- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อทั้งที ขอจีบยัยแก้มป่องโต๊ะข้างๆ แทนดาวโรงเรียนแล้วกัน
- บทที่ 4 - ไงเพื่อนโต๊ะข้างๆ จะนั่งฝั่งไหนดี?
บทที่ 4 - ไงเพื่อนโต๊ะข้างๆ จะนั่งฝั่งไหนดี?
บทที่ 4 - ไงเพื่อนโต๊ะข้างๆ จะนั่งฝั่งไหนดี?
บทที่ 4 - ไงเพื่อนโต๊ะข้างๆ จะนั่งฝั่งไหนดี?
ในความทรงจำทั้งหมดที่โจวหยางได้รับมา ไม่มีครั้งไหนเลยที่ซูเซียวเซียวจะเผยโฉมหน้าให้เห็น
แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะเมื่อก่อนสายตาของโจวหยางมีไว้มองแค่หลินชิงเหยียน เลยไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่น
แต่ซูเซียวเซียวในความทรงจำมักจะไว้ผมยาวปรกหน้า นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ที่มุมห้องเสมอ
ใครมาคุยด้วยก็จะก้มหน้างุดตอบเสียงเบา เดินหลังค่อม เหมือนพยายามทำตัวเองให้ลีบเล็กไร้ตัวตนที่สุด
แต่เด็กสาวที่สบตากับโจวหยางในตอนนี้ น่าจะเพราะเพื่อให้สะดวกต่อการอ่านหนังสือ ผมด้านหน้าจึงถูกกิ๊บดำตัวเล็กๆ ติดเปิดหน้าผากไว้ เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ แก้มป่องๆ มีเลือดฝาด ผิวพรรณแม้มองจากระยะไกลยังรู้ว่าเนียนละเอียดและขาวผ่อง
ดวงตากลมโตสุกใสกำลังจ้องมองโจวหยาง จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มที่แดงระเรื่อโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติก
เป็นใบหน้าที่ทั้งประณีตและน่ารักน่าเอ็นดู
อืม... นี่แหละสเปกผู้หญิงที่โจวหยางชอบ
ต่างจากโจวหยางคนก่อนที่ชอบหลินชิงเหยียน ซึ่งสวยแบบโฉบเฉี่ยว หน้าเรียวตาโตจมูกโด่ง แนวพิมพ์นิยมสาวสวยเน็ตไอดอล
การที่หลินชิงเหยียนได้รับตำแหน่งดาวโรงเรียนก็พิสูจน์แล้วว่าความสวยของเธอตรงใจผู้ชายส่วนใหญ่
แต่โจวหยางคนนี้ชอบแบบซูเซียวเซียวมากกว่า นี่เป็นรสนิยมและความชอบส่วนบุคคล ถึงเขาจะข้ามมิติมาและปรับตัวเข้ากับร่างนี้ได้อย่างดี แต่รสนิยมที่ฝังรากลึกมันเปลี่ยนกันไม่ได้
ครูหลินเห็นบรรยากาศในห้องเริ่มมาคุ เลยนึกขำในใจ วัยรุ่นหนอวัยรุ่น อารมณ์อ่อนไหวกันเสียจริง
"เอาล่ะๆ เลิกเล่นกันได้แล้ว ใครจะย้ายที่เดี๋ยวหมดคาบไปบอกครูที่ห้องพักครู ตอนนี้เริ่มโฮมรูมได้แล้ว... อ้อ เกือบลืมไป สัปดาห์หน้าจะมีนักเรียนใหม่ย้ายมาห้องเรา เพราะงั้นจะไม่มีที่นั่งเดี่ยวแล้วนะ!" ครูหลินเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
และก็ได้ผล ความสนใจของทุกคนเบนไปที่เรื่องเด็กใหม่ทันที
ซูเซียวเซียวเห็นโจวหยางยังจ้องตัวเองไม่เลิก จึงเป็นฝ่ายหลบตาก่อน
ถ้าเป็นซูเซียวเซียววัยสิบเจ็ดตัวจริง ป่านนี้คงก้มหน้ามุดดินด้วยความเขินไปแล้ว
แต่นี่คือซูเซียวเซียววัย 25 ในร่างเด็กสาว เธอมีความมั่นใจและเข้มแข็ง ไม่มีความวิตกกังวลเรื่องรูปร่างหน้าตาอีกต่อไป
จะมีก็แต่กังวลเรื่องหุ่นนิดหน่อย แต่ที่หนักสุดคือเรื่องเรียน
ซูเซียวเซียววัยสิบเจ็ดผลการเรียนเป็นเลิศ รอบรู้ดาราศาสตร์ภูมิศาสตร์
แต่ซูเซียวเซียววัย 25 แค่ไปจ่ายตลาดบางทียังต้องกดเครื่องคิดเลข...
ด่วนมาก ใครมีวิธีเรียกคืนความรู้บอกที!
ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงของโจวหยางจึงไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องใส่ใจนัก
โจวหยางถอนสายตากลับมาด้วยความอารมณ์ดี การได้มองสิ่งสวยงามย่อมทำให้จิตใจเบิกบานขึ้นเป็นธรรมดา
แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา
พอมองตามไปก็เจอหลินชิงเหยียนกับเสิ่นเหยากำลังมองมา
หลินชิงเหยียนมีสีหน้าอับอายและขุ่นเคือง
ส่วนเสิ่นเหยาพอสบตาเขาปุ๊บก็รีบหลบตาปั๊บ
โจวหยางคร้านจะสนใจพวกเธอ ถ้าสองคนนั้นไม่มาโชว์โง่ใส่เขา เขาก็ไม่คิดจะยุ่งด้วย
เอาจริงๆ จะว่าไป เจ้าของร่างเดิมตายก็เพราะสองคนนี้ จนเขาได้ส้มหล่นมาเข้าร่างนี้แทน
แต่หลินชิงเหยียนคนนี้ เจ้าของร่างเดิมรักมากจริงๆ พอได้รับความทรงจำมา โจวหยางถึงกับรู้สึกว่าต่อให้หลินชิงเหยียนสั่งให้ไปตาย หมอนั่นก็คงทำโดยไม่ลังเล
น่ากลัวชะมัด คนแบบนั้นคงไม่โกรธหลินชิงเหยียนหรอกมั้งที่ทำให้โดนรถชน
โจวหยางเลยไม่รู้จะจัดการกับสองคนนี้ยังไงดี
ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน
แต่โจวหยางไม่คิดเลยว่าตอนพักเที่ยง ครูหลินจะเรียกเขาไปพบ
"หือ?" โจวหยางมองครูหลินอย่างงงๆ
ครูหลินยิ้มขำ "มีนักเรียนหญิงในห้องห้าคนมาขอครูนั่งข้างเธอแน่ะ"
เขามองใบหน้าหล่อเหลาของโจวหยาง "เจ้าหนู พอลดน้ำหนักแล้วเปลี่ยนไปคนละคนเลยนะ ความมั่นใจนี่มันดึงดูดผู้คนจริงๆ"
โจวหยางยิ้มเขิน "ครูหลินอย่าแซวผมสิครับ ผมชักจะอายแล้วนะ ผมนั่งกับเฉินเหยาก็ดีอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกมั้ง?"
"สัปดาห์หน้าเด็กใหม่จะมาแล้ว เฉินเหยาเป็นหัวหน้าห้อง ครูจะให้เขาช่วยดูแลเพื่อนใหม่ให้ปรับตัวเข้ากับห้องได้เร็วขึ้น" ครูหลินถอนหายใจ "เอาเถอะ เดี๋ยวครูจัดการผังที่นั่งเอง เธอตัดใจซะเถอะ ไม่มีที่นั่งเดี่ยวแล้วจริงๆ"
โจวหยางยังไม่ทันอ้าปากแย้ง ครูหลินก็ดักคออย่างรู้ทัน "เธอนี่เนื้อหอมเหมือนถังซัมจั๋งหลงเข้าไปในถ้ำปีศาจแมงมุมเลยนะ เอาอย่างนี้ ครูขอปรึกษาหน่อย เธอไปนั่งคู่กับซูเซียวเซียวได้ไหม?"
มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?
ใจโจวหยางเต้นตึกตัก แต่ภายนอกยังคงสงบนิ่ง "อ้าว? ทำไมล่ะครับ?"
"ครูเห็นซูเซียวเซียวแกเก็บตัวเกินไป ผลการเรียนดีนะแต่นิสัยขี้อายไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จริงๆ เมื่อก่อนเธอก็มีปัญหาเรื่องรูปลักษณ์เหมือนกันกับเธอ ครูเลยหวังว่าเธอจะช่วยไปพูดคุยเปิดใจเพื่อนหน่อย..."
โจวหยางมองครูหลินตรงหน้า นึกชื่นชมในใจ เขาเป็นครูที่ดีจริงๆ
เมื่อก่อนตอนโจวหยางอ้วน ไม่มีใครอยากนั่งด้วย ครูหลินก็ไปคุยกับเฉินเหยา หลังจากนั้นโจวหยางก็ได้มีเพื่อนร่วมโต๊ะ
เฉินเหยาก็เป็นคนน้ำใจงาม
ครั้งนี้ครูหลินก็ยังมาถามความสมัครใจเขาด้วยเหตุผลดีๆ หวังให้เขาช่วยเพื่อน
แต่โจวหยางนึกถึงดวงตาสุกใสคู่นั้น... ดูไม่เหมือนคนขี้อายเก็บตัวเลยสักนิดนะ
และแล้วพอหมดพักเที่ยง ผังที่นั่งใหม่ออกมา ทั้งห้องก็แตกตื่นกันทันที
"เฮ้ยจริงดิ? โจวหยางนั่งกับซูเซียวเซียว?"
"ฮ่าๆๆ ถ้าโจวหยางไม่ลดน้ำหนัก นี่มันคู่สร้างคู่สมเลยนะ ไซส์เดียวกันเป๊ะ..."
"พูดบ้าอะไร พี่หยางตอนนี้หล่อวัวตายควายล้มแล้วเว้ย!"
"เสียดายคนหล่อต้องไปจับคู่กับ..."
ก่อนที่คำพูดแย่ๆ จะหลุดออกมามากกว่านี้ โจวหยางก็ดันโต๊ะลุกขึ้นยืน
เสียงขาโต๊ะครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู โจวหยางเอ่ยขึ้น "พูดมากจริงพวกนาย มีปากก็สักแต่จะพูดรึไง?"
เสิ่นเหยาได้ทีรีบดึงแขนหลินชิงเหยียนแล้วพูดเสียงดังเยาะเย้ย "สมน้ำหน้า เมื่อเช้ามีคนเล่นตัวไม่เข้าท่า อยากรู้จังว่าตอนนี้ถ้านายไปขอเหยียนเหยียน เธอยังจะยอมให้นั่งด้วยไหม?"
มุมปากหลินชิงเหยียนยกขึ้นเล็กน้อย ถ้าโจวหยางมาขอ เธอจะปฏิเสธให้หน้าหงาย โทษฐานที่ทำเธอขายหน้าเมื่อเช้า...
"ทำไมในห้องเรียนถึงมีเสียงหมาเห่าหนวกหูจังวะ?" โจวหยางบ่นพึมพำ แต่ในห้องที่เงียบกริบ เสียงพึมพำนั้นกลับดังชัดเจน
คนเส้นตื้นบางคนหลุดขำก๊าก
เสิ่นเหยาหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ แต่ไม่กล้าเถียง เพราะถ้าเถียงก็เท่ากับยอมรับว่าเป็นหมา
เธอจับมือหลินชิงเหยียนแน่น ขอบตาแดงก่ำด้วยความโมโห
หลินชิงเหยียนมองเสี้ยวหน้าของโจวหยางด้วยใจที่ดิ่งวูบ โจวหยางเป็นอะไรไป?
ตอนนั้นเอง หลังจากด่าคนเสร็จ โจวหยางก็ยกหนังสือเดินอารมณ์ดีไปที่มุมห้อง
ตรงนั้นมีโต๊ะสองตัววางติดกัน บนโต๊ะมีหนังสือกองอยู่
เขายื่นมือไปเคาะโต๊ะเบาๆ "ไงเพื่อนโต๊ะข้างๆ จะนั่งฝั่งไหนดี?"
คนที่แอบมองอยู่เห็นเด็กสาวที่นั่งมุมห้องเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก
มีเสียงอุทานเบาๆ ว่า "เชรด..."
เดี๋ยวนะ ซูเซียวเซียวสวยขนาดนี้เลยเหรอ?
[จบแล้ว]