เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TWO Chapter 223 กำลังเสริม

TWO Chapter 223 กำลังเสริม

TWO Chapter 223 กำลังเสริม


TWO Chapter 223 กำลังเสริม

เสียงฝีเท้าของม้าได้ทำลายรุ่งเช้าอันเงียบสงบของเมืองซานไห่ ทหารม้า 2 นาย วิ่งมาตามถนนพาณิชย์ และเมื่อพวกเขามาถึงประตูเต่าดำ พวกเขาก็ตะโกนว่า “เปิดประตู มีเรื่องเร่งเดือนเกี่ยวกับการทหาร!”

ทหารที่เฝ้าประตูเต่าดำก็เป็นสมาชิกของกองพันป้องกันเมืองเช่นกัน เมื่อพวกเขาเห็นว่าทหารทั้ง 2 นาย เป็นสมาชิกของกองพันป้องกันเมืองที่เฝ้าอยู่ประตูด้านทิศเหนือ พวกเขาก็รีบเปิดประตูในทันที

หลังจากเข้ามาในประตูเต่าดำ ทหารม้าทั้ง 2 ก็แยกตัวออกจากกัน คนหนึ่งรีบวิ่งไปที่ค่ายทหาร และอีกคนรีบวิ่งไปที่คฤหาสน์ของลอร์ด “เปิดประตูเร็วเข้า!”

ทหารองครักษ์เปิดประตูคฤหาสน์ แล้วถามว่า “ใครเคาะ?”

“รีบพาข้าไปพบท่านลอร์ดเร็วเข้า มีเรื่องเร่งด่วนทางทหาร!” ทหารม้ารีบกล่าวออกไปอย่างกังวล ทหารองครักษ์ไม่กล้าที่จะชักช้า เขาขอให้ทหารม้ารออยู่ที่ด้านนอกก่อน ส่วนตัวเขารีบวิ่งไปที่ส่วนหลังของคฤหาสน์ของลอร์ดในทันที

เมื่อโอหยางโชวได้รับแจ้ง เขาก็รีบมาที่ห้องโถงประชุมในทันที

“เรียนท่านลอร์ด ค่ายทิศตะวันตกได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาขอรับ!”

โอหยางโชวรู้สึกประหลาดใจและแย่ เขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก และออกคำสั่งออกไปในทันที “สั่งให้สมาชิกของกองพันป้องกันเมืองทั้งหมด ไปประจำตำแหน่งของพวกเขา, สั่งให้กองพันทหารเรือที่ 1 เดินทางมาที่นี่ในทันที และประกาศออกไป ดินแดนจะเข้าสู่ภาวะแจ้งเตือนระดับ 2”

“ขอรับ!”

ในเวลาเดียวกัน ทหารองครักษ์ที่อาคารหวู่หยิงก็เริ่มตื่นตัว นายพันหวังเฟิงรีบสวมชุดเกราะของเขา แล้ววิ่งเข้ามาในห้องโถงประชุม โอหยางโชวไม่ได้จู้จี้ และออกคำสั่งเขาในทันที “รวบรวมกองกำลังของเจ้า แล้วติดตามข้าไปช่วยค่ายทิศตะวันตก”

“ขอรับ!”

โอหยางโชวกลับไปที่อาคารหลัก และรีบสวมชุดเกราะหมิงกวงของเขา เขาถือหอกเหล็กออกมา แล้วกลับมายังส่วนหน้าในทันที ที่อาคารหวู่หยิง ทหารองครักษ์ทั้งหมดได้เตรียมพร้อมแล้ว

ก่อนที่เขาจะออกไป เจ้ากรมกิจการทหารเก่อหงเหลียงได้วิ่งเข้ามาหาโอหยางโชว ที่ได้ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าศึกฉิงฟู่แล้ว เขารีบสั่งการในทันที “เจ้ากรมเก่อ ท่านอยู่ดูแลเมืองหลัก สั่งการให้ค่ายทิศเหนือ, ค่ายทิศตะวันตก และกองทัพเรือเป่ยไห่ เตรียมพร้อมสำหรับการสนับสนุนค่ายทิศตะวันตก” เนื่องจากเขายังไม่มีข้อมูลของศัตรู โอหยางโชวจึงยังไม่กล้าโยกย้ายทหารทั้งหมดในทันที

“ขอรับ!”

โอหยางโชวหยุดลังเลและตะโกนออกไป “ไปเร็ว!”

ค่ายทิศตะวันตกอยู่ห่างจากเมืองซานไห่ออกไปถึง 60 กิโลเมตร โอหยางโชวไม่กล้าล่าช้า และสั่งให้ทหารองครักษ์รีบวิ่งไปที่นั่นทันที พวกเขาทานอาหารเช้าบนหลังม้า เพื่อที่จะไปให้ถึงค่ายทิศตะวันตกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ณ ค่ายทิศตะวันตก

เนื่องจากภายในค่ายมีพื้นที่จำกัด ซาโพจุ่นที่มีความได้เปรียบเรื่องจำนวนจึงไม่ต้องการสู้รบภายในค่ายของศัตรู เขาสั่งให้กองกำลังของเขารวมกลุ่มกัน และล่าถอยออกจากค่าย

ขุนพลซีกำลังยุ่งอยู่กับการรวบรวมผู้บาดเจ็บ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงมีระยะห่างกันไปโดยปริยาย หลังจากศัตรูล่าถอยไปแล้ว กรมทหารที่ 1 ก็ตั้งขบวนทัพได้

“ท่านขุนพล เราควรทำเช่นไรต่อไป?” ซีฮูถาม

นายพันคนอื่นๆมองมาที่ขุนพลซีเพื่อฟังแผนการของเขา

ขุนพลซียังคงเงียบ เขากำลังวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น “ศัตรูมีจำนวนเป็น 2 เท่าของพวกเรา ดังนั้น เราทำได้เพียงเตรียมการป้องกันและรอกำลังเสริมเท่านั้น”

นายพันแห่งกองพันที่ 4 เจ้าหยุน กล่าวว่า “ท่านขุนพล ข้าได้วิเคราะห์จากการต่อสู้แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะมีเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขากลับไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก เมืองหลักอยู่ห่างจากที่นี่ถึง 60 กิโลเมตร และข้ากังวลว่า กว่าพวกเขาจะมาถึง ศัตรูจะต้องเผาค่ายของเราก่อนแน่ ทำไมเราไม่คิดที่จะโจมตีเพื่อเป็นการป้องกันล่ะ?” แม้ว่าทหารของกรมทหารที่ 1 จะไม่ใช่ทหารชั้นสูงที่สุดของกองทัพ แต่ทหารเหล่านี้ก็ได้รับการฝึกฝนโดยขุนพลซี ดังนั้น อำนาจในการต่อสู้ของพวกเขา จึงไม่ใช่อะไรที่กองกำลังของซาโพจุ่นจะเทียบได้

สิ่งที่เจ้าหยุนเห็น ขุนพลซีก็เห็นด้วยเช่นกัน จากความแข็งแกร่งของศัตรู พวกเขามีโอกาสที่จะเอาชนะได้ แต่เขาก็ยังคงกังวลในเรื่องของจำนวน ซึ่งมันจะส่งผลกระทบให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก

“ท่านขุนพล ปล่อยให้พวกเราได้สู้เถอะ! การสู้รบก่อนหน้านี้น่าอัปยศเกินไป พวกเขาระรานพวกเราในบ้านของพวกเรา เนื่องจากขวัญกำลังใจของพวกเราสูงมาก เราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ การป้องกันมีแต่จะทำให้ขวัญกำลังใจของพวกเราลดลง ข้าเกรงว่ามันจะไม่เหมาะสมที่จะใช้กลยุทธ์นั้นในระยะยาว” นายพันแห่งกองพันที่ 3 หลี่หมิงเหลียง สนับสนุนและแนะนำให้ต่อสู้

ขุนพลซีแข็งค้าง ขณะที่เขามองไปที่นายพันทั้ง 5 ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกาย ด้วยความกระหายจะต่อสู้ และกำลังรอคำสั่งของขุนพลซีอยู่

ในทีสุดขุนพลซีก็ตัดสินใจ “ตกลง ไปตัดหัวพวกมันกัน เราไม่สามารถสูญเสียศักดิศรีของทหารเมืองซานไห่ได้ เราต้องทำให้พวกมันเห็นว่า ทหารที่แท้จริงเป็นเช่นไร”

“ขอรับ!” นายทหารทุกนายตอบกลับ

ทหารของกรมทหารที่ 1 เดินออกจากค่ายอย่างเป็นระเบียบ แล้วมาตั้งแถวที่ด้านหน้าค่าย กองพันที่ 5 ซึ่งเป็นกองพันธนูอยู่ด้านหน้า เพื่อรับผิดชอบในการโจมตีระยะไกลของพวกเขา ด้านหลังของทหารธนูเป็นกองพันที่ 1 และ 2 ปีกซ้ายเป็นกองพันที่ 3 ซึ่งเป็นทหารม้า และปีกขวาเป็นกองพันที่ 4 ซึ่งเป็นทหารหอก

เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ลังเลและเริ่มเปิดฉากการโจมตีในทันที

กรมทหารที่ 1 หันหลังให้กับค่ายของพวกเข้า พวกเขาเลือกที่จะเริ่มก่อน เมื่อศัตรูเข้าสู้ระยะยิง กองพันที่ 5 ก็ยิงฝนลูกศรใส่ศัตรูในทันที

กลยุทธ์ของซาโพจุ่นคือ ใช้ทหารม้าไปทำลายกรมขบวนทหารที่ 1 ในขณะที่ทหารโล่กระบี่ จะเข้าไปปะทะหลังจากนั้น และทหารธนูก็จะคอยโจมตีจากด้านหลัง

ทหารม้าวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว กองพันที่ 5 ได้ยิงฝนลูกศรไปเพียง 2 รอบเท่านั้น ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มหลบออกไปด้านข้าง แล้วมารวมตัวกันที่ด้านหลังอีกครั้ง กองพันที่ 1 และ 2 ยกโล่ของพวกเขาขึ้นมา เพื่อรับการปะทะจากทหารม้า

นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างโล่และหอก

กองทหารม้าพุ่งเข้ามาเหมือนเป็นน้ำท่วม กระแทกไปที่ด้านหน้าของพวกเขา เหล่าทหารราบเกราะหนักที่เป็นนักรบคนเถื่อนภูเขา สามารถมองเห็นไอน้ำสีขาวที่ออกมาจากจมูกของม้าศึกได้อย่างชัดเจน ทหารม้ายกหอกของพวกเขาขึ้น ปลายหอกสะท้อนแสงแวววับ ขณะที่พวกเขาเลือกที่จะกัดฟันและพุ่งเข้ามา

ซีฮูและซีเปาที่เป็นนายพัน ยืนอยู่ด้านหน้าของกองกำลัง และตะโกนออกไปว่า “กัน!”

“เฮ!!!” เหล่านักรบคนเถื่อนภูเขาชั้นสูงตะโกนออกมาตามลำดับ พวกเขาใช้โล่ของพวกเขารับแรงกระแทกจากทหารม้า ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ฟันด้วยกระบี่ถังที่อยู่ในมือซ้ายของพวกเขา ไปที่ขาซึ่งเป็นจุดอ่อนของม้า

มันราวกับว่าเหล่าทหารม้าได้ปะทะกับกำแพงเหล็ก หลังจากที่ทะลวงผ่านชั้นแรก ก็ทะลวงผ่านชั้น 2 และมาที่ชั้น 3 ด้วยแรงกระแทก บรรดาทหารที่ถูกกระแทกก็ถูกบังคับให้กระเด็นออกมา โล่ของพวกเขาพังลง และชุดเกราะของพวกเขาถูกบด พวกเขาล้มลงกับพื้นและถูกม้าศึกเหยียบย่ำ ทำให้ร่างของพวกเขากลายเป็นเนื้อบด เลือดของพวกเขาค่อยๆย้อมชุดเกราะปูเหรินและซึมลงสู่พื้นดิน หอกยาวที่มาพร้อมกังแรงส่งก็เสียบทะลุชุดเกราะปูเหริน และสังหารพวกเขาไปในที่สุด

เมื่อมาถึงชั้น 3 ทหารม้าก็ไม่สามรถทะลวงได้ต่อไปได้ เมื่อไม่มีแรงส่ง พวกเขาก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้อีก

เหล่าทหารราบเกราะหนักเริ่มล้อมรอบทหารม้าของศัตรู พวกเขาก้าวไปเหยียบศพของเพื่อนพวกเขา ด้วยไฟแห่งความแค้น พวกเขาเหวี่ยงอาวุธของพวกเขา ลากทหารม้าลงมาสู่พื้นดิน ก่อนที่ทหารเหล่านั้นจะทันได้ลุกขึ้น พวกเขาก็ถูกสังหารด้วยฝีมือทหารราบเกราะหนักเรียบร้อยแล้ว

ด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งจากการป้องกันไปเป็นการโจมตี เมื่อทหารม้าไม่สามารถทะลวงต่อไปได้ มันก็กลายเป็นการสังหารย้อนกลับในทันที

ทหารม้าพยายามที่จะใช้หอกของพวกเขาตอบโต้ แต่น่าเสียดายที่มันไร้ประโยชน์ เมื่อไม่มีแรงส่งจากการพุ่งเข้ามา และด้วยการป้องกันที่สูงของชุดเกราะปูเหริน หอกจึงไม่สามารถจะแทงทะลุมันได้

เมื่อกองพันทหารราบเกราะหนักทั้ง 2 หยุดทหารม้าของศัตรูได้ หลี่หมิงเหลียงที่เป็นนายพันกองพันที่ 3 ก็เคลื่อนไหว เขาชักกระบี่ถังออกมา เหวี่ยงมันไปข้างหน้า แล้วตะโกนว่า “ทหารม้าบุก!”

“ฆ่า!” กระบี่ถังจำนวนมากถูกชักออกมา ซึ่งมันเต็มไปด้วยออร่าแห่งการฆ่าฟันที่แข็งแกร่ง

กองพันทหารม้าบุกจากทางซ้าย ทันใดนั้นพวกเขาก็ผ่านทหารโล่กระบี่ของศัตรู แล้วพุ่งไปโจมตีแนวหลังของพวกขเาที่เป็นทหารธนู ทหารธนูทำได้เพียงยิงธนูเพื่อป้องกัน ก่อนที่พวกเขาจะถูกทหารม้าสังหารอย่างง่ายดาย พวกเขาสวมเพียงชุดเกราะหนังแบบง่ายๆ แล้วมันจะป้องกันพวกเขาจากการโจมตีของกองพันทหารม้าได้อย่างไร?

กองพันที่ 3 สังหารทหารธนูของศัตรูรอบๆแนวหลังของพวกเขา กระบี่ของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระหายเลือด ขณะที่แสงสะท้อนออกมาจากตัวกระบี่ หัวของมนุษย์ที่เคยเป็นทหารธนูก็หล่นลงสู่พื้นดิน พื้นที่ที่ทหารธนูอยู่ราวกับเป็นนรกของมนุษย์ เสียงกรีดร้องของศัตรูไม่ค่อยจะมีให้ได้ยินมากนัก เพราะพวกเขาสังหารศัตรูได้ในดาบเดียว กองพันทหารม้าเป็นเหมือนเครื่องจักรสังหารที่มีประสิทธิภาพสูงและไร้ปราณี หัวของศัตรูเกลื่อนกลาดเต็มไปทั่วพื้นที่ หลังจากถูกบดขยี้โดยม้าศึก ศพของพวกเขาก็กลายเป็นเนื้อบดและจมลงไปในพื้นดิน เลือดและโคลนผสมปนเปเข้าด้วยกัน จนไม่สามารถแยกความแตกต่างของทั้ง 2 ได้

เมื่อทหารธนูถูกลอบโจมตี มันก็ทำให้ซาโพจุ่นหมดหนทาง เขาสั่งให้ทหารโล่กระบี่บางส่วนไปช่วยทหารธนูที่กำลังถูกทหารม้าสังหารอยู่ที่แนวหลัง

ถ้ามีใครบอกว่ากองพันทหารม้านี้เป็นเหมือนมีดที่ครบกริบ ทหารโล่กระบี่อยู่อยู่ด้านหลังพวกเขาก็คงเป็นเพียงมีดปอกผลไม้ พวกเขาดูง่ายๆ แต่ความสามารถในการฆ่าของพวกเขาเป็นสิ่งที่น่าตกใจมาก พวกเขาฉวยโอกาสในขณะที่กองพันทหารราบเกราะหนักถูกโจมตีโดยทหารม้าของศัตรู

เดิมทีมันถือเป็นโอกาสที่ดี ถ้ามีใครซักคนบัญชาการได้อย่างถูกต้อง มีโอกาสที่พวกเขาจะสามารถกวาดล้างกองพันที่ 1 และ 2 ได้ แต่น่าเสียดาย การโจมตีของกองพันที่ 3 ซึ่งเป็นหทารม้า ได้บังคับให้กองกำลังของพวกเขาส่วนหนึ่งต้องล่าถอย ในขณะที่กองพันที่ 4 ซึ่งยังไม่ได้ทำอะไรก็เข้าไปปะทะกับทหารโล่กระบี่ของศัตรูที่อยู่ด้านหน้า เพื่อซื้อเวลาใหักับกองพันที่ 1 และ 2

ในทางกลับกัน ถ้ากองพันที่ 3 ที่กำลังสังหารทหารธนู เลือกที่จะโจมีตีทหารโล่กระบี่แทนทหารธนู มันก็อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดสำหรับพวกเขา

เสียงตะโกนแห่งการฆ่าฟันกระจายไปทั่งทั้งท้องฟ้า ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดนั้นเอง ขุนพลซีก็หยิบอาวุธและออกไปต่อสู้ด้วยตัวเอง เพื่อซื้อเวลาในกับกองพันทหารราบเกราะหนักให้มากที่สุด

ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงของกีบม้าดังขึ้น ธงที่ปลิวไสวไปในอากาศ มันเป็นมังกรทองที่หันหน้าไปทางพระอาทิตย์ ที่ส่องแสงสว่างสดใสออกมา

แฟนเพจ : TWOแปลไทย

จบบทที่ TWO Chapter 223 กำลังเสริม

คัดลอกลิงก์แล้ว