เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1161 การทดสอบอันน่าสะพรึงกลัว

บทที่ 1161 การทดสอบอันน่าสะพรึงกลัว

บทที่ 1161 การทดสอบอันน่าสะพรึงกลัว


### บทที่ 1161 การทดสอบอันน่าสะพรึงกลัว

ฟุ่บ—

ชั่วพริบตาต่อมา เย่เทียนอี้ก็หายไปจากจุดเดิมแล้วไปปรากฏตัวขึ้น ณ เมืองร้างขนาดมหึมาแห่งหนึ่ง

เขากวาดตามองไปรอบๆ มันคือเมืองร้างโดยแท้ กำแพงแต่ละแห่งสูงตระหง่าน บ้านเรือนริมทางล้วนเป็นบ้านเก่าแก่โบราณ ประตูส่วนใหญ่เปิดอ้า ทรุดโทรมผุพัง สายลมพัดพาใบไม้ กิ่งไม้แห้ง และฝุ่นดินสีเหลืองให้ม้วนตลบไปทั่วบริเวณ บรรยากาศช่างรกร้างว่างเปล่ายิ่งนัก

เย่เทียนอี้รู้สึกมึนงงเล็กน้อย!

นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

เอาชีวิตรอด? ใครจะมาสังหารเขากัน?

กฎเกณฑ์บัดซบนี่ก็ไม่บอกให้กระจ่าง แล้วก็โยนเขามาที่นี่เลยอย่างนั้นหรือ? หากทำให้ข้าไม่พอใจ ข้าก็จะใช้ศิลามายาเวิ้งว้างจากไป แล้วค่อยกลับมาใหม่... อ้อ ไม่สิ ถึงกลับมาก็ยังคงอยู่ที่นี่อยู่ดี เย่เทียนอี้ออกไปไม่ได้ ไม่สามารถไปยังด่านต่อไปได้

ทันใดนั้น กระดาษแผ่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเย่เทียนอี้ บนกระดาษมีตัวอักษรเขียนอยู่ เขาจึงกวาดสายตาอ่าน

“ให้ตายสิ!”

ความหมายโดยรวมก็คือ...

นี่คือมิติที่เปิดกว้างแต่ก็มีขอบเขตจำกัด เป็นมิติปิดตายโดยสมบูรณ์ มิติแห่งนี้มีขนาดใหญ่เทียบเท่าเมืองหนึ่งเมือง พวกเขาไม่สามารถออกไปได้ ทำได้เพียงอยู่ในขอบเขตนี้เท่านั้น!

และสิ่งที่พวกเขาต้องทำคืออะไร? เอาชีวิตรอดและสังหารผู้คน!

ผู้คนที่เข้ามาทั้งหมดอาจมีราวสองหมื่นกว่าคน สองหมื่นกว่าคนนี้จะถูกรวบรวมไว้ในเมืองแห่งนี้ทั้งหมด โดยจะถูกส่งมายังตำแหน่งต่างๆ แบบสุ่ม และท้ายที่สุดจะมีเพียงห้าพันคนเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตออกไปได้!

และผู้ที่จะสังหารพวกเขาก็คือทุกคน! ไม่มีปัจจัยอื่นใดที่จะเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา!

เมื่อจำนวนผู้รอดชีวิตเหลือเพียงห้าพันคน พวกเขาก็จะได้ออกจากที่นี่ ส่วนคนอื่นๆ ก็แน่นอนว่าต้องตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด!

ท่านอาจจะรู้สึกว่า จากคนสองหมื่นกว่าคน ตายไปหนึ่งหมื่นกว่าคนเหลือรอดห้าพันคนดูเหมือนจะไม่โหดร้ายเท่าใดนัก แต่หากท่านลองคิดดูอีกทีว่าทุกคนที่เข้ามาล้วนเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยาก นั่นก็นับเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

“หลังจากเข้ามา ทุกคนจะได้รับอุปกรณ์พิเศษชิ้นหนึ่ง”

เย่เทียนอี้เหลือบมองสิ่งที่ดูคล้ายกับของใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ปรากฏขึ้นบนข้อมือของตน

“อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถแสดงตำแหน่งของทุกคนได้ บอกได้เพียงตำแหน่งเท่านั้น แต่จะไม่สามารถบอกระดับพลังหรือข้อมูลอื่นใดได้!”

เย่เทียนอี้อ่านคำอธิบายบนนั้นพลางตกตะลึงในใจ!

นี่หมายความว่า… นี่มันคือการบีบให้ผู้คนสังหารกันอย่างแท้จริง ตำแหน่งของทุกคนสามารถถูกผู้อื่นมองเห็นได้ทั้งหมด! เย่เทียนอี้เหลือบมองดู บนนั้นมีหน้าจอหนึ่งปรากฏขึ้น บนหน้าจอแสดงแผนที่ของเมืองนี้ ในสถานที่ต่างๆ ทุกซอกทุกมุมภายในแผนที่เมืองนี้ แม้กระทั่งในรัศมีหนึ่งพันเมตรจากรอบกายของเย่เทียนอี้ก็ยังมีคนอยู่หลายคน ปรากฏเป็นจุดสีแดงกระพริบอยู่

นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด ตอนแรกเย่เทียนอี้คิดว่า หากซ่อนตัวอำพรางกายก็น่าจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?

แต่ทว่า… บนนั้นเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า แม้ท่านจะใช้คุณสมบัติความมืดเพื่ออำพรางกาย ตำแหน่งที่ควรจะแสดงบนนี้ก็จะยังคงแสดงอยู่ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้เจ้าจะซ่อนกายอยู่ตรงหน้าผู้ใดก็ตาม ต่อให้เขาผู้นั้นมองไม่เห็นเจ้า แต่เขาก็ยังสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของเจ้าได้ผ่านอุปกรณ์ชิ้นนี้!

แล้วยังมีอะไรอีก?

อุปกรณ์นี้จะบันทึกจำนวนคนที่ท่านสังหาร ในท้ายที่สุดเมื่อมีผู้รอดชีวิตห้าพันคนออกจากที่นี่ไป ทุกคนจะได้รับรางวัล และรางวัลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนสำคัญที่ตรงไหนนั้นไม่ทราบ บอกไว้เพียงเท่านี้ และยิ่งสังหารคนได้มากเท่าใด รางวัลก็จะยิ่งล้ำค่าและสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตต่อไปในภายภาคหน้าก็จะยิ่งสูงขึ้น!

มีรางวัลหนึ่งที่ระบุไว้อย่างชัดเจน นั่นคือ หากท่านสังหารคนได้จำนวนหนึ่งจนถึงค่าที่กำหนด ระดับพลังของท่านจะได้รับการเลื่อนขึ้น เป็นระดับพลังของตัวท่านเอง! จะมีพลังงานที่ทำให้ท่านเลื่อนขั้นได้!

นี่มันคือการบีบบังคับให้ไปสังหารคนชัดๆ! เพื่อความอยู่รอด ท่านต้องฆ่าคน แม้ไม่อยากฆ่า ไม่อยากหาเรื่อง แต่ท่านก็ไม่มีที่ให้หลบซ่อน ไม่ว่าท่านจะซ่อนตัวอยู่ที่ใดก็จะถูกทุกคนมองเห็นได้ ประกอบกับยังมีรางวัลอีก รางวัลนี้สำคัญอย่างยิ่งกระทั่งอาจเกี่ยวข้องกับว่าท่านจะสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่ ในสถานการณ์เช่นนี้ จะไม่ให้เกิดการต่อสู้อันดุเดือดได้อย่างไรกัน?

ทันใดนั้น เย่เทียนอี้ก็เห็นจุดสีแดงบนอุปกรณ์เคลื่อนที่มาอยู่ข้างกายเขาในชั่วพริบตา

ที่นี่อาจมีนักรบที่อ่อนแออยู่มากมาย ท้ายที่สุดแล้วในฟ้าดินบรรพกาลก็ใช่ว่าจะมีแต่ผู้แข็งแกร่งไปเสียทั้งหมด! แต่คนที่เข้ามานั้น ความจริงแล้วส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง ทั้งยังมีเผ่าอสูรอีกด้วย! ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรือไม่ ระดับพลังเป็นเช่นไร ต่อให้เป็นขอบเขตเทียนจุน ระยะทางหนึ่งพันเมตรก็สามารถไปถึงได้ในชั่วพริบตา!

ฟุ่บ—

เย่เทียนอี้พลันหันกลับไป ชายสวมหน้ากากสีเงินผู้หนึ่งลงมือโจมตีเขาแล้ว สายอสนีบาตพุ่งเข้าใส่เย่เทียนอี้พร้อมกับกระบี่ของเขา

บางทีเขาอาจไม่ทราบระดับพลังของเย่เทียนอี้ การใช้พลังโจมตีระยะไกลในช่วงแรกจึงเป็นวิธีที่ค่อนข้างรอบคอบ

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็ฆ่าเสียเถิด”

เย่เทียนอี้ที่มีขอบเขตราชันย์เทพนับว่าเป็นไก่อ่อนในที่แห่งนี้ แต่ตัวเย่เทียนอี้หาใช่ไก่อ่อนไม่!

บัดนี้ราตรีล่วงลึกแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะสามารถเปิดใช้งานระบบใหม่ได้แล้ว และตอนนี้เย่เทียนอี้ก็ต้องการระบบใหม่เช่นกัน ก่อนที่จะเปิดใช้งานระบบใหม่ เขาก็ยังมีฝีมืออยู่บ้าง นั่นก็คือของวิเศษมากมายที่เย่เทียนอี้แลกมาจากระบบฆ่าทันทีหนึ่งหยวน กระทั่งสามารถรับมือกับขอบเขตราชันย์เทพบรรพกาลได้

เย่เทียนอี้ใช้การเคลื่อนย้ายมิติหลบการโจมตีของยอดฝีมือผู้นั้นได้ทันที!

เมื่อยอดฝีมือผู้นั้นพบว่าเย่เทียนอี้มีคุณสมบัติมิติ ปฏิกิริยาของเขาก็คือวิ่งหนี!

คุณสมบัติมิตินี้ยังคงสร้างแรงกดดันได้อย่างมหาศาล แต่เมื่อยอดฝีมือผู้นั้นสัมผัสได้ถึงระดับความแข็งแกร่งของคุณสมบัติมิติของเย่เทียนอี้ เขาก็พบว่า...ขอบเขตราชันย์เทพ? นี่มันมาส่งแต้มสังหารให้ข้าฟรีๆ มิใช่หรือ? เขาไม่กลัวขอบเขตราชันย์เทพหรอก ต่อให้เขายืนนิ่งๆ ให้ขอบเขตราชันย์เทพโจมตี พลังของขอบเขตราชันย์เทพก็ไม่อาจทำร้ายเขาได้แม้แต่น้อย เขาคือขอบเขตสามวิญญาณนะ! แม้ขอบเขตสามวิญญาณในที่แห่งนี้จะทำให้เขารู้สึกว่าโอกาสรอดชีวิตของตนเองนั้นริบหรี่ แต่เมื่อได้พบกับผู้ที่อ่อนแอกว่า...

แต่ในตอนนี้ สำหรับเขาแล้ว การสังหารเย่เทียนอี้ไม่ได้มีความหมายมากนัก กลับกันการปล่อยให้เขาติดตามตนเองมีความหมายมากกว่า! เพราะเหตุใด? เขามีคุณสมบัติมิติน่ะสิ! แม้ระดับพลังของเขาจะไม่สูง แต่คุณสมบัติมิตินั้นแข็งแกร่ง หากไม่มีพลังมิติที่ร้ายกาจมาขัดขวาง เมื่อพบกับคนที่แข็งแกร่ง พวกเขาก็เพียงแค่วิ่งหนีก็พอ! การอยู่รอดคือหนทางแห่งราชัน!

เขาจึงหยุดลง

“เจ้าหนู การที่เจ้าได้พบข้าก็นับว่าเป็นโชคดีของเจ้าแล้ว พวกเราร่วมมือกัน ข้ามีระดับพลังสูง เจ้ามีระดับพลังต่ำ ข้าสามารถปกป้องเจ้าได้ ส่วนเจ้าก็ใช้คุณสมบัติมิติของเจ้าปกป้องพวกเราสองคน พวกเราไปตามหานักรบที่มีระดับพลังค่อนข้างต่ำเพื่อสังหารด้วยกัน ร่วมมือกันดีหรือไม่?”

เขามองเย่เทียนอี้แล้วกล่าว

“ร่วมมือกันหรือ?”

“ถูกต้อง ระดับพลังของเจ้ามีเพียงขอบเขตราชันย์เทพ นับว่าเป็นกลุ่มที่ต่ำที่สุดแล้ว ส่วนข้าแม้จะยังไม่ถึงขอบเขตเจ็ดวิญญาณ แต่ก็เป็นถึงขอบเขตสามวิญญาณ ยังมีนักรบที่อยู่ต่ำกว่าข้าอีกไม่น้อย เป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เหตุใดจึงจะไม่ทำเล่า? หากเจ้าฉลาดพอ เจ้าก็จะรู้ว่านี่เป็นเรื่องที่มีแต่ได้ไม่มีเสียอย่างแน่นอน และเจ้าก็อย่าได้คิดที่จะไปหารคนที่แข็งแกร่งกว่านี้มาร่วมมือด้วยเลย พวกที่แข็งแกร่งกว่าย่อมไม่เห็นพลังมิติเพียงน้อยนิดของเจ้าอยู่ในสายตาหรอก”

ยอดฝีมือผู้นั้นกล่าว

เย่เทียนอี้ลูบคางของตน

“ตกลง ร่วมมือกัน!”

ดวงตาของยอดฝีมือผู้นั้นเปล่งประกายขึ้นมา

จบบทที่ บทที่ 1161 การทดสอบอันน่าสะพรึงกลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว