เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.78 - มอนสเตอร์กูล

Ep.78 - มอนสเตอร์กูล

Ep.78 - มอนสเตอร์กูล


3/3

Ep.78  - มอนสเตอร์กูล

แม้ในใจจะรู้สึกหดหู่ แต่ทีมๆนี้นับว่าเปิดหูเปิดตาหวังฉงอย่างแท้จริง

จางเสี่ยวเฉียงเป็นตัวทำดาเมจสูงสุด เขาคนเดียวสามารถโจมตีครอบคลุมมอนสเตอร์หลายตัว

จ้าวหมิงเป็นพลโล่สุดแกร่ง สามารถยืนหยัดรับมือกลุ่มมอนสเตอร์เพียงลำพังได้

เจียงหนานเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ทรงพลัง มีความสามารถในการรักษาอันยอดเยี่ยม

อาวุธและแหวนของเธอช่วยเพิ่มคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์ 2 แต้ม มันผสานเข้ากับสกิลพรสวรรค์ของเธอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มพลังในการรักษาไปอีกขั้น ร่ายครั้งเดียวสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ถึง 8 หน่วย

เจียงหนานสามารถรับหน้าที่รักษาได้อย่างดีเยี่ยม สกิลฟื้นฟูพลังมีคูลดาวน์สั้นมาก เพียงพอที่จะรับรองความปลอดภัยของสมาชิกทีมคนอื่นๆ มันรวดเร็วและสะดวกสบายมากกว่าการดื่มโพชั่น

นอกจากนี้เจียงหนานเองก็ไม่ใช่ตัวกินพืช เมื่อมีโครงกระดูกหลุดเข้ามาใกล้ เธอจะชูอาวุธกระบองขึ้นและทุบพวกมันทันที ฟาดสองสามครั้งก็สามารถกำจัดโครงกระดูกก็อบลินลงได้

นักบวชที่ได้รับคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์ จะสามารถสร้างดาเมจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากต่อมอนสเตอร์ประเภทธาตุมืด ปีศาจ และอันเดธ

ส่วนฮังอวี่น่ะหรือ? เขาไม่ได้ทำดาเมจได้รุนแรงเท่าเสี่ยวเฮียง ไม่ได้ถึกทนเหมือนเหล่าจ้าว ไม่มีสกิลรักษาเหมือนเจียงหนานน้อย แต่สามารถเคลื่อนไหวว่องไว กวัดแกว่งดาบในมือได้เฉียบคมไม่แพ้ใคร

เขาคือหัวใจหลักของทีม เป็นตัวตนไร้เทียมทานที่มีพลังรบครอบคลุม

ในความคิดของหวังฉง ตอนแรกเขาเดาว่าทีมนี้น่าจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในค่ายก็อบลิน แต่เมื่อมาเห็นด้วยตาตัวเองก็ยังยากจะทำใจเชื่อ!

พวกเขามันสัตว์ประหลาดชัดๆ อ๊าาา~

หากให้เขาสู้ตัวต่อตัวกับคนในทีมนี้ ไม่ต้องกล่าวถึง ฮังอวี่ จ้าวหมิง หรือ จางเสี่ยวเฉียง

เกรงว่าแค่เจียงหนาน หวังฉงก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้

เมื่อคิดได้แบบนี้ หวังฉงไม่รู้สึกหดหู่อีกต่อไป เพราะถ้าเทียบกับคนอื่นๆ ด้วยเลเวลในตอนนี้ของเขา รับหน้าที่นี้นับว่าเหมาะสมแล้ว

นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องที่ว่า แต้มวิญญาณกำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวเขาดั่งสายฝนอีกนะ!

หวังฉงไม่เคยคิดเลย ว่าการอัพเลเวลมันจะสามารถรวดเร็วได้ขนาดนี้ เขาเฝ้ามองแต้มวิญญาณในร่างกายเพิ่มขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย

ชื่นใจ!

ฟินโคตร!

แม้มอนสเตอร์ระดับสามัญจะมีแต้มวิญญาณต่ำ แต่ด้วยจำนวนที่มาก ทำให้หวังฉงรู้สึกเหมือนกำลังขี่จรวด

ด้วยอัตราเร็วขนาดนี้ เรื่องอัพเลเวลสามารถทำได้อย่างไม่ต้องสงสัย และอาจจะยังได้แต้มวิญญาณติดไม่ติดมือมาอีกจำนวนหนึ่งด้วย!

คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายแล้ว!

ทั้งสี่คนนำหวังฉงมุ่งหน้าลึกเข้าไปในแดนฝังกระดูก

โครงกระดูกก็อบลินเกือบ 40 ตัว และซอมบี้อีกกว่า 20 ถูกกำจัดระหว่างทาง

ฮังอวี่ จางเสี่ยวเฉียง เจียงหนาน จ้าวหมิง ต่างได้รับแต้มวิญญาณกันคนละ 11 - 12 แต้ม และเจียงหนานสามารถอัพเลเวล 3 ได้สำเร็จ

เนื่องจากหวังฉงได้รับแต้มวิญญาณเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 6 แต้มเท่านั้น

แต่แค่นี้หวังฉงก็พอใจมากแล้ว เพราะตั้งแต่เริ่มสู้ เวลามันผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

ด้วยอัตราเร็วในการล่านี้ ยังต้องกังวลเรื่องอัพเลเวล 2 อีกหรือ?

แต่ระหว่างที่หวังฉงกำลังนึกแบบนั้น จู่ๆเขาก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทีมของเขายังคงมุ่งหน้าลึกเข้าไปในแดนฝังกระดูก แต่ต้นไม้แห้งกลับค่อยๆลดลง  วิสัยทัศน์เริ่มเปิดกว้างขึ้น

ภูเขาสูงตระหง่านสองลูกบรรจบกันเบื้องหน้าพวกเขา และตรงที่บรรจบกันมีช่องว่างเป็นหุบเขาเล็กๆ ตรงหุบเขามีอาคารเก่าแก่และทรุดโทรมตั้งตระหง่านอยู่

เป็นวิหาร! วิหารที่เหมือนซากปรักหักพังดูน่าขนลุก ขนาดค่อนข้างใหญ่ มีกำแพงพังๆสีขาวล้อมรอบ  พื้นดินแห้งและเป็นสีดำ ให้ความรู้สึกน่าหดหู่และมืดมนยิ่งกว่าแดนฝังกระดูกเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของวิหาร ด้วยบรรยากาศเหมือนทุกอย่างได้ตายไปแล้ว ยิ่งทำให้มันดูลึกลับและมีมนต์ขลัง

หวังฉงบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี คนอื่นๆก็รู้สึกกดดันเช่นกัน

ซอมบี้และโครงกระดูกที่เดินเตร่อยู่รอบๆที่นี่มีเลเวลเพิ่มเป็น 4 กันหมดแล้ว พวกมันแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ข้างนอกมาก  แม้พวกเขาจะเตรียมใจมาระดับหนึ่ง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความอันตราย

ฮังอวี่เอ่ยปากเตือน “พวกเรามาถึงแล้ว หลังจากนี้ต้องใจเย็นลงหน่อย ระมัดระวังให้มากขึ้น”

“มีแผ่นศิลาอยู่ตรงนั้น” เจียงหนานพบแผ่นศิลา เมื่อตั้งใจมองก็ได้รับข้อมูลตอบกลับมา คู่คิ้วงามของเธอขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

“วิหารเนโครแมนเซอร์? ฟังดูเหมือนพวกหมอผีเลย อ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจยังไงก็ไม่รู้”

เอาจริงๆไม่ใช่แค่ไม่สบายใจ แต่สถานที่แห่งนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกแย่มาก!

ระดับความอันตรายของมันคนละชั้นกับแดนฝังกระดูกอย่างแน่นอน!

จ้าวหมิงเอ่ยถามทันที “พวกเราจะเอายังไงต่อ?”

“วิหารเนโครแมนเซอร์ข้างหน้านี้คือจุดหมายของพวกเรา ข้างในมีของดีๆให้เก็บเกี่ยวมากมาย และผมตัดสินใจว่าจะพิชิตมันให้ได้วันเดียว!” ฮังอวี่หันไปพูดกับจ้าวหมิง “แต่พวกเรายังไม่พร้อม ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเข้าไป”

จ้าวหมิงตั้งตารอมากๆที่จะบุกวิหารเนโครแมนเซอร์ พอได้ยินคำพูดของฮังอวี่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ ต้องถามออกมา “พื้นที่ของวิหารดูจากภายนอกฉันว่าไม่ใช่เล็กๆ การที่พวกเราจะพิชิตมันในหนึ่งวัน เวลามันกระชั้นชิดมาก ทำไมถึงไม่เข้าไปตอนนี้เลย?”

“ถ้าเข้าไปตอนนี้ แปปเดียวพวกเราก็ตายกันหมด” ฮังอวี่ยักไหล่ กล่าวต่อว่า “ไม่ต้องรีบร้อน ผมใกล้ถึงเลเวล 4 แล้ว พวกเราออกล่ารอบนอกซักหน่อย เอาไว้ผมเลเวลอัพก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเข้าวิหาร”

อะไรนะ?

หวังฉงตกใจมาก ตัวเขายังดิ้นรนอยู่ในเลเวล 1 อยู่เลย แต่เจ้าหมอนี่เกือบจะขึ้นเป็นเลเวล 4 แล้ว!

จ้าวหมิง จางเสี่ยวเฉียง และเจียงหนานก็ตกใจเช่นกันที่ฮังอวี่ใกล้เลื่อนขั้นเป็นเลเวล 4 อย่างไรก็ตาม พวกเขาเคยเห็นความสามารถของฮังอวี่มาแล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขากำลังจะอัพเลเวล

ฮังอวี่กำลังเตรียมมอบหมายงานให้ทุกคน แต่เสียงคำรามน่าขนลุกกลับดังก้องในหูเขาซะก่อน

นอกจากฮังอวี่ที่เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว อีกสี่คนสะดุ้งกับเสียงร้องอย่างกะทันหันนี้

เสียงนี้ฟังดูเหมือนเสียงของลิง แต่มันกลับฟังดูฉุนเฉียวกว่ามาก เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและบ้าคลั่งของสัตว์ร้าย! เป็นสัตว์ร้ายที่พึ่งหลุดจากกรงและพร้อมจะกลืนกินเหยื่อที่พบ!

หวังฉงสบถด้วยความหวาดกลัว “เชี่ยเถอะ นั่นมันเสียงอะไร ใช่สัตว์ร้ายรึเปล่า?”

จางเสี่ยวเฉียงเกือบจะหลุดสบถออกมาเช่นกัน ตัดสินจากเสียงและแรงกดดันของมัน คาดว่ามอนสเตอร์ตัวนี้แข็งแกร่งกว่าตัวใดที่พวกเขาเคยเจอมา และที่แย่ที่สุดคืออีกฝ่ายน่าจะกำลังตรงมายังที่นี่!

“ชู่ว์ เบาเสียงหน่อย นั่นมอนสเตอร์กูล ซ่อนตัวเร็ว!”

ทั้งห้ารีบไปซ่อนตัวแถวๆกำแพงพังใกล้วิหาร ก่อนที่มอนสเตอร์ตัวนั้นจะเข้ามาใกล้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินมายังจุดที่พวกฮังอวี่เคยยืนอยู่ มอนสเตอร์กูลคล้ายสังเกตถึงอะไรบางอย่าง มันมองไปรอบๆคล้ายกำลังค้นหาบางสิ่ง

สายตาของมันทำให้คนในทีมรู้สึกหวาดกลัวจนหลั่งเหงื่อเย็น

เจียงหนานเรียกความกล้า ชะโงกหน้าชำเลืองมองมัน

เธอพบว่ากูลเป็นมอนสเตอร์ที่มีร่างกายกำยำ แขนขาใหญ่เหมือนกอลิลา มันมีกรงเล็บที่แหลมคมเหมือนกริช ขนขาวบาง บนผิวหนังเต็มไปด้วยแผล เบ้าตาจมลึกและมีลูกไฟลุกไหม้อยู่ข้างใน ปากฉีกถึงใบหู และข้างในเต็มไปด้วยฟันแหลมที่เหมือนมีดโกน

จะน่าเกลียดน่ากลัวเกินไปแล้ว!

เจียหนานรู้สึกลมหายใจติดขัด เธอรีบก้มศีรษะลง เอนหลังพิงกำแพง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว

เดิมเธอคิดว่าหลังจากผ่านประสบการณ์ต่อสู้มาหลายครั้ง ตัวเองน่าจะมีความกล้ามากพอแล้ว

แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ อย่างน้อยหากต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่แสนดุร้ายและน่าเกลียดเบื้องหน้านี้ เธอก็ยังไม่อาจระงับความกลัว ตื่นตระหนกอย่างไม่อาจควบคุม

อย่างไรก็ตาม สภาพของเจียงหนานยังถือว่าดีกว่าคนอื่นๆ เพราะตอนนี้ข้างๆเธอ เสี่ยวเฉียงกับหวังฉงเกือบจะกอดกันอยู่แล้ว

มอนสเตอร์กูลเดินใกล้เข้ามาจนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึง 30 เมตร ทุกคนสามารถได้กลิ่นเหม็นเน่าของมัน

จ้าวหมิงยังคงเป็นผู้มีสภาวะจิตใจสงบที่สุดในบรรดาลูกทีมคนอื่นๆ เขาสามารถยับยั้งความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จักได้อย่างเต็มที่

หลังจากสังเกตการณ์มันได้ซักพัก เขาก็เอ่ยถามเสียงแผ่วว่า “มันคือมอนสเตอร์ชั้นยอดใช่ไหม?”

ฮังอวี่พยักหน้า “เป็นมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 4 ขั้นบรอนซ์”

อย่างที่คิด มันคือมอนสเตอร์ชั้นยอดจริงๆ

และยังเป็นขั้นบรอนซ์เลเวล 4!

พวกเขาเคยเสู้กับมอนสเตอร์ชั้นยอดมาบ้างเหมือนกัน อย่างในบรรดาพวกก็อบลิน ก็มีก็อบลินนักรบ แต่ขนาดตัวน่าจะพอๆกับจางเสี่ยวเฉียงเท่านั้น ไม่น่าเกิน 120 ปอนด์

ทว่ากูลตัวนี้ไม่เหมือนกัน! ขนาดตัวของมันใหญ่มาก กะด้วยสายตาน่าจะหนักกว่า 300 ปอนด์ ดีไม่ดีอาจหนักเกือบ 400 ปอนด์ด้วยซ้ำ! ต่างกับก็อบลินนักรบฟ้ากับเหว

“พวกเราพึ่งขึ้นเลเวล 3 กันเอง แล้วจะเอาชนะมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 4 ได้ยังไง?” จางเสี่ยวเฉียงเริ่มชักฝีเท้าถอยโดยไม่รู้ตัว

“เจ้าหมอนี่ดูแวบแรกก็รู้ว่ารับมือไม่ง่าย ฉันแนะนำว่าอย่าไปยั่วโมโหมันจะดีกว่า”

หวังฉงที่อยู่ข้างๆเสี่ยวเฉียงตัวสั่นเทิ้ม ไม่กล้าพูดอะไร

จุดประสงค์ของหวังฉงเดิมต้องการอัพเลเวลอย่างสงบเท่านั้น ในสมองเขาคิดวนอยู่แค่ประโยคเดียว

ช่วยไปสู้กับมอนสเตอร์ธรรมดาไม่ได้หรอ? ทำไมพวกนายต้องมาล่าไอ้ตัวที่เหมือน BOSS แบบนี้ด้วย!

“ฮึ่ม! เสี่ยวเฉียง อย่าพูดอะไรไร้สาระ ทำแบบนั้นมีแต่ลดขวัญกำลังใจของทีม” เจียงหนานพูดเหมือนไม่พอใจจางเสี่ยวเฉียง แต่จริงๆแล้วเธอน่าจะให้กำลังใจตัวเองอยู่มากกว่า

เธอมองไปทางฮังอวี่ “พี่มหาเทพ พี่จะเอายังไง?”

ฮังอวี่ไม่ออกความคิดเห็นใดๆ เอ่ยสั้นๆเพียงคำเดียว

“ฆ่า!”

จบบทที่ Ep.78 - มอนสเตอร์กูล

คัดลอกลิงก์แล้ว