- หน้าแรก
- ข้าสุ่มระบบใหม่ทุกวัน
- บทที่ 2176 ความลำบากใจของวังกว่างหาน
บทที่ 2176 ความลำบากใจของวังกว่างหาน
บทที่ 2176 ความลำบากใจของวังกว่างหาน
### บทที่ 2176 ความลำบากใจของวังกว่างหาน
ไข่มุกเทพวารีถูกกลืนลงไปแล้ว
ทุกคนต่างตกตะลึง
หากเขากลืนลงไปแล้วสามารถได้รับพลังของไข่มุกเทพวารีได้เล่า จะทำเช่นไร?
หากเป็นเช่นนั้น เรื่องใหญ่อาจบังเกิดขึ้นได้จริงๆ
ถึงแม้ตามทฤษฎีแล้ว ของล้ำค่าเช่นนี้หากกลืนลงไปก็ไร้ประโยชน์ และอาจเป็นการกระทำที่นำพาตนเองไปสู่ความตาย แต่ข้อยกเว้นก็ย่อมมีอยู่เสมอ
“เจ้าหาที่ตาย!”
คนเหล่านั้นเมื่อเห็นเขากลืนไข่มุกเทพวารีลงไป ก็บังเกิดโทสะอย่างยิ่ง!
“ฆ่ามันเสีย! ผ่าท้องมันออกมา ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่คายไข่มุกเทพวารีนี้ออกมา!”
ฟิ้ว—
บุรุษผู้หนึ่งพุ่งเข้าใส่เป็นคนแรก
“ฆ่า!”
ยอดฝีมืออีกหลายคนก็ทะยานเข้าใส่พร้อมกัน
“หาที่ตาย! กึ่งเทพไม่กี่คนก็บังอาจต่อกรกับข้าผู้เป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กระนั้นรึ?”
แววตาของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นพลันเปลี่ยนไป
สถานการณ์พลันตกอยู่ในความโกลาหล
“คนของตระกูลซูเป่าอย่าได้เข้าร่วมการต่อสู้”
ซูฉือออกคำสั่ง
“เจ้าสำนัก เหตุใดเราจึงไม่ไปแย่งชิง?”
“พื้นที่ก็มีอยู่จำกัด การต่อสู้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การบาดเจ็บล้มตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งเจ้าคิดว่าไข่มุกเทพวารีนี้เป็นสิ่งที่พวกเราจะชิงมาได้ง่ายๆ หรือ?”
ซูฉือเอ่ยถาม
“ต่อให้พวกเขาต่อสู้กันเสร็จ ก็ยังมีวังกว่างหาน ต่อให้วังกว่างหานจัดการเสร็จ ก็ยังมีเทพเหมันต์อีกคน ต่อให้พวกเราได้ไข่มุกเทพวารีมาอยู่ในมือ ผู้อื่นก็จะรุมโจมตีตระกูลซูเป่าของพวกเรา หลังจากต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บสาหัส วังกว่างหานก็จะเข้าร่วมการต่อสู้ สุดท้ายแล้วไข่มุกเทพวารีก็มิใช่ของพวกเราอยู่ดี เรื่องที่ต้องลงแรงแต่ไม่ได้ประโยชน์เช่นนี้ จะทำไปเพื่ออันใด?”
“ก็จริง สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไป ที่นี่ไม่มีทางหนี มิเช่นนั้นแล้วพวกเรายังพอจะลองเสี่ยงชิงดูได้ หากมีโอกาสหนีรอดไปได้ก็ย่อมไม่ขาดทุน”
“ของล้ำค่าเช่นไข่มุกเทพวารี หากมีโอกาสแย่งชิงมาได้ ต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาลก็ไม่นับว่าขาดทุน”
ทว่าในขณะนั้น…
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก—
ประตูใหญ่บานนั้นเปิดออก
“อะไรนะ?”
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
“เหตุใดประตูจึงเปิดออก?”
และในขณะนี้ ยอดฝีมือที่ถูกไล่ล่าเมื่อเห็นประตูเปิดออก เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมา เขาพุ่งทะยานออกไปอย่างสุดกำลัง
“อย่าให้มันหนีไปได้! ไล่ตามไป!”
“พุ่ง!”
ฟุ่บ—
ชั่วพริบตา พวกเขาก็พุ่งตามออกไป
คนที่เหลือต่างก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ในตำหนักใหญ่ยังมีสมบัติล้ำค่านับไม่ถ้วน ดูจากสถานการณ์แล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ?
ไข่มุกเทพวารีคงหมดวาสนาที่พวกเขาจะได้ครอบครองแล้ว แต่สมบัติที่นี่แตกต่างออกไป
“ไป! พวกเราก็ออกไป!”
จากนั้นคนของตระกูลซูเป่าและวังกว่างหานก็เดินออกไป
“สิบ”
“เก้า”
“แปด”
พลันมีเสียงนับถอยหลังอันเย็นเยียบดังขึ้นในอากาศ
“นี่เสียงอะไร? หรือว่าจะเป็นการนับถอยหลังปิดประตูใหญ่ของตำหนัก?”
“รีบไป!”
หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาคงได้ถูกขังตายอยู่ที่นี่เป็นแน่
ไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยง
ทุกคนต่างวิ่งกรูกันออกไป
“สาม!”
“สอง!”
“หนึ่ง!”
ตูม—
ตูม ตูม ตูม—
รอบข้างเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
“อ๊า—”
มีคนร้องโหยหวนออกมา
เย่เทียนอี้มองไปอย่างตกตะลึง
รอบตัวเขามีคนราวสิบกว่าคนถูกบางสิ่งระเบิดจนเลือดเนื้อกระจาย กลายเป็นเศษเนื้อในทันที
ส่วนบางคนอาการดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ถูกระเบิดจนบาดเจ็บสาหัส บ้างก็แขนขาดขาขาด
บางคนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
ส่วนผู้ที่หยิบสมบัติไปเพียงน้อยนิด จึงไม่ได้รับอันตรายจากการระเบิด ซึ่งเย่เทียนอี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“อ๊า—”
ผู้บาดเจ็บหลายคนนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้น
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
“สมบัติ”
หานเยว่หนิงเหลือบมองแล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย
จะเห็นได้ว่า คนของตระกูลซูเป่าและวังกว่างหานไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดเลย ส่วนผู้ที่ถูกระเบิดจนตายล้วนเป็นคนที่หยิบฉวยสมบัติไปมากมาย ผู้ที่บาดเจ็บสาหัสคือผู้ที่หยิบสมบัติไปน้อยกว่ากลุ่มแรกเล็กน้อย ส่วนผู้ที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยนั้นหยิบสมบัติไปน้อยกว่านั้นอีก
“เป็นเช่นนี้เองรึ!”
ซูฉือถอนหายใจยาว
โชคดีที่เขาห้ามปรามคนของตระกูลซูเป่าไม่ให้หยิบฉวยไปมาก มิเช่นนั้นแล้ว พวกเขาคงจะสูญเสียอย่างหนัก!
อีกทั้ง ทางนั้นถึงกับมีผู้แข็งแกร่งระดับเทพเจ้าคนหนึ่ง ซึ่งมีพลังใกล้เคียงกับขอบเขตราชันย์เทพบรรพกาล ถูกระเบิดตายทั้งเป็น!
เช่นนั้นแล้ว...หมายความว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับราชันย์เทพบรรพกาลก็อาจถูกพลังลึกลับนี้สังหารได้เช่นกันรึ?
น่ากลัวเกินไป!
วิธีการของจักรพรรดิมารผู้นี้ โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!
เพียงแค่ประมาทก็อาจถึงตายได้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ยอดฝีมือเหล่านั้นยังคงต่อสู้กันอยู่ เพื่อแย่งชิงไข่มุกเทพวารี
คนที่กลืนไข่มุกเทพวารีลงไป สุดท้ายก็หนีการไล่ล่าไม่พ้น เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนั้น เขาย่อมไม่มีทางต้านทานได้!
สุดท้าย เขาก็ถูกสังหาร!
จากนั้นก็ถูกผ่าท้อง นำไข่มุกเทพวารีออกมา!
ชายชราที่มือเปื้อนเลือดคนนั้นถือไข่มุกเทพวารีไว้ ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นถึงขีดสุดพุ่งไปยังทิศทางหนึ่ง
บัดนี้สถานการณ์แตกต่างจากในตำหนักใหญ่แล้ว
ตอนนี้พวกเขาออกมาข้างนอกแล้ว ขอเพียงหนีรอดไปได้ ก็จะสามารถหลอมรวมกับไข่มุกเทพวารีได้
“ไป อย่าให้มันหนีไปพร้อมกับไข่มุกเทพวารีได้”
เทพเหมันต์ออกคำสั่ง
“เจ้าค่ะ!”
จากนั้นคนของวังกว่างหานก็ไล่ตามไป
เย่เทียนอี้ไม่ได้ไล่ตามไป เขาก็ไม่รีบร้อน เพียงรอชมอยู่ห่างๆ ว่าสุดท้ายแล้วไข่มุกเทพวารีจะตกไปอยู่ในมือของผู้ใด
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ
ต่อไป จะไปทางไหนดี?
ตอนนี้ ข้างหน้าไม่มีทางไป ส่วนการย้อนกลับไปทางเดิมนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
บางคนก็เริ่มค้นหาเส้นทางแล้ว
ตำหนักใหญ่ก็ปิดสนิทแล้วเช่นกัน
เย่เทียนอี้รู้สึกราวกับว่า กลไกของที่นี่ต้องการให้พวกเขาต่อสู้กันจนกว่าจะได้ผู้ชนะเสียก่อน แล้วเส้นทางใหม่จึงจะปรากฏขึ้น
เทพเหมันต์ยืนมองเย่เทียนอี้
โชคดีที่เขาไม่ได้โลภมาก มิเช่นนั้นแล้วก็คงจะตายเช่นกัน
นางเกือบจะมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
หนึ่งวัน สองวัน…
และแล้วพวกเขาก็รอคอยเช่นนี้เป็นเวลาสองวัน
ก็นับว่าเป็นเรื่องดี ที่ทำให้หลายคนมีเวลารักษาบาดแผล
พื้นที่แห่งนี้ก็ไม่ใหญ่นัก เป็นเพียงร่องลึกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง กระทั่งพวกเขาก็ไม่สามารถบินขึ้นไปจากร่องลึกได้ เพราะถูกพลังบางอย่างกั้นไว้
ในสถานที่เช่นนี้ ยอดฝีมือเหล่านี้ต่างก็ต่อสู้แย่งชิงไข่มุกเทพวารีอย่างเอาเป็นเอาตาย จนบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก
ฟิ้ว—
ขณะนั้น ชายชราคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ด้านหลังของเขามียอดฝีมือกว่าพันคนไล่ตามมา
ฟิ้ว—
หลังจากเขาลงสู่พื้นก็มาหยุดอยู่ที่ข้างกายของเทพเหมันต์
“ท่านบรรพบุรุษ แย่งมาได้แล้ว”
เขายื่นมือออก เผยให้เห็นไข่มุกเทพวารีในฝ่ามือ
เทพเหมันต์รับไป
สายตาของเย่เทียนอี้จ้องมองอย่างไม่วางตา
ผู้คนต่างก็ร่อนลงสู่พื้น
“ท่านเทพเหมันต์ ท่านไม่ได้กล่าวไว้หรือว่าจะไม่เข้าร่วมการแย่งชิงไข่มุกเทพวารี?”
ยอดฝีมือคนหนึ่งเอ่ยถาม
“เฒ่าผู้นี้ไปแย่งชิงเมื่อไหร่กัน?”
เทพเหมันต์กล่าวต่อไปอย่างเรียบเฉย “นี่เป็นของที่วังกว่างหานแย่งชิงมา เขามอบให้เฒ่าผู้นี้ เช่นนั้นแล้วเฒ่าผู้นี้ก็จะเก็บรักษาไว้ให้ดี หากพวกเจ้าต้องการ ก็มาแย่งชิงไปจากมือคนของวังกว่างหานของข้าก็แล้วกัน”
“บัดซบ!”
พวกเขากัดฟันกรอด!
ตอนนี้แตกต่างจากสองวันก่อนแล้ว
เหล่าอดฝีมือที่เคยร่วมมือกันต่างบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมากจากการแย่งชิง อีกทั้งที่นี่ก็ไม่ใช่ตำหนักใหญ่ที่คับแคบเช่นนั้นอีกต่อไป กล่าวได้ว่าของล้ำค่าได้ตกอยู่ในมือของวังกว่างหานโดยสมบูรณ์แล้ว บัดนี้ต่อให้พวกเขารวมพลังกันอีกครั้ง ก็ยากที่จะชิงกลับคืนมาได้ เว้นเสียแต่ว่าตระกูลซูเป่าจะยื่นมือเข้าช่วย