- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อทั้งที ขอจีบยัยแก้มป่องโต๊ะข้างๆ แทนดาวโรงเรียนแล้วกัน
- บทที่ 120 - นายถึงจะมีแรงดึงดูดกับฉัน
บทที่ 120 - นายถึงจะมีแรงดึงดูดกับฉัน
บทที่ 120 - นายถึงจะมีแรงดึงดูดกับฉัน
บทที่ 120 - นายถึงจะมีแรงดึงดูดกับฉัน
โจวเซี่ยงได้ยินเสียงไอในห้องเงียบลงแล้ว ก็จงใจเดินลงส้นเท้าหนัก ๆ เข้าไป ตะโกนเรียก "เสี่ยวหยาง!"
ซูเซียวเซียวที่กำลังยืนลูบหลังให้โจวหยางอยู่ข้างเตียง ได้ยินเสียงนี้ก็สะดุ้งโหยงกระโดดหนีไปไกล
ห่างจากเตียงไปเป็นวา
โจวหยาง: ...ไม่รู้จะนึกว่าหลังฉันมีหนามทิ่มมือเธอ
เขาจนใจปนขำ ขานรับ "พ่อ ผมอยู่นี่"
ซูเซียวเซียวมองชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวที่ประตู โครงหน้าคล้ายโจวหยางมาก
ตอนนี้เขายิ้มแป้น สายตาจับจ้องมาที่ซูเซียวเซียว "อ้าว ทำไมมีแค่สองคนล่ะ? ไหนว่ามีเพื่อนมาอีกไม่ใช่เหรอ?"
เชรดดด ลูกชายเขาใช้ได้นี่หว่า!
ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นหลินชิงเหยียนคนนั้น ไม่สวยเท่าคนนี้
แม่หนูคนนี้ดูหน้าตาก็รู้ว่ามีวาสนา
โจวเซี่ยงผ่านโลกมาเยอะ ตอนนี้ยิ้มอย่างใจดี พูดกับซูเซียวเซียวว่า "สวัสดีจ้ะ ลุงเป็นพ่อโจวหยางนะ"
ซูเซียวเซียวรู้สึกกระอักกระอ่วน บทสนทนาเมื่อกี้ของเธอกับโจวหยาง คุณลุงคงไม่ได้ยินหรอกนะ?
เธอทักทายอย่างว่าง่าย "คุณลุงสวัสดีค่ะ หนูชื่อซูเซียวเซียว เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของโจวหยางค่ะ"
เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะซะด้วย ใกล้ชิดกันขนาดนี้ เยี่ยม!
โจวหยางพูดแทรกขึ้นมา "พวกเขาอยู่ห้องข้าง ๆ ครับ ชีทข้อสอบของเซียวเซียวอยู่ที่ผม ผมหยิบให้เธออยู่"
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนอย่างเป็นธรรมชาติ สายตากวาดมองใบหน้าโจวเซี่ยง แม้จะพยายามเก็บอาการ
แต่รอยยิ้มและแววตาที่ปิดไม่มิดนั่นบอกชัดเจนว่า เมื่อกี้เขาต้องได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับซูเซียวเซียวแน่ ๆ
พ่อบ้านไหนเขาแอบฟังลูกชายคุยกับสาวหน้าประตูบ้างเนี่ย! ไม่รู้จักโต!
โจวหยางสบตาโจวเซี่ยง
โจวเซี่ยงเลิกคิ้ว ไม่รู้สึกผิดสักนิด ก็ลูกไม่ปิดประตูเอง เกี่ยวอะไรกับเขา?
ส่วนซูเซียวเซียวที่กำลังตื่นเต้นไม่ทันสังเกตเห็นสงครามทางสายตาของสองพ่อลูก
โจวเซี่ยงเจอตัวคนแล้ว ก็รู้จักพอ ยิ้มอย่างกับคุณพ่อผู้เมตตา "งั้นพวกลูกรีบหน่อยนะ พ่อเอาของว่างไปวางห้องข้าง ๆ เพื่อนลูกอีกสองคนอยู่ข้าง ๆ ใช่ไหม?"
โจวหยางรับคำ "ครับ"
ซูเซียวเซียวพูดเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด "ค่ะคุณลุง"
โจวเซี่ยงยิ้มหน้าบานเดินออกไป
โจวหยางเดินไปที่โต๊ะหนังสือหยิบกระเป๋าเอาชีทข้อสอบของซูเซียวเซียวออกมา "อีกสองสามวันฉันคงยังไม่หายดี เฮ้ วิดีโอคอลทำการบ้านด้วยกันไหม?"
ซูเซียวเซียวรับชีทมา พยักหน้าส่ง ๆ แล้วถามเสียงเบา "ทำไมพ่อคุณยกของขึ้นมาเองอะ?"
โจวหยางคิดในใจ ก็เพราะเขาอยากมาดูเรื่องชาวบ้านไง สายตานั่นปิดไม่มิดเลยสักนิด
แต่ปากกลับบอกว่า "สงสัยท่านจะผ่านมาพอดีมั้ง"
ขืนบอกความจริงซูเซียวเซียวคงตกใจแย่
ซูเซียวเซียวผ่อนคลายลงจริง ๆ "งั้นเหรอ"
เธอเร่งเสียงเบา "เรารีบไปกันเถอะ?"
ยังไงก็รู้สึกผิด พ่อเขาอยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ
โจวหยางจิ๊ปาก แกล้งพูดว่า "ทำไมฉันรู้สึกว่าเธออยู่ต่อหน้าพ่อฉันแล้วเกร็งจัง? อยู่ต่อหน้าฉันไม่เห็นเป็นงี้?"
ไม่เป็นได้ไง?
ซูเซียวเซียวอยากจะเถียงใจจะขาด ว่าทุกครั้งที่โจวหยางจูบเธอ เธอก็เกร็งเหมือนกันนั่นแหละ!
แต่ตอนนี้เธอกะพริบตา "มองคุณลุงแล้วเหมือนเห็นนายในอนาคต แต่ความรู้สึกน่าจะไม่เหมือนกัน"
ความรู้สึกมันต่างกัน
โจวหยางยิ้ม เขาหน้าเหมือนโจวเซี่ยงจริง ๆ นั่นแหละ เลยแหย่เธอว่า "มีเสน่ห์มากใช่ไหมล่ะ?"
ซูเซียวเซียวมองโจวหยางด้วยสายตาแปลก ๆ เอื้อมมือไปบีบแก้มเขา แก้มตอบลงเยอะเลย
หน้าเด็กหนุ่มเริ่มมีโครงชัดเจนขึ้น
"ในหัวนายมีแต่เรื่องอะไรเนี่ย? ไข้ขึ้นจนเพี้ยนเหรอ? ทำไมฉันต้องมองว่าพ่อนายมีเสน่ห์ด้วย?"
เธอพูดเสียงเบา แล้วปล่อยมือจากหน้าโจวหยาง ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง "นายถึงจะมีแรงดึงดูดกับฉัน"
มองดูซูเซียวเซียวเดินหนีไปด้วยฝีเท้าลนลาน โจวหยางอารมณ์ดีสุด ๆ
จิตใจเขาผ่อนคลายลงอย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้น ในสมองก็มีเสียงเครื่องจักรดังขึ้น "ตรวจพบระบบเสียหาย กำลังเข้าสู่กระบวนการทำลายตัวเองอัตโนมัติ..."
โจวหยางชะงัก เสียงในหัวยังดำเนินต่อไป "10, 9, 8, 7... 3, 2, 1!"
"ระบบทำลายตัวเองเสร็จสมบูรณ์!"
โจวหยางมองเห็นเงาร่างอ้วนฉุในหัวค่อย ๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้น
เสียงผู้หญิงอ่อนโยนอีกเสียงดังขึ้นในหัว "ระบบปลดการผูกมัดสำเร็จ เพื่อเป็นการชดเชย ความสามารถในการเรียนรู้และความทรงจำที่ระบบทิ้งไว้จะตกเป็นของโฮสต์เดิมทั้งหมด"
"ขอให้โฮสต์มีชีวิตที่ราบรื่นตลอดไป!"
เสียงนั้นหายไปอย่างสมบูรณ์
พร้อมกับระบบที่ยึดร่างโจวหยางมานานกว่าสิบปี
โจวหยางรู้สึกเหมือนสมองที่เคยหนักอึ้ง จู่ ๆ ก็แจ่มใสขึ้นมาทันที
โจวหยางได้สติ ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นอย่างแท้จริง ผู้บุกรุกที่เป็นเหมือนระเบิดเวลาฝังอยู่ในร่างเขา ไปแล้ว
โจวหยางลองเรียกอย่างลังเล "เฮ้ย?"
ไม่มีปฏิกิริยา
"หลินชิงเหยียน?"
ยังคงไร้ความเคลื่อนไหว โจวหยางวางใจลงได้ จริง ๆ ตอนเสียงผู้หญิงนั่นหายไปโจวหยางก็รู้สึกได้ว่ามันไปแล้วจริง ๆ
แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะลองเชิง ผลลัพธ์ดีมาก
สองวันมานี้เกิดเรื่องราวพลิกผันมากเกินไป จนทำให้โจวหยางเกือบคิดว่าตัวเองแค่ฝันไป
แต่ถึงจะเป็นฝันแล้วไงล่ะ? ตอนนี้ก็ถือว่าตื่นจากฝันแล้ว พ่อแม่ คนรัก และเพื่อนฝูงของเขายังอยู่ข้างกาย
ทุกอย่างดูไม่สำคัญอีกต่อไป
ห้องข้าง ๆ มีเสียงหัวเราะดังมา หลี่เฟยเฟยเดินผ่านหน้าห้องโจวหยาง เห็นลูกชายนั่งอยู่ขอบเตียง ก็ถามอย่างเป็นห่วง "เป็นอะไรลูก? ไม่สบายตัวเหรอ?"
โจวหยางลุกขึ้นยืน ส่ายหน้ายิ้ม ๆ "เปล่าครับ แค่รู้สึกว่าสมองจู่ ๆ ก็โล่งขึ้นมา แม่ขึ้นมาทำไมครับ?"
พูดพลางเดินไปหาหลี่เฟยเฟย ห้องข้าง ๆ ยังมีเสียงหัวเราะดังมาเป็นระยะ โจวหยางถึงขั้นได้ยินเสียงซูเซียวเซียว
เธอดูผ่อนคลายลงแล้ว
"ได้ยินเสียงหัวเราะเลยมาดู" หลี่เฟยเฟยเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเขาอย่างเป็นธรรมชาติ พอแน่ใจว่าไข้ลดสนิทแล้วก็วางใจ แล้วยิ้มแซว "เพราะเพื่อนมาเลยสมองโล่งงั้นสิ?"
ไม่ได้พูดอะไรชัดเจน แต่โจวหยางฟังออกว่าในน้ำเสียงหยอกเย้านั้นมีนัยบางอย่าง
เขากะพริบตา ถามเสียงเบา "แม่ดูออกเหรอครับ?"
"แหงสิ ชัดขนาดนั้น" หลี่เฟยเฟยส่ายหน้า จุ๊ ๆ "ลูกเอ๊ย พวกหนูยังอ่อนหัดนะ"
โจวหยางคิดในใจว่าผมอาจจะไม่ได้อ่อนหัดขนาดนั้น แต่ตอนนี้กลับถามทำหน้าตาใสซื่อ "แม่ไม่คัดค้านเหรอครับ?"
หลี่เฟยเฟยมองเขา "ลูกสิบแปดจะสิบเก้าอยู่แล้ว มีความรักก็เรื่องปกติ แถมตาถึงใช้ได้"
โจวหยางชะงัก สิบแปดจะสิบเก้า?
เขาจ้องหน้าหลี่เฟยเฟย "แม่ ผมเข้าเรียนช้าไปปีนึงเหรอ?"
"เปล่า ลูกลืมแล้วเหรอ? ตอนประถมลูกป่วยหนัก เลยดรอปเรียนไปปีนึง..."
ก็เพราะดรอปเรียนไปปีนึง "โจวหยาง" ถึงได้บังเอิญไปเจอหลินชิงเหยียน...
แต่ตอนนี้สิ่งที่โจวหยางคิดคือ เขาเกิดปีเดียวกับซูเซียวเซียวเหรอ!?
แต่เธอเกิดต้นปีมกรา เขาเกิดปลายปีพฤศจิกา
ยังไงก็ต้องเรียกพี่สาวอยู่ดี?
โจวหยางถอนหายใจ "แม่ ทำไมไม่คลอดผมให้เร็วกว่านี้หน่อยน้า~"
แค่อยากให้ซูเซียวเซียวเรียกว่าพี่จ๋า ทำไมมันยากจังว้า!
[จบแล้ว]