- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อทั้งที ขอจีบยัยแก้มป่องโต๊ะข้างๆ แทนดาวโรงเรียนแล้วกัน
- บทที่ 230 - นี่เรียกอ้อนเหรอ? ไม่นับนะ
บทที่ 230 - นี่เรียกอ้อนเหรอ? ไม่นับนะ
บทที่ 230 - นี่เรียกอ้อนเหรอ? ไม่นับนะ
บทที่ 230 - นี่เรียกอ้อนเหรอ? ไม่นับนะ
โจวหยางไม่รู้หรอกว่าพ่อตัวเองใจจดใจจ่ออยากเกษียณเต็มแก่ วันๆ เอาแต่ภาวนาให้ซูเซียวเซียวรีบกลับมา จะได้มีคนอ้อน (ลูกชาย) แบบตัวเป็นๆ ให้ดู
เทอมสองของ ม.5 การเรียนจะหนักขึ้น โรงเรียนแจ้งเลื่อนเปิดเทอมกะทันหัน เป็นเปิดวันที่ 10 (หลังตรุษจีน)
เปิดเทอมแล้ว พอพ้นวันหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ) ไปวันเดียว โจวหยางกับเฉินเหยาก็ต้องไปสอบรอบสองแล้ว
เวลาค่อนข้างกระชั้นชิดทีเดียว
โจวเซี่ยงเรียกโจวหยางไปคุยวันที่ 7 เนื้อหาการคุยก็หนีไม่พ้นเรื่องที่โจวหยางเคยเปรยๆ ว่าอยากเรียนโรงเรียนตำรวจ
โจวหยางนึกว่าพ่องานยุ่งขนาดนี้น่าจะลืมไปแล้ว ไม่นึกว่าจะยังจำได้
พอได้ยินพ่อถามอย่างระมัดระวังว่า "ลูก พ่อนอกจากโรงเรียนตำรวจแล้ว ลูกไม่เคยคิดเรื่องคณะอื่นเลยเหรอ?"
โจวหยางชะงัก "ก็คิดนะ ... "
โจวเซี่ยงถอนหายใจโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด "งั้นเราไม่เรียนโรงเรียนตำรวจได้ไหม?"
"ได้สิ ... " เดิมทีก็เปลี่ยนใจแล้ว
โจวหยางตอบตกลงง่ายเกินไป คำพูดหว่านล้อมที่โจวเซี่ยงเตรียมมาเลยจุกอยู่ที่คอ
"ไม่ใช่ ... ทำไมแกไม่เล่นตามบทล่ะ?" โจวเซี่ยงจิ๊ปาก "พ่ออุตส่าห์เตรียมคำพูดเกลี้ยกล่อมไว้ตั้งเยอะ สรุปแกแค่พูดเล่นๆ เหรอ?"
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่โจวเซี่ยงก็โล่งอก เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ "สรุปคือไม่เรียนแล้วนะ?"
"ไม่เรียนแล้วครับ เมื่อก่อนก็ไม่ได้พูดเล่น คิดจริงจังนั่นแหละ แต่พอลองคิดดูอีกที ถ้าเรียนไปพ่อกับแม่คงเป็นห่วงแย่ ... " โจวหยางพูดความจริง ที่ลังเลก่อนหน้านี้เพราะตอนนี้เขาไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว
โจวเซี่ยงรู้ว่าลูกชายตอนนี้รู้ความแล้ว แต่พอได้ยินลูกพูดตรงๆ แบบนี้ก็อึ้งไปเหมือนกัน ในใจบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เลยพูดติดตลก "พ่อนึกว่าถ้าพูดไม่ฟัง แล้วถ้าไม่ไหวจริงๆ พ่อคงต้องปั๊มลูกใหม่อีกสักคนกับแม่แกซะแล้ว"
โจวหยางหัวเราะ "ถ้าพ่อกับแม่อยากมีจริงๆ ก็ไม่ต้องพิจารณาผมหรอกครับ"
โจวเซี่ยงจิ๊ปาก ทำท่าจะตี "พ่อไม่อยากมีหรอก ชาตินี้มีลูกชายช่วงวัยต่อต้านยาวนานพิเศษแบบแกคนเดียวก็ปวดหัวจะแย่แล้ว พ่ออยากไปสวีทกับแม่แกสองคนมากกว่า"
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนล้อเล่น แต่โจวหยางใจกระตุก ช่วงที่เขาถูกระบบควบคุม พ่อแม่เขาคงลำบากน่าดู
โจวเซี่ยงก็แค่พูดไปเรื่อย สิ่งที่สนใจจริงๆ คือความคิดเรื่องอนาคตของโจวหยาง ลูกชายเรียนเก่ง โจวเซี่ยงไม่ห่วงเรื่องสอบไม่ติด
ห่วงเรื่องเลือกคณะมากกว่า "ลูกกะจะเรียนอะไร? ถ้าไม่รู้จะเรียนอะไรก็เรียนเหมือนพ่อสิ ดูสิ พ่อยังช่วยสอนงานได้ ... "
เสียงดีดลูกคิดรางแก้วดังเปรี้ยงปร้าง
คราวนี้โจวหยางจับไต๋ได้ เลิกคิ้วถามอย่างสงสัย "เมื่อก่อนพ่อเรียนคณะอะไรครับ?"
"บริหารธุรกิจ ... " โจวเซี่ยงเพิ่งพูดจบลูกชายก็สวนทันที "งั้นไม่เอาครับ ไม่เหมาะกับผม ผมคิดไว้แล้วว่าจะเรียนอะไร ... "
"อ้าว," โจวเซี่ยงร้องอ้าว "ทำไมเปลี่ยนใจเร็วนักล่ะ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบนะ?"
"ไม่ใช่ครับ เคยลังเล แต่ตอนนี้เตรียมพร้อมแล้ว" โจวหยางนึกอะไรขึ้นได้ "ถึงตอนนั้นอาจจะต้องให้พ่อช่วยลงทุนหน่อย ... "
ตอนโจวหยางเดินออกจากห้องทำงาน โจวเซี่ยงยังนั่งกลุ้มอยู่ข้างใน
พอออกมาก็เห็นหลี่เฟยเฟยถือถ้วยน้ำหวานเดินขึ้นมา
โจวหยางเดินไปฉกมาถ้วยหนึ่ง "ทำไมไม่เรียกพวกผมลงไปกินล่ะครับ"
"อ้าว แม่กะว่าจะถือขึ้นมาแอบฟังพวกลูกคุยกันซะหน่อย" หลี่เฟยเฟยยิ้มทำหน้าเสียดาย
โจวหยางยิ้ม "งั้นอดแล้วครับ คุยจบแล้ว แม่ครับ คืนนี้ไม่กลับมากินข้าวนะ~ ผมจะออกไปข้างนอก"
หลี่เฟยเฟยพยักหน้ากำชับสองสามประโยค โจวหยางรีบกินน้ำหวานจนหมด รับคำแล้วเร่งให้แม่รีบเอาของเข้าไปให้พ่อ
หลี่เฟยเฟยพยักหน้าแล้วถือถ้วยน้ำหวานเดินเข้าห้องทำงานไป
โจวหยางมองแผ่นหลังแม่ ในใจรู้สึกอบอุ่น ในหัวยังก้องด้วยคำพูดของโจวเซี่ยงเมื่อกี้ "ลูกชาย จะหาเงินลงทุนพ่อต้องขอดูแผนงานที่สมบูรณ์นะ ตอนนี้พูดไปก็เร็วไป เอาเป็นว่าพ่อหวังว่าถ้าตัดสินใจแล้วลูกจะยืนหยัดทำมันต่อไปได้"
"อ้อ อย่าให้แม่รู้เชียวนะว่าลูกเคยมีความคิดอยากเป็นตำรวจ แค่ความคิดก็พอจะทำให้แม่แกนอนไม่หลับแล้ว"
เขาโชคดีที่มีพ่อแม่ที่ดีและสภาพครอบครัวที่อบอุ่น
โจวหยางเดินลงบันได เขาหวงแหนสิ่งเหล่านี้มาก ดังนั้นตอนนี้เขาตั้งใจจะไปใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่งแล้ว
คืนนี้โจวหยางมีนัดสังสรรค์ ก็กับพวกเฉินเหยานั่นแหละ แน่นอนว่าซูเซียวเซียวก็ไปด้วย
ซูเซียวเซียวกลับมาตั้งแต่วันที่ 4 แล้ว แต่ยังไม่ได้เจอกับโจวหยางเลย
ช่วงบ่ายวันนั้นปู่ย่าของโจวหยางมาเยี่ยม เขาเลยไปรับเครื่องไม่ได้
วันที่ 5 ครอบครัวซูเซียวเซียวก็เริ่มเดินสายเยี่ยมเพื่อนฝูง
แม้แต่ตอนกลางคืนเวลาก็ไม่ตรงกันสักที
โจวหยางแทบจะทนไม่ไหวอยากจะเคลียร์คิวว่างสักวันไปดักรอหน้าบ้านแล้ว
แล้วก็มาถึงงานเลี้ยงวันนี้ เยี่ยม ว่างตรงกันทั้งคู่
แต่ซูเซียวเซียวก็ยังไม่ว่างเต็มร้อย
เธอติดรถแม่ไปทำธุระบ้านเพื่อนแม่ แล้วแวะมาส่งที่ร้านอาหาร
ดังนั้นโจวหยางเลยไปเอง
การรวมตัวครั้งนี้คนครบองค์ประชุม ลู่เหยียน เสี่ยวเป่ย เจ้าวัวแก่ มากันครบ
ผ่านช่วงปิดเทอมมาดูเหมือนทุกคนจะมีน้ำมีนวลขึ้น กำลังแซวกันสนุกปาก
มีแต่โจวหยางที่ใจลอยมองมือถือบ่อยๆ
เจ้าวัวแก่สังเกตเห็น "ไม่ใช่สิพี่หยาง ถึงเซียวเซียวจะยังไม่มา พี่ก็ไม่น่าจะเป็นขนาดนี้นะ?"
โจวหยางมองหน้ามัน ถอนหายใจเฮือก "นายไม่เข้าใจหรอก นายมันคนไม่มีแฟน"
เจ้าวัวแก่ : ...
มันสูดหายใจลึก หันหน้าหนี "ฉันไม่น่าถามเล้ย"
คนอื่นพากันหัวเราะเยาะ
โจวหยางก็ยิ้มตาม
ซูเซียวเซียวเคาะประตูเข้ามาตอนนั้นแหละ ประตูไม่ได้ล็อก เคาะสองสามทีก็เปิดเอง
ซูเซียวเซียวยิ้มให้คนในห้อง "คุยอะไรกันอยู่คะหัวเราะกันเสียงดังเชียว? อยู่หน้าประตูก็ได้ยินแล้ว สุขสันต์วันปีใหม่ทุกคนค่า~"
ตอนพูดสายตาเธอมาหยุดอยู่ที่โจวหยางเป็นคนสุดท้าย
ดวงตาโจวหยางเป็นประกายขึ้นมาทันที
ลู่เหยียนยิ้มกวักมือเรียก "สุขสันต์วันปีใหม่~ กำลังพูดถึงเธอพอดี"
คนอื่นก็ทยอยพูดสุขสันต์วันปีใหม่
โจวหยางร้องอ้าว "เจ๊ลู่จะมาแย่งคนได้ไง~"
พูดพลางยื่นมือไปทางซูเซียวเซียว "มานี่"
ซูเซียวเซียวที่ตอนแรกลู่เหยียนเรียกแล้วไม่ขยับ กลับเดินมาหาเขาโดยไม่ลังเล
ทุกคนเริ่มโห่แซวอีกรอบ
ลู่เหยียนถอนหายใจ "เจ้าวัวแก่ตัวตลกหมายเลข 1 ฉันตัวตลกหมายเลข 2"
ซูเซียวเซียวนั่งลงข้างโจวหยางท่ามกลางเสียงแซวอย่างเอ็นดูของเพื่อนๆ
พอนั่งลงปุ๊บก็โดนกุมมือปั๊บ
เธอหน้าเปื้อนยิ้ม บีบมือตอบโจวหยาง
โจวหยางยิ้ม ซูเซียวเซียวก็คงคิดถึงเขาเหมือนกันสินะ
ทั้งสองนั่งให้เพื่อนแซวอยู่พักหนึ่ง
นอกจากซูเซียวเซียวที่หน้าแดงบ้าง โจวหยางกลับนิ่งสนิท
เฉินเหยาถึงกับทึ่งในความหน้าหนาของพี่หยาง
ทุกคนสนิทกันอยู่แล้ว หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปเร็วมาก
พอหัวข้อเปลี่ยนไปเรื่องอื่น โจวหยางยังไม่ทันได้พูดอะไร ซูเซียวเซียวก็ขยับเข้ามาใกล้หูเขากระซิบว่า "คิดถึงเธอจัง~ โคตรคิดถึงเลย!"
โจวหยางมองใบหน้าเล็กๆ ที่ขยับเข้ามาใกล้ ยังมีรอยแดงจางๆ จากการโดนแซวเมื่อกี้
แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองเขาตรงๆ
โจวหยางหัวเราะเบาๆ "นี่เรียกอ้อนเหรอ? ไม่นับนะ"
[จบแล้ว]