- หน้าแรก
- ข้าสุ่มระบบใหม่ทุกวัน
- บทที่ 746 หงส์อัคคีทะยานฟ้า
บทที่ 746 หงส์อัคคีทะยานฟ้า
บทที่ 746 หงส์อัคคีทะยานฟ้า
### บทที่ 746 หงส์อัคคีทะยานฟ้า
เฟิ่งเหยากินส้มชิ้นหนึ่ง กล่าวอย่างเฉยเมยว่า “เจ้าสำนักเจียงมีความมั่นใจแล้วหรือ?”
“ขอเพียงประมุขแห่งเทียนเฟิ่งสามารถทำให้กองกำลังอย่างหอฮว๋างเทียน ตำหนักปี้ไห่ และนิกายจักรพรรดิมารเคลื่อนไหวได้ ก็ย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”
“ไม่คิดจะพิจารณาดินแดนแห่งทวยเทพหรือ?”
เฟิ่งเหยาก้มหน้าลง มือเรียวงามราวหยกของนางกำลังปอกส้มพลางเอ่ยถาม
ปลายนิ้วอันงดงามของนางยังเคลือบไว้ด้วยสีแดงสดอีกด้วย!
กล่าวตามตรง จักรพรรดินีผู้นี้ช่างรู้จักเพลิดเพลินกับชีวิตเสียจริง!
หากเย่เทียนอี้ได้เห็นเข้า เขาจะคิดเช่นไรกันหนอ? เขาคงจะยังชื่นชอบจักรพรรดินีอย่างฉางซีและฮันหย่าเอ๋อร์อยู่ดี แต่องค์จักรพรรดินีเช่นเฟิ่งเหยานี่แหละ คือมาตรฐานของจักรพรรดินีในยุคสมัยใหม่โดยแท้! ด้วยเหตุที่โลกภายนอกนั้นล้วนเป็นสังคมแห่งเทคโนโลยี!
“โอ้? ดูเหมือนเจ้าสำนักเจียงยังมีความมั่นใจอื่นอีกหรือ?”
เฟิ่งเหยากล่าว
เจียงชิงเยว่กล่าวว่า “สงครามระหว่างจักรวรรดิ ดินแดนแห่งทวยเทพมิอาจแทรกแซง ขอเพียงประมุขแห่งเทียนเฟิ่งสามารถทำให้กองกำลังสำคัญเหล่านั้นเคลื่อนไหวได้ ทางข้ายังมีจักรวรรดิใหญ่อีกแห่งหนึ่งคอยช่วยเหลือ! การจะยึดครองจักรวรรดิเซิ่งซิน จะไม่กลายเป็นเรื่องง่ายดายได้อย่างไร?”
“ไม่มีปัญหา”
เฟิ่งเหยาตอบอย่างเฉยเมย
“เช่นนั้นก็รอฟังข่าวดีได้เลย! จริงสิ ประมุขแห่งเทียนเฟิ่งไม่กลัวว่าข้าจะบันทึกภาพของท่านในชุดว่ายน้ำแล้วนำไปเผยแพร่ออกไปหรือ?”
เจียงชิงเยว่กล่าวอย่างยิ้ม ๆ
“เช่นนั้นก็สุดแล้วแต่เจ้าสำนักเจียงเถิด เว้นเสียแต่ว่าท่านอยากให้ภาพเปลือยกายของท่านปรากฏแก่สายตาผู้คนเช่นกัน”
“ลาก่อน!”
จากนั้นเจียงชิงเยว่ก็วางสายไป
ความสัมพันธ์ของพวกนางสองคนนั้นนับว่ามีวาสนาต่อกัน จะว่าเป็นเพื่อนสนิทก็ไม่ใช่ ไม่ใช่สหาย... แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เรียบง่ายนัก!
“เสี่ยวเยว่”
“เพคะ ฝ่าบาท!”
เด็กรับใช้ผู้หนึ่งกล่าวอย่างนอบน้อม
“เจ้าไปที่นิกายจักรพรรดิมารสักเที่ยว”
“เพคะ! จริงสิเพคะฝ่าบาท นายน้อยแห่งภูเขามังกรเทพส่งคนมาอีกแล้วเพคะ”
“อืม ไปเถิด”
“เพคะ!”
จากนั้นนางก็เดินลงไปยังวังจักรพรรดิเบื้องล่าง!
“คารวะประมุขแห่งเทียนเฟิ่ง!”
ผู้คนที่พบนางต่างพากันคารวะ ส่วนนางก็ได้เปลี่ยนเป็นอาภรณ์อันสูงศักดิ์อีกชุดหนึ่งแล้ว!
สูงศักดิ์โดยแท้จริง ลักษณะเช่นนี้ต่างหากที่จักรพรรดินีพึงมี!
เพียงแต่นางไม่ได้สวมผ้าคลุมหน้าเหมือนฮันหย่าเอ๋อร์ ถึงแม้นางจะสูงศักดิ์อย่างยิ่ง กลิ่นอายของนางก็สูงส่ง แต่นิสัยของนางค่อนข้างจะทำอะไรตามใจตนเองอยู่บ้าง จุดนี้ค่อนข้างจะคล้ายกับราชินีอสูร!
แต่กลับเป็นนางในลักษณะเช่นนี้ ที่ทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัวนาง เหตุใดน่ะหรือ?
เพราะท่านไม่สามารถหยั่งถึงความคิดในใจของคนผู้นี้ได้เลย!
“ฝ่าบาท ทูตจากภูเขามังกรเทพรออยู่ที่ท้องพระโรงพ่ะย่ะค่ะ!”
ชายชราผู้หนึ่งกล่าวอย่างนอบน้อม!
“อืม”
นางเดินเข้าไปในท้องพระโรง!
“คารวะฝ่าบาท ผู้ใต้บังคับบัญชามาที่จักรวรรดิเทียนเฟิ่งเพื่อสู่ขอตามคำสั่งของนายน้อยแห่งภูเขามังกรเทพพ่ะย่ะค่ะ!”
ชายชราผู้หนึ่งคารวะ!
“นี่คือสินสอดพ่ะย่ะค่ะ!”
เขาชี้ไปยังแหวนมิติที่กองเป็นภูเขาเลากาอยู่ด้านข้าง! ในแหวนมิติแต่ละวงนั้นเกรงว่าจะมีของล้ำค่านับไม่ถ้วน!
เฟิ่งเหยาไม่ได้มองเขาแม้แต่น้อย แต่กลับเดินตรงไปนั่งบนบัลลังก์จักรพรรดิ
“ทิ้งของไว้ แล้วไสหัวไปได้”
นางกล่าวอย่างเฉยเมย!
“นี่...ฝ่าบาท!”
“สามลมหายใจ”
“สาม”
“นี่...” ชายชราแสดงท่าทีลังเลอย่างยิ่ง
“หนึ่ง!”
วูบ—
วินาทีต่อมา กลางหว่างคิ้วของนางพลันปรากฏรอยประทับเปลวเพลิงสีแดงฉานขึ้นมา จากนั้นนัยน์ตาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง ร่างของชายชราผู้นั้นพลันถูกเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวโอบล้อมทันที!
“อ๊าก—”
เขากรีดร้องโหยหวนก่อนจะกลายเป็นเถ้าถ่าน
เอื๊อก—
ยอดฝีมือรอบข้างเหล่านั้นอดที่จะกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้!
นี่คือจักรพรรดิของพวกเขา! ท่านว่าพวกเขาจะกลัวหรือไม่? กลัวสิ!
“ฝ่าบาท เขาเป็นทูตของภูเขามังกรเทพ เกรงว่า...”
ชายชราผู้หนึ่งกล่าว!
เฟิ่งเหยาไม่ได้ตอบเขา แต่กลับกวาดตามองทุกคนอย่างเฉยเมยแล้วกล่าว “เตรียมตัวให้พร้อม อีกไม่กี่วันให้หลัง จักรวรรดิเทียนเฟิ่งจะเคลื่อนทัพบุกจักรวรรดิเซิ่งซิน!”
พูดจบ นางก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที!
ถูกต้อง! นางไม่ต้องการคำตอบจากคนเหล่านี้ คำพูดของนางได้กล่าวออกไปก็เพียงพอแล้ว!
“สมควรแก่เวลาที่ต้องไปที่นั่นเสียที!”
เฟิ่งเหยาที่เดินออกมาด้านนอกมองไปยังขอบฟ้า ดวงตาอันงดงามของนางส่องประกายแวววาว
...
วันต่อมา บนเกาะเซิ่งซิน เย่เทียนอี้เดินตามฮันหย่าเอ๋อร์ไปยังสถานที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง
“จำไว้ ค่ายกลนี้จะส่งเจ้าไปยังจักรวรรดิเทียนเฟิ่งโดยตรง แต่ข้ารับประกันตำแหน่งที่แน่ชัดมิได้ เจ้าอาจจะตกลงมาจากท้องฟ้าเหนือเมืองใดเมืองหนึ่ง อาจจะไปโผล่กลางทะเล หรือกระทั่งอาจจะไปอยู่ในสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นเจ้ายังจะยินยอมหรือไม่?”
ฮันหย่าเอ๋อร์ถาม
“ย่นระยะเวลาเดินทางไปได้เกือบหนึ่งสัปดาห์ น่าลองดู!”
เย่เทียนอี้กล่าว
“อืม! ไปเถิด!”
เย่เทียนอี้จึงเดินไปยืนอยู่บนพื้นที่ว่างด้านหน้า
“จำไว้ จักรวรรดิเทียนเฟิ่งไม่เหมือนกับจักรวรรดิเซิ่งซิน ในจักรวรรดิเทียนเฟิ่งมีกองกำลังมากมายกระจายอยู่ ที่นั่นเป็นสถานที่ที่วุ่นวายอย่างยิ่ง แต่หากเจ้าโชคดีได้ติดต่อกับจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเทียนเฟิ่ง จงจำไว้ว่าต้องระวังคนผู้นี้ให้ดี!”
เย่เทียนอี้เกาหัว “น่ากลัวมากหรือ?”
“ไม่น่ากลัว ตรงกันข้ามนางมักจะปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ ในเมือง ถูกราษฎรขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิที่ไม่เหมือนจักรพรรดิที่สุด! แต่...คนผู้นี้ทำอะไรตามอำเภอใจ ยากจะหยั่งถึงความคิดของนาง ถึงแม้เจ้าจะเป็นศิษย์ของท่านราชินีอสูร หากไปยั่วยุนางเข้า นางก็อาจจะสังหารเจ้าโดยไม่ลังเล ช่างเถิด เจ้าเพียงแค่ไปรับคนเท่านั้น คงจะไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนาง!”
วินาทีต่อมา ร่างอรชรของฮันหย่าเอ๋อร์พลันระเบิดพลังออกมา ผมสลวยและชายกระโปรงของนางปลิวไสว!
จากนั้น ลำแสงหลายสายก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เย่เทียนอี้ที่อยู่ตรงกลางก็หายไปจากที่เดิมทันที!
“ท่านพี่สาว ท่านแน่ใจหรือว่าเขาเพียงแค่ไปรับคน?”
ฮันรุ่ยเดินเข้ามากล่าว
“เขามิได้บอกว่าไปรับคนหรอกหรือ?”
ฮันหย่าเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อย
“ไม่ ๆๆ ข้าหมายความว่า คนผู้นี้ช่างหาเรื่องเก่งนัก พอไปถึงจักรวรรดิเทียนเฟิ่ง ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกรงว่าจะยากที่จะรับคนเสร็จแล้วกลับมาเลย จริงสิ ฮว๋างหลินอวี่กลับไปแล้ว!”
ฮันหย่าเอ๋อร์กล่าวอย่างเฉยเมย “หากเป็นเพียงหอฮว๋างเทียน เย่เทียนอี้มีป้ายอาญาสิทธิ์อมตะของยอดเขาใจอสูรอยู่ในมือ คงไม่เป็นอะไรหรอก!”
“ก็ได้ แต่ทำไมข้าถึงมีลางสังหรณ์ไม่ดีเลยนะ”
อันที่จริงฮันหย่าเอ๋อร์ก็เช่นกัน...
“เตรียมตัวรับศึกจากภายนอกเถิด!”
“เจ้าค่ะ!”
...
ตุบ—
อีกด้านหนึ่ง เย่เทียนอี้ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ก้นกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างจังกลางป่าแห่งหนึ่ง!
“บ้าจริง!”
เย่เทียนอี้ลูบก้นอันหล่อเหลาของตนเองแล้วลุกขึ้นยืน กวาดตามองไปรอบ ๆ จากนั้นก็หยิบนาฬิกาข้อมือสารพัดประโยชน์ขึ้นมาเปิดแผนที่ดู!
“ไม่จริงน่า? ไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ป่าแห่งนี้เหตุใดจึงได้กว้างใหญ่นัก?”
เย่เทียนอี้อ้าปากค้าง จากนั้นก็ปลดปล่อยพลังมิติ หายตัวไปจากที่เดิมทันที ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในที่ที่ห่างออกไปกว่าร้อยกิโลเมตร ทว่าก็ยังไม่ออกจากป่าแห่งนี้! เพราะสถานที่เช่นนี้ สัตว์อสูรปรากฏตัวบ่อยครั้ง ดังนั้นเย่เทียนอี้จึงไม่สามารถใช้พลังวิญญาณทั้งหมดไปกับการเดินทางได้ มิเช่นนั้นหากเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเข้า เขาก็จบเห่!
“เวรเอ๊ย?”
เย่เทียนอี้เงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้าทันที
ท้องฟ้าเบื้องหน้านี้แดงฉานไปหมด! ณ ที่เบื้องหน้า ดูเหมือนจะเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ขึ้น!
เดี๋ยวก่อน!
นัยน์ตาของเย่เทียนอี้หรี่ลง!
ดูเหมือนจะไม่ใช่ไฟป่า เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณสวรรค์ปฐพีอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
จี๊ด—
ทันใดนั้น เสียงร้องอันสูงส่งก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า เย่เทียนอี้ได้แต่ยืนมองตาค้าง ขณะที่หงส์อัคคีเพลิงตนหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าร้อยเมตรพลันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ตูม—
วินาทีต่อมา ปีกทั้งสองข้างของหงส์อัคคีห่อหุ้มเข้าด้วยกันแล้วกางออกอย่างรุนแรง สลายหายไปในทันที พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง!
เย่เทียนอี้: ???