เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.43 - สกายเน็ต

Ep.43 - สกายเน็ต

Ep.43 - สกายเน็ต


2/2

Ep.43 - สกายเน็ต

ในความเป็นจริงแล้ว แกะเขาดาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายมาก นั่นเพราะเมื่อพลังชีวิตลดลงถึงระดับต่ำ จ่าฝูงจะกู่ร้องออกคำสั่งแกะในฝูงตัวอื่นๆ เรียกพวกมันให้มาช่วยกันโจมตีศัตรู

อย่างไรก็ตาม แกะเขาดาบตัวอื่นๆในบริเวณนี้ถูกกำจัดหมดแล้ว แกะเขาดาบชั้นยอดเลเวล 3 จึงสูญเสียไพ่ตายใบนี้ไป ได้แต่พึ่งตัวเอง

ซึ่ง ณ ขณะนี้ มันไม่สามารถเอาชนะฮังอวี่ได้ และด้วยการสนับสนุนจากเหลียงชิว ในที่สุด ภายใต้คมดาบฟาดฟันของฮังอวี่

แกะเขาดาบโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ล้มลงกับพื้น

ฮังอวี่ไม่รอช้า เปิดใช้งานสกิลรวบรวมวัตถุดิบใส่แกะเขาดาบเบื้องหน้าทันที

[เนื้อแกะเขาดาบ] ×3 , เกรด 3 , วัตถุดิบชั้นดี , ปริมาณพลังงานวิญญาณ 8

[ขาแกะเขาดาบ] ×2 , ​เกรด 3 , วัตถุดิบชั้นดี , ปริมาณพลังงานวิญญาณ 9

[ไตแกะเขาดาบ] , เกรด 3 , วัตถุดิบชั้นดี , ปริมาณพลังงานวิญญาณ 10

[เขาแกะเขาดาบ] เกรด 3 , วัสดุชั้นดี

[หนังแกะเขาดาบ] เกรด 3 , วัสดุชั้นดี

ปริมาณพลังวิญญาณที่แฝงอยู่ในวัตถุดิบที่กินได้เยอะมากจริงๆ! แถมวัสดุต่างๆยังเป็นของชั้นดี!

แน่นอน แม้เนื้อที่ได้มาจะมีปริมาณพลังงานวิญญาณเยอะ ทว่าปริมาณของมันเป็นเพียงตัวเลขกลมๆเท่านั้น เมื่อผ่านกระบวนการทำอาหาร อาจลดลงไม่มากก็น้อย

แต่ประเด็นก็คือ วัตถุดิบที่เล่นเอาฮังอวี่อึ้ง มันคือไตแกะที่มีพลังงานทางวิญญาณอยู่ถึง 10 แต้ม!

ช่างเป็นไตแกะที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะจริงๆ! นี่นับเป็นยาชูกำลังชั้นดีสำหรับผู้ชาย!

ฮังอวี่เกิดความสงสัยขึ้นมา ว่าหากตัวเขากินไตแกะนี้เข้าไป ตัวเขาจะฟิตปั๋งตลอดทั้งคืนไหม?

แต่ผลลัพธ์ของมันจะเป็นยังไงก็ช่าง ศึกนี้นับว่ากอบโกยได้ดี ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว!

หากเขานำเนื้อแกะที่หามาได้ให้เจ้าอ้วนกินซักสองสามชิ้น ด้วยปริมาณแต้มวิญญาณที่มี อาจมากพอให้อีกฝ่ายอัพเลเวลได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปยังโลกวิญญาณ

เหลียงชิวเห็นว่าฮังอวี่ไม่แม้จะทักทาย จบศึกก็เปิดใช้งานสกิลรวบรวมวัตถุดิบทันที ทั้งยังไล่เก็บศพแกะตัวอื่นๆในสนามรบอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่ามีคนจะปล้นเขา ก็อดรู้สึกปวดหัวขึ้นมาไม่ได้

เจ้าหมอนี่เป็นใครกันแน่! เห็นได้ชัดว่าร้ายกาจมาก แต่พฤติกรรมแบบนี้ยอดฝีมือที่ไหนเขาทำกัน?

สหายที่เหลืออีกสองคนช่วยกันพยุงชายผมทรงจานบิน

ชายผมทรงจานบินอาการไม่หนักมาก เมื่อได้กินผลไม้วิญญาณที่ช่วยเพิ่มพลังชีวิต อาการบาดเจ็บของเขาก็ฟื้นตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ส่วนสหายคนอื่นๆที่นอนอยู่บนพื้นล่วงลับไปแล้ว ไม่อาจช่วยเหลือได้อีกต่อไป เหลียงชิวรู้สึกเศร้าเสียใจมาก

ไม่นึกเลยว่าปฏิบัติการนี้จะอันตรายถึงขนาดนี้!

หน่วยประเมินความเสี่ยงมีแต่พวกสมองหมูรึยังไง!

ไม่ได้การแล้ว! แบบนี้ต้องรีบรายงาน! ว่ามีอันตรายใหญ่หลวงซ่อนอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินเมืองเจียงเฉิง ต้องเร่งยกระดับความเสี่ยง!

“สวัสดี ฉันชื่อเหลียงชิว เป็นรองหัวหน้าทีมปฏิบัติการที่ 7 ของสกายเน็ต”

ฮังอวี่วุ่นอยู่กับการรวบรวมวัตถุดิบ เมื่อมีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในหู เจ้าตัวเงยหน้าขึ้น และพบว่าเหลียงชิว สาวผมสั้นคนงามกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าเขา

“ขอบคุณนายมากที่ให้การช่วยเหลือ”

สกายเน็ตอะไรอีกล่ะนั่น? คิดว่าตัวเองอยู่ในหนังเรื่องเทอร์มิเนเตอร์รึไง!

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่ไม่กล้าประมาท แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อนี้

แต่ถ้าเขาคาดเดาไม่ผิด สกายเน็ตสมควรเป็นชื่อรหัสขององค์กร น่าจะเป็นหนึ่งในองค์กรยุธศาสตร์โลกวิญญาณที่จัดตั้งขึ้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เหลียงชิวเดิมเป็นข้าราชการอยู่แล้ว ยิ่งตัวเธอมีพลังรบโดดเด่น จึงเป็นธรรมดาที่จะถูกทางองค์กรดึงตัวเข้ามา

และเบื้องหลังขององค์กรระดับชาติไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามอย่างไม่ต้องสงสัย ในอนาคตคงมีโอกาสได้ติดต่อกัน

เหลียงชิวพอเห็นว่าฮังอวี่ไม่ตอบ เธอก็เอ่ยถามอีกครั้ง “นายเป็นใคร?”

ฮังอวี่ยิ้มและตอบว่า “ชื่อและตัวตนเป็นแค่สิ่งนอกกาย สถานะของฉันก็แค่ชายสวมหน้ากากเท่านั้น”

เหลียงชิวพอได้ฟังก็ขมวดคิ้วทันที  “ไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้นก็ได้ ฉันเห็นอยู่แล้วว่านายสวมหน้ากาก”

“คนสวยสายตาแหลมคมไม่เบา แต่ในเมื่อเห็นแล้วก็ลองคิดตามดูหน่อยเป็นไร ... ว่าทำไมฉันถึงสวมหน้ากาก? นั่นน่าจะช่วยตอบคำถามคุณได้นะ”

เหลียงชิวนิ่งงันไปครู่หนึ่ง

จริงด้วย ถ้าอีกฝ่ายต้องการเปิดเผยตัวตน แล้วเขาจะสวมหน้ากากทำไม?

การเอ่ยถามคนที่สวมหน้ากากเพื่อปิดบังตัวตนว่าเขาเป็นใคร คือคำถามที่ไม่ฉลาดเอาซะเลย

“สหาย รู้ตัวไหมว่านายเก่งกว่าทุกคนที่ฉันเคยเจอมา” ในตอนนี้ สมาชิกสองคนพยุงชายผมทรงจานบินเข้ามา “สกายเน็ตของเรากำลังรับสมัครคน ผู้มีความสามารถอย่างนาย ถ้ายินดีร่วมงานกับเรา ทางเรายินดียกตำแหน่งหัวหน้าทีมให้เลย”

“หัวหน้าทีม? เหอ เหอ ไม่ล่ะ แต่ถ้าให้ฉันเป็นบอสใหญ่ล่ะก็จะลองเก็บไปพิจารณาดู” ฮังอวี่หันหลังและยกแขนขึ้นข้างหนึ่ง โบกมืออำลา “ครั้งนี้พวกนายโชคดีได้เจอฉัน แต่คราวหน้าคงไม่มีอีกแล้ว”

“แสงสียามค่ำคืนมีเสน่ห์ก็จริง แต่มันก็แฝงไปด้วยอันตรายเช่นกัน คิดจะทำอะไรคราวหน้าคราวหลังก็รู้จักประมาณตนบ้าง ลาก่อน”

ว่าจบ ร่างของเขาก็ค่อยๆโปร่งใส สุดท้ายหายวับไป

ฮังอวี่ไม่ต้องการสร้างความทรงจำแก่คนเหล่านี้มากเกินไป

แม้ว่าครั้งนี้ตนจะเลือกช่วยพวกเขา แต่นั่นก็เพราะผลประโยชน์ที่ได้มันมากเช่นกัน

ในสถานการณ์ปกติ มันคงอันตรายเกินไปถ้าให้เขาลุยเดี่ยวกับแกะเขาดาบชั้นยอด ไม่ต้องกล่าวถึงในฝูงยังมีแกะเขาดาบอีกหลายตัว

ชายผมทรงจานบินเห็นฮังอวี่หายไป เขาตะโกนไปในอากาศ “ฉันชื่อเหลียงตง เป็นหัวหน้าทีม 7 ของสกายเน็ต หวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีก!”

เหลียงชิวกับพรรคพวกสกายเน็ตอีกสองคนมองหน้ากันอย่างว่างเปล่า

เจ้าคนปริศนาผู้นี้มาจากไหน? ปรากฏกายในยามค่ำคืนเช่นนี้ แม้จะทรงพลัง แต่นิสัยออกจะเหิมเกริมไปหน่อยไหม?

อย่างไรก็ตาม ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา

เขาไปแล้วหรอ?

เหลียงตงขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างเป็นกังวลว่า “ในเมืองเจียงเฉิง ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือซุกซ่อนตัวอยู่อีกกี่คน ดูเหมือนว่าพวกเราต้องเร่งพัฒนาความสามารถของสกายเน็ตให้มากยิ่งกว่านี้”

“ฉันเห็นด้วย แต่ไม่ใช่เหตุผลนี้ เพราะต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ตัวคนเดียว ถึงพลังรบตอนนี้จะโดดเด่น แต่มันก็คงอยู่ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น” เหลียงชิวกล่าว “ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์สูงกว่าที่คาดไว้ พลเมืองของเจียงเฉิงกำลังตกอยู่ในอันตราย นี่ต่างหากคือเหตุผลที่พวกเราต้องเร่งพัฒนาให้ไวที่สุด”

“แล้วอีกอย่าง ตอนนี้พวกเราควรรีบรายงานสถานการณ์ให้เบื้องบนทราบ”

แน่นอน เหลียงตงย่อมไม่ลืมเลือนภารกิจ เขาพาสมาชิกที่เหลือออกจากถ้ำ กลับไปยังอุโมงค์รถไฟใต้ดิน

เมื่อกลับออกมา ณ ขณะนี้ สัญญาณมือถือได้รับการเชื่อมต่ออีกครั้ง เขายื่นเรื่องขอกำลังสนับสนุนทันที

...

ฮังอวี่รู้ดีว่าเขาไม่อาจอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินได้อีกต่อไป มิฉะนั้นหากถูกคนของสกายเน็ตขวางเข้าคงไม่ดี

แม้เขาช่วยเหลือคนเหล่านั้น แต่ก็ยังไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องในตอนนี้

การมีอิสระมันแย่ตรงไหน? เขายังไม่สะดวกที่จะมีคนมาคอยถ่วงแข้งถ่วงขา!

ฮังอวี่รีบออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน เมื่อกลับออกมาก็เป็นเวลาตีสามตีสี่แล้ว

เขากวาดสายตามองไปยังอาคารสูงรอบตัว อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว

ฮัสกี้ตามออกมาจากใต้ดิน ท่าทีตื่นตัวของมันหายไป เดินกระดิกหางอย่างร่าเริง

“ฮ่ง! เจ้านาย ทำไมเจ้านายถึงส่ายหัว?”

“ฉันส่ายหัวเพราะในอดีต ตึกรามที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟพวกนี้เป็นที่ต้องการมาก ราคาพุ่งสูงลิ่ว แต่ใครจะคิดกัน ว่าเวลานี้มันดันกลายเป็นเผือกร้อน” ฮังอวี่พูดพลางถอนหายใจ “ถ้าพวกเขารู้ว่ามีมอนสเตอร์อาศัยอยู่ใต้ดิน เกรงว่าคงไม่มีทางทำใจนอนหลับสนิท”

การแทรกซึมของโลกวิญญาณจากใต้ดินของเมืองเจียงเฉิงนั้นสูงไม่น้อยไปกว่าเขตชานเมือง อีกทั้งมอนสเตอร์ข้างใต้นี้ยังแข็งแกร่ง

เพราะงั้นเดาได้เลย ว่าในอนาคตอันใกล้ บริเวณรอบๆทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินย่อมกลายเป็นด่านหน้าในการรับมือกับมอนสเตอร์ ส่วนเขตชานเมืองคงกลายเป็นสมรภูมิรบ

เป็นผลให้บ้านเรือนแถวสถานีรถไฟและชานเมืองตกอยู่ในอันตราย ราคาดิ่งลงฮบวๆ

“โลกกำลังเปลี่ยนไป เหมือนกระแสน้ำที่ไม่มีวันหวนคืน” ฮังอวี่จูงฮัสกี้ออกจากหน้าสถานทีรถไฟ “มาเถอะ ได้เวลากลับบ้านแล้ว”

“ฮ่ง! กลับบ้านกัน! กลับบ้านกัน! กลับบ้านกัน!”

ฮัสกี้ร้องตะโกนเสียงดังแม้อยู่ในยามค่ำคืน

คำพูดสบายๆที่ชวนกลับบ้านของฮังอวี่ทำให้มันมีความสุขมาก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก่อนหน้านี้ตัวมันเป็นหมาจรจัด ไม่มีบ้านให้ซุกหัวนอนเป็นมาเวลานาน

จบบทที่ Ep.43 - สกายเน็ต

คัดลอกลิงก์แล้ว