เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TWO Chapter 246 วิถีของราชา

TWO Chapter 246 วิถีของราชา

TWO Chapter 246 วิถีของราชา


TWO Chapter 246 วิถีของราชา

ไกอา ปีที่ 1 เดือนที่ 10 วันที่ 12

โอหยางโชวนำทหารองครักษ์ของเขาเดินทางมาที่เมืองเป่ยไห่ หลังจากก่อตั้งมาได้ครึ่งปี นี่เป็นครั้งแรกที่โอหยางโชวได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่

ล่องเรือขนาดเล็กผ่านหุบเขาลึก ซอกแซกเลี้ยวโค้งไปตามทาง ผ่านแม่น้ำในหุบเขาไปอย่างต่อเนื่อง เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นหินเย็นๆที่แข็งแรงและย้อมไปด้วยสีเขียวของมอส บรรยากาศที่นี่แน่นิ่งและวังเวง เขามองขึ้นไปด้านบน มองเห็นหน้าผาที่สูงชัน และมองเห็นท้องฟ้าเพียงเล็กน้อยผ่านหน้าผาทั้ง 2 ด้าน

กระแสน้ำเชี่ยวกราก ปลดปล่อยพลังงานของมันกับหน้าผาหิน เสียงของน้ำปะทะเข้ากับหน้าผา ได้ยินตลอดทั้งเส้นทาง หลังจากที่ปะทะ น้ำก็แตกกระจายไปรอบๆพื้นที่ปะทะนั้น

ด้านหน้าค่อยๆกว้างขึ้น แสงสว่างที่ส่องลงมาท้องฟ้า ส่องลงมาจนบนพื้นน้ำสว่างสดใส ราวกับเรือลำน้อยนี้กำลังแล่นสู่ขอบฟ้า มันดูน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก แสงแดดที่ส่องลงมา ทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นชายหาดได้จากระยะไกล เสียงดั่งสนั่นจากคลื่น ดังก้องมาจากทะเล มองเห็นนกทะเล 2 ตัว บินอยู่บนท้องฟ้า ทำให้มันดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก

หลังจากผ่านพื้นที่แคบเข้าสู่พื้นที่กว้างใหญ่ ราวกับได้ผ่านเส้นทางแห่งชีวิตและความตายมา มันทำให้พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นในทันที โอหยางโชวประหลาดใจ ขณะที่เขามองไปที่สิ่งต่างๆที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เป็นผู้รังสรรค์

ปากน้ำเชื่อมต่อกับทะเล มันเป็นพื้นที่ที่งดงามเป็นอย่างมาก ราวกับมันตั้งอยู่ระหว่างสวรรค์และโลก การดำรงอยู่ของมันในดินแดนแห่งนี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่มีชีวิตชีวา

ผู้ปกครองเมืองเป่ยไห่ กู่ซิวเหวิน และผู้บัญชาการกองทัพเรือเป่ยไห่ เผ่ยตงหลาย พร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท กำลังรอต้อนรับการมาถึงของโอหยางโชวอยู่ที่ท่าเรือ

เรือเทียบท่า และโอหยางโชวก็เดินลงจากเรือ ภายใต้ความช่วยเหลือของทหารองครักษ์

“คำนับนายท่าน!!!” เหล่าข้าราชการและนายทหารคำนับโอหยางโชว

โอหยางโชวพยักหน้าตอบรับ แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าทุกคนเป็นกระดูสันหลังและแขนขาของเมืองซานไห่ เมืองเป่ยไห่คงมาไม่ถึงวันนี้หากขาดพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งไป การทำงานหนักและผลงานของพวกเจ้าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก แต่วันนี้ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อชื่นชมความสำเร็จ ดังนั้น รีบกลับไปทำงานได้แล้ว มิฉะนั้น พวกเจ้าอาจจะถูกไล่ออก!”

“เข้าใจแล้วขอรับ!” เหล่าข้าราชการและนายทหารไม่กล้าชักช้า พวกเขาทั้งหมดแยกย้ายกันออกไปทำงานของตนทันที มีเพียงกู่ซิวเหวินและเผ่ยตงหลายเท่านั้นที่ยังอยู่

โอหยางโชวไม่ได้รีบเข้าไปในตัวเมือง เขายิ้มและกล่าวกับทั้ง 2 คนว่า “เรามาเดินเล่นกันซักหน่อยเถอะ!”

ในความเป็นจริง กู่ซิวเหวินและเผ่ยตงหลายรู้เพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับเหตุผลที่โอหยางโชวมาเยี่ยมเยือนเมืองเป่ยไห่ในวันนี้

เมื่อคืนก่อน ทั้ง 2 ได้รับจดหมายจากผู้จัดการสำนักงานเสมียน ไป๋หนานผู ในจดหมายระบุเพียงว่า ท่านลอร์ดของพวกเขาจะไปเยี่ยมเยือนเมืองเป่ยไห่ แต่ไม่ได้แจ้งสาเหตุเบื้องหลังการมาเยี่ยมเยือนอย่างกระทันหันในครั้งนี้

แน่นอนว่า ทั้ง 2 จะไม่ปฏิเสธคำขอจากลอร์ดของพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงกล่าวตอบรับออกไป “ขอรับ!”

ทั้ง 3 เดินไปตามชายหาด ในขณะที่ทหารองครักษ์รักษาระยะห่างจากพวกเขา และคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยของพวกเขาอย่างใกล้ชิด

ขณะที่เดินช้าๆ โอหยางโชวหันมามองกู่ซิวเหวิน แล้วกล่าวว่า “ซิวเหวิน เมืองเป่ยทำอะไรบ้างในช่วงนี้?”

นับตั้งแต่ที่เขาได้ยึดครองเมืองเทียนเฟิงและอีก 4 เมือง โอหยางโชวก็ได้เปลี่ยนการรายงานของผู้ดูแลหรือผู้ปกครองเมืองสาขาจากทุกๆเดือน เป็นทุกๆครึ่งปี

ดังนั้น มันจึงเป็นเวลาที่ค่อนข้างนานแล้ว นับตั้งแต่ที่โอหยางโชวได้พบกับกู่ซิวเหวินครั้งล่าสุด เขาเป็นดั่งมือขวาของโอหยางโชวและเป็นคนที่เขาไว้วางใจ

กู่ซิวเหวินตกใจอยู่ชั่วครู่ จากนั้น เขาก็โค้งคำนับแล้วกล่าวว่า “เรียนท่านลอร์ด...”

“เฮ้ยยย” โอหยางโชวโบกมือ “นี่ไม่ใช่ในห้องประชุม ซิวเหวิน เจ้าสามารถข้ามพิธีรีตองที่เป็นทางการได้” นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมโอหยางโชวถึงไม่รีบเข้าไปที่สำนักงานของผู้ปกครอง เขาไม่ต้องการทุกอย่างจริงจังเกินไป

กู่ซิวเหวินพยักหน้า และเริ่มรายงานโอหยางโชวอย่างไม่เป็นทางการ ในประเด็นหลักและประเด็นสำคัญของเมืองเป่ยไห่

ในระหว่างการประชุมการปกครองและการทหารครั้งล่าสุด โอหยางโชวได้เสนอแผนให้พวกเขากระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมของตน หลังจบการประชุม สำนักงานเสมียนได้จัดเตรียมข้อเสนออย่างเป็นทางการ และส่งเอกสารไปยังเมืองสาขาต่างๆของดินแดน

เหล่าผู้ปกครองเมืองสาขาของดินแดนเข้าใจความหมายของโอหยางโชวดี พวกเขาเริ่มคิดหาแนวทางในการกระจายการลงทุนและพัฒนาแผนการด้านการอุตสาหกรรมของตน

ในเรื่องนี้ เมืองเป่ยไห่ถูกกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สู้ดีนัก ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ผู้ที่อยู่อาศัยบนภูเขา ก็จะพึ่งภูเขา ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้น้ำ ก็จะพึ่งน้ำ’ เมืองเป่ยไห่อยู่ริมทะเล ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาสำหรับพวกเขาที่จะใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมการประมงและนาเกลือ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ โครงสร้างอุตสาหกรรมของพวกเขาเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายมากๆ

ไม่จำเป็นต้องกล่าวอุตสาหกรรมนาเกลือที่ถูกจำกัด

อุตสาหกรรมการประมงเองก็ไม่สู้ดีนัก ชาวประมงกังวลกับสภาพอากาศที่เลวร้าย และยังต้องเผชิญภัยคุกคามจากโจรสลัด ดังนั้น อุตสาหกรรมนี้จึงยังไม่เสถียรมากนัก พวกเขาจับปลาได้ในพื้นที่จำกัดเท่านั้น

ประมาณครึ่งเดือนก่อน เมืองเป่ยไห่ได้อัพเกรดเป็นเมืองขนาดกลางระดับ 3 และเมืองฉิวซุ่ยก็ตามพวกเขามาติดๆ โดยพวกเขาอัพเกรดเป็นเมืองขนาดกลางระดับ 3 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้

แม้ว่าการอพยพของคนเถื่อนภูเขาจะมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์นั้น กู่ซิวเหวินก็ยังเป็นกังวล ในฐานะที่เป็นเมืองสาขาแห่งแรกของเมืองซานไห่ กู่ซิวเหวินมองว่าเมืองเป่ยไห่ควรจะเป็นมาตรฐานและตัวอย่างของเมืองสาขาอื่นๆของดินแดน

เพื่อที่จะนำหน้าเมืองฉิวซุ่ย กู่ซิวเหวินได้สนทนากับเผ่ยตงหลาย เกี่ยวกับการเริ่มปฏิบัติการทางทหาร ในการกวาดล้างพวกโจรสลัด ซึ่งพวกเขายังจะได้รับเชลยมาเพิ่มประชากรของเมืองเป่ยไห่ และในเวลาเดียวกันพวกเขายังได้ขจัดอุปสรรคที่ชางประมงจะต้องเผชิญด้วย

เผ่ยตงหลายได้คิดเรื่องนี้เป็นเวลานานแล้ว ขณะที่พวกเขาสนทนากัน ทั้ง 2 จึงเข้าใจซึ่งกันและกันในทันที

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พ่ายแพ้ไม่กี่ครั้ง กลุ่มโจรสลัดฉลามดำก็เริ่มที่จะถอยกลับ เป็นระยะเวลานานแล้ว ที่พวกเขาไม่ได้ส่งเรือสอดแนม มาตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเมืองเป่ยไห่

เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ร้ายในอนาคต ทั้ง 2 ได้ยื่นคำขอถึงโอหยางโชว โดยหวังว่าเขาจะอนุมัติปฏิบัติการทางทหาร ในการกวาดล้างพวกโจรสลัดนี้

หลังจากที่ทั้ง 2 คนได้ตีพุ่มไม้รอบๆแล้ว สุดท้าย พวกเขาก็กลับเข้าสู่หัวข้อการกวาดล้างพวกโจรสลัด โอหยางโชวหัวเราะและส่ายหัว “พวกเจ้าทั้ง 2 หยุดการแสดงตลกต่อหน้าข้าได้แล้ว การสู้รบบนบกเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการการกลาดล้างพวกโจรสลัดด้วย อย่างไรก็ตาม ชัยชนะเหนือด่านเจิ้นหนานและสันเขาเอ้อซี ก็ทำให้ดินแดนของพวกเราสามารถเพลิดเพลินกับความสงบได้ชั่วคราว และนั่นก็คือสาเหตุที่ข้ามาที่นี่ เพื่อหารือกับพวกเจ้าเกี่ยวกับปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดฉลามดำที่เกาะพระจันทร์”

หลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา กู่ซิวเหวินและเผ่ยตงหลายก็มีความสุขมาก

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงชายหาด น้ำทะเลใสและชายหาดที่ปราศจากขยะ เป็นสิ่งที่งดอย่างมาก

ในโลกจริง ชายหาดที่สะอาดและสวยสามไร้ที่ติเช่นนี้ได้หายไปนานแล้ว มองไปที่ชายหาดที่งดงาม โอหยางโชวมีแรงกระตุ้นอย่างรวดเร็ว ในการดำน้ำและแช่ตัวในทะเล เขาต้องมองไปที่มัน และคิดอย่างหลงไหลภายในใจของเขา ในอนาคต เขาจะพาปิงเอ๋อมาพักผ่อนที่นี่

“ซิวเหวิน!” โอหยางโชวเรียก

“ท่านลอร์ด!”

“ช่วยอะไรข้าหน่อย สร้างกระท่อมไม้ไว้ที่ริมชายหาด ครั้งหน้า ข้าจะพาปิงเอ๋อมาพักผ่อนที่นี่ และเราจะพักอยู่ในกระท่อมแห่งนั้น” โอหยางโชวสั่งเขา

แม้ว่าเขาจะเป็นลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองซานไห่ เขาก็ไม่ต้องการจะถูกผูกมัดโดยกิจการการปกครองและการทหารอยู่ตลอด เขายังคงต้องการเวลาผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับครอบครัวของเขาบ้าง และเขาไม่ลังเลเลยที่จะทำเช่นนั้น

“เข้าใจแล้วขอรับ!” กู่ซิวเหวินเก็บคำกล่าวของโอหยางโชวไว้ในใจของเขา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะสร้างและประดับตกแต่งกระท่อมไม้แห่งนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ลอร์ดและท่านหญิงสาม พักผ่อนได้อยากสะดวกสบายมากที่สุด

“เอาล่ะ กลับไปที่สำนักงานของผู้ปกครองกันเถอะ!” หลังจากที่เขาได้กวาดสายตาไปจดจำภาพที่น่าทึ่งทั้งหมดแล้ว โอหยางโชวก็ตัดสินใจเข้าไปในเมือง

ณ เมืองเป่ยไห่, ห้องโถงประชุม

โอหยางโชวกระซิบบางอย่างกับแผ่นหินภายในใจของเขา จากนั้น แผ่นหินคริสตัลสีขาวก็ค่อยๆผุดขึ้นมาจากพื้นดิน บนแผ่นหินนี้ มีตัวอักษรจีนโบราณ 3 คำ ถูกสลักไว้ มันอ่านว่า ‘เมืองเป่ยไห่’

เขาวางมือบนแผ่นหิน แล้วกล่าวว่า “หมู่บ้านสาขา” จากนั้น ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นที่หูของเขา

“แจ้งเตือนระบบ : เมืองเป่ยไห่เป็นเมืองขนาดกลางระดับ 3 มีเหรียญการสร้างหมู่บ้าน 3 เหรียญ คุณต้องการจะใช้มันหรือไม่?”

“ใช่!”

“แจ้งเตือนระบบ : เหรียญการสร้างหมู่บ้านของเมืองเป่ยไห่เป็นเหรียญระดับเงิน ดังนั้น เหรียญการสร้างหมู่บ้านสาขาของมันจะลดลงหนึ่งระดับโดยอัตโนมัติ เป็นเหรียญระดับเหล็กดำ คุณต้องการที่จะถอนออกไปหรือไม่?”

“ถอน!”

แสงสีดำเปล่งออกมาจากแผ่นหินคริสตัลสีขาว อย่างช้าๆ มันจับตัวกันเป็นเหรียญและตกลงไปอยู่บนฝ่ามือของโอหยางโชว มันได้กลายเป็นเหรียญหมู่บ้านระดับเหล็กดำจำนวน 3 เหรียญ จากนั้น โอหยางโชวก็ตรวจสอบสถานะของมัน

ชื่อ : เหรียญการสร้างหมู่บ้าน(ระดับเหล็กดำ)

คุณสมบัติ : ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐาน เพิ่มขึ้น 25%, ดึงดูดผู้มีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้น 10%, ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น 25%, กำลังการผลิตของผู้อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 10%, ประสบการณ์ทหารเพิ่มขึ้น 10%

การประเมิน : ไอเท็มเฉพาะ ไม่สามารถทิ้งได้ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้

คุณสมบัติของเหรียญการสร้างหมู่บ้านของเหรียญการสร้างหมู่บ้านระดับเหล็กดำ มีเพียงครึ่งเดียวของเหรียญการสร้างหมู่บ้านระดับทอง คุณสมบัติของมันลดลงอย่างมาก แต่โอหยางโชวก็ไม่ได้คิดมากนัก เขาเก็บเหรียญทั้ง 3 ไว้ในถุงเก็บของของเขา แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเหรียญการสร้างหมู่บ้านระดับเหล็กดำ มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

“ท่านลอร์ดจะสร้างเมืองสาขาของดินแดนแห่งใหม่เช่นนั้นหรือ?” กู่ซิวเหวินที่ยืนข้างๆเขาถาม

โอหยางโชวจำได้ว่าเขายังไม่ได้อธิบายเรื่องเกี่ยวกับการใช้เหรียญการรวมดินแดนให้กู่ซิวเหวินฟัง เขามีความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยภายในใจของเขา เขาจำได้ว่ากู่ซิวเหวินได้ส่งคำร้องขอในการสร้างเมืองสาขาของดินแดนแห่งใหม่ต่อโอหยางโชวหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ได้ปฏิเสธคำร้องเหล่านั้นทั้งหมด

“ซิวเหวิน มีบางอย่างที่ข้าจะต้องบอกเจ้า” โอหยางโชวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะกล่าวต่อว่า “เมืองเป่ยไห่ต้องมุ่งเน้นไปที่การเป็นฐานหลัก ความสำคัญสูงสุดของมันคือการพัฒนาตัวเอง ดังนั้น มันจึงไม่จำเป็นต้องมีเมืองสาขาของตัวเองมากนัก และข้ามีแผนอื่นๆในารใช้เหรียญการสร้างหมู่บ้านทั้ง 3 เหรียญนี้”

กู่ซิวเหวินรู้สึกทึ่ง ใบหน้าของเขาค่อยๆซีดลง ราวกับว่าเขากำลังถูกรัดคอ เขาคิดว่าโอหยางโชวทำเช่นนี้ เพราะเขาไม่พอใจกับการพัฒนาในปัจจุบันของเมืองเป่ยไห่

“ข้าขอโทษที่ข้าไม่สามารถบรรลุความคาดหวังของท่านลอร์ดได้ ได้โปรดลงโทษข้าด้วย!” กู่ซิวเหวินคุกเข่าลงกับพื้น และกล่าวออกมาอย่างวิตกและหวาดกลัว

โอหยางโชวส่ายหัว นี่เป็นด้านที่ไม่ดีของนักวิชาการ พวกเขาชอบคิดมากเกินไป และบางครั้งก็มีความคิดมากมายล้นออกมาจากภายในใจของพวกเขา บางครั้งพวกเขาก็เข้าใจสถานการณ์ผิดไปเอง ถ้าเป็นเจ้าเต๋อเสี้ยนหรือเจ้าเต๋อหวัง พวกเขาคงจะไม่เป็นเช่นนี้ และถามถึงเหตุผลโดยตรง

“ลุกขึ้น อย่าเพิ่งเข้าใจสถานการณ์ผิด ข้าไม่ได้ทำเช่นนี้เพราะไม่พอใจผลงานของเจ้า ที่ข้ากำลังทำก็ไม่มีอะไรมาก มันเป็นการจัดเตรียมตามแผนการในอนาคตของดินแดน เมืองเป่ยไห่ตั้งอยู่ริมทะเล ดังนั้น มันจึงเป็นศูนย์กลางการพัฒนารอบๆตัวมันเอง นี่เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับเมืองเป่ยไห่” โอหยางโชวอธิบายให้เขาเข้าใจ การปล่อยให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีหรือสร้างอุปสรรคระหว่างเขากับผู้ใต้บังคับบัญชาที่น่าเชื่อถือของเขา คือสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น

“เข้าใจแล้วขอรับ!” กู่ซิวเหวินโล่งใจมากขึ้น หัวใจของเขาผ่อนคลายลง

เขาไม่สามารถตำหนิความวิตกกังวลที่มากเกินไปของกู่ซิวเหวินได้ มันเป็นความจริงที่ว่าเมืองเป่ยไห่กำลังจะถูกแทนที่โดยเมืองฉิวซุ่ย ในการแข่งขันระหว่างเมืองสาขาของดินแดน มันทำให้กู่ซิวเหวินรู้สึกกระวนกระวายในช่วงนี้

โอหยางโชวยังสังเกตเห็นว่า กู่ซิวเหวินอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุลทางอารมณ์ เรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่คนภายนอกยากจะปลอบประโลม เพราะยิ่งปลอบประโลมมากเท่าใด มันก็จะยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ ต้องให้กู่ซิวเหวินบังคับตัวเอง และสงบคลื่นในทะเลทางอารมณ์ของเขาด้วยตัวเอง

ในฐานะลอร์ด โอหยางโชวไม่สามารถลำเอียง สนับสนุนเพียงด้านใดด้านหนึ่งระหว่างเมืองฉิวซุ่ยและเมืองเป่ยไห่ได้ หรือแม้แต่เมืองมิตรภาพก็ด้วย ทั้ง 3 ต่างก็เป็นเลือดและเนื้อของเขา ดังนั้น ข่าวดีหรือความคืบหน้าของเมืองทั้ง 3 แห่งนี้ จึงเป็นดั่งการเฉลิมฉลองสำหรับเขา

ตราบเท่าที่การแข่งขันระหว่างเมืองสาขายังอยู่ในขอบเขต และอยู่ในการแข่งขันที่เสมอภาพ โอหยางโชวจะไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆ แต่ถ้ามีเมืองใดเมืองหนึ่งข้ามเส้น โอหยางโชวจะไม่เพียงแค่กำหมัดของเขาไว้ แต่เขาจะลงโทษอย่างรุนแรงต่อบุคลากรที่รับผิดชอบ โดยจะไม่มีความเมตตาใดๆ

ในขณะที่เมืองสาขาของดินแดนเพิ่มากขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มันจะต้องใช้ศิลปะอย่างลึกซึ้งในการรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ ทรัพยากร และข้อกำหนดระหว่างเมืองสาขาของดินแดน

นั่นเป็นเหตุผลที่โอหยางโชวเร่งสร้างถนนเทียนไห่ เพื่อที่เขาจะได้สามารถควบคุมเมืองสาขาของดินแดนเหล่านั้น ไม่ให้เติบโตนอกเหนือการควบคุมของเขา

ในเรื่องนี้ โอหยางโชวยังคงอ่อนประสบการณ์ และเขาทำมันได้เพียงทีละขั้นตอนอย่างระมัดระวัง เขาค่อยๆเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างช้าๆว่าควรจะทำเช่นไร

ในความเป็นจริง โอหยางโชวต้องการครู ผู้ที่คอยให้คำปรึกษา และสอนเขาเกี่ยวกับวิถีแห่งความชอบธรรมของราชา อย่างไรก็ตาม แม้แต่ฟ่านจงหยานและเทียนเหวินจิงก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้

แฟนเพจ : TWOแปลไทย

จบบทที่ TWO Chapter 246 วิถีของราชา

คัดลอกลิงก์แล้ว