- หน้าแรก
- ข้าสุ่มระบบใหม่ทุกวัน
- บทที่ 2706 แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่
บทที่ 2706 แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่
บทที่ 2706 แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่
บทที่ 2706 แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่
เย่เทียนอี้ไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมมองออกว่าพี่เขยต้องการจะทำสิ่งใด
เขาต้องการใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อดึงดูดความสนใจของนักลอบสังหารตัวจริง เพื่อสร้างโอกาสให้เย่เทียนอี้ได้ใช้เวลาค้นหาตัวนักลอบสังหาร
“บ้าไปแล้วหรือ ไม่ต้องการชีวิตแล้วหรือไร” เย่เทียนอี้กัดฟันกรอด
เขาเข้าใจการกระทำของไป๋เทียนห่าว แต่มันอันตรายเกินไป เย่เทียนอี้ไม่ต้องการให้เขาเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเป็นอันขาด
เขาคือพี่ชายของไป๋หานเสวี่ย เขายังมีคนรักของตนเอง มีอนาคตที่สดใส หากเกิดเรื่องขึ้นเพราะเหตุการณ์นี้ เย่เทียนอี้มิอาจยอมรับได้เป็นอันขาด
ส่วนไป๋เทียนห่าวเอง เขาได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างและโอกาสทั้งหมดให้แก่เย่เทียนอี้แล้ว เขาวางใจในตัวเย่เทียนอี้
หากตนไม่ลงมือเอง เช่นนั้นแล้วก็คงมีโอกาสไม่มากนัก
หากนักลอบสังหารยังมีชีวิตอยู่ เขาย่อมต้องคอยจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน ผู้ใดก็ตามที่แสดงพฤติกรรมน่าสงสัยในสายตาของเขา ก็จะถูกมองว่าเป็นผู้ท่องราตรีทันที
เช่นนั้นแล้ว เย่เทียนอี้ก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงเกินไป แม้ว่าเย่เทียนอี้จะซ่อนตัวได้ดี แต่เขาจำเป็นต้องสร้างโอกาสที่ดียิ่งขึ้นให้แก่เย่เทียนอี้
ส่วนเรื่องที่จะถูกนักลอบสังหารฆ่า…
เรื่องนี้ไป๋เทียนห่าวย่อมมีการไตร่ตรองของตนเองอยู่แล้ว
แปะ—
ไป๋เทียนห่าวตบเข้าไปที่ก้นของโจวเค่อหนิงฉาดหนึ่ง
“สารเลว!”
โจวเค่อหนิงกำลังหัวเสียอยู่พอดี ไม่คาดคิดว่าจะมีบุรุษกล้าดีมาตบก้นตนเช่นนี้
นี่มิใช่การลูบคมพยัคฆ์หรอกหรือ
“ให้ตายสิ เด้งดีชะมัด” ไป๋เทียนห่าวอุทานออกมาอย่างคาดไม่ถึง
จากนั้นไป๋เทียนห่าวก็พุ่งทะยานไปยังที่ไกล
ทว่า ทันใดนั้น ไป๋เทียนห่าวพลันถูกพลังลึกลับบางอย่างโจมตีเข้าโดยไม่ทันตั้งตัว ในสายตาของเย่เทียนอี้ เขาไม่เห็นพลังใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงชั่วพริบตาร่างของไป๋เทียนห่าวก็ล้มลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง... สิ้นใจไปแล้ว
“พี่เขย!” เย่เทียนอี้เบิกตากว้าง กำหมัดแน่น แต่ไม่กล้าตะโกนเสียงดังเกินไป
เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของนักลอบสังหาร
นักลอบสังหารผู้นี้จะต้องมีความสามารถพิเศษบางอย่างเป็นแน่ และจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ความสามารถของนักลอบสังหารผู้นี้น่าจะเป็นการสังหารคนได้ในพริบตา
“บัดซบ!” เย่เทียนอี้กัดฟันกรอด
ไป๋เทียนห่าวถูกนักลอบสังหารจับตามองอย่างเห็นได้ชัด นักลอบสังหารคิดว่าพฤติกรรมของเขาแปลกประหลาดมาก ดังนั้นในสายตาของนักลอบสังหาร ไป๋เทียนห่าวจึงกลายเป็นผู้ท่องราตรีไปแล้วโดยปริยาย
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ได้ข้อมูลมาอย่างหนึ่งว่า นักลอบสังหารยังไม่ตาย แม้คนจะตายไปมากขนาดนี้แล้ว แต่นักลอบสังหารยังคงมีชีวิตอยู่
และนักลอบสังหารผู้นี้ คือคนที่สามารถมองเห็นพฤติกรรมของพี่เขยได้ เขาอยู่ใกล้กับลานกว้าง แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ เขาอาจจะอยู่ในลานกว้าง อาจจะอยู่บนตึกชั้นใดชั้นหนึ่ง หรือแม้กระทั่งมองเห็นฉากนี้จากในห้องใดห้องหนึ่ง
ตอนนี้สามารถยืนยันได้เพียงว่านักลอบสังหารยังมีชีวิตอยู่
“ข้าจะต้องหาตัวเจ้าออกมาให้ได้!”
เย่เทียนอี้กำหมัดแน่น
วูบ—
ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นด้านหลังของเย่เทียนอี้
หวังซื่ออวี้
“ไป กลับเข้าห้อง” เย่เทียนอี้กล่าว ก่อนจะพาหวังซื่ออวี้กลับเข้าไปในห้องแล้วไปหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง
หวังซื่ออวี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สายตาจับจ้องไปที่เย่เทียนอี้แล้วกล่าวว่า “นักลอบสังหารก็คือตัวผู้ตายเอง”
เย่เทียนอี้ขมวดคิ้วแน่น
นักลอบสังหารก็คือตัวผู้ตายเอง?
เป็นไปได้อย่างไร?
หวังซื่ออวี้กล่าวว่า “ที่นี่มีเครื่องมือทางเทคโนโลยีมากมาย ข้าตามหาเครื่องตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือมาตลอด และในที่สุดก็พบจนได้ จากนั้นข้าได้นำลายนิ้วมือบนกริชที่ปักอกผู้ตายมาเปรียบเทียบ พบว่าลายนิ้วมือบนกริชเป็นของนางเอง และเมื่อดูจากทิศทางของลายนิ้วมือ ก็สามารถยืนยันได้ว่านางเป็นคนกำกริชแทงเข้าไปในทรวงอกของตนเอง”
เย่เทียนอี้ “…”
บัดซบ!
โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
นักลอบสังหารคือตัวผู้ตายเอง?
เรื่องแบบนี้ใครจะไปคาดคิดได้กัน?
หวังซื่ออวี้กล่าวต่อ “ข้าคิดว่าการที่มีเครื่องมือตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมืออยู่ที่นี่ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ แต่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ นี่คือคำใบ้สำหรับเราในการผ่านด่านนี้”
“ไม่! ไม่ใช่ ไม่ใช่!”
เย่เทียนอี้พลันตระหนักถึงบางสิ่งได้
“ไม่ใช่ ไม่ใช่!”
เย่เทียนอี้พูดพลางเดินไปมาอย่างกระสับกระส่าย “ที่เจ้าพูดมาไม่ถูกต้อง แม้ว่าทิศทางการสันนิษฐานของเจ้าจะดูเหมือนไม่มีปัญหา หรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าหลักฐานก็เพียงพอที่จะสนับสนุนการคาดเดาของเจ้า แต่นักลอบสังหารไม่ใช่ผู้ตายอย่างแน่นอน!”
เหตุใดเย่เทียนอี้จึงมั่นใจได้ถึงเพียงนี้?
ง่ายมาก นักลอบสังหารยังมีชีวิตอยู่ เขาสังหารพี่เขยไปแล้ว
หากนักลอบสังหารตายไปแล้ว ด้วยวิธีการเช่นนั้น ที่ไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ เลย ในที่นี้จะมีผู้ใดสามารถสังหารพี่เขยได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?
แม้แต่ขอบเขตราชันย์เทพบรรพกาลก็ยังทำไม่ได้!
เว้นเสียแต่ว่าขอบเขตพลังจะสูงกว่านี้!
ในที่นี้ไม่มีผู้ใดทำได้
“เป็นไปได้หรือไม่ว่า... แม้ทุกอย่างจะดูเหมือนนางฆ่าตัวตาย ทั้งทิศทางของลายนิ้วมือก็ชี้ไปในทางนั้น แต่แท้จริงแล้วนักลอบสังหารเป็นคนลงมือฆ่านางก่อน แล้วจึงจัดฉากโดยจับมือนางกำกริชให้ดูเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย?”
เย่เทียนอี้มองเขาแล้วถาม
หวังซื่ออวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้นี้ออกไปได้ แต่ข้าคิดว่าความเป็นไปได้ไม่น่าจะสูงนักกระมัง?”
เย่เทียนอี้ “เช่นนั้นนักลอบสังหารก็ตายไปแล้ว จะมีความหมายอันใดอีกเล่า? ทุกคนล้วนมาเพื่อให้ได้ของวิเศษ หรือเพื่อเอาชีวิตรอด นักลอบสังหารถึงกับฆ่าตัวตายเพื่อชัยชนะ? ไม่สมเหตุสมผล”
“สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เจ้าไม่เคยประสบกับเรื่องเช่นนี้ เจ้าอาจจะไม่เข้าใจ เหตุผลที่ข้ากล้าคาดเดาเช่นนี้ เป็นเพราะข้าเคยผ่านแดนลับที่คล้ายกันนี้มาก่อน เขาสามารถฟื้นคืนชีพได้”
เย่เทียนอี้ขมวดคิ้วแน่น
ฟื้นคืนชีพ?
“ที่นี่อาจมีพลังอำนาจบางอย่างที่แข็งแกร่ง แม้คนจะตายไปแล้ว แต่ก็สามารถทำให้ฟื้นคืนชีพได้ หรือบางทีความตายที่เราเห็น อาจไม่ใช่ความตายที่แท้จริง เป็นเพียงภาพลวงตาอย่างหนึ่ง นักลอบสังหารฆ่าตัวตาย ทำให้เรายากที่จะสงสัยในตัวนาง ในท้ายที่สุดแม้นางจะตายไปแล้ว แต่เราไม่สามารถระบุตัวได้สำเร็จ นางก็ยังคงเป็นผู้ชนะ หากสามารถฟื้นคืนชีพได้ นางก็จะชนะอย่างสมบูรณ์”
“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่!”
เย่เทียนอี้ยังคงส่ายหน้า
เขายังคงเดินไปมาไม่หยุด กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
หวังซื่ออวี้สังเกตเย่เทียนอี้ พลันถามขึ้น “เจ้าคือผู้ท่องราตรี?”
“ใช่ ข้าคือผู้ท่องราตรี” เย่เทียนอี้พยักหน้า
เนื่องจากเย่เทียนอี้ได้ประเมินหวังซื่ออวี้ผู้นี้แล้ว ดังนั้นเย่เทียนอี้จึงเชื่อมั่นว่าเขาเป็นพวกเดียวกัน
“ข้าคือผู้ท่องราตรี สิ่งที่ข้ารู้คือ นักลอบสังหารมีเพื่อนร่วมทีม ข้าก็มีเพื่อนร่วมทีมเช่นกัน ในบรรดาคนทั้งหมดมีเพียงข้าและนักลอบสังหารที่มีพลังพิเศษ นักลอบสังหารน่าจะสามารถสังหารคนที่เขาคิดว่าเป็นผู้ท่องราตรีได้ในพริบตา และสหายของข้าคนหนึ่งก็เพิ่งถูกสังหารไปเมื่อครู่นี้ ดังนั้นตอนนี้อย่างน้อยข้าก็สามารถยืนยันได้ว่านักลอบสังหารยังมีชีวิตอยู่ แม้เจ้าจะบอกว่าสามารถฟื้นคืนชีพได้ แต่เขาต้องมีชีวิตอยู่แน่ เขาได้ใช้พลังของเขาไปแล้ว”
เมื่อหวังซื่ออวี้ได้ยินคำพูดของเย่เทียนอี้ เขาก็พยักหน้า
เช่นนั้นแล้ว การคาดเดาทั้งหมดของเขาก่อนหน้านี้ก็ถูกล้มล้างไป
“ดังนั้น นักลอบสังหารก็คือคนที่ฆ่าผู้ตาย แล้วแสร้งทำเป็นว่าฆ่าตัวตายงั้นหรือ?”
เย่เทียนอี้พยักหน้า “อาจจะนะ ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน”
จากนั้น เย่เทียนอี้ก็ดูเวลา
“เวลาไม่มากแล้ว เหลืออีกแค่สิบนาที”
แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีเบาะแสใด ๆ เลย
เย่เทียนอี้กำหมัดแน่น
แท้จริงแล้ว...คือผู้ใดกันแน่!
“ทุกท่าน ทุกท่าน มารวมตัวกันที่ลานกว้าง ข้ารู้แล้วว่าใครคือนักลอบสังหาร ข้ารู้แล้ว!!”
เสียงตะโกนดังขึ้น