- หน้าแรก
- ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ
- บทที่ 591 - ทุ่งน้ำแข็ง (ต้น)
บทที่ 591 - ทุ่งน้ำแข็ง (ต้น)
บทที่ 591 - ทุ่งน้ำแข็ง (ต้น)
บทที่ 591 - ทุ่งน้ำแข็ง (ต้น)
ราชามองที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าเรื่องที่เจ้ากำลังจะทำมันอาจจะทำให้เจ้าต้องพบเจอกับอันตรายก็ได้ เจ้าอาจได้รับบาดเจ็บ”
เจ้าไห่ยิ้ม “ฝ่าบาทข้าคิดว่า ในบ้างครั้งข้าเองก็ต้องยอม เพื่อที่ข้าจะได้รับสิ่งที่ดีเข้ามา แม้ว่ามันจะอันตรายก็ตาม เพราะถ้าหากว่าเราไม่มีอาวุธทั้งสามชิ้น ข้ากลัวว่าเมื่อพวกเทพมา พวกเราอาจจะต้องเจอกับจุดจบโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้ฆ่าเรา พวกมันก็จะเอาพวกเราไปเป็นทาส และข้าเองก็ไม่อยากให้เรื่องมันเป็นเช่นนั้น”
ราชารู้ดีว่าสิ่งที่เจ่าไห่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะพวกเขาเองไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขาจะโดนโจมตีตอนไหน ราชารู้ว่าสิ่งที่เจ่าไห่กำลังทำมันก็เพื่อความอยู่รอด แต่ก็ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้น เจ่าไห่เองต้องการที่จะช่วยเหลือทุก ๆ คนด้วย
ราชายืนขึ้น และมองไปที่เจ่าไห่พร้อมกับพูดว่า “หัวใจของเจ้ามันกว้างใหญ่ยิ่งนัก ข้ายอมรับในตัวของเจ้าเลย” จากนั้นราชาก็ให้สัญญาลักษณ์ของราชาให้กับเจ่าไห่
เจ่าไห่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและพูดว่า “ฝ่าบาท ไม่ต้องพูดเช่นนั้นก็ได้ ด้วยสิ่งที่พูดทั้งหมด ข้าจะเตรียมการประมาณสองวันก่อนออกเดินทางไปยังหุบเขาน้ำแข็งทางเหนือ”
ราชาพยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ ในเมื่อเราคุยกันแล้ว ถ้าเจ้าสามารถนำเอาหอกของเทพแห่งชนเผ่ามาได้ ข้าจะให้เจ้าเป็นเจ้าชายกัลบเจ้า และแม้ว่าราชาจะเปลี่ยนเป็นคนอื่น แต่เจ้าก็จะเป็นเจ้าชายตลอดไป”
เจ่าไห่ยิ้ม “ข้าต้องขอบคุณฝ่าบาท ขอทรงจัดเตรียมโกดังให้ข้าด้วย ครั้งนี้ข้าได้นำเอาเหล็กจากเผ่าคนแคระมาด้วย”
ราชาพยักหน้า จากนั้นเขาก็เรียกทหารและสั่งให้ไปเตรียมโกดังให้กับเจ่าไห่ จากนั้นเจ่าไห่ก็ได้ให้สัญญาลักษณ์ของตระกูลกับราชา และเดินไปกับทหารของราชา
หลังจากที่ขนเหล็กเสร็จแล้ว เจ่าไห่ก็ตามทหารกลับไปที่ห้องทำงานของราชา จากนั้นราชาก็เชิญเจ่าไห่ทานอาหารก่อนที่จะให้เจ่าไห่ออกเดินทาง
ดูเหมือนว่าตอนนี้ภาระกิจของเจ่าไห่จะหมดแล้ว เจ่าไห่เชื่อว่าราชาชนเผ่าเชื่อในจดหมายของบิลลี่ และจะจัดการทุกอย่างด้วยความจริงจัง ราชาแห่งชนเผ่าจะเตรียมการทุกอย่างได้ดีแน่นอน
หลังจากที่กลับมายังร้านแล้ว เจ่าไห่ก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปยังทุ่งน้ำแข็งทางเหนือ เจ่าไห่จะต้องเตรียมของทุกอย่างเข้าไปในมิติ เพื่อที่จะมีทุกอย่างในการเดินทาง เจ่าไห่ทานอาหารกับอาไทและคนอื่น ๆ ก่อนจะเข้าไปพักภายในมิติ
เจ่าไห่อยู่ที่เมืองของชนเผ่าเพียงแค่สองวันก่อนออกเดินทาง ราชาแห่งชนเผ่ายังได้ส่งจดหมายไปยังเผ่าเสือขาว เผ่าหมี และเผ่าอินทรีย์ด้วย ซึ่งเผ่าเหล่านี้อยู่ไม่ไกลจากทุ่งน้ำแข็งนัก ในจดหมายบอกพวกเขาว่าให้ดูแลและต้อนรับเจ่าไห่ด้วยความเต็มใจ ราชาชนเผ่ายังเขียนบอกไปอีกว่าเจ่าไห่กำลังจะทำอะไรที่ทุ่งน้ำแข็ง
ราชาชนเผ่าไม่ได้บอกพวกเขาว่าเจ่าไห่กำลังจะไปเอาหอกของเทพชนเผ่าเพื่อจัดการกับเทพ เรื่องนี้จะต้องถูกเก็บเป็นความลับ ราชาบอกพวกเขาไปว่าเขาได้ส่งเจ่าไห่ไปที่ทุ่งน้ำแข็งเพื่อนำเอาหอกของเทพชนเผ่ากลับมา
ราชาชนเผ่าส่งจดหมายไปก่อนที่เจ่าไห่จะออกเดินทาง เช่นนั้นเมื่อเจ่าไห่ไปถึงยังชนเผ่านั้น ๆ เจ่าไห่จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
แม้ว่าเจ่าไห่กับเผ่าอินทรีย์จะเพิ่งทำการค้าร่วมกัน แต่มันก็ทำให้พวกเขาได้รับกำไรมากมายจากเจ่าไห่ เนื่องจากเจ่าไห่เป็นคนที่จะไปเอาหอกของเทพชนเผ่ากลับมา สิ่งที่เจ่าไห่ได้ทำมันทำให้ชนเผ่าอินทรีย์มองเจ่าไห่ไปในทางที่ดีขึ้นมาก พวกเขานับถือเจ่าไห่ขึ้นมาโดยทันที
ชนเผ่าเหล่านี้ให้ความเคารพแก่วีรบุรุษ และก็ไม่ได้พูดถึงเจ่าไห่เลย ความกล้าที่เขากำลังจะทำเป็นเรื่องที่กล้าหาญมาก ๆ
เจ่าไห่ไม่ได้มาอยู่ที่เผ่าอินทรีย์นานเกินไป เขาอยู่ที่นั่นเพียงวันเดียวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเจ่าไห่ยังจงใจบอกราชาเผ่าอินทรีย์ด้วยว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา การค้าไวน์นมจะยังมีต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นท่านไม่ต้องเป็นกังวลเลย
เมื่อราชาอินทรีย์ได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เขากับรู้สึกว่าต้องเคารพเจ่าไห่ให้มาก ๆ ในความคิดของเขา เขารู้ได้ทันทีว่าเจ่าไห่ได้จัดการทุกอย่างไว้แล้วหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
เมื่อออกจากเผ่าอินทรีย์เจ่าไห่ก็นั่งอยู่บนหลังนกอินทรีย์และมุ่งหน้าไปยังทุ่งน้ำแข็ง เจ่าไห่ไม่ได้สนใจเลยที่จะเข้าไปยังเผ่าเสือขาวและหมีขั้วโลก เจ่าไห่ต้องการจัดการเรื่องต่าง ๆ ในทุ่งน้ำแข็งให้เร็วที่สุด และไปยังดินแดนต้องห้ามอื่น ๆ เพื่อดูว่าเขาจะได้อะไรจากดินแดนเหล่านี้บ้าง?
หลังจากที่ข้ามภูเขาของเผ่าอินทรีย์แล้ว เจ่าไห่ก็ได้แยกจากนกอินทรีย์ที่เขานั่งมา และสั่งให้ไม้เท้าของเขาเปลี่ยนเป็นพรหมสีที่สามารถเข้าไปอยู่ได้ และบอกให้ลอร่าและคนอื่น ๆ มานั่งข้าง ๆ เขาในการสำรวจทุ่งน้ำแข็ง
นี่เป็นครั้งแรกที่ลอร่าและคนอื่น ๆ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของไม้เท้ามันเป็นอะไรที่แปลกมาก ๆ พวกเขามองทุกอย่างผ่านกระจกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ห้องที่พวกเขาอยู่ไม่ได้ใหญ่มากนัก มันมีขนาดประมาณ 40 ตารางเมตร ห้องนี้ทำให้สามารถมองเห็นข้างนอกได้
เจ่าไห่ไม่ได้บินสูงเกินไป เจ่าไห่ปล่อยให้ไม้เท้าของเขาบินไปเรื่อย ๆ โดยที่เขาไม่ได้เข้าไปในมิติ ถึงแม้ว่าจะเข้าไปในมิติและดูทุกอย่างผ่านจอก็ได้ แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เจ่าไห่ต้องการสัมผัสทิวทัศน์ของทุ่งน้ำแข็ง
ภายนอกมีแต่น้ำแข็งและหิมะ แต่ภายในห้องนั้นอบอุ่นมาก ๆ ไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวเลย เจ่าไห่ดึงเอาโต๊ะและเก้าอี้ออกมา เพื่อที่พวกเขาจะได้นั่งได้อย่างสบายพร้อมกับดื่มกาแฟ และดูทิวทัศน์ไปด้วย
ทุ่งน้ำแข็งเป็นดินแดนที่รกร้างและกว้างใหญ่ ซึ่งมันไม่มีอะไรเลยนอกจากน้ำแข็งและหิมะ เจ่าไห่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่ชีวิตเดียว
สถานที่แห่งนี้สมควรแล้วที่ถูกเรียกว่าทุ่งน้ำแข็ง เจ่าไห่มองผ่านกระจกและเห็นว่าใต้หิมะที่จริงแล้วมีน้ำแข็งทับกันอยู่อย่างน้อยหนึ่งหมื่นปี น้ำแข็งมันหนามาก ๆ หิมะที่อยู่บนพื้นก็เหมือนกับแผ่นบาง ๆ เมื่อเทียบกับน้ำแข็งที่อยู่ด้านล่าง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลอร่าก็ถอนหายใจและพูดว่า “ที่แห่งนี้มันช่างสวยงามเสียจริง แต่หนาวไปหน่อย ดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่เราจะเอากลับไปได้”
จบตอนแล้วนะครับ ฝากกดติดตามพวกเราด้วยนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr
