เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.41 - เขาวงกตใต้เมืองเจียงเฉิง

Ep.41 - เขาวงกตใต้เมืองเจียงเฉิง

Ep.41 - เขาวงกตใต้เมืองเจียงเฉิง


3/3

Ep.41 - เขาวงกตใต้เมืองเจียงเฉิง

ย้อนกลับมาสักเล็กน้อย

ทางฝั่งหมาฮัสกี้ เมื่อได้เห็นถึงความห้าวหาญของเจ้านาย มันก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก

หวังเอ๋อไม่ใช่เจ้าหมาขี้ขลาดอีกต่อไป มันอาสาที่จะเข้าไปตรวจสอบอันตรายเบื้องหน้าด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อย่าได้หลงดีใจเชียวว่านี่คือมโนธรรมของหวังเอ๋อ เพราะแท้จริงแล้วอาศัยเพียงประสาทรับกลิ่นที่ทำหน้าที่เหมือนเรดาห์ของมันก็เพียงพอแล้ว ด้วยสิ่งนี้ ต่อให้เป็นสมุนไพรวิญญาณที่ซ่อนอยู่ลึกเพียงใดก็สามารถค้นพบได้

ยังไงก็ตาม มันยังคงเลือกที่จะอาสาเข้าไปสำรวจ และฉวยจังหวะที่เจ้านายไม่ทันสังเกต อ้าปากกลืนสมุนไพรวิญญาณลงท้องในคราวเดียว

หลังจากกินสมุนไพรวิญญาณไปสองสามต้น หมาฮัสกี้ก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้น

ดูเหมือนว่าสมุนไพรวิญญาณจะมีส่วนช่วยเสริมกำลังให้แก่มันเล็กน้อย

แน่นอน ฮังอวี่ย่อมสังเกตเห็นการกระทำเล็กๆน้อยๆของหวังเอ๋อ อย่างไรก็ตาม สมุนไพรพวกนี้ล้วนเป็นเกรดต่ำ ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจจะดุด่าสุนัขตัวนี้ ปล่อยเลยตามเลยไป

“ฮ่ง ฮ่ง! สถานีรถไฟใต้ดินของมนุษย์นี่น่าสนุกจริงๆ”

“ที่นี่มีของดีอยู่เต็มไปหมดเลยฮ่ง!”

ฮัสกี้มีความสุขมาก มันวิ่งวนรอบตัว ฮังอวี่อย่างมีความสุข

ฮังอวี่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

นี่มันเหมือนสถานีรถไฟใต้ดินของมนุษย์ตรงไหนกัน? ภายในอุโมงค์รถไฟใต้ดินไม่มีสิ่งไหนที่สามารถเรียกว่าปกติได้เลย ไหนจะเห็ดเรืองแสง ไหนจะสมุนไพร ไหนจะหินงอกหินย้อยที่ผุดขึ้น

ฮังอวี่พบว่ายิ่งเขาเดินลึกเข้าไปไกล ก็ยิ่งค้นพบสิ่งอัศจรรย์มากขึ้น

อุโมงค์รถไฟใต้ดินถล่มลงหลายจุดทั้งซ้ายขวา และมีถ้ำธรรมชาติหลายแห่งถูกเปิดเผยจากตำแหน่งที่ถล่มลงมา

แต่ละถ้ำมีเส้นทางแยกแตกแขนงออกไป แต่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกัน

และเจ้าสิ่งนี้ทำให้เส้นทางรถไฟใต้ดินยิ่งซับซ้อนมากขึ้น!

โลกใต้ดินของเมืองเจียงเฉิงกำลังจะเปลี่ยนไป เกิดพื้นที่ข้างใต้ เชื่อมต่อกันเป็นเขาวงกตใต้ดินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์!

อย่างไรก็ตาม ถ้าให้พูดถึงแง่ดี มันช่วยให้การเก็บสมุนไพร เก็บแร่ธาตุ การล่าเนื้อหรือวัตถุดิบจากมอนสเตอร์สะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะสุดท้าย ทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง

ดังนั้น ฮังอวี่จึงคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ สถานีรถไฟใต้ดินของเมืองเจียงเฉิงอาจกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ล่าที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับพลเมืองจำนวนมากในการได้รับวัตถุดิบ

ยังไงก็ตาม เขาวงกตนี้ซับซ้อนเกินไป มันจำเป็นต้องมีการสำรวจและทำแผนที่ ต้องรออีกสักพักคนทั่วไปถึงจะเข้ามาได้ อย่างตัวฮังอวี่เอง ถ้าตอนนี้เขาไม่ได้พาหมาฮัสกี้มาด้วย เกรงว่าลำพังตนคงไม่กล้าบุกมาที่นี่

ไม่ใช่แค่เรื่องเส้นทางที่ยังไม่คุ้นเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ปริศนาอีกมากมาย

ยังไม่พอ มีอีกอย่างหนึ่งที่ฮังอวี่สังเกตได้ นั่นคือหากเดินลึกเข้าไปในถ้ำธรรมชาติเหล่านี้ โทรศัพท์มือถือจะสูญเสียสัญญาณ ทำให้ไม่สามารถโทรร้องขอความช่วยเหลือได้

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า โดยรวมแล้วสถานที่นี้นับว่ายังอันตรายอยู่

ในตอนนั้นเอง ฮัสกี้ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จู่ๆขนทั้งตัวของมันลุกชัน “ฮ่ง! เจ้านาย ไม่ได้การแล้ว! ข้างหน้า ... มีการต่อสู้เกิดขึ้น!”

ฮังอวี่มองตาม และพบว่าสถานที่ที่หวังเอ๋อบอกไม่ใช่เส้นทางอุโมงค์รถไฟใต้ดิน แต่เป็นอุโมงค์ถ้ำที่พึ่งปรากฏขึ้นใหม่จากการพังทลายของผนังอุโมงค์รถไฟ

และลึกเข้าไปในถ้ำแห่งนี้ หากตั้งใจฟังดีๆจะได้ยินเสียงของการต่อสู้ มีกระทั่งเสียงปืนที่ถูกยิงผ่านท่อเก็บเสียง

ฮังอวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “มีใครบ้าง? จากกลิ่นอายที่นายสัมผัสได้ เกิดอะไรขึ้นข้างใน?”

ฮัสกี้ทำจมูกฟุดฟิตแล้วพูดว่า “มีกลุ่มมนุษย์อยู่ น่าจะประมาณ 6-7 คน มีสองคนโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ แม้อ่อนแอกว่าเจ้านาย แต่แข็งแกร่งกว่าเจ้ามนุษย์อ้วน ส่วนคนที่เหลือสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก มีบางคนใกล้ตาย”

มีกลุ่มคนลงมาที่นี่? มีความกล้าไม่เลว!

“หวังเอ๋อ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปดูข้างใน นายรออยู่ที่นี่ อย่าวิ่งเล่นไปรอบๆ”

ฮังอวี่สวมหน้ากากโนมปล้นศพ จากนั้นเปิดใช้งานสกิลล่องหน ร่างเขาค่อยๆเลือนหายไป

นี่เป็นครั้งแรกที่ฮัสกี้ได้เห็นฮังอวี่ใช้สกิลอื่นนอกเหนือจากสกิลรวบรวมวัตถุดิบ มันแสดงสีหน้าแตกตื่นตกใจออกมา

ไม่คิดว่าเจ้านายจะปิดบังความสามารถของตัวเองได้ลึกถึงขั้นนี้ ปรากฏว่าตลอดมาเขายังไม่ได้สำแดงพลังอย่างเต็มที่!

ฮังอวี่รีบเดินผ่านเข้าไปในถ้ำ ไม่นาน พื้นที่เปิดโล่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

ขนาดของพื้นที่เปิดโล่งนี้กว้างราวๆสนามบาสเก็ตบอล ตามผนังปกคลุมไปด้วยเห็ดและตะไคร้น้ำ มีพืชหลายชนิดงอกขึ้นจากบนพื้นดิน ดูเหมือนถ้ำที่เกิดจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ในสายตาของฮังอวี่ ปรากฏคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีสมาชิก 7 คน กำลังต่อสู้นองเลือดกับฝูงแกะหลายตัว

อานุภาพของอาวุธร้อนถูกลดประสิทธิภาพลงจนถึงขั้นที่กระทั่งแกะตัวน้อยก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้แล้วหรือ?

ฮังอวี่สังเกตเห็นว่าทั้งเจ็ดคนล้วนมีอาวุธปืนในมือ แต่เมื่อเข้ามาก็มีสามคนนอนแผ่อยู่บนพื้นแล้ว ใต้ตัวพวกเขาเจิ่งนอกไปด้วยเลือด ไม่ทราบเหมือนกันว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว

สถานการณ์ของอีกสี่คนก็ใช่ว่าจะราบรื่น เวลานี้อยู่ในจุดสำคัญของการต่อสู้ดุเดือด

ฮังอวี่ใช้เวลาสั้นๆสังเกตสถานการณ์ เขาพบว่าเป็นชายหญิงคู่หนึ่งที่เด่นสะดุดตากว่าใคร

สองคนนี้สวมเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกกันน็อคที่ปกติแล้วหนักหลายกิโล แต่กลับเคลื่อนไหวได้อย่างปราดเปรียว กวัดแกว่งมือและเท้าราวกับพวกมันไม่ใช่อุปสรรคเลย

ในด้านความว่องไวและปฏิกิริยาตอบสนอง คาดว่าทั้งคู่คงเป็นผู้เล่นที่มีพลังรบเลเวล 2

ฝ่ายชายดูอายุไม่ถึง 30 ปี ตัดผมทรงจานบิน ตัวสูงใหญ่ สีหน้าเด็ดเดี่ยว ในมือถือไม้ยาวที่มีแสงสีเทาจางๆสะท้อนออกมา

อืม นั่นน่าจะเป็นอาวุธสีเทาคุณภาพกลางขึ้นไป

ปัจจุบันมีผู้เล่นเลเวล 2 น้อยมากๆ ยิ่งเป็นผู้ที่สามารถครอบครองอุปกรณ์ของโลกวิญญาณยิ่งมีน้อยกว่า

ส่วนผู้หญิงอีกคนดูอายุน่าจะพอๆกับเขา ถ้าแก่กว่ามากสุดก็คงไม่เกิน 2 ปี เธอคนนี้สวมกางเกงหนังรัดรูป หน้าอกเต่งตึงอิ่มฟู ต้นขายาวและกระชับ รูปร่างต่อให้มองจากข้างหลังก็ยังดูดี

เธอมีผมสีเกาลัด ตัดสั้นประบ่า ผิวขาวใส โครงหน้าคมคาย สองคิ้วเข้มซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นในผู้หญิง เป็นคนสวยมาก

มือซ้ายเธอถือปืนพก มือขวาถือกระบี่สั้น

กระบี่สั้นเล่มนี้ย่อมไม่พ้นเป็นอาวุธจากโลกวิญญาณเช่นกัน

“เอ๊ะ? คนสวยคนนี้เหมือนฉันเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

“ไม่ผิดแล้ว! เธอคือหนึ่งในยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงในเน็ตของเมืองเจียงเฉิง!”

ฮังอวี่ย้อนนึกไปถึงตอนอ่านกลุ่มแชท เขาได้เปิดคลิปวิดีโอของเหล่ายอดฝีมือเน็ตไอดอลของเมืองเจียงเฉิงดู

ในบรรดายอดฝีมือเหล่านั้น 7 ใน 10 คนเป็นผู้ชาย น้อยนักที่จะเป็นผู้หญิง เขาเลยจำเธอได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่สวยโดดเด่นจากในบรรดาคนทั้งหมด

เธอชื่ออะไรน้า ...

นึกออกแล้ว! ดูเหมือนว่าจะชื่อเหลียงชิว

ผู้ใช้พลังแช่แข็งเหลียงชิว!

ว่ากันว่าเธอเป็นตำรวจสาวหน่วยปราบปรามอาชญากรรม เพราะงั้นเลยมีแฟนคลับมากมาย

แต่น่าแปลก

ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วดูคนอื่นสิ ทุกคนล้วนแต่งตัวชุดทหาร หรือว่าพวกเขาทั้งหมด ... จะมาจากหน่วยงานของรัฐ?

ฮังอวี่สังเกตและคิดตามในเวลาไม่ถึงสองวินาที

แต่สถานการณ์รบใกล้ถึงจุดวิกฤตแล้ว เขาจำเป็นต้องหยุดคิด เพราะหากมัวชักช้า จะไม่มีเวลาลงมืออีกแล้ว และคนกลุ่มนี้อาจตายกันหมด

เอาจริงๆอาวุธปืนยังคงให้ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม มันสามารถล้มแกะเขาดาบส่วนใหญ่ได้

ตอนนี้เหลือเพียงแกะเขาดาบสามตัวเท่านั้นที่ยังสู้อยู่

อย่างไรก็ตาม ตัวที่เหลือล้วนแข็งแกร่งกว่าแกะทั่วไป พวกมันคือมอนสเตอร์เลเวล 3

และในบรรดาทั้งสามตัว มีตัวหนึ่งโดดเด่นกว่าใคร บนหัวมันมีเขาแหลมสี่ข้างดูน่าเกรงขามเป็นพิเศษ ขนของมันหนากว่าปกติ ไม่ใช่สีเทาดำ แต่เป็นสีดำล้วน

เมื่อฮังอวี่สังเกตเห็นแกะตัวนี้ เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบอย่างหนักทั้งๆที่มีอาวุธร้อนในมือ

เจ้าตัวนี้คือแกะเขาดาบขั้นบรอนซ์! เป็นมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 3 !

พลังรบของแกะเขาดาบขั้นบรอนซ์ ไม่อาจนำแกะเขาดาบธรรมดามาเทียบได้!

ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ขนแกะหนาก็เปรียบเสมือนเกราะกันกระสุน มันมีผลช่วยต่อต้านการโจมตีจากอาวุธระยะไกลเช่น ปืน ธนู และหน้าไม้

ขณะที่กระสุนจากอาวุธร้อนแม้สามารถทะลุขนแกะได้ แต่ก็ถูกลดแรงเสียดทาน ยากที่จะเจาะเข้าไปในหนังหนาของแกะเลเวล 3 ไม่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อพวกมันได้เลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแกะเขาดาบชั้นยอดตัวนี้

แต่ถ้าให้มานั่งอธิบายมันคงสายเกินไป เพราะแกะเขาดาบชั้นยอดเริ่มลงมือแล้ว!

เห็นแค่เพียงมันร้องเสียงต่ำ เอากีบเท้าไถกับพื้น

หัวแกะไม่ขยับเขยื้อนคล้ายกำลังเล็งเป้าหมาย สุดท้ายพุ่งกระแทกออกไปด้วยความเร็วสูง พริบตาเดียวเข้าประชิดมนุษย์ฝ่ายตรงข้าม

สกิลแกะเขาดาบ -- หัวแกะพุ่งชน!

“ระวัง!” ชายหัวจานบินหลบไม่ทัน ได้แต่ยกไม้ยกไม้ยาวขึ้นตั้งขวางด้วยสองมือ เปิดใช้งานสกิล สร้างม่านป้องกันบางอย่างขึ้นมา นี่คล้ายกับสกิลติดตัวของจ้าวหมิงเลย

สหายอีกคนของเขาก็เข้ามาช่วยค้ำยัน พยายามลดแรงปะทะจากศัตรู ร่วมแรงปิดกั้นการโจมตีนี้

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ประเมินความเร็วและพละกำลังของสกิลนี้ต่ำเกินไป

ฝั่งตรงข้ามคือมอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 3 ขณะที่พวกเขาเป็นเพียงนักรบเลเวล 2 แล้วจะต้านทานมันได้อย่างไร?

ดั่งถูกรถบรรทุกที่พุ่งมาด้วยความเร็ว 120 ไมล์ต่อชั่วโมงชนเข้าอย่างจัง ภายใต้เสียงกระดูกแตกหัก ชายสองคนกระเด็นปลิวออกไปหลายเมตรพร้อมกัน

นักรบอีกคนที่เข้ามาช่วยเข้ายันเหมือนจะอ่อนแอกว่า ไม่น่ารอดชีวิตจากการโจมตีนี้

เหลียงชิวกรีดร้องเสียงดัง “พี่ชาย!”

ชายหัวจานบินกระอักเลือดจากปากและจมูกของเขา ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส จะลุกขึ้นยืนยังทำไม่ได้

เมื่อเห็นว่าแกะเขาดาบเตรียมโจมตีครั้งต่อไป เขาอาเจียนเลือดในปาก ร้องตะโกนว่า “มอนสเตอร์ตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป พวกเธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ ... รีบหนีไป!”

“ทิ้งฉันไว้แล้วหนีไปซะ นี่คือคำสั่ง!”

จบบทที่ Ep.41 - เขาวงกตใต้เมืองเจียงเฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว