- หน้าแรก
- นายหน้าสายปั่น ซื้อบ้านวันนี้ ผมแถมแฟนให้ฟรีครับ
- บทที่ 530 - ไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ
บทที่ 530 - ไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ
บทที่ 530 - ไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ
บทที่ 530 - ไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ
"ก็ได้ค่ะ หนูกลับก็ได้" เธอพูดปนสะอื้น หันหลังเดินตามบอดี้การ์ดออกไป
หลินหยวนยืนอยู่ที่ประตู มองแผ่นหลังของอันฉีเออร์ที่เดินจากไป ในใจรู้สึกผิดอยู่บ้าง เขาเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ แต่ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เขาไม่มีทางเลือกอื่น
ตกดึก หลินหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานคนเดียว ใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาดูเบอร์ที่โทรมา เป็นหลิวจื่ออี้ เขากดรับสาย ปลายสายเป็นเสียงของหลิวจื่ออี้
"หลินหยวน ฉันตรวจสอบพยาบาลข้างกายกู้เย่ซิงแล้ว เธอชื่อมู่เสวี่ยเหลียน"
"เป็นเด็กจบใหม่ เพิ่งมาฝึกงานที่โรงพยาบาล"
"เรียนจบพยาบาลมา ดูจากประวัติแล้วไม่มีปัญหาอะไร นายแน่ใจนะว่าเป็นผู้หญิงคนนี้"
น้ำเสียงของหลิวจื่ออี้เต็มไปด้วยความสงสัย ผลการตรวจสอบประวัติของมู่เสวี่ยเหลียนมันปกติเกินไป
มีประวัติตั้งแต่เด็กยันโต หาจุดจับผิดไม่ได้เลย
หลินหยวนขมวดคิ้ว หวนนึกถึงภาพที่เห็นตรงทางเดินโรงพยาบาล
พฤติกรรมของมู่เสวี่ยเหลียนกับฉินซืออี้มันเหมือนกันเกินไป ความเหมือนนี้มันราวกับถูกแกะพิมพ์ออกมาจากเบ้าเดียวกัน
"ผมยังคิดว่าเธอมีปัญหา" หลินหยวนพูดเสียงขรึม
หลิวจื่ออี้ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง "ได้ ฉันจะจับตาดูเธอเป็นพิเศษ นายมีความคิดเห็นอะไรอีกไหม"
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเสนอแผนการที่บ้าบิ่น
"ผมอยากให้หัวหน้าหลิวช่วยจัดฉากว่าผมป่วย ให้ผมได้แอดมิตเข้าโรงพยาบาลหน่อย"
"แบบนี้ผมจะได้เข้าใกล้กู้เย่ซิงมากขึ้น และมีโอกาสสัมผัสกับพยาบาลคนนั้นด้วย"
หลิวจื่ออี้ลังเล "มันจะเสี่ยงไปหน่อยไหม ถ้าเกิดพวกมันลงมือกับนายจริงๆ จะทำยังไง"
หลินหยวนไม่สนใจเลยสักนิด "ผมอยากสืบด้วยตัวเอง คนพวกนี้เป้าหมายคือผม ยังไงซะก็ต้องลงมือไม่ช้าก็เร็ว"
"อย่างที่เขาว่า ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือได้ยังไง"
หลังจากถกกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดหลิวจื่ออี้ก็ยอมทำตามแผนของหลินหยวน
วันรุ่งขึ้น หลินหยวนพาบอดี้การ์ดสองคนมาที่โรงพยาบาล
เขาทำตามแผน เข้ารับการ "ตรวจร่างกาย" ชุดใหญ่ และตอนเจาะเลือดก็จงใจให้หมอตรวจเจอ "ปัญหา" บางอย่าง
"คุณหลินครับ ผลเลือดของคุณบ่งบอกว่าร่างกายมีความผิดปกติ เราจำเป็นต้องให้คุณนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการสักสองสามวัน" หมอทำหน้าเครียด น้ำเสียงเจือความกังวล
หลินหยวนแกล้งทำเป็นตกใจ แต่ในใจกลับโล่งอก เขาพยักหน้า ให้หมอรีบจัดการเรื่องแอดมิตด่วน
ห้องพักถูกจัดให้อยู่ชั้นเดียวกับกู้เย่ซิง อยู่ห้องท้ายสุด ซึ่งเป็นมุมอับของกล้องวงจรปิดพอดี
เขานอนอยู่บนเตียง สายตากวาดมองไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ บอดี้การ์ดสองคนยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างแข็งขัน
ในห้องพักของกู้เย่ซิง ร่างกายของเขาฟื้นตัวขึ้นมากแล้ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมู่เสวี่ยเหลียนที่ดูใสซื่อน่ารัก เขาเริ่มระงับความต้องการในใจไม่ไหว
ทุกครั้งที่มู่เสวี่ยเหลียนมาตรวจอาการ หรือทายาให้ เขาอดไม่ได้ที่จะแต๊ะอั๋งลวนลาม
"คุณกู้คะ กรุณาอย่าทำแบบนี้ค่ะ" เสียงของมู่เสวี่ยเหลียนสั่นเครือ
แววตาของเธอฉายความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน แต่เพื่อไม่ให้กู้เย่ซิงสงสัย เธอจำต้องแสร้งทำเป็นเขินอาย
กู้เย่ซิงกลับคิดว่ามู่เสวี่ยเหลียนกำลังเล่นตัว ปากว่าตาขยิบ มุมปากเขายกยิ้มอย่างได้ใจ มือไม้เริ่มเลื้อยไปตามตัวมู่เสวี่ยเหลียนอย่างย่ามใจกว่าเดิม
"อาเหลียน อย่าอายไปเลยน่า ผมรู้นะว่าคุณก็ชอบผม"
เสียงของกู้เย่ซิงเจือความเจ้าชู้ สายตาจับจ้องมู่เสวี่ยเหลียนไม่วางตา
"อีกอย่าง คุณก็ตกลงแล้ว ตอนนี้คุณเป็นแฟนผมนะ เราจะทำอะไรใกล้ชิดกันหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร"
ในใจมู่เสวี่ยเหลียนขยะแขยงสุดขีด แต่หน้ากลับแดงก่ำ เธอผลักมือกู้เย่ซิงออกเบาๆ
"ไม่เอาน่า ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ" เสียงของเธอแผ่วเบา ราวกับขนนกที่ปัดผ่านหัวใจ ทำให้กู้เย่ซิงคันยุบยิบ
กู้เย่ซิงเห็นมู่เสวี่ยเหลียนน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ ก็รู้ว่ารุกหนักเกินไปไม่ได้
เลยต้องยอมชักมือกลับอย่างเสียดาย สายตายังคงอาลัยอาวรณ์
"ก็ได้ครับอาเหลียน รอผมออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันยาวๆ" คำพูดของเขาแฝงนัยยะลามก ทำให้มู่เสวี่ยเหลียนรู้สึกคลื่นไส้
มู่เสวี่ยเหลียนพยักหน้าอย่างเขินอาย เก็บอุปกรณ์ทำแผลเงียบๆ แล้วรีบออกจากห้องพักไป
ทันทีที่ปิดประตู เธอสูดหายใจลึก ถึงจะระงับจิตสังหารในใจเอาไว้ได้
กู้เย่ซิงมองแผ่นหลังของมู่เสวี่ยเหลียนที่เดินจากไป แววตาเต็มไปด้วยความกระหยิ่ม
มู่เสวี่ยเหลียนไม่ช้าก็เร็วต้องเป็นของเขา ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไงบ้างนะ
พอนึกถึงตรงนี้ สายตาเขาก็เต็มไปด้วยความหื่นกาม
มู่เสวี่ยเหลียนกลับมาที่ห้องจ่ายยา สายตากวาดมองรายชื่อผู้ป่วยผ่านๆ
ทันใดนั้น เธอก็สะดุดตากับชื่อของหลินหยวน
คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้มาทำอะไรที่นี่
ความประหลาดใจผุดขึ้นในใจ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น นี่มันโอกาสทองสำหรับเธอชัดๆ
เธอตัดสินใจว่าจะไปดูลาดเลาที่ห้องพักสักหน่อย ดูซิว่าหลินหยวนเป็นอะไรกันแน่
จังหวะนั้นเอง พยาบาลอีกคนกำลังถือถุงน้ำเกลือที่จัดยาเสร็จแล้วเตรียมจะไปห้อง 415
ห้อง 415 คือห้องของหลินหยวน มู่เสวี่ยเหลียนรีบเข้าไปขวางทันที
"เสี่ยวหลี่ วันนี้เธอสีหน้าไม่ค่อยดีเลย ให้ฉันไปแทนเถอะ" เสียงของมู่เสวี่ยเหลียนอ่อนโยน ช่างแสนรู้ใจ
พยาบาลเสี่ยวหลี่รู้สึกเกรงใจ เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายจริงๆ แต่ก็ไม่อยากลำบากคนอื่น
"อาเหลียน จะดีเหรอ"
มู่เสวี่ยเหลียนยิ้ม เธอรู้ว่าเสี่ยวหลี่ประจำเดือนมาช่วงนี้ ร่างกายไม่ค่อยอำนวย
"ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าเธอไม่สบาย ไปนั่งพักเถอะ"
พยาบาลเสี่ยวหลี่เห็นว่าปฏิเสธไม่ลง ก็พยักหน้าอย่างซาบซึ้งใจ วิ่งวุ่นมาทั้งเช้า ตอนนี้เธอเริ่มปวดท้องแล้วจริงๆ
"ขอบใจนะ รบกวนเธอแล้วนะอาเหลียน"
มู่เสวี่ยเหลียนถือถุงน้ำเกลือเดินมาถึงห้อง 415 หน้าประตูมีบอดี้การ์ดเฝ้าอยู่สองคน
เธอแค่นยิ้มในใจ หลินหยวนนี่รักตัวกลัวตายชะมัด ถึงกับจ้างบอดี้การ์ดมาเฝ้า
บอดี้การ์ดเห็นว่าเป็นพยาบาล ก็ไม่ได้ขัดขวาง ปล่อยให้เธอเข้าไปในห้อง
หลินหยวนสวมชุดคนไข้ กำลังก้มหน้าเล่นมือถือ พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น พยักหน้าทักทายตามมารยาท
มู่เสวี่ยเหลียนงัดมุกเดิมมาใช้ อาศัยความสวยของตัวเอง แกล้งทำเป็นนักศึกษาใสซื่อ
"คุณหลินคะ ฉันมาให้ยาทางสายน้ำเกลือค่ะ" เสียงของเธอหวานหยด เจือความขวยเขินเล็กน้อย
หลินหยวนมองเธอ รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน
ในใจยิ่งมั่นใจว่า ยัยมู่เสวี่ยเหลียนคนนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ
แต่ภายนอกเขากลับไม่แสดงอาการอะไร พูดเสียงเรียบ "ขอบคุณครับ"
มู่เสวี่ยเหลียนเห็นหลินหยวนนิ่งเฉย ก็รู้สึกแปลกใจ
ขนาดกู้เย่ซิงที่เป็นพวกบ้ากาม เจอเธอเข้าหน่อยแทบจะกระโจนใส่ แต่หลินหยวนกลับเย็นชาใส่ แทบไม่มองเธอเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ เธอเจ็บใจนิดหน่อย แต่ก็ยังรักษา รอยยิ้มไว้บนใบหน้า
"คุณหลินคะ ถ้าต้องการอะไร เรียกฉันได้ตลอดเลยนะคะ" เธอเดินออกจากห้องไปแบบเหลียวหลังมองเป็นระยะ
หลินหยวนเห็นเธอไปแล้ว ก็รีบดึงเข็มคาหลอดเลือดออกทันที แล้วหยิบกระติกน้ำมารองยาที่หยดลงมา
ในใจเขามีแผนอยู่แล้ว แค่รอเวลาลงมือเท่านั้น
มู่เสวี่ยเหลียนกลับมาที่ห้องจ่ายยา ในมือหมุนเล่นเข็มเล่มหนึ่งที่เล็กเท่าเส้นผม วันนี้แหละ คือวันตายของหลินหยวน