เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TWO Chapter 229 การยึดครอง

TWO Chapter 229 การยึดครอง

TWO Chapter 229 การยึดครอง


TWO Chapter 229 การยึดครอง

ไกอา ปีที่ 1 เดือนที่ 9 วันที่ 9 เวลา 9.20 น.

ลอร์ดแห่งเมืองเทียนเฟิง เสี่ยวเฟิงขานเยว่ได้จบชีวิตลงในสนามรบ

รอยยิ้มที่น่าสังเวชของเสี่ยวเฟิงขานเยว่ได้กลายเป็นความทรงจำส่วนลึกที่สุดของโอหยางโชวสำหรับการสูรบครั้งนี้ โอหยางโชวเข้าใจความรู้สึกของลอร์ดที่มีต่อดินแดนของพวกเขาดี

เสี่ยวเฟิงขานเยว่ไม่ได้เลือกที่จะหนี ในวินาทีสุดท้าย เขาเลือกที่จะตายไปพร้อมกับดินแดนของเขา สงครามระหว่างดินแดนไม่มีความชอบธรรม หรือความยุติธรรมใดๆ ไม่มีดีไม่มีชั่ว มีเพียงการอยู่รอดของผู้ที่แข็งแกร่ง และความตายของผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น

โอหยางโชวเดินเข้าไปในห้องโถงประชุม แล้วสั่งให้ทหารองครักษ์เก็บกวาดทหารส่วนที่ยังเหลือ เขาเดินตรงไปยังแผนหินของเมืองเทียนเฟิง ชักกระบี่ถังออกมา จากนั้นก็หมุนวนกำลังภายในสีทองของเขา ส่งมันเข้าไปในดาบถัง ก่อนที่จะฟันลงไป โอหยางโชวไม่รู้เพลงกระบี่ใดๆ เขาจึงทำได้เพียงใช้พลังฟันลงไปตรงๆ เพื่อทำลายแผ่นหิน

แผ่นหินของดินแดนมีค่าการป้องกันและความทนทาน โดยมันจะมีความสัมพันธ์กับระดับของเหรียญการสร้างหมู่บ้านที่ใช้ในการสร้างดินแดน และระดับของดินแดนในปัจจุบัน

สำหรับหมู่บ้านระดับ 1 ที่ใช้เหรียญการสร้างหมู่บ้านระดับสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด จะมีค่าความทนทาน 100 และค่าการป้องกัน 10 แต่ละระดับที่สูงขึ้นของเหรียญการสร้างหมู่บ้าน จะเพิ่มค่าสถานะเริ่มต้น 20% และแต่ละระดับที่สูงขึ้นของดินแดน จะเพิ่มสถานนะเป็น 2 เท่า สำหรับการอัพเกรดใหญ่ๆที่สำคัญๆ จะเพิ่ม 5 เท่า

เมืองเทียนเฟิงเป็นเมืองขนาดเล็กระดับ 3 และถูกสร้างขึ้นโดยเหรียญการสร้างหมู่บ้านระดับสัมฤทธิ์ ค่าความทนทานของมันคือ 8,000 และค่าการป้องกันคือ 800 ทุกครั้งที่ถูกโจมตี ค่าความทนทานจะลดลง ถ้าพลังต่อสู้ต่ำกว่าค่าการป้องกัน แผ่นหินจะไม่ถูกทำลาย แต่คุณสามารถลดค่าความทนทานของมันได้

หลังจากที่โอหยางโชวฟันมันด้วยกระบี่ถัง ค่าความทนทานของมันก็ลดลงไปเพียง 12 แต้มเท่านั้น อย่างช่วยไม่ได้ เขาทำได้เพียงสั่งให้ทหารองครักษ์ของเขามาช่วยเขาในการทำลายแผ่นหินนี้

ครึ่งชั่วโมงต่อมา แผ่นหินก็ถูกทำลาย

หลังจากนั้น ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นที่หูของโอหยางโชว

“แจ้งเตือนระบบ : ผู้เล่นฉีเยว่ได้ยึดครองเมืองเทียนเฟิงแล้ว โปลดเลือกว่าจะยึดครองเพื่อส่งมาบให้กับคนอื่น หรือจะทำลาย”

“ฉันเลือกยึดครอง!”

เมืองเทียนเฟิงตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ดังนั้น โอหยางโชวจึงเลือกที่จะยึดครองมัน และไม่เพียงแต่เมืองเทียนเฟิงเท่านั้น ดินแดนอีก 4 แห่งก่อนหน้านี้ โอหยางโชวก็เลือกที่จะยึดครอง

“แจ้งเตือนระบบ : หลังจากยึดครองแล้ว คุณสามารถจะเปลี่ยนชื่อดินแดนได้ คุณต้องการจะเปลี่ยนมันหรือไม่?”

“ไม่!” โอหยางโชวไม่สนใจ เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะตั้งชื่ออื่นๆให้กับมัน

หลังจากที่ยึดครองดินแดนแล้ว โอหยางโชวก็มีเวลาที่จะจัดการกับความยุ่งเหยิงทั้งหลาย

การสู้รบที่ลานด้านหลังของคฤหาสน์ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเสี่ยวเฟิงขานเยว่ตาย ทหารของเขาก็ยอมจำนน ส่วนปาเตาและทหารของเขาถูกสังหารทั้งหมด ไม่มีใครรอดชีวิตแม่แต่คนเดียว

โอหยางโชวนั่งอยู่ในคฤหาสน์ของลอร์ด เพื่อควบคุมเมืองเทียนเฟิง และเริ่มออกคำสั่งต่างๆ

เขาสั่งให้กองพันที่ 2 แห่งกรมทหารที่ 2 รับผิดชอบการเคลื่อนย้ายกำลังทหารในเมืองสาขาของเมืองเทียนเฟิง เขาบอกกับประชาชนของเมืองเทียนเฟิงว่า นับแต่นี้ไป เมืองเทียนเฟิงจะอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองซานไห่ เขาสั่งให้กองพันทหารองครักษ์รับผิดชอบการรักษากฎหมายและกฎระเบียบภายในเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจราจล เขานำประชาชนบางส่วนมาทำความสะอาดคฤหาสน์ของลอร์ด และให้คำแนะนำกฎหมายและกฎระเบียบของเมือง

ในช่วงบ่าย เมืองเทียนเฟิงก็กลับสู่ภาวะปกติ

โอหยางโชวสั่งให้กองพันที่ 1 และ 2 แห่งกรมทหารที่ 2 กลับไปยังเมืองซานไห่ในทันที พร้อมกับนำคำสั่งของเขากลับไปด้วย เขาสั่งให้กองพันทหารเรือที่ 1 แห่งเป่ยไห่ รีบล่องเรือขึ้นมาตามแม่น้ำมิตรภาพ และมาประจำการที่ทะเลสาบสีหลาเพื่อปกป้องมัน เขายังได้แต่งตั้งให้หัวหน้าฝ่ายก่อสร้าง เจ้าเต๋อหวัง มาเป็นผู้ดูแลเมืองเทียนเฟิง และให้เขาเลือกพนักงานและข้าราชการบางส่วนมาพร้อมกับกองทัพเรือ เขายังสั่งให้อู่ต่อเรือส่งช่างต่อเรือมาที่เมืองเทียนเฟิง เพื่อสร้างอู่ต่อเรือที่นี่ด้วย

หลังจากที่พวกเขาออกไป โอหยางโชวก็เริ่มเรียกข้าราชการทั้งหมดในเมืองเทียนเฟิงมาพบเขา

คฤหาสน์ของลอร์ดได้รับการทำความสะอาดแล้ว และศพทั้งหมดก็ถูกนำออกไป และทั้งหมดก็ได้ถูกฝังอยู่ที่สุสานนอกเมือง คราบเลือดได้รับความสะอาดแล้ว เหลือเพียงแต่บัญญากาศที่ยังคงมีกลิ่นคาวเลือดหน่าแน่นเท่านั้น

เมืองเทียนเฟิงเป็นเมืองขนาดเล็กระดับ 3 ในหมู่ผู้เล่น มันอาจจัดอยู่ใน 300 อันดับแรก เสี่ยวเฟิงขานเยว่อาจได้รับพิจารณาว่า เป็นลอร์ดที่จัดการงานของดินแดนได้ดีคนหนึ่ง

เมืองเทียนเฟิงมีข้าราชการทั้งสิ้น 23 คน โดยเป็นระดับเหล็กดำ 11 คน, ระดับเงิน 2 คน, ระดับ ทอง 1 คน และไม่มีบุคคลทางประวัติศาสตร์

หลังจากการสู้รบ 2 ครั้ง กองกำลังเกือบทั้งหมดของเมืองเทียนเฟิงได้ถูกกวาดล้าง ทำให้ตอนนี้เมืองเทียนเฟิงเหลือประชากรเพียง 7,000 คนเท่านั้น

หลังจากที่เมืองเทียนเฟิงถูกยึดครอง มันก็จะไม่มีผู้อพยพเข้ามาอีก โอหยางโชวจึงได้เคลื่อนย้ายคนทั้งหมดจากเมืองสาขาของดินแดน เข้ามาในเมืองหลักแห่งนี้ เพื่อช่วยให้ประชากรที่นี่มีถึงระดับ 10,000 คน

เนื่องจากเมืองเทียนเฟิงตั้งอยู่นอกเขตแดนของเมืองซานไห่ ชาวเมืองเทียนเฟิงจึงไม่ได้รับพิจารณาว่าเป็นชาวเมืองซานไห่ เว้นแต่ว่าโอหยางโชวจะเคลื่อนย้ายพวกเขาทั้งหมดกลับไปยังเมืองซานไห่

เห็นได้ชัดว่าโอหยางโชวไม่คิดจะทำเช่นนั้น เนื่องจากเขามีแผนการใหญ่สำหรับเมืองเทียนเฟิงไว้แล้ว

เขาเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารของเมืองเทียนเฟิง ให้คล้ายกับเมืองสาขาอื่นๆของเมืองซานไห่ โดยมีข้าราชการเบื้องต้น 23 คน สร้างกรมการบริหาร, กรมกิจการภายใน, กรมการเงิน และกรมคลังวัสดุ เมื่อเจ้าเต๋อหวังได้นำข้าราชการชั้นสูงมา เมืองเทียนเฟิงก็จะเริ่มดำเนินงานได้อีกครั้ง

ข้าราชการระดับทองเพียงคนเดียวของที่นี่ชื่อว่า ผูจีเตา เขาผ่านการทดสอบระดับจักรวรรดิ อายุ 42 ปี และเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเสี่ยวเฟิงขานเยว่

โอหยางโชวอยู่ในสำนักงานของลอร์ดกับผูจีเตาตามลำพัง

ข้าราชการที่เป็นกระดูสันหลังเช่นเขา ไม่ต้องการรับใช้นายสองคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้านายเก่าของเขาเพิ่งจะถูกฆ่าตาย เมื่อเขาเข้ามา เขาจึงไม่เต็มใจที่จะพูดคุยกับโอหยางโชว

โอหยางโชวยิ้มและไม่ได้คิดอะไร เขาบอกให้ผูจีเขานั้งลง แล้วกล่าวว่า “เมืองเทียนเฟิงและเมืองซานไห่มีความขัดแย้งกันบางอย่าง ข้าแน่ใจว่าท่านรู้อยู่แล้ว และข้ารู้คิดว่าท่านรู้ว่าใครเป็นผู้เริ่มก่อน”

ผูจีเตารู้สึกอึดอัดมาก ในฐานะของเสี่ยวเฟิงขานเยว่ เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่า เมืองเทียนเฟิงเป็นผู้เลือกที่จะต่อสู้ ซึ่งมันก็ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ เมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ พวกเขาก็ไม่สามารถจะกล่าวอะไรได้

เนื่องจากมันถูกผูกเป็นปมแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแก้ออก จุดยืนของพวกเขานั้นแตกต่างกัน ในใจของเขา การกระทำของเมืองเทียนเฟิงนั้นถูกต้อง เพียงแค่ความแข็งแกร่งที่พวกเขามีนั้นยังไม่เพียงพอก็เท่านั้น

โอหยางโชวคิดว่า คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโน้มน้าวเขา เขาจึงกล่าวว่า “ข้าราชการที่ดีจะต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ ข้าหวังว่าท่านจะพิจารณาถึงสวัสดิภาพของชาวเมืองด้วย ถ้าท่านไม่ยอมทำสิ่งใดเพราะความทะนงตนของท่าน พวกเขาก็จะสูญเสียข้าราชการที่ดีไป ท่านต้องการให้เป็นเช่นนั้นหรือ?”

ผูจีเตาถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมคำนับโอหยางโชว “คำนับท่านลอร์ด”

โอหยางโชวพยุงเขาขึ้น แล้วกล่าวว่า “ด้วยความช่วยเหลือของท่าน เมืองเทียนเฟิงก็คงไม่มีอะไรต้องกังวลอีก!”

โอหยางโชวแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้ากรมการบริหาร กับคนที่คุ้นเคยเช่นเขา การทำให้เมืองเทียนเฟิงดำเนินต่อไปได้ ก็ยังจะไม่ใช่เรื่องยาก

ในวันรุ่งขึ้น กองพันทหารองครักษ์ได้ออกจากเมือง และเริ่มกวาดล้างค่ายโจรตามแนวชายแดน โอหยางโชวแนะนำพวกเขาอย่างเฉพาะเจาะจงว่า พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องกวาดล้างค่ายโจรรอบๆเมืองเทียนเฟิงเท่านั้น พวกเขายังต้องกวาดล้างพื้นที่รอบๆทะเลสาบสีหลาด้วย

เป้าหมายแรกของเขาก็คือ ทำให้ประชาชนสามารถอยู่อย่างสงบได้ในเวลากลางคืน และพิสูจน์ว่า ผู้ปกครองของพวกเขามีอำนาจที่จะปกป้องความปลอดภัยของพวกเขาได้, เป้าที่สองของเขาก็คือ การใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ รวบรวมเชลยจำนวนหนึ่ง มาจัดตั้งเป็นกองพันป้องกันเมืองเทียนเฟิง เพราะกองพันทหารองครักษ์ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก ดังนั้น ก่อนที่พวกเขาจะกลับไป โอหยางโชวต้องการจะมั่นใจว่า เมืองเทียนเฟิงสามารถปกป้องตนเองได้

ความสามารถในการรับสมัครทหารของเมืองเทียนเฟิงได้ถูกรีดเร้นโดยเสี่ยวเฟิงขานเยว่แล้ว ดังนั้น วิธีเดียวที่เขาจะทำได้ก็คือ กวาดล้างค่ายโจร เพื่อที่จะได้รับเชลยมา

โอหยางโชวนำทหารองครักษ์ 4 นาย ออกจากเมือง ตรงไปยังทะเลสาบสีหลา

ในฐานะที่เป็นไข่มุกที่ส่องแสงสดใสที่สุดทางตะวันตกของแอ่งเหลียนโจว ทะเลสาบสีหลามีพื้นที่ถึง 3,150 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมันมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ของเมืองขนาดกลางระดับ 1 ทั้งหมดเสียอีก จุดที่ลึกที่สุดลึกถึง 35 เมตร และมีความลึกเฉลี่ยที่ 25 เมตร

น้ำในทะเลสาบใสมาก สามารถมองทะลุน้ำและเห็นพื้นเบื้องล่างของทะเลสาบได้ น้ำมันอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงมีปลาและพืชน้ำอยู่มากมาย นอกจากนี้ มันยังมีนกหลากหลายชนิด ที่ชอบมาทำรังอยู่รอบๆทะเลสาบ

บนพื้นผิวทะเลสาบ ชาวประมงกำลังหว่านแห่ของพวกเขาลงไปเพื่อจับปลา

ทะเลสาบสีหลาเป็นดั่งขุมสมบัติ แต่โอหยางโชวไม่ได้วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากมันชั่วคราว เมื่อเขามองไปที่น้ำอันสดใส หัวใจของเขาพลันรู้สึกสดชื่อขึ้นมา

ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านไป ทหารองครักษ์ได้ออกไปกวาดล้างค่ายโจรทุกวันภายในพื้นที่ 5,000 ตารางกิโลเมตรนี้ ไมว่าค่ายโจรจะเล็กหรือใหญ่เพียงใด พวกมันทั้งหมดก็ถูกพวกเขากวาดล้างจนหมดสิ้น

ปฏิบัติการของพวกเขา ทำให้ได้รับเงินถึง 4,100 เหรียญทอง เชลยที่ต่อสู้ได้ 1,020 คน, เชลยที่ต่อสู้ไม่ได้ 2,250 คน และทรัพยากรอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งมันช่วยเติมเต็มคลังแสงและคลังสินค้าที่เคยว่างเปล่าของเมืองเทียนเฟิง

ความสำเร็จของกองพันทหารองครักษ์ทำให้ชาวเมืองเทียนเฟิงหวาดหวั่น

ก่อนหน้านี้ ในการพยายามกลาดล้างค่ายโจรแต่ละแห่ง เมืองเทียนเฟิงจะต้องระมัดระวังและวางแผนเป็นอย่างดี ซึ่งแตกต่างกับทหารองครักษ์เหล่านี้ พวกเขากวาดล้างค่ายโจรได้อย่างง่ายดาย เมื่ออยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย

การเพิ่มขึ้นของเชลยจำนวนมาก ทำให้เมืองเทียนเฟิงมาถึงขีดจำกัดของประชากร โอหยางโชวจึงอัพเกรดเมืองเทียนเฟิงเป็นเมืองขนาดกลางระดับ 1 และมันเป็นเมืองขนาดกลางแห่งที่ 4 ของเมืองซานไห่

สำหรับการใช้เงินที่ได้รับมา โอหยางโชวโอหยางโชวเลือกกลุ่มชั้นสูงจากเชลยที่ต่อสู้ได้ และเอาบางส่วนจากเมืองเทียนเฟิง มาจัดตั้งเป็นกองพันทหารป้องกันเมืองเทียนเฟิง

โดยจะมีกองพันทหารโล่กระบี่ 1กองพัน และกองพันทหารธนู 1 กองพัน รวมเป็น 1,000 นาย โอหยางโชวยังได้เลือกนายทหารมาจากทหารในกองพันทหารองครักษ์ และทิ้งพวกเขาไว้ที่นี่ เพื่อทำหน้าที่เป็นนายพันและนายกอง

สำหรับงานของกองพันทหารป้องกันเมือง นอกจากจะปกป้องเมืองแล้ว ยังต้องปฏิบัติการกวาดล้างค่ายโจรต่อไป เพื่อเพิ่มประชากรให้กับเมือง

หลังจากเปลี่ยนขั้นทหารของทหารในกองพันทหารป้องกันเมืองแล้ว โอหยางโชวก็เก็บเงินไว้ 1,000 เหรียญทอง และมอบเงินส่วนที่เหลือ 2,700 เหรียญทอง ให้เป็นทุนในการสร้างสาขาของธนาคาร 4 สมุทรที่เมืองเทียนเฟิง เพื่อเป็นการส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจที่นี่

หลังจากยึดครองเมืองเทียนเฟิงได้ 1 สัปดาห์ แผนการและโครงการต่างๆของโอหยางโชวก็ช่วยต่อลมหายใจให้กับเมืองเทียนเฟิงอีกครั้ง

แฟนเพจ : TWOแปลไทย

จบบทที่ TWO Chapter 229 การยึดครอง

คัดลอกลิงก์แล้ว