เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 528 - ชีวิตที่ยอมได้ทุกอย่าง

บทที่ 528 - ชีวิตที่ยอมได้ทุกอย่าง

บทที่ 528 - ชีวิตที่ยอมได้ทุกอย่าง


บทที่ 528 - ชีวิตที่ยอมได้ทุกอย่าง

เมื่อมองไปที่สีหน้าของเจ่าไห่ อีวานก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องทำอะไรต่อ แต่ก็ยิ้มและพูดว่า “ถึงแม้ว่ามันจะไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง เรื่องที่ว่าคนยอมให้กับกิลแห่งความสว่างมันไม่ใช่แค่คนในเมืองเท่านั้นแต่คนของตระกูลเพอร์เซลล์ก็อุทิศตัวให้กับกิลแห่งความสว่างด้วยเช่นกัน คนเหล่านั้นชอบในกิลแห่งความสว่างจนสามารถเสียสละทุกอย่างที่พวกเขามีเพื่อกิลแห่งความสว่างได้เลย”

เจ่าไห่มองอีวาน ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านี้จะต้องถูกล้างสมองโดยกิลแห่งความสว่างอย่างแน่นอน

กิลแห่งความสว่างนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก พวกมันสามารถทำให้คนชอบพวกมันจนยอมสละทุกอย่างได้เลย แต่เจ่าไห่เองก็แค่ไม่ได้คิดว่าอิทธิพลของกิลแห่งความสว่างจะไปได้ไกลขนาดนี้

อีวานมองไปที่หน้าของเจ่าไห่พร้อมกับถอนหายใจและพูดว่า “หากว่าตระกูลของเราขาดการสนับสนุนจากจักรวรรดิแล้วกองทัพของข้าจะสามารถต้านการโจมตีของชาวเผ่าได้ยังไง? แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นตระกูลของข้าก็จะต้องต้านการโจมตีเท่าที่จะทำได้ แต่ข้าก็คิดว่าตระกูลของข้าเองจะต้องทนทุกข์จากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

เจ่าไห่ขมวดคิ้วเขารู้ว่าสถานการณ์ของตระกูลเพอร์เซลล์ตอนนี้มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เจ่าไห่สามารถช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ได้โดยการที่พาพวกเขาไปยังแดนทมิฬ เขายังสามารถใช้ตระกูลเพอร์เซลล์ทั้งหมดได้โดยไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มันก็จะต้องเป็นความลับ

ที่สำคัญที่สุดสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลเพอร์เซลล์นั้นซับซ้อนกว่าที่จินตนาการไว้ ถ้าตระกูลเพอร์เซลล์มีคนที่บ้าในกิลแห่งความสว่างจริงๆ เจ่าไห่ก็ไม่สามารถพาตระกูลเพอร์เซลล์ไปยังแดนทมิฬได้ มันยากมากที่จะพูดว่ากิลแห่งความสว่างจะทำอะไรกับแดนทมิฬ แม้แต่ชาวเผ่าในทุ่งหญ้าก็อาาจะไม่สามารถหนีการเคลื่อนไหวของกิลแห่งความสว่างได้

อีวานมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ ข้าอยากจะขอสิ่งเดียวจากเจ้า ข้าต้องการให้สมาชิกบางคนของตระกูลเพอร์เซลล์ไปกับเจ้าที่จะกลับไปที่เกาะทองคำ หากตระกูลของเราสามารถรอดพ้นจากวิกฤตินี้ได้พวกเขาก็สามารถกลับมาได้ หากเราไม่สามารถผ่านมันไปได้ ข้าขอให้เจ้าดูแลพวกเขาสัก 2-3 ปีเท่านั้นเพื่อให้ชื่อของตระกูลเพอร์เซลล์ยังสามารถอยู่ต่อไปได้”

เจ่าไห่มองอีวาน เขารู้ว่าอีวานได้คิดถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายนี้ไว้แล้ว เขาต้องการที่จะส่งเมล็ดพันธุ์ของตระกูลเพอร์เซลล์ออกไปเพื่อความอยู่รอด

เจ่าไห่ไม่ปฏิเสธเขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านขอ แต่ลุงอีวานข้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะถาม ท่านช่วยไปถามหน่อยว่าคนที่ท่านจะให้ไปเกาะทองคำพวกเขาเต็มใจที่จะไปไหม? ลุงอีวานน่าจะรู้ว่าตระกูลบูดาของข้านั้นมีสมาชิกในตระกูลไม่มากนัก และถ้าชาวเผ่าโจมตีพวกไพร่เหล่านี้จะต้องถูกฆ๋าอย่างแน่นอน แต่ข้าเองก็อยากจะแน่ใจด้วยว่าผู้คนที่จะไปไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิลแห่งความสว่าง”

อีวานพยักหน้าและพูดว่า “นี่มันไม่ใช่ปัญหา ข้าสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ มีคนจำนวนมากที่ต้องการออกไปในตอนนี้ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน พวกเขาไม่มีทางรอดชีวิตในเมืองอื่นๆ ได้และพวกเขาเองก็อาจจะถูกลดระดับจนกลายเป็นทาส ข้าไม่ต้องการเห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้น ดังนั้นข้าจะช่วยดูพวกเขาในเรื่องนี้แน่นอน”

เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “งั้นข้าก็ต้องรบกวนลุงอีวานแล้ว ข้าหวังว่าลุงจะสามารถจัดการดูแลเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพียงแค่ให้พวกเขารวมกลุ่มกันที่นี่ในขณะที่ข้าจะไปดูตระกูลอากิสะว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่”

อีวานพยักหน้าและพูดว่า “เจ้าน่าจะไปดูพวกเขาด้วยเช่นกัน ข้าได้ยินมาว่าจักรวรรดิส่งกองทหารไปยังดินแดนของพวกเขา อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าตระกูลอากิสะจะถูกขังในเมืองของเขา”

เจ่าไห่มองสีหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปและพูดว่า “จริงเหรอ? จักรวรรดิอาร์ซูพวกเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่? พวกเขากลายเป็นหุ่นเชิดของกิลแห่งความสว่างไปแล้วงั้นเหรอ?”

อีวานตอบกลับ “มันน่าจะเป็นไปได้สูง ถ้าจักรวรรดิไม่เป็นเช่นนั้นพวกเขาก็คงจะไม่ทำเช่นนี้ การกระทำนี้มันเท่ากับการละเมิดขุนนางทั้งหมด และในอนาคตก็จะไม่ขุนนางคนไหนเชื่อฟังพวกเขาอีกต่อไป”

เจ่าไห่ถอนหายใจ เขาไม่เขาใจกิลแห่งความสว่างเลยจริงๆ พวกเขามีจุดประสงค์ที่จะทำอะไรกันแน่? พวกเขาต้องการให้ราชวงศ์สนใจพวกเขางั้นเหรอ? ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดราชวงศ์ทั้งหมดในทวีปจะต้องจัดการทำลายล้างพวกเขาอย่างแน่นอน

หลังจากมองท้องฟ้าเจ่าไห่ก็ยืมขึ้นแล้วเขาก็หันไปหาอีวานและพูดว่า “ลุงอีวาน ข้าจะต้องไปตระกูลอากิสะให้เร็วที่สุด ข้ากลัวว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย”

อีวานพยักหน้าและพูดว่า “เจ้ารีบไปเถอะ ข้าจะบอกความลับที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ข้ายังมีเวลาหลายวันในการเตรียมตัว ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับตัวข้ามากเกินไป ไปช่วยตระกูลอากิสะก่อน”

เจ่าไห่มองลุงอีวาน เขาไม่คิดว่าอีวานจะให้เขาได้รู้ความลับของตระกูลเพอร์เซลล์ นี่เป็นหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลเพอร์เซลล์

เจ่าไห่เข้าใจสิ่งที่อีวานกำลังจะทำ นี่เป็นวิธีของอีวานในการบอกว่าเขามีความไว้วางใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่ได้ต้องรู้ความลับ ต่อมาเขาก็ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่หรอก ท่านไม่จำเป็นต้องบอกมันกับข้า ข้ามีวิธีการของข้าเอง”

อีวานรู้ว่าเจ่าไห่มีสัตว์ที่บินได้ ดังนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเยอะ เขาพยักหน้าและพาเจ่าไห่ไปที่ประตูและรถของเขาก่อนที่มันจะออกไปจากคฤหาสน์

หลังจากที่เจ่าไห่เข้ามาในรถของเขา เขาก็เข้าไปในมิติทันทีและไปหาลอร่าและคนอื่นๆ เนื่องจากพวกเธออยู่ในมิติ พวกเธอได้ยินที่อีวานและเจ่าไห่คุยกันแล้ว

เมื่อเจอเจ่าไห่ ลอร่าหันไปหาเจ่าไห่ทันทีและพูดว่า “พี่ไห่ ฉันเพิ่งดูสถานการณ์ของตระกูลอากิสะพวกเขายังไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้พวกเขาถูกขังในคฤหาสน์ของพวกเขา อย่างไรก็ตามเราไม่ได้รับจดหมายใดๆ จากนกอินทรีย์”

เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็เปิดจอเพื่อแสดงสถานการณ์ของตระกูลอากิสะที่ถูกล้อมไปด้วยทหาร โรเบิร์ตไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเขาติดอยู่ข้างใน สถานการณ์ของเฟอร์นันต์ไม่ได้ดีไปกว่านี้ ดูเหมือนว่าเขาจะแพ้แล้ว

เจ่าไห่มองไปรอบๆ และไม่สามารถเห็นเงาของนกอินทรีย์ของเขาได้ เพราะมันถูกฆ่าตายแล้ว ดูเหมือรว่าจักรวรรดิอาร์ซูจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปที่ตระกูลอากิสะ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจุะไม่สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้แน่นอน

นอกจากนี้ตระกูบอากิสะยังมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 ด้วยดังนั้นหากเทพผู้มีพลังเหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดการก็จะเป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลอากิสะจะถูกขังอยู่ในคฤหาสน์ของตัวเอง

หลังจากที่คิดเกี่ยวกับสิ่งนี้แล้วเจ่าไห่ก็ได้ไปหาเจ่าฉินอี้ทันที เขาไม่อาจให้เทพผู้มีพลังระดับ 9 คนอื่นๆ ไปได้นอกจากเจ่าฉินอี้เพราะเธอแตกต่างจากคนอื่นๆ ความแข็งแกร่งของเธอในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 อย่างแน่นอน

หลังจากนั้นสักครู่เจ่าฉินอี้ก็พบกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 พวกเขามีทั้งหมด 4 คนและ 4 คนนี้ก็กำลังล้อมรอบคฤหาสน์ของตระกูลอากิสะอยู่ เมื่อมองไปที่พวกเขาแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขามาจากกิลแห่งความสว่าง

เจ่าไห่มองหาเบลล์ทันที คนของเบลล์ถูกจับตัวไว้ที่คฤหาสน์ด้วยเช่นกัน เจ่าไห่รู่ว่าคนของเบลล์จะต้องบอกเรื่องเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน ดูเหมือนว่ากิลแห่งความสว่างกำลังรอเขาอยู่

เจ่าไห่มองไปที่เทพผู้มีพลังระดับ 9 พวกเขา 4 คนดูเหมือนจะไม่มีความสามารถพิเศษอะไร พวกเขาไม่ได้แตกต่างไปจากเทพผู้มีพลังระดับ 9 ตยอื่นๆ

เมื่อรู้ว่าเขาไม่สามารถรอได้เป็นเวลานาน เจ่าไห่ก็ปรากฏตัวในห้องของเฟอร์นันต์ทันที สถานะในตอนนี้ของเฟอร์นันต์นั้นน่าสังเวชมากๆ ร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แม้ว่าแม่ของเขาจะกำลังใช้พลังเวทย์แห่งแสงรักษาอยู่ เขาก็ยังอยู่ในสภาพที่ดูไม่ดีนัก

เฟอร์นันต์มองเหมือนจะหมดสติ ในตอนนี้เขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย เจ่าไห่มองสภาพของเฟอร์นันต์และไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่ก็รู้สึกเจ็บใจ อันที่จริงเขารู้จักกับเฟอร์นันต์ยังไม่นานเลย และก็ยังเป็นคนที่เจ่าไห่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

เจ่าไห่เดินมาข้างเตียงของเฟอร์นันต์และพูดว่า “เฟอร์นันต์เจ้าได้ยินข้าไหม?”

เมื่อเห็นเห็นว่าคนบนเตียงไม่ได้ตอบกลับเจ่าไห่ก็ใช้พลังเวทย์แสงทันที สีหน้าของเฟอร์นันต์ดีขึ้นมากจากนั้นตาของเขาก็ขยับเล็กน้อย เมื่อเจ่าไห่เห็นเช่นนั้นเขาก็มีความสุขมากและพูดว่า “เฟอร์นันต์เจ้าฟื้นแล้ว”

แต่ดูเหมือนว่าเจ่าไห่จะไม่ได้สังเกตเห็น ทันทีที่เจ่าไห่พูดเฟอร์นันต์ก็ลืมตาและตะโกนว่า “พี่ชายของข้าจะมาที่นี่!! แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเจ้าออกไปแน่ๆ”

เจ่าไห่มองเฟอร์นันต์ เฟอร์นันต์ก็มองไปที่เจ่าไห่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกระโดดลงจากเตียง และพูดว่า “พี่ไห่ทำไมท่านเพิ่งมา? ข้าถูกรังแกเกือบจะตายอยู่แล้ว”

เจ่าไห่มอง เขาไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ เขาตีหลังของเฟอร์นันต์และพูดว่า “เจ้าไม่เป็นไรมากหรอก ข้ามาแล้วเดี๋ยวข้าจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟอร์นันต์ก็หยุดร้องไห้ และก็พูดว่า “พี่ไห่แก้แค้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย อีกฝ่ายมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 หลายคนพวกเขาจัดการสังหารผู้เฒ่าของตระกูลของข้าทั้งหมด ท่านต้องออกไปให้เร็วที่สุด”

ในตอนนี้ก็มีเสียงดังขึ้น “จะออกไปยังไง เขาหนีไปไม่ได้หรอก”

เมื่อเขาได้ยินเสียงนี้สีหน้าของเฟอร์นันต์ก็ซึด เขามองไปที่เจ่าไห่และยิ้มและพูดว่า “พี่ชายดูเหมือนว่าท่านจะหนีไปไม่ได้แล้ว เทพผู้มีพลังระดับ 9 เจอตัวของท่านแล้ว”

เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าเคยเห็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาแล้วไม่เห็นไรเจ้ามากับข้า มาดูกันว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านั้นจะแข็งแกร่งแค่ไหนกัน” จากนั้นเขาก็พาเฟอร์นันต์ออกจากห้องไป

ด้านนอกเจ่าไห่สามารถมองเห็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้ง 4 ได้เพราะเจ่าฉินอี้เจอตัวพวกเขาก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาทั้งหมดบินไปยังคฤหาสน์และล้อมรอบลานเล็กๆ ที่เจ่าไห่อยู่

เจ่าไห่เพิ่งยืนอยู่ที่นั่นและมองเทพผู้มีพลังระดับ 9 อย่างใจเย็นก่อนที่จะยิ้มและพูดว่า “กิลแห่งความสว่างมีแผนที่ดีจริงๆ พวกเขาจะไม่ยอมลามือกับข้าเลยงั้นเหรอ?”

เทพผู้มีพลังระดับ 9 มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “สิ่งที่เจ้าพูดมันถูกต้อง ผู้เฒ่าได้สั่งให้สังหารเจ้า กิลแห่งความสว่างได้ใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อจัดการกับเจ้า ในวันนี้เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน”

เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เมื่อวานนี้เองที่กิลแห่งความสว่างเริ่มจัดการกับข้าแต่ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ ในทางกลับกันเจ้าเสียเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปมากสิ่งนี้มันก็ทำให้ข้าประหลาดใจมากที่เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของกิลแห่งความสว่างยังเหลืออยู่”

เทพผู้มีพลังระดับ 9 มองไปที่เจ่าไห่และตะโกนว่า “ไม่ต้องเสียเวลา เจ่าไห่เจ้าเป็นศัตรูของกิลแห่งความสว่างของเรา กิลแห่งความสว่างจะไม่จบจนกว่าจะจัดการกับเจ้าได้ เพื่อจัดการเจ้าเราไม่ลังเลที่จะใช้ทุกอย่างที่มี ชีวิตของข้าเป็นของกิลแห่งความสว่าง ดังนั้นเราจะเสียสละชีวิตเพื่อกิล เจ่าไห่เจ้าจะต้องตายในวันนี้!!”

เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “ไม่จำเป็นเลย เจ้าคิดว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 สามารถฆ่าข้าได้งั้นเหรอ? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร?”

เทพผู้มีพลังระดับ 9 พูดออกมาว่า “หากไม่มีการเตรียมการที่ดีข้าก็คงไม่กล้าที่จะมาที่นี่หรอก เจ้าคิดว่ากิลแห่งความสว่างไม่รู้ความลับของเจ้างั้นเหรอ? เจ่าไห่ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตายแล้ว” จากนั้นแสงไฟหลายดวงก็ออกมาจากมือของเทพผู้มีพลังระดับ 9 ในขณะที่มันถูกยิงมาจากทั้ง 4 มุมของคฤหาสน์

เจ่าไห่ไม่ได้สนใจเขาสามารถขอให้เจ่าฉินอี้เอาเขากลับไปที่มิติได้โดยที่มันจะไม่สามารถโดนตัวเจ่าไห่ได้เลย

จากการคาดการของเขาลูกไฟนี้น่าจะเป็นพลังที่ตกผลึกดูเหมือนว่ากิลแห่งความสว่างต้องการที่จะจัดการกับเขาโดยใช้พลังนี้ เจ่าไห่ไม่ได้เคลื่อนไหวเขายืนอยู่ที่นั่นและมองเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านั้น

เมื่อเจ่าไห่มองเขาก็รู้ว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้ใช้พลังชีวิตของพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาพร้อมที่จะเสียสละชีวิตของพวกเขาในการใช้พลังในครั้งนี้

เจ่าไห่มองไปรอบๆ แล้วหันหน้าของเขาไปหาเฟอร์นันต์และพูดว่า “เจ้ารีบแจ้งตระกูลของเจ้าให้มารวมตัวกันที่นี่ กิลแห่งความสว่างใช่พลังแปลกๆ”

เฟอร์นันต์มองเจ่าไห่ เขาไม่ได้สนใจอะไรที่เจ่าไห่พูดมากนัก เขารีบวิ่งไปและพูดว่า “ได้เลย” จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์

แต่ดูเหมือนว่ารอยบนหน้าของเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวซึด ความรู้สึกของวิกฤตที่เจ่าไห่รู้สึกมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าคน 4 คนนี้จะไม่ได้เป็นแค้เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของกิลแห่งความสว่างเท่านั้น

4 คนนี้น่าจะมีพลังพิเศษเพื่อที่จะใช้เวทย์ที่แปลกนี้ เวทย์นี้มันน่ากลัวมากและการสร้างเวทย์นั้นไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลย ดูเหมือนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายพลังเวทย์นี้

จบตอนแล้วนะครับ ฝากกดติดตามพวกเราด้วยนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 528 - ชีวิตที่ยอมได้ทุกอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว