เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ปฏิบัติการล็อบบี้ในนามมหาวิทยาลัย

บทที่ 27 - ปฏิบัติการล็อบบี้ในนามมหาวิทยาลัย

บทที่ 27 - ปฏิบัติการล็อบบี้ในนามมหาวิทยาลัย


บทที่ 27 - ปฏิบัติการล็อบบี้ในนามมหาวิทยาลัย

ในห้องทำงานของเถียนจ้วงจ้วง ผู้บริหารโรงเรียนนั่งรวมตัวกันพ่นควันโขมง

กลิ่นบุหรี่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง

คนทำงานศิลปะส่วนใหญ่สูบบุหรี่จัดกันทั้งนั้น

เถียนเสี่ยวเล่อเปิดหน้าต่างออกกว้าง ระบายอากาศ กลิ่นถึงได้เบาบางลงบ้าง

"เสี่ยวเล่อ ที่เรียกมาวันนี้ เพราะอยากถามเรื่องที่ 'แผนซ่อนปมในใจ' สมัครไปคานส์ เธอมีความคิดเห็นยังไงบ้าง"

"ความคิดผมง่ายมากครับ ได้รางวัลก็ดีที่สุด ถ้าพลาดก็เอาไว้แก้ตัวคราวหน้า"

เถียนเสี่ยวเล่อไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ต้องการอะไร มีทั้งอธิการบดี หัวหน้าฝ่ายวิชาการ ศาสตราจารย์คณะผู้กำกับ เขาเลยตอบไปตามตรง

"คุณภาพหนังสูงมาก พวกเราเห็นตรงกันว่ามีลุ้น ถ้าไม่ได้รางวัลที่คานส์ คงเป็นเรื่องน่าเสียดาย..."

"งั้นความหมายของคุณอาลุงจางคือ...?"

"หนังส่งสมัครในนามโรงเรียน เราจะทำการประชาสัมพันธ์และล็อบบี้เทศกาลหนังเมืองคานส์ในนามของมหาวิทยาลัย นอกจากจะการันตีว่าหนังจะได้เข้าชิงสายประกวดหลักแล้ว อย่างน้อยต้องคว้ามาสักรางวัลที่มีน้ำหนัก"

จางฮุ่ยจวินพ่นควันบุหรี่ออกมา นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ

เห็นได้ชัดว่าความคิดนี้ผ่านการหารือในระดับผู้บริหารมาแล้ว เหลือแค่รอฟังความเห็นจากเถียนเสี่ยวเล่อ

"เป็นเรื่องดีสิครับ ผมสนับสนุนการตัดสินใจของโรงเรียน"

เถียนเสี่ยวเล่อตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล

คนภายนอกรู้กันดีว่ารางวัลออสการ์มีการจัดงานเลี้ยงล็อบบี้กันอย่างโจ่งแจ้ง

แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามเทศกาลหนังใหญ่ของยุโรป ถ้าอยากได้รางวัล ก็ต้องล็อบบี้เหมือนกัน

แค่ทำกันอย่างแนบเนียนกว่า ให้ความรู้สึกเหมือนพวกมือถือสากปากถือศีล

ที่คานส์ นอกจากรางวัลปาล์มทองคำแล้ว รางวัลอื่นแทบจะตีราคาได้หมด ขึ้นอยู่กับว่าจะเข้าหาคณะกรรมการตัดสินยังไง

เว้นเสียแต่ว่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับประธานคณะกรรมการ

หรือหนังที่ถ่ายทำมีเงินทุนจากสมาคมภาพยนตร์ท้องถิ่น ก็พอจะการันตีรางวัลได้สักรางวัล

หนังที่ได้เข้าชิงคุณภาพไม่หนีกันเท่าไหร่ ถ้าไม่มีเส้นสายไม่มีผลประโยชน์ ทำไมเขาต้องมอบรางวัลใหญ่ให้คุณล่ะ

ในเมื่อโรงเรียนเสนอตัวมาเอง เผือกร้อนก้อนนี้ก็โยนให้พวกเขาจัดการไปเลย

"เสี่ยวเล่อ โรงเรียนจะลงแรง ส่วนเงินทุนที่ต้องใช้ในการล็อบบี้ ต้องให้ทางนายทุนหนังเป็นคนออก"

"เรื่องนี้สมควรครับ เดี๋ยวผมไปคุยกับอีกสามเจ้า เชื่อว่าพวกเขาคงไม่ปฏิเสธ ขอแค่หนังได้รางวัล เงินลงทุนแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก" เถียนเสี่ยวเล่อพยักหน้ารับ

"รีบแจ้งให้เรียบร้อยนะ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันคานส์จะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงสายประกวดหลักแล้ว" เถียนจ้วงจ้วงเตือน

"เตรียมไว้ก่อนสัก 5 แสนยูโร เผื่อฉุกเฉิน"

...

อีกด้านหนึ่ง ที่ห้องพักครูคณะการถ่ายภาพ

"อาจารย์ครับ เบอร์ติดต่อศิษย์น้องเถียนอาจารย์มีไหมครับ เรื่องที่ปฏิเสธเป็นผู้ช่วยผู้กำกับคราวก่อน ผมอยากจะอธิบายกับเขาด้วยตัวเอง"

หนิงฮ่าวเริ่มเสียใจที่ปฏิเสธไปคราวนั้น คราวนี้เลยมาหาอาจารย์

"ควรจะอธิบายด้วยตัวเองจริง ๆ นั่นแหละ อย่าคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์หน่อย แล้วจะถือดีได้"

เซี่ยเฟยปวดหัวกับลูกศิษย์คนนี้มาก เดิมทีตั้งใจจะแนะนำให้ไปเป็นผู้ช่วยเถียนเสี่ยวเล่อ

ไม่นึกว่าจะหัวรั้น มีความสามารถนิดหน่อยก็ทำตัวตาอยู่เหนือคิ้ว

สงสัยคงได้ดู 'แผนซ่อนปมในใจ' แล้วโดนเทคนิคการถ่ายทำระดับเทพสยบเข้าให้แล้ว

"เดี๋ยวฉันให้เบอร์เขาไป จำไว้ว่าต้องพูดจาให้จริงใจหน่อย"

"วางใจได้ครับ ผมทำแน่นอน"

หนิงฮ่าวพยักหน้าอย่างจริงจัง

...

ในห้องประชุมของเสี่ยวเล่อพิกเจอร์ส นายทุนทั้งสามรายของ 'แผนซ่อนปมในใจ' นั่งอยู่พร้อมหน้า

นอกจากเฉินกั๋วฟู่และหวังฉางเถียนที่มาตอนแบ่งสัดส่วนการลงทุน หานซานผิงยังมาด้วยตัวเอง

เรื่องการล็อบบี้ที่เมืองคานส์ ถือเป็นเรื่องใหญ่ของวงการหนังจีน

ในห้องทำงาน คนสี่คนเริ่มหารือเรื่องการลงขัน

งบประมาณล็อบบี้ 5 แสนยูโร ตีเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 3.85 ล้านหยวน เกือบเป็นสองเท่าของเงินลงทุนสร้างหนัง

"ในเมื่อเป่ยเตี้ยนยินดีลงแรง แสดงว่าหนังต้องได้เข้าชิงสายประกวดหลักแน่ ๆ งั้นพวกเราฝ่ายนายทุนออกเงินก็เป็นเรื่องสมควร" หานซานผิงเปิดประเด็นก่อน

"งั้นก็ลงเงินตามสัดส่วนการลงทุน จะได้แบ่งบัญชีไม่ยุ่งยาก" เฉินกั๋วฟู่เสนอ

ถ้าคิดแบบนี้ เถียนเสี่ยวเล่อจะต้องจ่ายครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เขายังถังแตก จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหน

หวังฉางเถียนเหมือนจะมองเห็นความลำบากใจของเถียนเสี่ยวเล่อ จึงเอ่ยขึ้น

"ส่วนของผู้กำกับเสี่ยวเล่อ กวงเสี้ยนยินดีออกแทนให้ก่อน"

"งั้นขอบคุณประธานหวังมากครับ ถือว่าผมยืมคุณก็แล้วกัน ไม่ว่าผลตอบแทนของ 'แผนซ่อนปมในใจ' จะเป็นยังไง ถือว่าผมติดหนี้น้ำใจคุณครั้งหนึ่ง"

เถียนเสี่ยวเล่อรับน้ำใจนี้ไว้ รู้สึกดีกับหวังฉางเถียนขึ้นมาอีกโข

"ถ้าเสี่ยวเล่อยินดี ให้ป๋อน่าออกส่วนนี้ช่วยแบ่งเบาภาระก็ได้นะ"

"ประธานหานครับ ภาคเอกชนมีแค่กวงเสี้ยนกับหัวอี้ก็พอแล้ว ส่วนหนังจะขาดทุนหรือกำไร พวกเรายอมรับได้"

ยังไม่ทันที่เถียนเสี่ยวเล่อจะปฏิเสธ หวังฉางเถียนก็ชิงพูดขึ้นก่อน เฉินกั๋วฟู่เองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนี้

ข่าวลือวงในที่ว่าหานซานผิงมีหุ้นลมในป๋อน่าไม่น้อย ดูจากคำพูดคำจาแล้ว ท่าทางจะมีมูลความจริง

เมื่อถูกปฏิเสธก็ไม่ตื๊อต่อ เริ่มแบ่งสัดส่วนตามการลงทุน

เสี่ยวเล่อพิกเจอร์สถือหุ้น 50% ต้องออกเงิน 1.9 ล้าน

จงอิ่ง 20% ออกเงิน 7.5 แสน

กวงเสี้ยนและหัวอี้ รายละ 6 แสน

แน่นอนว่าส่วนของเถียนเสี่ยวเล่อ กวงเสี้ยนสำรองจ่ายไปก่อน ถือเป็นการกู้ยืม

ฝ่ายกฎหมายที่แต่ละคนพามาด้วย พิมพ์สัญญาออกมา ยืนยันสัดส่วนเงินทุน และเซ็นสัญญาเพิ่มเติม

เถียนเสี่ยวเล่อเซ็นสัญญากู้ยืมแยกต่างหาก หวังฉางเถียนบอกว่าไม่จำเป็น เงินเล็กน้อยแค่นี้เขาไม่เก็บมาใส่ใจ แต่สุดท้ายก็ให้ฝ่ายกฎหมายยืนยันสัญญาอยู่ดี

หลังจากส่งทั้งสามคนกลับไป เถียนเสี่ยวเล่อเตรียมตัวกลับไปที่โรงเรียน เพื่อมอบบัญชีเงินกองทุนหนังให้ผู้รับผิดชอบ

เป่ยเตี้ยนในฐานะอู่อารยธรรมของวงการหนังจีน ครองพื้นที่ไปครึ่งวงการ

อย่าได้ดูถูกอิทธิพลของโรงเรียนในต่างประเทศเชียว พวกเขามีการแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนภาพยนตร์ในต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

สามารถเชิญคนทำหนังท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในฝรั่งเศสมาเป็นคนกลาง เพื่อพบปะและล็อบบี้นักวิจารณ์ คนคัดเลือกหนัง และคณะกรรมการเป็นการส่วนตัว

การล็อบบี้ในนามของมหาวิทยาลัยทั้งแห่ง น้ำหนักย่อมไม่ธรรมดา

ที่สำคัญที่สุดคือ หนังถ่ายทำออกมาดีมาก ทำให้โรงเรียนมั่นใจ

ไม่กล้ารับประกันว่าจะได้รางวัลใหญ่สุด แต่รางวัลที่มีน้ำหนักต้องได้แน่

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เถียนเสี่ยวเล่อในฐานะนักศึกษาคณะผู้กำกับเป่ยเตี้ยน นี่คือผลงานการสอนที่จับต้องได้ เป็นผลงานทางการเมืองของอธิการบดีป้ายแดงอย่างจางฮุ่ยจวิน

แน่นอนว่าผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดย่อมเป็นเถียนเสี่ยวเล่อ

บัญชีเงินกองทุนมอบให้พ่อไปจัดการ ส่วนพวกเขาจะใช้เงินก้อนนี้ยังไง จะได้ผลลัพธ์แบบไหน ก็ได้แต่รอผลที่จะผลิดอกออกผลในภายหลัง

ท่ามกลางคำกำชับของเถียนจ้วงจ้วงที่บอกให้ทำใจให้สบาย อย่าคาดหวังสูงเกินไป

เถียนเสี่ยวเล่อได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ อย่างว่านอนสอนง่าย

พ่อก็แค่กลัวเขาเหลิง เพราะอายุเพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ กลัวจะคุมสติไม่อยู่

ออกจากห้องพักครู เตรียมกลับหอพัก ไปปั่นบท 'หินคลั่ง' ที่ยังค้างอยู่ให้จบ

ส่วนจะหาใครมากำกับ ก็ยังเป็นเรื่องน่าปวดหัว

โทรศัพท์เถียนเสี่ยวเล่อดังขึ้น เป็นเบอร์แปลก

คนรู้เบอร์เขามีเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ในโรงเรียน หรือไม่ก็เจ้าของบริษัทหนังในวงการ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - ปฏิบัติการล็อบบี้ในนามมหาวิทยาลัย

คัดลอกลิงก์แล้ว