- หน้าแรก
- ข้าสุ่มระบบใหม่ทุกวัน
- บทที่ 102 หัวหมูผสมต้นหอม สร้างโอกาสไร้ขอบเขต
บทที่ 102 หัวหมูผสมต้นหอม สร้างโอกาสไร้ขอบเขต
บทที่ 102 หัวหมูผสมต้นหอม สร้างโอกาสไร้ขอบเขต
###
สองคนเดินทางมาถึงสถานที่ที่พอจะนับได้ว่าเป็นห้องทำงานของไป๋หานเสวี่ย แล้วไป๋หานเสวี่ยก็ชงชาให้เย่เทียนอี้หนึ่งถ้วย จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ มองหน้าเขานิ่ง ๆ
"มีอะไรหรือ?"
"เมื่อวานเจ้าไปไหนมา?"
ไป๋หานเสวี่ยเอ่ยถาม
"ข้าออกไปเที่ยวกับพี่สาวมาทั้งวัน"
"แล้วทำไมถึงไม่ตอบข้อความตอนกลางคืน?"
เย่เทียนอี้: "..."
ตอนกลางคืนเขากำลังทำเรื่องนั้นอยู่ จะให้ตอบข้อความได้ยังไง...
แต่อย่างไรก็ตาม เย่เทียนอี้กลับรู้สึกดีใจขึ้นมานิดหน่อย เพราะแฟนสาวของเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับสถานะความสัมพันธ์นี้แล้วจริง ๆ
"พี่สาวข้าไปแล้วนะ" เย่เทียนอี้รีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที
ไป๋หานเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ทำไมถึงไม่บอกข้าสักคำล่ะ?"
"อย่าว่าแต่เจ้าเลย ข้าเองก็ตกใจเหมือนกัน ตื่นเช้ามาก็พบว่า..."
เย่เทียนอี้พูดถึงตรงนี้แล้วหยุดไปครู่หนึ่ง
"พบว่าอะไร?"
"พบว่า... พบว่ามีจดหมายฉบับหนึ่ง วางอยู่ข้างตัว เป็นจดหมายที่พี่สาวข้าเขียนทิ้งไว้"
เย่เทียนอี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ก็แล้วไป หากนางไปยังวังจันทราเทพได้จริง ก็ถือเป็นเรื่องดี ทรัพยากรของที่นั่นไม่ใช่แค่จักรวรรดิเทียนสุ่ยจะเทียบได้ งั้นถ้านางไม่อยู่แล้ว ข้าก็ย้ายออกแล้วกัน"
เย่เทียนอี้ยักไหล่ตอบ: "โอเค ๆ ตามใจเลย"
ไป๋หานเสวี่ยมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเดิมทีเธอนึกว่าเย่เทียนอี้จะอิดออดและไม่ยอมให้ตนย้ายออกง่าย ๆ แต่ดูเหมือนว่าเพราะไม่มีเทพธิดาอย่างเย่เซียนเอ๋อร์อยู่ที่นี่แล้ว เย่เทียนอี้เลยไม่คิดจะอ้อนรั้งเอาไว้
"ตอนบ่ายหลังเลิกเรียน กลับบ้านกับข้านะ"
"หือ?"
เย่เทียนอี้ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
"ข้าได้บอกพ่อแม่เรื่องของเราสองคนไปแล้ว พวกเขาอยากพบเจ้า"
กลืนน้ำลายดังเฮือก——
เย่เทียนอี้รู้สึกหน้าชา
ไม่จริงน่า——
เพิ่งไปหลอกขอเงินสิบล้านจากไป๋เจิ้งหยวนมาหยก ๆ นี่จะให้เขากลับไปเยี่ยมในฐานะแฟนของลูกสาวอีกเนี่ยนะ? แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะเดินเข้าถ้ำเสือเลยนี่หว่า!
"ไม่ไปหรือ?"
"ไป! ไปแน่นอน!"
เย่เทียนอี้พยักหน้ารัว ๆ
"พวกเขาไม่ได้โหดร้ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก"
เย่เทียนอี้ยักไหล่ตอบ: "ก็แค่เจอว่าที่พ่อตากับแม่ยายเอง ไม่มีอะไรต้องกังวล"
...
หลังเลิกเรียน เย่เทียนอี้กับไป๋หานเสวี่ยก็เดินออกจากสถาบันไปด้วยกัน
"อาจารย์ซือ ท่าทางพวกเขาสองคนจะคบกันจริง ๆ แฮะ"
ฮั่วสุ่ยที่กำลังเตรียมตัวกลับบ้านกับซือเจียอีกล่าวขึ้น ขณะมองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่เดินจากไป
"แปลกจัง สารเลวแบบเย่เทียนอี้จะจีบไป๋หานเสวี่ยติดได้ยังไงกันนะ?"
ซือเจียอีลูบปลายคางเรียวของตนเบา ๆ ด้วยท่าทีครุ่นคิด
ยังไม่พูดถึงว่าไป๋หานเสวี่ยจะสนใจเย่เทียนอี้หรือไม่ แค่ผู้หญิงอย่างไป๋หานเสวี่ยปกติก็ไม่ใช่คนที่จะมีความรักกับใครง่าย ๆ แล้ว
ดังนั้นซือเจียอีจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย
"ช่างเถอะ ไปเดินเล่นกันเถอะ ข้าอยากซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุด สองชุด พรุ่งนี้จะไปดูคอนเสิร์ตของหลิวชิงอวี่ด้วย"
"โอเค!"
....
อีกด้านหนึ่ง เย่เทียนอี้ก็หิ้วหัวหมูสองชั่งกับไป๋หานเสวี่ยมายืนอยู่หน้าบ้านตระกูลไป๋
แม้ตระกูลไป๋จะมีคฤหาสน์ใหญ่โต แต่ไป๋เจิ้งหยวนกลับไม่ชอบใช้ชีวิตในสถานที่กว้างขวางนัก พวกเขาจึงเลือกอยู่กันแค่ในบ้านเดี่ยวธรรมดาหลังหนึ่งเท่านั้น
ไป๋หานเสวี่ยถึงกับอยากยกมือกุมขมับกับสิ่งที่เย่เทียนอี้ทำ เจ้าหมอนี่มาเยี่ยมบ้านในฐานะแฟนหนุ่มนะ แม้เธอจะรู้ดีว่านี่น่าจะเป็นงานเลี้ยงเชือดพอสมควร แต่วันหนึ่งก็ต้องเจออยู่ดี ต่อให้สุดท้ายไม่อาจไปกันได้ แต่ตอนนี้เย่เทียนอี้ก็คือแฟนของเธอ อย่างน้อยก็ควรจริงจังหน่อยสิ
ใครเขาไปเยี่ยมบ้านคนอื่นด้วยของฝากเป็นหัวหมูกัน!? ปกติก็ต้องเป็นเหล้ายาดอง หรือเครื่องบำรุงพวกโสมกับรังนกไม่ใช่เหรอ?
แต่สำหรับเย่เทียนอี้แล้ว ของฝากไม่สำคัญ ซื้ออะไรก็เหมือนกัน สู้ซื้อมากินให้หนำใจกว่า
ไป๋หานเสวี่ยเปิดประตู แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไป
"ข้ากลับมาแล้ว"
เธอเอ่ยขึ้นเบา ๆ
เย่เทียนอี้กวาดตามองไปยังไป๋เจิ้งหยวนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา ก่อนจะมองไปยังจางหลินที่เดินออกมาจากในครัว แล้วเอ่ยว่า "สวัสดีครับพ่อแม่"
"แค่ก ๆ ๆ!"
ไป๋เจิ้งหยวนถึงกับสำลักชาแทบพ่นออกมา!
"เย่เทียนอี้!"
เขาทุบโต๊ะลุกขึ้นมาจ้องเย่เทียนอี้อย่างโมโห หายใจหอบแรงด้วยความเดือดดาล
"โธ่ พ่อบ้านนี้จะดุอะไรนักหนา เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะหัวเราะเอาว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กนะ!"
จางหลินเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วเดินเข้ามารับของในมือเย่เทียนอี้ พลางพูดว่า "แค่เจ้ามาก็ดีแล้ว จะหอบอะไรมาทำไมให้ลำบาก...หัวหมู?"
เห็นแล้วเธอเองก็อดกระตุกมุมปากไม่ได้
"หัวหมูผสมต้นหอม สร้างโอกาสไร้ขอบเขตครับ!" เย่เทียนอี้ยิ้มกว้าง
"งั้นข้าไปเตรียมอาหารก่อน พวกเจ้าไปคุยกันเถอะ"
จางหลินเดินกลับเข้าครัว ทิ้งให้เย่เทียนอี้กับไป๋หานเสวี่ยนั่งประจันหน้ากับไป๋เจิ้งหยวนที่โซฟา
"ลุงไป๋...ตรงหัวเข่ากางเกงนี่ดูเหมือนจะถลอกนะครับ"
เย่เทียนอี้มองไปที่หัวเข่าของอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้น
ไป๋เจิ้งหยวน: "..."
ไป๋หานเสวี่ย: "..."
ไป๋หานเสวี่ยถึงกับต้องส่ายหน้าเบา ๆ อย่างปลงตก
นี่มันหาทางตายชัด ๆ!
ริมฝีปากไป๋เจิ้งหยวนกระตุกด้วยความโกรธ
ไอ้สารเลว!
"เย่เทียนอี้! ตอนนั้นเจ้ารับปากข้าว่ายังไง!? เงินก็รับไปแล้ว แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน!? เจ้าจะให้ข้าอธิบายกับตัวเองยังไง!?"
ไป๋เจิ้งหยวนตวาดลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
วันนั้นพอได้ยินไป๋หานเสวี่ยบอกว่าคบกับเย่เทียนอี้ หัวใจก็แทบหยุดเต้น นึกว่าแค่เรื่องล้อเล่น ที่ไหนได้พอลูกสาวยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เขาแทบจะล้มทั้งยืน!
โกรธจัดถึงขีดสุด!
"ลุงครับ เรื่องนี้..."
เย่เทียนอี้ลังเลเล็กน้อย ไป๋เจิ้งหยวนจ้องเขาอย่างคาดคั้น รอฟังว่าจะอธิบายยังไง
"เฮ้อ...เอาจริง ๆ ก็เป็นเพราะลูกสาวลุงนั่นแหละ"
ไป๋หานเสวี่ย: ???
เธอถึงกับหันขวับไปมองเขาด้วยสายตางุนงงเต็มพิกัด
"ลูกสาวข้า? ทำไม?"
"ก็เห็นข้าหล่อมากเลยอยากได้ตัวข้าไปครอบครอง ก็เลยบังคับให้ข้าคบกับเธอ"
ไป๋หานเสวี่ย: "..."
ไป๋เจิ้งหยวน: "..."
"เจ้าพูดจาเหลวไหล!"
"โอเค ๆ เอาจริง ๆ ก็...ในการประลองที่สถาบันเทียนซิง ข้าอาจจะดูเท่มากไปหน่อย เธอก็เลยกลายมาเป็นแฟนข้าหลังจบการประลองนั่นแหละ"
ฟู่——
ไป๋เจิ้งหยวนถอนหายใจแรง
"ข้าไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า..."
ไป๋หานเสวี่ยขอตัวทันทีเพราะไม่อยากอยู่ท่ามกลางสถานการณ์บ้าบอแบบนี้
"ไอ้สารเลว เจ้ากับลูกสาวข้าเลิกกันซะ ถึงตอนนี้เจ้าจะไม่ใช่ไอ้ขยะคนเดิมแล้ว ข้าก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่เจ้ายังไม่เหมาะกับหานเสวี่ยอยู่ดี!"
ไป๋เจิ้งหยวนถอนหายใจ หนักใจเสียจริง เจ้าเย่เทียนอี้นี่จะตีให้ตายก็ไม่ได้ พวกเขาก็รู้จักกันอยู่พอสมควร แถม...ลูกสาวเขาก็ใช่ย่อยที่ไหน...
"ลุงครับ เมื่อก่อนข้าอาจจะเลว"
"ตอนนี้เจ้าก็ยังเลวอยู่"
เย่เทียนอี้: "..."
ถ้าเย่เทียนอี้ไม่ได้มีอดีตเลวทราม เขายังพอรับได้บ้าง ท้ายที่สุดแม้แต่ลูกชายคนโตของเขาก็ยังพ่ายแพ้ต่อเย่เทียนอี้ ทว่าปัญหาคือ...อดีตของเขานี่สิ
"เย่เทียนอี้ ไม่ใช่ข้าอยากจะจะยุ่งเรื่องนี้หรอกนะ ความรักของหนุ่มสาวพวกเจ้า ข้ากับเมียไม่คิดจะขัดขวางอยู่แล้วนี่? หานเสวี่ยก็เป็นคนมีเหตุผล แล้วที่สำคัญคือ...ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าอาจไม่รู้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ข้าเรียกเจ้ามาตอนนี้ นั่นคือ...มีคนที่เหมาะสมกับเธอมากกว่าเจ้า"
ไป๋เจิ้งหยวนสูดควันบุหรี่ลึกก่อนจะกล่าวออกมา
"ใครกัน?" เย่เทียนอี้ขมวดคิ้ว