เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 - โลกกลมจริงๆ

บทที่ 320 - โลกกลมจริงๆ

บทที่ 320 - โลกกลมจริงๆ


บทที่ 320 - โลกกลมจริงๆ

เล่นบทดราม่าใส่กันขนาดนี้ คำว่า "ขอพิจารณาดูก่อน" ที่ติดอยู่ที่ปากโจวหยางก็พูดไม่ออกแล้ว

ความจริงตั้งแต่ครั้งแรกที่โจวเซี่ยงเรียกเขาไปเมือง G โจวหยางก็รู้ดีว่า ลึกๆ แล้วพ่อยังหวังให้เขากลับไปช่วยงานที่บริษัทของที่บ้าน

โจวเซี่ยงนับว่าเป็นพ่อที่หัวสมัยใหม่มากแล้ว ถ้าเป็นบ้านอื่น ลูกชายคิดจะทำธุรกิจส่วนตัวทั้งที่มีกิจการใหญ่โตของที่บ้านรออยู่ คนภายนอกคงนินทากันสนุกปาก

แต่โจวเซี่ยงไม่พูดอะไรสักคำ อยากทำก็ปล่อยให้ทำ

แต่จะให้โจวเซี่ยงปล่อยเขาเป็นอิสระร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงเป็นไปไม่ได้

และโจวหยางเองก็ไม่ได้คิดจะทิ้งภาระทั้งหมดจริงๆ อย่างที่พ่อบอก เขาเป็นลูกชายคนเดียว จะให้พ่อทำงานงกๆ ไม่ได้เกษียณสักทีก็คงไม่ได้

เพียงแต่...

"ป๋าครับ ป๋าเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง?" โจวหยางน้ำเสียงจนใจ "ต้องรีบขนาดนี้เลยเหรอ?"

โจวเซี่ยงพยักหน้าหงึกหงัก "รีบสิ รีบมากด้วย ป๋าอยากเกษียณเร็วๆ!"

พูดจบเขาก็เพิ่มข้อเสนอ "บริษัทชั้นล่างของบริษัทเราเพิ่งย้ายออกไป ถ้าแกตกลง ชั้นล่างนั่นป๋ายกให้เป็นสตูดิโอใหม่ของแกเลย พื้นที่กว้างขวางพอจะวางทีมอาร์ตได้ทั้งทีม เอาไหม? แบบนี้แกวิ่งขึ้นวิ่งลงดูงานได้ทั้งสองที่ ลองพิจารณาดูหน่อยไหม?"

ข้อเสนอนี้ยั่วยวนใจเกินไป ปฏิเสธยากจริงๆ

โจวหยางใจอ่อนยวบทันที

ในเมื่อเอ่ยปากขอเงินพ่อแล้ว จะมาเล่นตัวดัดจริตก็คงไม่ใช่ที่

โจวหยางถอนหายใจ "มีนักศึกษาบ้านไหนยุ่งขนาดนี้บ้างเนี่ย?"

"ป๋าไง ตอนป๋าจบ ม.6 ก็เริ่มเข้าไปฝึกงานในบริษัทแล้ว" โจวเซี่ยงยิ้มมุมปากอย่างขมขื่น "ยังดีที่ป๋าเริ่มเร็ว ไม่งั้นตอนปู่แกเสียกะทันหัน ถ้าป๋าไม่รู้อะไรเลย ป่านนี้บริษัทเราคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว"

โจวเซี่ยงมองหน้าโจวหยาง "ลูกชาย อุบัติเหตุกับพรุ่งนี้ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะมาถึงก่อน..."

โจวหยางรีบขัดขึ้น "โอเคๆ หยุดเลยครับ ทราบแล้วครับ ผมรับข้อเสนอ ป๋าอย่าแช่งตัวเองได้ไหม?"

เขามองพ่อด้วยสายตาจริงจัง "ป๋าอย่าพูดจาเหลวไหล ไม่อยากอยู่รอดูหลานชายตัวโตๆ มารับช่วงต่อบริษัทเหรอ?"

โจวเซี่ยงชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหัวเราะร่า ไม่คิดว่าลูกชายจะอ่อนไหวเรื่องนี้

เขาพูดติดตลก "หลานสาวตัวโตๆ ก็ได้นะ"

โจวหยางตอบทันควัน "ไม่ได้ครับ ผู้หญิงควรจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไร้กังวล ถ้าเป็นหลานสาว ผมจะหาผัวรวยๆ เก่งๆ ให้..."

"ไม่ใช่สิ แกก็มีลูกสองคนได้นี่..."

"ป๋าครับ ไม่ต้องคิดไปไกลขนาดนั้น..."

สรุปคือโจวหยางได้เงินทุน และย้ายออฟฟิศ

ถ้าใช้คำพูดของเฉินเหยาคือ ยอมขายวิญญาณเพื่อความสำเร็จของพวกเรา

แน่นอนว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น

แต่มันก็ทำให้ทุกคนดีใจมาก เพราะมีเงินทุนแล้ว สิ่งที่อยากได้ก็จะได้มา

ตอนแรกพวกเขาวางแผนว่าจะยิงแอดโฆษณา

แต่ตอนนี้คิดว่ายังไม่ต้อง

ตัวเกมของพวกเขาควรจะได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์ก่อน

ในเมื่อเป็นเกมแรก พวกเขาจึงตั้งใจทำกันมากๆ

ความต้องการของโจวหยางคือเริ่มทำระบบขุนนางหญิงและการสอบจอหงวนก่อน

ตอนนี้ปัญหาคือต้องตั้งทีมอาร์ต

กำลังเปิดรับสมัครงาน

รับนักศึกษาฝึกงานด้วย ขอแค่เป็นคนในพื้นที่ และสามารถมาทำงานวันเสาร์อาทิตย์ได้เป็นอย่างน้อย

แล้วโจวหยางก็เห็นข้อมูลของอี้จื่อหางในกองใบสมัคร...

ที่แท้หมอนี่ก็เรียนอยู่ที่นี่ แถมยังเรียนคณะศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงด้วย

นอกจากพนักงานประจำไม่กี่คน ในกลุ่มนักศึกษาฝึกงาน ผลการเรียนและฝีมือของเขาถือว่าโดดเด่นที่สุด

พี่สาวฝ่ายบุคคลที่มาช่วยสัมภาษณ์เป็นคนที่โจวหยางยืมตัวมาจากบริษัทพ่อ

ดังนั้นใบสมัครที่เธอคัดมาให้ล้วนเป็นระดับหัวกะทิ

โจวหยางขอบคุณพี่สาวคนนั้นแล้วให้เฉินเหยาเดินไปส่ง

เขาพลิกดูประวัติผู้สมัคร มีกราฟิกดีไซเนอร์ที่มีประสบการณ์สามคน

และนักศึกษาพาร์ตไทม์อีกสองคน

ตอนนี้น่าจะพอใช้ได้ แม้โจวหยางจะได้คำมั่นสัญญาเรื่องเงินทุนจากโจวเซี่ยงแล้ว แต่ก็ไม่ควรใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

โจวหยางมองประวัติของอี้จื่อหาง ไอ้หมอนี่ประกวดวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก รางวัลเพียบ

ท่าทางจะมีของจริงๆ มหาวิทยาลัยที่เรียนก็เป็นระดับท็อป

เป็นคนเก่งคนหนึ่งจริงๆ

โจวหยางยิ้ม สงสัยข้าวต้อนรับพนักงานใหม่มื้อนี้คงหนีไม่พ้นต้องกินด้วยกันแล้วล่ะ

พอกลับถึงบ้านเล่าเรื่องนี้ให้ซูเซียวเซียวฟัง เธอก็ประหลาดใจ

ตอนนั้นเธอกำลังผัดกับข้าวอยู่ โจวหยางยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว ในมือถือจานผลไม้

เมื่อกี้กะจะเข้าไปช่วย แต่โดนซูเซียวเซียวไล่ออกมา

แถมยังบ่นว่าเขาวันๆ เอาแต่จ้องคอม บังคับให้กินผลไม้ก่อน

ตัวโจวหยางเองไม่ได้ชอบกินผลไม้เป็นพิเศษ แถมยังขี้เกียจ

แต่ซูเซียวเซียวปอกให้เสร็จสรรพ แถมถ้ามีเวลาก็จัดจานสวยงามมาให้

ใส่ใจขนาดนี้ โจวหยางจะปฏิเสธลงได้ยังไง

ซูเซียวเซียวหันมามอง กำชับโจวหยาง "กินนิดหน่อยพอนะคะ เดี๋ยวจะกินข้าวแล้ว"

จากนั้นถึงค่อยมาทึ่งเรื่องอี้จื่อหาง "โลกกลมจริงๆ ค่ะ"

โจวหยางว่าง่าย วางจานผลไม้ลง เดินไปยืนข้างซูเซียวเซียว "กลมจริงครับ ตอนแรกผมนึกว่าคนชื่อซ้ำ แต่หมอนี่เก่งจริงๆ นะ"

ซูเซียวเซียวตอบแบบไม่ต้องคิด "จะเก่งสู้คุณได้ยังไงคะ?"

โจวหยางหลุดขำออกมาทันที ยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง "สู้ไม่ได้หรอกครับ สำหรับเมียผม ใครจะมาเทียบผมได้ จริงไหม?"

ซูเซียวเซียวเม้มปากไม่มองเขา แต่ส่งเสียง "อื้อ" เบาๆ ในลำคอ

ดวงตาของโจวหยางพราวระยับ ยังไม่ลืมที่จะถามความเห็น "แล้วคุณจะรังเกียจไหมถ้าเขามาโผล่ในสตูดิโอเรา?"

"มีอะไรน่ารังเกียจล่ะคะ เรื่องมันก็นานมาแล้ว อีกอย่างฝีมือเขาดีไม่ใช่เหรอ คุณยังไม่ถือ แล้วฉันจะถือทำไม?" ซูเซียวเซียวปรายตามองเขา ส่งสายตาให้เขาหยิบจานข้างๆ มาให้

โจวหยางหยิบจานส่งให้พลางพูด "แน่นอนว่าต้องถามความเห็นคุณก่อน คุณเป็นเถ่าแก่เ นี๊ยะนะ ถ้าคุณไม่ชอบเราเปลี่ยนคนก็ได้..."

มุมปากของซูเซียวเซียวอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเพราะคำว่า 'เถ้าแก่เ นี๊ยะ' ของโจวหยาง "ไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้นหรอกค่ะ ตอนแรกที่เจอเขาก็นึกถึงเรื่องตอนเด็กๆ ยอมรับว่าไม่ค่อยแฮปปี้ แต่พอลองคิดดูมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ช่างเถอะค่ะ คุณทำตามขั้นตอนปกติเถอะ"

โจวหยางยิ้มรับ "รับทราบครับเถ้าแก่เ นี๊ยะ~"

จากนั้นก็โดนเถ้าแก่เ นี๊ยะบัญชาการให้ยกกับข้าวออกไป

โจวหยางนัดเจอพนักงานใหม่ฝ่ายศิลป์ก่อนเปิดเทอม

อี้จื่อหางพอเห็นหน้าโจวหยางก็อึ้งไป ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนดีใจ "พี่... เอ้ย ท่านประธานโจว คุณ... คุณเป็นเจ้าของเหรอครับ?"

เฉินเหยาที่ช่วงนี้รับบทเลขาฯ จำเป็นถามอย่างแปลกใจ "อ้าว? รู้จักกันด้วยเหรอ?"

โจวหยางยิ้มพยักหน้า "รู้จักสิ นั่งลงเถอะ"

แล้วหันไปบอกเฉินเหยา "เพื่อนสมัยประถมของเซียวเซียว"

เฉินเหยาร้อง "อ๋อ" ยิ้มกว้าง "บังเอิญจัง ผมเพื่อนสมัยมัธยมของเซียวเซียวครับ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 320 - โลกกลมจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว