- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อทั้งที ขอจีบยัยแก้มป่องโต๊ะข้างๆ แทนดาวโรงเรียนแล้วกัน
- บทที่ 1 - ชอบผีเสื้ออย่าวิ่งไล่จับ จงปลูกดอกไม้เรียกมันมา
บทที่ 1 - ชอบผีเสื้ออย่าวิ่งไล่จับ จงปลูกดอกไม้เรียกมันมา
บทที่ 1 - ชอบผีเสื้ออย่าวิ่งไล่จับ จงปลูกดอกไม้เรียกมันมา
บทที่ 1 - ชอบผีเสื้ออย่าวิ่งไล่จับ จงปลูกดอกไม้เรียกมันมา
"โจวหยาง ฉันอยากกินเค้กของร้านสวีทตี้เฮาส์!"
"โจวหยาง รีบกลับมานะ ฉันให้เวลาแค่อีกสิบนาทีเท่านั้นนะ"
"ฮ่าๆๆ อ้วนขนาดนั้นสิบนาทีจะไปทันได้ยังไงกัน เลิกเพ้อเจ้อว่าจะจีบชิงเหยียนได้แล้วน่า เจ้าหมูตอนเอ๊ย คิกคิกคิก"
"ชิงเหยียน เธอดูท่าวิ่งของหมอนั่นสิ ตลกชะมัดเลย โอ๊ยไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆๆ"
โครม!
"ว้าย! รถชนคน..."
"...อุบัติเหตุรถยนต์... ไอ้คนอ้วน..."
โจวหยางรู้สึกเหมือนศีรษะกำลังจะระเบิด ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน แถมเสียงรอบข้างยังดังจอแจน่ารำคาญ ทำให้เขารับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้อย่างยากลำบาก
ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เขารู้สึกร้อนวูบวาบและเจ็บระบมไปทั้งตัว!
"ไอ้หนุ่ม เป็นอะไรมากไหม?" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความกังวลระคนโมโห "ถ้าไม่ตายก็ตอบหน่อยสิโว้ย! จู่ๆ ก็วิ่งทะเล่อทะล่าออกมาทำไม! อยากให้คนอื่นเขาซวยหรือไง!"
"เฮ้ย! รถพยาบาลมาแล้ว!"
จนกระทั่งโจวหยางถูกหามขึ้นรถพยาบาล เขาถึงได้รับความทรงจำทั้งหมดครบถ้วนและต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า... เขาดูเหมือนจะข้ามมิติมาเสียแล้ว
แถมยังมาอยู่ในร่างของเด็กมัธยมปลายที่มีชื่อแซ่เดียวกันอีกต่างหาก
โจวหยางรู้สึกจนปัญญา ชาติก่อนเขาเป็นตำรวจน้ำดีที่ถูกแทงหลายแผลและถูกผลักตกตึกระหว่างไล่ล่าคนร้าย
เดิมทีเขาคิดว่าชาตินั้นคงจบสิ้นกันแค่นั้น เพราะเขาเองก็เป็นเด็กกำพร้าไร้พ่อขาดแม่ ไม่มีห่วงอะไรให้ต้องกังวล
แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที กลับพบว่าตัวเองมาอยู่ในร่างของโจวหยางคนนี้
คนอื่นเขาทะลุมิติกันทั้งที ถ้าไม่มีระบบสุดโกงก็ต้องมีของวิเศษติดตัวมาบ้าง
แต่ทำไมชีวิตเขาถึงได้เริ่มต้นแบบหายนะขนาดนี้
เขายกมือขึ้นมองท่อนแขนที่ทั้งขาวทั้งอวบของตัวเอง
พยาบาลสาวที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นท่าทางของเขาจึงเอ่ยขึ้น "นี่ อย่าขยับมั่วซั่วสิ"
ใช่แล้ว ร่างนี้คือคนอ้วน แถมยังเป็นคนอ้วนที่เป็นทาสรักผู้ซื่อสัตย์อีกต่างหาก
ตามจีบผู้หญิงที่ชื่อหลินชิงเหยียนมาสามปี แต่สารภาพรักกี่ทีก็โดนปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง
"โจวหยาง พวกเรายังเด็กอยู่นะ"
"โจวหยาง ฉันรู้ว่านายดีกับฉันที่สุด ฉันขอเวลาคิดดูก่อนนะ จะให้ตอบตกลงง่ายๆ ได้ยังไง นายเป็นคนสำคัญของฉันนะ"
"โจวหยาง ฉันว่าตอนนี้เราควรโฟกัสเรื่องเรียนก่อนดีไหม?"
...
ต้องยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้มีวาทศิลป์เป็นเลิศ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าของร่างเดิมจะหลงหัวปักหัวปำยอมเป็นทาสรับใช้มาตลอดสามปี ตั้งแต่มัธยมต้นปีสองยันมัธยมปลายปีสอง
และวันนี้ก็เพราะรีบไปซื้อเค้กให้เธอนั่นแหละ ถึงได้โดนรถชนเข้าอย่างจัง...
ระหว่างที่กำลังคิดทบทวน เสียงโทรศัพท์ของโจวหยางก็ดังขึ้น พยาบาลสาวยื่นโทรศัพท์ให้เขา
โจวหยางกล่าวขอบคุณ
เสียงของเด็กหนุ่มใสกระจ่างและไพเราะอย่างน่าประหลาด
พยาบาลสาวที่เดิมทีมีสีหน้าเรียบเฉยอดไม่ได้ที่จะมองเขาซ้ำอีกรอบ จริงๆ แล้วเด็กหนุ่มคนนี้เครื่องหน้าดีมาก เสียดายก็แต่ความอ้วน
ไขมันส่วนเกินพวกนั้นบดบังความหล่อเหลาไปจนหมดสิ้น
ยิ่งเขาเป็นคนตัวสูง พออ้วนแบบนี้เลยยิ่งดูตัวใหญ่เทอะทะเข้าไปใหญ่
โจวหยางเห็นชื่อเมมเบอร์ที่โชว์หราว่า "เหยียนเหยียน" เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย "ฮัลโหล..."
"โจวหยาง ทำไมนายยังไม่กลับมาอีก? ฉันกับเสิ่นเหยากำลังรอเค้กของนายอยู่นะ!" น้ำเสียงของหลินชิงเหยียนเจือแววหงุดหงิดรำคาญใจ
เสียงของเสิ่นเหยาแทรกเข้ามา "นายคงไม่ใช่ว่าอ้วนจนวิ่งไม่ไหวแล้วหรอกนะ? ฮ่าๆๆ"
ประโยคนี้เต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างชัดเจน
โจวหยางตอบกลับไปทันที "ฉันโดนรถชน ตอนนี้กำลังไปโรงพยาบาล"
"ตายจริง! แล้วรถเขาเป็นอะไรมากไหม?" เสียงของเสิ่นเหยาดัดจริตจนน่าหมั่นไส้ "นายมาไม่ทันก็อย่ามาโกหกแบบนี้สิ!"
หลินชิงเหยียนมองเพื่อนสนิทแวบหนึ่ง รู้สึกว่าคำพูดนั้นแรงเกินไปหน่อย "โจวหยาง ที่นายพูดเป็นเรื่องจริงเหรอ?"
โจวหยางรู้สึกสมเพชเจ้าของร่างเดิมจับใจ จะชอบผู้หญิงสักคนต้องยอมทนเพื่อนปากเสียของเธอขนาดนี้เลยหรือ?
แต่น่าเสียดายที่โจวหยางตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ "เรื่องโกหกทั้งนั้นแหละ ฉันแค่ไม่อยากซื้อให้พวกเธอแล้ว ธุระของตัวเองก็หัดทำเองบ้าง ครูอนุบาลก็น่าจะเคยสอนมานะ แค่นี้นะ วางล่ะ"
พูดจบเขาก็กดตัดสายทันที
หลินชิงเหยียนและเสิ่นเหยาที่นั่งอยู่ในร้านชานมถึงกับอึ้ง มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปอย่างงุนงง
เสิ่นเหยาแค่นเสียง "ชิ! ไอ้หมูตอนนี่มันกล้าแข็งข้อเหรอ?"
เธอแย่งมือถือของเพื่อนสาวมาถือไว้ "คอยดูนะ ไม่เกินสองวันมันต้องซมซานกลับมาขอโทษเธอแน่ อย่าใจอ่อนยกโทษให้ง่ายๆ ล่ะ ต้องสั่งให้มันซื้อของแพงๆ มาไถ่โทษ..."
หลินชิงเหยียนแย่งมือถือกลับมา เธอรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าโจวหยางในวันนี้ดูผิดปกติไป
ในใจลึกๆ เธอรู้สึกไม่สบายใจ แต่เสิ่นเหยาก็ยังพูดกรอกหู "ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวพอมันหายบ้าก็กลับมาเลียแข้งเลียขาเธอเหมือนเดิม..."
ทางด้านโจวหยาง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลและตรวจร่างกายอย่างละเอียด พ่อบ้านของตระกูลก็รีบตามมาถึง
จะว่าชีวิตเริ่มต้นแบบหายนะก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะบ้านของเจ้าของร่างเดิมรวยมาก
แม้ความสัมพันธ์กับพ่อแม่จะไม่ค่อยดีนัก แต่อย่างน้อยพ่อแม่ก็ประเคนเงินทองและความสะดวกสบายให้เขาอย่างเต็มที่
พ่อบ้านหลิวที่เลี้ยงดูโจวหยางมาตั้งแต่เล็กมองดูนายน้อยที่เอาแต่เงียบขรึมตั้งแต่เดินออกจากโรงพยาบาล "นายน้อย ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ?"
โจวหยางได้สติกลับมา "ไม่เป็นไรครับลุงหลิว แค่แผลถลอกนิดหน่อย แต่ผมว่าจะลดน้ำหนักแล้วครับ ผมคิดว่าถ้าวันนี้ผมคล่องแคล่วกว่านี้สักนิด อาจจะหลบรถทันก็ได้"
โจวหยางสนิทกับลุงหลิวมากกว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าเสียอีก
ลุงหลิวมีสีหน้าแปลกใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่านายน้อยก็เคยประกาศจะลดน้ำหนักอยู่บ่อยๆ แต่ทำได้ไม่เกินสามวันก็ล้มเลิก
ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยตัวจนสูง 183 เซนติเมตร แต่หนักปาเข้าไป 115 กิโลกรัมแบบนี้หรอก
ดังนั้นลุงหลิวจึงรับคำไปอย่างนั้นเอง ในใจกะเก็งว่ารอบนี้จะทนได้กี่วัน
โจวหยางก้มมองข้อความในมือถือที่เจ้าของร่างเดิมส่งหาหลินชิงเหยียน ข้อความแสดงความห่วงใยสารพัด
ส่งไปเป็นสิบข้อความ แต่อีกฝ่ายตอบกลับมาแค่คำสองคำ
เนื่องจากได้รับความทรงจำทั้งหมดมา เขาจึงเข้าใจความรู้สึกของเจ้าทึ่มคนนี้ดี
โจวหยางถอนหายใจ "ถ้าชอบผีเสื้อ อย่าพยายามวิ่งไล่จับ แต่จงหัดปลูกดอกไม้..."
พอดอกไม้บานสะพรั่ง ผีเสื้อก็จะบินมาหาเอง
เมื่อทำตัวเองให้ยอดเยี่ยม ย่อมดึงดูดคนที่ยอดเยี่ยมเข้ามาหา
และแล้วลุงหลิวก็ต้องประเมินพลาดครั้งใหญ่
เขาคิดว่าโจวหยางคงถอดใจภายในสามวัน แต่เด็กหนุ่มกลับกัดฟันสู้ตลอดช่วงปิดเทอมหน้าร้อน
ตลอดระยะเวลานั้น โจวหยางไม่ตอบข้อความหรือรับสายของหลินชิงเหยียนและยัยเสิ่นเหยาแม้แต่ครั้งเดียว
เขาไม่ใช่โจวหยางคนเดิม เขาไม่อยากเป็นตัวสำรอง และไม่อยากเป็นทาสรักของใคร
ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปิดเทอม ทุกครั้งที่โจวหยางออกมาวิ่งออกกำลังกาย เขาจะบังเอิญเจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเสมอ
อืม... เป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างท้วมที่ดูน่าสนใจทีเดียว
ขอชี้แจงก่อนว่าโจวหยางไม่ได้เป็นโรคจิตแต่อย่างใด
แต่หุ่นของเธอมันสะดุดตาจริงๆ เวลาวิ่งมันมีการกระเพื่อมไหว... อะแฮ่ม เอาเป็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะถ้ำมอง แต่มันเด่นชัดมากจริงๆ
โจวหยางตัวสูง มุมมองสายตาเลยอยู่ในระดับที่เห็นชัดเจนพอดี
เขาสังเกตเห็นเธอ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาจริงๆ คือความมุ่งมั่นของเด็กสาวคนนั้นต่างหาก
เธอน่าจะกำลังลดน้ำหนักเหมือนกัน วิ่งทุกวันวันละเป็นสิบรอบ ไม่น่าเชื่อว่าร่างกายท้วมๆ แบบนั้นจะอึดขนาดนี้
หลังจากผ่านการคุมอาหารและเข้าคอร์สฟิตเนสอย่างหนักตลอดปิดเทอม ตอนนี้โจวหยางได้กลายร่างเป็นหนุ่มหล่อขายาวหุ่นดีไปเรียบร้อยแล้ว
แม่ของเขาเป็นถึงราชินีจอเงิน พื้นฐานหน้าตาเขาจึงดีมาก เพียงแต่เมื่อก่อนความอ้วนมันบดบังเครื่องหน้าไปหมด
พอผอมลง ทุกอย่างก็ฉายแววโดดเด่นออกมา
เรียกได้ว่าเวลาเดินไปไหนมาไหน สาวๆ ต้องเหลียวหลังมองกันเป็นแถว
แต่ทว่า... เด็กสาวนักวิ่งคนนั้นไม่เคยชายตามองเขาเลยสักนิด
ทุกเช้าในสนามกีฬา นอกจากเหล่าคุณปู่คุณย่าที่มาออกกำลังกาย ก็มีแค่พวกเขาสองคนที่วิ่งไล่กันอยู่เงียบๆ
โจวหยางรู้สึกนับถือใจเธอจริงๆ
ช่างมีความอดทนเป็นเลิศ
ในขณะเดียวกัน ซูเซียวเซียวที่เพิ่งจะย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ได้ครึ่งเดือน กำลังวิ่งหอบแฮกๆ อยู่บนลู่วิ่ง ในใจกรีดร้องแทบคลั่ง
ทำไมกันนะ! ตอนอายุ 25 เธอกำลังประสบความสำเร็จ หุ่นเป๊ะปัง ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ แค่กระโดดเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงให้พ้นจากรถจนตัวเองชนกำแพง พอลืมตาขึ้นมาอีกทีดันย้อนกลับมาในช่วงวัยรุ่นที่เธอเกลียดแสนเกลียด แถมยังเป็นช่วงที่ขี้เหร่และขี้อายที่สุด!
ครั้งนี้แหละ! เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อการบูลลี่ในโรงเรียนอีกเด็ดขาด!
เริ่มจากลดน้ำหนักก่อนเลย!
[จบแล้ว]