เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 514 - เผ่าหมีดำ

บทที่ 514 - เผ่าหมีดำ

บทที่ 514 - เผ่าหมีดำ


บทที่ 514 - เผ่าหมีดำ

เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “ดีมากๆ เลยมาดูกันว่าใครกันที่จะกล้ากวนข้าในตอนนี้” ถ้าเขาอยุ่ในเมืองมนุษย์ เจ่าไห่จะพูดว่า “ข้าไม่สนใจเลยว่าข้าจะเดินไปข้างหน้าได้หรือไม่ เพราะว่ายังไงข้าก็จะเดินไป” อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่สามารถพูดเช่นนี่นได้ในทุ่งหญ้า เพราะมันจะเท่ากับว่าเขาดูถูกคนอื่นๆ ถ้าเขาไม่คิดจะทำเช่นนั้นอีกไม่นานเขาก็จะต้องได้ธงของทุกเผ่าแน่นอน

บุฟฟ่อนหัวเราะและพูดว่า “อย่ามัวแต่กลัวเผ่ามาร์ซีไม่ถือเป็นเผ่านักรบหรือเผ่าต่อสู้มันก็ดีที่เจ้าพบกับพวกเรา ถ้าหากว่าเจ้าไปพบกับเผ่าที่มีความสามารถหรือทักษะในการต่อสู้จริงๆ พวกเขาอาจจะไม่ได้ใจดีเช่นนี้ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงถ้าหากว่าเจ้าขายอาหารให้กับพวกเขา พวกเขาก็น่าจะยอมให้กับเจ้า และยอมมอบธงของพวกเขาให้

เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ลืมไปเถอะ พวกเขาอาจไม่เป็นมิตรกับข้า มาดื่มกันเถอะและดูว่าเผ่าหมีขาดแคลนอาหารมากเพียงไหน แต่ข้าก็ได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพวกเขาขาดแคลนอาหารอย่างหนักมากๆ เผ่าหมีเป็นมิตรกับเผ่ามาร์ซีพวกเราจะต้องช่วยเหลือพวกเขา”

บุฟฟ่อนยิ้มและพูดว่า “เราไม่ควรคิดมากจริงๆ เพราะเผ่าหมีเป็นมิตรที่ดีสำหรับพวกเขา หากว่าเจ้าเป็นมิตรกับพวกเขา พวกเขาจะช่วยเหลือเจ้าในอนาคตอย่างแน่นอน แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียพวกเขาก็ไม่ได้สนใจเลย”

***ต้องขออธิบายก่อนนะครับ ว่าตามจริงๆ แล้วชนเผ่าเหล่านี้เป็นสัตว์จริงๆ แต่เนื่องจากเราได้แปลโดยการให้พวกเขากลายเป็นชนเผ่ามานานแล้วอาจจะต้องให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ***

เจ่าไห่พยักหน้า รับฟังจากสิ่งที่บุฟฟ่อนบอก เขามีความเข้าใจในเผ่าหมีดำ จากสิ่งที่บุฟฟ่อนได้พูดออกมามันก็แสดงให้เห็นว่าพวกเผ่าหมีดำนั้นเป็นคนที่ดี หากว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันก็คุ้มค่าที่จะไปหาพวกเขา

ทั้งสามยังคงดื่มกันต่อไป ในขณะเดียวกันคนข้างนอกก็ไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้วเจ่าไห่ยังหาไวน์และของว่างให้พวกเขาเพื่อที่จะได้พักผ่อนกันในช่วงพัก

พวกเขาเดินทางมาทั้งวันทั้วคืน พวกเขาได้พบกับเผ่าหมีดำ ตามทางซึ่งอยู่ในอาณาเขตของพวกเขา ดูเหมือนว่าคนของพวกเขาจะมีเพียงแค่ 300 คนเท่านั้นเมื่อเทียบกับเจ่าไห่แล้วพวกเขามีจำนวนที่น้อยมาก

เผ่าหมีดำเหล่านี้เป็นเผ่าที่มีความขยันมากๆ เมื่อพวกเขาเห็นเผ่ามาร์ซี พวกเขาเชิญบุฟฟ่อนเข้ามาในเต็นท์ทันทีในขณะที่สั่งให้คนไปฆ๋าแกะเพื่อต้อนรับพวกเขา

เจ่าไห่และคนอื่นๆ ไม่ได้ขัดขวางพวกเขาจากสิ่งที่พวกเขาทำ หากเจ่าไห่ทำเช่นนั้นก็จะเป็นการดูถูกพวกเขา พวกเขาเพียงแค่ให้ของขวัญด้วยอาหาร แต่เจ่าไห่ก็คิดว่าเมื่อพวกเขาออกไปพวกเขาเหล่านี้อาจมีปัญหาขาดแคลนอาหารได้ แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้คิดที่จะปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้น

ในตอนกลางคืนเจ่าไห่ไม่จำเป็นต้องตั้งเต็นท์ของตัวเอง เขาสามารถพักผ่านในซอมบี้ได้ เพราะมันสบายและอุ่นกว่ามาก ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่ยังสามารถอยู่หรือตามเผ่าหมีได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

แม้ว่าเผ่าหมีเหล่านี้จะมีหัวที่ใหญ่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้อ้วนเหมือนกับเผ่าหทมูป่า ในทางตรงกันข้ามพวกเขาดูน่ารักกว่ามากๆ เมื่อเปลียบเทียบกับเผ่าเฮคัส

อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ยังเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ทำเหมือนกับเผ่ามาร์ซีและเผ่าเฮคัส พวกเขาเป็นเพียงเผ่าที่มีคนเพียง 300 คนเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้มีแกะจำนวนมากเพื่อต้อนรับกลุ่มของเจ่าไห่ แต่พวกเขาก็ยังหาอาหารมาต้อนรับพวกเขา แต่เจ่าไห่ก็เห็นว่าอาหารของพวกเขากำลังจะหมดแล้ว

บอกตามตรงว่าหัวใจของเจ่าไห่กำลังเจ็บปวดมากๆ เผ่าเหล่านี้เจ่าไห่รู้สึกชอบพวกเขามากๆ แต่เมื่อเห็นว่าแกะที่พวกเขามีไม่มากนัก มันก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถทำการค้ากับพ่อค้าได้ ทำให้เจ่าไห่รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมต่อพวกเขามากนัก

ในความเป็นจริงถ้าคิดอย่างรอบคอบพวกเขาจะเห็นว่าสงครามส่วนใหญ่ระหว่างพวกเขาและคนทั่วไปน่าจะเกิดจากคนทั่วไปมากกว่า สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเลยว่าคนต่างแดนปลูกพืชไว้แล้วเหล่าชนเผ่าก็ขโมยพวกเขา พวกเขาอาจจะต้องตายเพราะความอดอยากได้ แม้แต่คนก็ไม่สามารถอดอาหารได้เป็นเวลานาน

เจ่าไห่ใช้เวลาทั้งคืนในค่ายเล็กๆ ของเผ่าหมี เมื่อพวกเขาเตรียมออกเดินทางในตอนเช้า เจ่าไห่ทิ้งผลขนมปังไว้ 5,000 กิโลเพื่อให้หมีกิน หมีมีความยินดีอย่างมาก พวกเขาต้องการจ่ายเงินให้กับเจ่าไห่ด้วยแกะ ซึ่งเจ่าไห่ก็ได้ปฏิเสธพวกเขาไป

สิ่งต่างๆ เช่นการทำธุรกรรมเล็กๆ เหล่านี้ไม่สมควรทำให้เจ่าไห่เป็นห่วง ของที่เจ่าไห่ให้ไปมันไม่ได้เป็นอะไรมากนัก หากว่าเจ่าไห่สามารถหาเพื่อนโดยการที่เขาให้ของได้ มันก็จะเป็นผลที่ดีต่อพวกเขามากๆ

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว กลุ่มของเจ่าไห่ก็ออกเดินทาง เนื่องจากพวกเขาอยู่ในอาณาเขตของเผ่าหมีดำ พวกเขาต้องเดินทางอีก 4 วันเพื่อไปยังค่ายหลัก เผ่าหมีดำก็ค่อนข้างใหญ่เช่นกันดังนั้นเขตของพวกเขาก็จะใหญ่เหมือนกัน แต่ที่นั่นก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

หลังจาก 4 วันของการเดินทางและพักอยู่ในค่ายเผ่าหมีดำย่อย ในที่สุดเจ่าไห่ก็สามารถเห็นค่ายหลักของเผ่าหมีดำ

ในตอนนี้ก็มีทหารของเผ่าหมีดำออกมาจากค่ายหลัก คนพวกนี้ขี่หมีดำสูง 4 เมตร หมีดำเหล่านี้มีความสูงมากกว่า 3 เมตรซึ่งก็แน่นอนว่าใครที่เห็นพวกเขาก็ต้องรู้สึกกลัวอยู่แล้ว

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงกลุ่มของเจ่าไห่ เมื่อหัวหน้าของพวกเขาเห็นบุฟฟ่อนเขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า "นั่นคือพี่บุฟฟ่อนที่เคยมาหาพวกเรา และก็ยังมีเผ่าเฮคัสและคนแตกต่างอีกด้วย"

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ่าไห่ก็เข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมา แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดจากคำพูดของพวกเขา เมื่อเขาเห็นบุฟฟ่อนเขาก็เชิญเข้าไปในค่ายทันที เมื่อเขาเห็นเม็นเดสเขาก็พูดทักทายทันที และเมื่อเขาเห็นเจ่าไห่เขาก็แสดงให้เห็นถึงการเป็นศัตรูเล็กน้อย

บุฟฟ่อนกระโดดลงมาจากม้าของเขาแล้วกอดทหารจากเผ่าหมีแล้วพูดว่า "ลีเบนวันนี้เป็นหน้าที่ของเจ้างั้นเหรอ? ทำไมเจ้าถึงออกมานอกค่ายเช่นนี้?

ลีเบนยิ้มและพูดว่า "เจ้าไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้เผ่าไม่ได้มีข้าวเยอะเราได้แบ่งพวกมันออกไปไม่มีใครที่สามารถกินได้เต็มที่ตอนนี้ดังนั้นเราจึงไม่มีพลังงานในการลาดตระเวนไปรอบๆ"

บุฟฟ่อนไม่ได้คิดว่าเผ่าหมีดำจะประสบปัญหาการขาดแคลนในระดับนี้ มันยังคงเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ แต่เผ่าหมีดำแบ่งไปให้กับคนอื่นๆ และก็ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาก็เหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรเหมือนกัน

บุฟฟ่อนตบไหล่ของลีเบนและพูดว่า "เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกแล้วเมื่อพบกับชายคนนี้จากเผ่าเฮคัส เจ้าชายต่างแดน เขาเป็นพ่อค้าข้าวรายใหญ่ เขามีอาหารมากมายเพียงพอที่จะทำการค้าได้เลย"

ลีเบนมองไปที่เจ่าไห่และยิ้ม "มนุษย์จะกลายเป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัสได้จริงงั้นเหรอ? เขามีอาหารอยู่ในมือจริงๆ งั้นเหรอ?"

บุฟฟ่อนยิ้มและพูดว่า "แน่นอนเขามีจริง ข้าไม่กล้าหลอกเจ้าหรอก พาเราไปที่ค่ายก่อนเถอะ”

ลีเบนทำตามและพาพวกเขาไปสู่ค่ายหลัก พวกเขามุ่งหน้าไปยังเต็นท์ทองทันที

เมื่อพวกเขามาถึงด้านนอกเต็นท์ทองคำลีเบนเข้าไปรายงานขณะที่เจ่าไห่และคนอื่นๆ ยืนอยู่ข้างนอก ไม่นานนักลีเบนก็ออกมาหาทั้ง 3 คนแล้วพูดว่า "บุฟฟ่อนผู้เฒ่าต้องการพบเจ้า" เนื่องจากลีเบนไม่ได้บอกเจ่าไห่และเม็นเดส ทั้งสองจึงไม่ได่ทำอะไร บุฟฟ่อนพยักหน้าให้พวกเขาสองคนแล้วเข้าไปข้างในเต็นท์

หลังจากผ่านไประยะหนึ่งลีเบนก็ออกไปอีกครั้งและบอกเจ่าไห่และเม็นเดสว่า "ผู้เฒ่าเชิญเจ้าสองคนเข้าไป" จากนั้นเจ่าไห่และเม็นเดสก็เข้าเต็นท์ไป

เมื่อเจ่าไห่เข้ามาในเต็นท์เขาสังเกตเห็นว่ามีผู้คนมากมายอยู่ในนั้น มีคนของเผ่าหมีดำเกือบ 20 คนบุฟฟ่อนนั่งอยู่ทางด้านซ้ายของเต็นท์

ในที่ที่ไกลที่สุดจากทางเข้าหมีดำกำลังนั่งอยู่ หมีคนนี้ดูเหมือนว่าเขาเป็นคนสำคัญ ดวงตาของเขามองมาที่พวกเขาที่พึ่งเข้ามา

พวกเขา 2 คนรู้ได้ทันทีว่าคนนี้เป็นปผู้เฒ่าของเผ่า หลังจากที่ทั้งสองให้ความเคารพ ผู้เฒ่าก็มองเม็นเดสและพูดว่า "เจ้าเป็นเจ้าชายแห่งเฮคัสใช่ไหม?”

เม็นเดสตอบอย่างรวดเร็ว "ข้ายินดีที่ได้พบท่านผู้เฒ่า"

ผู้เฒ่าพยักหน้าและพูดว่า "ข้ารู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้ากับเผ่าบูลที่ได้ร่วมมือกับกิลแห่งความสว่าง"

จากนั้นหมีดำก็หันหน้าไปหาจ้าวไห่และพูดว่า “แล้วเจ้าคือเจ่าไห่แห่งเฮคัสใช่ไหม เจ้าชายต่างแดน”

เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า "ข้าน้อยได้พบกับท่านผู้เฒ่า"

ผู้เฒ่ามองเจ่าไห่ "เนื่องจากเจ้าได้กลายเป็นเจ้าชายนั่นหมายความว่าเจ้าได้ช่วยพวกเขามากมาย ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ใช่คนเลว บุฟฟ่อนบอกว่าเจ้ามีอาหารเยอะจริงไหม?"

เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า "ข้ามีอาหารอยู่จริงๆ" จากนั้นเขาก็วางผลขนมปังลงตรงหน้าผู้เฒ่า เพื่อให้พวกเขาได้ลิ้มรส

หลังจากผู้เฒ่าได้ลิ้มรสผลไม้เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า "นี่เป็นสิ่งที่ดีมาก เจ้ามีให้ข้าได้มากแค่ไหน?"

เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า "ข้ามีจำนวนมากพอเลยทีเดียว ผลไม้นี้เป็นสิ่งที่เติบโตในดินแดนของข้าเท่านั้นในทวีปข้ามีสิ่งนี้เท่านั้นมันยังคงมีการซื้อขายปีที่สองของฉันในทุ่งหญ้าและตอนแรกข้าไม่ได้วางแผน แต่เมื่อข้าเห็นว่ามีการขาดแคลนอาหารที่นี่ข้าก็เลยตัดสินใจที่จะขายให้มิตรของข้า"

ผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วเขาพูดว่า "เอาล่ะ พวกข้าต้องการทุกอย่างที่เจ้ามี"

เจ่าไห่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี พวกเขามั่นใจในตัวของเจ่าไห่มาก พวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถซื้อทุกสิ่งที่เขามีได้จริงๆ

จ้าวไห่ตอบอย่างรวดเร็วและพูดว่า "ท่านผู้เฒ่าท่านควรบอกข้าในปริมาณที่เฉพาะเจาะจงข้ามีอาหารมากมายก็จริงๆ นอกจากนี้ข้าเกรงว่าท่านจะไม่อยากได้ทั้งหมดแม้แต่ผลขนมปัง พวกมันไม่สามารถอยู่ได้นานโดยเฉพาะเมื่อมันระเบิด

ตามปกติแล้วขนมปังไม่สามารถแตกออกได้ด้วยตัวเอง นี่เป็นเพียงข้ออ้างของเจ่าไห่ หากเขาบอกผู้เฒ่าว่าตรงๆ ว่าพวกเขาไม่สามารถซื้ออาหารได้ทั้งหมด พวกเขาก็จะคิดว่าเขาดูถูกพวกเขา ในเวลานั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นมิตรกับพวกเขา

จ้าวไห่รู้อยู่แล้วว่าตั้งแต่พวกเขาถูกพ่อค้าต่างแดนหลอก พวกเขาค่อนข้างเป็นศัตรูต่อพ่อค้า สิ่งนี้ทำให้เจ่าไห่ต้องคิดก่อนที่จะพูด เขาจะต้องระวังให้มากขึ้นเมื่อพูดกับเผ่าอื่นๆ ต่อจากนี้

จบตอนแล้วนะครับ ฝากกดติดตามพวกเราด้วยนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 514 - เผ่าหมีดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว