- หน้าแรก
- ข้าสุ่มระบบใหม่ทุกวัน
- บทที่ 23 ช่างน่ารำคาญ
บทที่ 23 ช่างน่ารำคาญ
บทที่ 23 ช่างน่ารำคาญ
###
เย่เทียนอี้ลูบปลายจมูก แล้วหันไปมองซือเจียอีด้วยแววตา "เขินอาย" อย่างจงใจ
แววตานั้น... ราวกับกำลังออดอ้อนพูดคำว่า "บ้า~ น่ารำคาญจริง ๆ นะ~" อย่างไรอย่างนั้น
ซือเจียอีมองแววตานั้นแล้วรู้สึกขนลุกซู่ แม้แต่นางที่รับมือกับ "อสูรน้อยจอมเจ้าเล่ห์" อย่างฮั่วสุ่ยยังสยบได้ แต่นางกลับรู้สึกว่าเย่เทียนอี้นี่แหละรับมือยากที่สุด
เย่เทียนอี้เอ่ยขึ้นอย่างจริงจังว่า "อาจารย์ซือ ท่านหลงใหลในความหล่อเหลาของข้า ข้าเข้าใจได้ ไม่ใช่แค่ท่านหรอกนะ หญิงสาวมากมายก็อยากได้ยีนความหล่อของข้าไปสืบทอด ลูกหลานหน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ท่านจะเป็นหนึ่งในนั้นก็มิใช่เรื่องแปลก ข้าเองก็รู้มานานแล้ว ว่าท่านน่ะหมายปองร่างกายของข้า!"
ว่าแล้วเขาก็หยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า "แต่ท่านอายุก็ไม่น้อยแล้ว ส่วนข้ายังเป็นหนุ่มน้อยวัยสิบเก้าเท่านั้น ท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ? ขอโทษด้วย ข้ามิใช่บุรุษไร้ยางอาย เย็นนี้ไปบ้านท่านงั้นหรือ? ฮ่า ๆ ขำจริง ๆ!"
ซือเจียอี: "..."
(o^-^o)
นางสูดลมหายใจลึก ยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า
นางไม่พูดอะไรอีก เพียงกล่าวเรียบ ๆ ว่า "เดี๋ยวข้าจะแอดคิวแชทเจ้า แล้วจะส่งที่อยู่ให้ เจ้าอยากมาก็มา เรื่องนี้สำคัญกับเจ้าไม่น้อย ข้าหมายถึงสำคัญจริง ๆ จะมาก็มาเถอะ ไม่มาก็แล้วแต่"
"สำคัญกับข้าด้วย?"
เย่เทียนอี้เลิกคิ้ว นึกสงสัยว่าเรื่องอะไรจะสำคัญกับตน
แต่ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ อย่างไรก็ต้องไปอยู่ดี ไหน ๆ ก็มีภารกิจจูบแรกของซือเจียอีอยู่แล้ว คืนนี้อาจจะมีลุ้นก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
"คืนนี้ข้าอาจติดธุระ ต้องไปช้าเล็กน้อย"
เย่เทียนอี้กล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ในใจคิดถึงเรื่องของกองทัพโลหิต เขาต้องไปหาเงินมาช่วยเย่เซียนเอ๋อร์ แถมยังเป็นโอกาสฝึกฝนตนเองอีกด้วย
"ตามใจ"
ซือเจียอีไหวไหล่ตอบแบบไม่ใส่ใจ
"พี่เย่ ท่านว่าที่ข้าพูดเมื่อกี้มันเข้าท่ามั้ย?"
เย่เทียนอี้เดินกลับเข้าแถว หลี่ปังรีบเอ่ยถามอย่างคาดหวัง
เย่เทียนอี้ตบบ่าหลี่ปัง พร้อมกล่าวอย่างจริงจังว่า "XX ว่ะ"
"พี่เย่ ข้าชื่อหลี่ปังนะ..."
หลี่ปังเกาศีรษะพลางยิ้มเจื่อน ๆ
เย่เทียนอี้หยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง หลี่ปังรีบจุดไฟให้ทันที เย่เทียนอี้สูดควันเข้าปอดอย่างสบายใจ
"เจ้าบ้านั่น เย่เทียนอี้ เอาบุหรี่ออกไปเดี๋ยวนี้! นี่มันสถานศึกษา ไม่ใช่ที่ดูดบุหรี่!"
เสียงของหลี่ป๋อเหรินตะโกนลั่นเมื่อเห็นภาพนั้น
เย่เทียนอี้กลับไม่สนใจ สูดอีกคำก่อนจะพ่นควันออกมาอย่างใจเย็น
"อาจารย์ซือบอกว่าดูดได้"
ซือเจียอี: ???
ข้าอยากจะเอากระทะฟาดหัวมัน!
หลี่ป๋อเหรินหันไปมองซือเจียอี นางก็ทำมือเป็นรูปหัวใจส่งกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ
หลี่ป๋อเหริน: "..."
ช่างเถอะ ไม่อยากมีปัญหากับนาง ขืนพูดมากเดี๋ยวโอสถของข้าหายอีก!
"อย่างน้อยก็อย่าทิ้งก้นบุหรี่ให้เกะกะแล้วกัน"
ทุกคน: ??? !Σ( ̄□ ̄;)
"รับทราบ ขอบคุณท่านผู้อำนวยการ!"
เย่เทียนอี้ยิ้มอย่างผู้ชนะ
หลี่ปังมองเขาด้วยสายตาชื่นชม ใช่! แบบนี้แหละถึงจะเรียกว่าพระเอก!
เย่เทียนอี้หันมามองหลี่ปัง ถามขึ้นว่า "เจ้าตามข้ามาทำไมกันแน่?"
หลี่ปังตอบอย่างจริงใจว่า "ข้าอยากเรียนรู้วิธีเป็นบุรุษที่แท้จริงจากพี่เย่ บุรุษที่ไม่เกรงฟ้าดิน เหมือนตอนที่พี่เย่สูบบุหรี่ต่อหน้าผู้อำนวยการนั่นแหละ!"
"แล้วไงต่อ?"
"แล้วก็..."
หลี่ปังคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ แล้วกล่าวว่า "ข้าอยากจีบสาวให้ได้เยอะ ๆ เหมือนพี่เย่เลย เยอะมาก ๆ เลยนะ!"
"ได้สิ แค่เจ้าอยาก ข้าก็รับเจ้าเป็นน้องชายแล้วล่ะ แล้วก็..." เย่เทียนอี้กล่าวพลางถูมือไปมา
จะอุดมคติอะไรไม่สำคัญ เย่เทียนอี้สนใจแต่เงิน! เงินเล็ก ๆ จำนวนมากเท่านั้น!
"มี! มี!"
หลี่ปังพยักหน้าอย่างตื่นเต้น จากนั้นหยิบมือถือขึ้นมา เพิ่มเพื่อนกับเย่เทียนอี้ แล้วโอนเงินสองหมื่นให้ทันที ดวงตาของเย่เทียนอี้แทบส่องประกาย
"ใช้ได้ เดี๋ยวมีเวลาจะสอนให้"
"ขอบคุณพี่เย่ ขอบคุณมาก ๆ!"
หลี่ปังพูดอย่างดีใจ
ด้านข้าง ฮั่วสุ่ยได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
เด็กคนนี้ช่างใสซื่อจริง ๆ
รอบการประเมินมีเพียงรอบเดียว นอกจากฮั่วสุ่ยแล้ว ยังมีชายหนุ่มจากห้องสิบแปดอีกคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์สูงสุด ระดับใกล้เคียงกับสีม่วง ทำให้ได้รับความสนใจอย่างมาก ท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คน เฉินจื้ออันยิ้มบาง ๆ ขณะเดินกลับมายังห้องตน ก่อนกลับ เขายังหันไปมองทางห้องสิบด้วยสายตาเคียดแค้นใส่เย่เทียนอี้
ส่วนผู้เข้าสอบที่เหลือส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรโดดเด่น ผลการประเมินจะประกาศในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกลับเข้าห้องเรียน
"ไปกันเถอะ"
เมื่อการประเมินสิ้นสุดลง ไป๋หานเสวี่ยก็กล่าวกับเย่เซียนเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ เบา ๆ แล้วทั้งสองก็เดินจากไป
หลินฉางเทียนมองแผ่นหลังทั้งสองคนด้วยแววตากดดัน มือกำหมัดแน่น
"ดูเหมือนเทพธิดาของเจ้าจะตกเป็นของเย่เทียนอี้เสียแล้วนะ"
ฉินเชาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ขณะเดินผ่าน
"เจ้าเชื่อจริงเหรอ? เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกไปบ้างเลยหรือ?"
"ข้าไม่เชื่อหรอก มันแปลกก็จริง แต่ไป๋หานเสวี่ยประกาศต่อหน้าศิษย์ทั้งสถาบัน ข้าก็ไม่อาจปฏิเสธได้ อีกอย่าง เจ้าก็อย่าลืมว่าเย่เทียนอี้น่ะอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา ถ้าเขาชอบเธอจริง และมีพี่สาวที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอช่วยเหลือ มันก็ไม่แปลกที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาไปได้ และไป๋หานเสวี่ยไม่ใช่คนที่จะชอบคนไร้ค่าแน่ ๆ"
ฉินเชากล่าวจบก็เดินจากไป
"ซ่อนอะไรไว้งั้นหรือ? ข้าจะดูให้รู้ไปเลย!"
...
ภายในห้องเรียน ทุกคนพูดคุยกันอย่างคึกคัก บรรดาหญิงสาวก็แอบเหลียวหลังมามองเย่เทียนอี้บ่อยครั้ง แม้จะรู้ว่าเขาเป็นคนเฮงซวย แต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นก็ช่างเย้ายวนใจจนห้ามมองไม่ได้
มีเพียงฮั่วสุ่ยที่ถูกซือเจียอีเรียกไปคุยที่ห้องพักครู โดยไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไร
ส่วนเย่เทียนอี้กำลังยุ่งอยู่กับการบดผงชอล์กทั้งหมดลงถัง ซึ่งก็ได้ประมาณหนึ่งในสามถัง ถือว่าไม่น้อยเลย
"พี่เย่ ท่านทำอะไรอยู่น่ะ?"
หลี่ปังเอ่ยถามอย่างสงสัย ไม่ใช่แค่เขา ทุกคนในห้องต่างก็สงสัยเช่นกัน
"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง"
เย่เทียนอี้พูดพลางแง้มประตูหลังห้อง แล้ววางถังผงชอล์กเอาไว้ หากมีใครเปิดประตูเข้ามา ถังทั้งถังก็จะคว่ำใส่หัวอีกฝ่ายทันที
นอกจากนี้ เขายังให้หลี่ปังไปซื้อน้ำมันมาราดบนพื้นด้านหลังซึ่งเอียงเล็กน้อยอยู่แล้ว ทำให้พอมีแรงส่งให้ลื่นไถลงมาได้ง่าย
ทำไมต้องทำแบบนี้น่ะหรือ? ง่ายมาก...
ฮั่วสุ่ยมักหาเรื่องเขาอยู่เสมอ คงเพราะไม่ชอบขี้หน้าเขา และตอนนี้เขาก็ได้รับภารกิจให้ทำให้เธอร้องไห้
งั้นก็มาลองดูหน่อยเถอะ ว่าใครกันแน่ที่จะแสบกว่ากัน!
นี่คือกับดักที่เตรียมไว้เพื่อฮั่วสุ่ยโดยเฉพาะ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ไม่อยู่ในห้องตอนนี้ และห้องพักครูก็อยู่ใกล้ประตูหลัง มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะเปิดประตูนั้นได้
เย่เทียนอี้ศึกษาวิธีการกลั่นแกล้งของฮั่วสุ่ยมาแล้ว กับดักนี้แม้ไม่ร้ายแรงนัก แต่ก็พอทำให้เธอลิ้มรสความเจ็บแสบได้บ้าง
แม้จะรู้สึกเสียดายที่ต้องใช้กับสาวงามแบบนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้ ดันซวยที่ภารกิจมันมาแบบนี้!
ขณะนั้นเอง มีเงาร่างหนึ่งปรากฏอยู่หน้าประตูหน้าห้อง เขาไม่ได้เข้ามา เพียงแค่มองเข้ามาเฉย ๆ ทุกสายตาในห้องก็หันไปมองเขาเป็นตาเดียว