามารถซ้อนทับกันได้ หากมันซ้อนทับกันหลายครั้ง ขอแค่ตายทีเดียว เกรงว่าอุปกรณ์อาจดรอปทีเดียวหมดตัวไม่เหลือแม้แต่กางเกง

แนวคิดนี้คล้ายคลึงกับชื่อสีแดงในเกมออนไลน์ แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว

เพราะคำสาปวิญญาณโลหิตไม่ได้บัฟเชิงลบอย่างสิ้นเชิง มันยังมีข้อดีในตัวเอง ซึ่งกรณีนี้ เกรงว่าในอนาคตคงมีกลุ่มคนเลือกที่จะฆ่ากันเองหรือโจรโลกวิญญาณเพื่อหาเลี้ยงชีพเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากเมื่อเทียบกับการต้องสำรวจโลกวิญญาณอันลึกลับแล้ว การปล้นคนกลุ่มเดียวกันมันง่ายและคุ้มค่ากว่าอย่างเห็นได้ชัด!

คนกลุ่มนี้คนหลักฐานที่ดีที่สุด!

พวกเขาทั้งหมดล้วนมีไอวิญญาณโลหิต ทุกคนติดคำสาปวิญญาณโลหิต!

ดังนั้น หากฮังอวี่ฆ่าพวกมัน เขาจะไม่ติดคำสาปวิญญาณโลหิต และอัตราการดรอปอุปกรณ์ของเจ้าพวกนี้อยู่ในระดับสูงจนน่าหวาดกลัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกพี่ของพวกมัน สังเกตจากความหนาแน่นของไอวิญญาณโลหิต  อย่างน้อยน่าจะฆ่าคนมาแล้วมากกว่า 10 คน

ถ้าเจ้าหมอนี่ตาย อุปกรณ์สวมใส่คงดรอปทั้งตัว หมอยก็ไม่เหลือซักเส้น!

จบบทที่ Ep.117 - คำสาปวิญญาณโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว