เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 89 – เรื่องเล็กน้อย

ตอนที่ 89 – เรื่องเล็กน้อย

ตอนที่ 89 – เรื่องเล็กน้อย


ต้นกล้าเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของความหวัง แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง แต่มันก็แสดงให้เป็นถึงจิตใจความพยายามแม้ว่าพื้นดินนั้นจะปกคลุมไปด้วยพิษ พวกมันก็ยังต่อสู้เพื่อมีชีวิตต่อไป

เจ่าไห่นั้นก้มลงก่อนจะค่อยๆลูบต้นกล้านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าต้นกล้าเหล่านี้นั้นขาดสารอาหาร ซึ่งถ้าว่ากันตามตรง แม้ว่ามันจะสามารถอยู่รอดมาได้ มันก็ไม่สามารถที่จะมีผลผลิตที่ดีได้

เจ่าไห่ค่อยยืนขึ้นมองไปรอบๆก่อนจะพูดกับเมอร์ริน “ยายเมอร์รินครับ ผมนั้นตกใจที่ต้นกล้าเหล่านี้จะรอดมาได้ แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกมันต้องการน้ำ บางทีมันอาจจะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นได้อีกเล็กน้อย”

เมอร์รินพยักหน้าก่อนจะเดินไปข้างๆเจ่าไห่ แต่ก่อนที่เธอนั้นจะร่ายคาถา เจ่าไห่ก็เสกเอาไม้เท้าผีออกมา “น้ำ!”

เขารู้ว่าไม้เท้าผีตอนนี้สามารถที่จะใช้ฟังก์ชั่นต่างๆของมิติได้ เขาจึงไม่รอช้าที่จะลองปล่อยน้ำออกมา จากนั้นก็มีเสียงตอบกลับมาว่า

[ไม้เท้าพกพาตรวจการปนเปื้อนในพื้นดิน คุณต้องการที่จะปรับปรุงมันหรือไม่?]

เจ่าไห่ก็ตอบไปว่าใช่ก่อนจะมีเสียงพูดต่อไปว่า

[กรุณาเลือกจำนวนในการปรับปรุง]

จากนั้นก็มีหน้าจอปรากฎขึ้นมาพร้อมกับแถวของตัวเลขตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักร้อย เจ่าไห่นั้นตกตะลึงเขาไม่คิดเลยว่าเขาจะสามารถปรับปรุงพื้นที่ได้มากขนาดนั้น เพราะเมื่อดูจากจำนวนแล้ว เขาสามารถที่จะปรับปรุงมันได้กว่า 100 มู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่ม Lv ของมิติ

เจ่าไห่จึงไม่รอช้าที่จะเลือกจำนวนมากที่สุดนั้นคือ 100 มู่ เมื่อทำการเลือกเสร็จสิ้นแล้ว ทันสดนั้นก็มีน้ำนั้นพุ่งออกมาจากไม้เท้าขึ้นไปยังบนฟ้า ก่อนที่มันจะตกลงมาเหมือนกับฝนพื้นดินก็เริ่มที่จะเปียกและเปลี่ยนสีไป

เมอร์รินนั้นสังเกตุเห็นบางอย่าง นั้นก็คือการปรับปรุงพื้นที่นั้นใหญ่กว่าปกติมากเพราะก่อนหน้านี้เจ่าไห่เคยพูดว่าเขาสามารถทำได้เพียงแค่ 10 มู่ต่อวันเท่านั้น ด้วยความสงสัยเธอจึงถามเจ่าไไห่ “นายน้อยทำไมถึงมีน้ำออกมามากมายเช่นนี้ค่ะ?”

เจ่าไห่หันไปหาเมอร์รินก่อนจะยิ้ม “เมื่อมิติมีเลเวลที่เพิ่มขึ้นนั้น ความสามารถในการปรับปรุงพื้นที่ก็มีมากขึ้น ตอนนี้ผมสามารถที่จะปรับปรุงมันได้กว่า 100 มู่ต่อวันแล้ว”

สีหน้าของเมอร์รินก็เต็มไปด้วยความปิติ เมื่อมองไปยังพื้นที่กว่า 100 มู่นั้น “ยอดไปเลยค่ะ นายน้อย! ตอนนี้พวกเราก็ใช้เวลาแค่สิบวันในการเปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้สิค่ะ แม้ว่ามันจะช้าไปสำหรับฤดูกาลนี้แล้ว แต่มันก็ยังพอที่จะโตเพื่อนำไปใช้บางอย่างได้”

เจ่าไห่พยักหน้า ด้วยการปรับปรุงพื้นที่กว่า 100 มู่นั้นถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขามากในการใช้ในหุบเขาแห่งนี้ เขาคิดถึงพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์กว่าหนึ่งพันมู่นี้ เขานั้นอยากจะทำมันเป็นไร่ข้าวโพดเพื่อใช้มันเป็นอาหาร ซึ่งทำให้เขานั้นตัดกังวลเรื่องอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ได้เพราะถ้าหาเขานั้นเริ่มสัตว์กว่าหนึ่งพันตัวแล้ว พวกมันก็ต้องกินอาหารเป็นจำนวนมาก

ตอนนี้เจ่าไห่วางแผนที่จะปลูกข้าวโพดก่อนเพราะเมื่ออากาศเย็นลงกว่านี้แล้ว เขาเกรงว่าจะไไม่สามารถปลูกได้อีกจนกระทั่งปีหน้า แน่นอนว่าเขานั้นต้องการที่จะปลูกข้าวไม้ไผ่ ซึ่งมีผลผลิตที่สูง และไม่ช้ามันก็จะกลายเป็นอาหารหลักแทน

ในตอนแรกนั้นกรีนตั้งใจที่จะซื้ออาหารไว้ แต่เจ่าไห่สามารถปลูกมันได้และมีผลผลิตที่สามารถเลี้ยงตระกูลบูดาได้ยาวนานกว่าสิบปี ด้วยเหตุนี้เองทำให้พวกเขานั้นไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารอีกเลย ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขานั้นไม่ควรจะปลูกเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากว่าเมื่อใส่อาหารต่างๆเข้าไปในมิติแล้ว มันจะไม่เน่าเลยดังนั้นมันก็ไม่เสียหายที่จะเก็บอาหารไว้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้แล้วเมื่อพวกเขานั้นทำข้อตกลงการค้ากับลอร่าแล้ว พวกเขาสามารถที่จะซื้อพวกทาสเพิ่มขึ้นมาได้อีก เมื่อมีคนมากขึ้น ปริมาณอาหารที่ต้องกินก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวจนในที่สุดอาหารที่ใช้เลี้ยงคนได้หนึ่งร้อยคนถึงสิบปีนั้นจะมีอยู่ได้ไม่นานพอ นี้จึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องปลูกเพิ่มขึ้น

และการไม่ใช้พื้นที่ตรงนี้ก็นับว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ เพราะถ้าหากปลูกข้าวไม้ไผ่ที่นี้แล้ว พวกเขาก็ไไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอาหรเมื่อมีจำนวนคนมากขึ้นเลย

เมื่อพื้นที่กว่าหนึ่งร้อยมู่นั้นถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นมาแล้ว เจ่าไห่ก็ยกไม้เท้าขึ้นมาเพิ่มเตรียมที่จะปลูกพืช โดยใช้พลั่วมิตินั้นมาขุดพื้นดินที่เหลือประมาณ 70 มู่ พื้นดินนั้นเปลี่ยนไปและทำการปลูกข้าวโพดจนเสร็จสิ้นราวกับเวทย์มนตร์

ไม้เท้านี้สามารถใช้ฟังก์ชั่นของมิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทันใดนั้นเจ่าไห่ก็จำบางสิ่งบางอย่างได้ เขานั้นมีเครื่องมือสำหรับทำฟาร์มเหมือนในเกมแล้ว แต่เครื่องมือสำหรับทุ่งหญ้าปศุสัตว์ล่ะ มันมีอะไรบ้างล่ะ? หรือว่ามันต้องทำการเงื่อนไขบางอย่างก่อนมันถึงไม่มีเครื่องใดๆเลยตอนนี้? เจ่าไห่นั้นต้องการจะกลับเข้าไปสำรวจในมิติอีกครั้ง หลังจากที่ทำสิ่งต่างๆในหุบเขาแห่งนี้เสร็จแล้วและกลับไปยังปราสาท

เมอร์รินนั้นไม่รู้ว่าเจ่าไห่นั้นคิดอะไไรอยู่ แต่เมื่อเขาพูดว่าต้องการจะกลับไปยังปราสาทเธอไม่ได้ว่าอะไร

ขณะที่พวกเขานั้นกลับมาทางน้ำนั้น เจ่าไห่ก็คิดว่าต้องให้ไไม้จากต้นน้ำมันกับเดซี่และแอนเพื่อที่จะสร้างเรื่องขึ้นมาแล้ว เขานั้นไม่สามารถที่จะบอกเมอร์รินให้พาเขาเดินทางไปยังหุบเขาทุกวันได้

ก่อนหน้านี้เขาต้องการเรือที่ทำจากวัชพืชเนื่องจากว่าพวกเขาไม่มีไม้ แต่ตอนนี้พวกเขามีพร้อมแล้ว พวกเขาจึงไม่รอช้าที่จะเรียนรู้ในการสร้างเรือไม้ เนื่องจากว่ามันไม่มีคลื่นในทะเลสาบใต้ดิน ดังนั้นแค่สร้างแพก็น่าจะเพียงพอแล้ว

เมื่อกลับไปถึงปราสาทแล้ว ตอนนี้พวกทาสก็จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจ่าไห่ ,เมอร์รินและเม็กนั้นต้องกลับไปยังภูเขาหินแล้ว

แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปนั้น เจ่าไห่ก็ให้เมล็ดอัลฟาฟ่ากับพวกทาสและบอกให้พวกเขานั้นไปปลูกบนภูเขา เพราะอัลฟาฟ่านั้นนอกจากจะให้เป็นอาหารสัตว์ได้แล้วมันยังช่วยในการบำรุงดินบนภูเขาด้วย

เมื่ออธิบายเรื่องนี้กับพวกทาสแล้ว เจ่าไห่ก็ไปพบกับดรังค์และนักเวทย์มนตร์ดำคนอื่นๆเจ่าไห่นั้นให้พันซ์และรัช นั้นอยู่ที่นี้พร้อมกับอันเดตกว่าสองร้อยตนคอยปกป้องปราสาท ส่วนดรังค์และอีกสามคนนั้น ให้เข้าไปในบึงซากศพเพื่อจับสัตว์อสูร

บึงซากศพนั้นเป็นสถานที่ที่ยังไม่เคยมีใครไปมาก่อน แต่ดรังค์และนักเวทย์มนตร์ดำนั้นเป็นอันเดต พวกเขาจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด

แต่ก่อนที่พวกเขาจะไป เจ่าไห่ก็ให้คำสั่งว่าให้อยู่แต่รอบนอกและไม่เข้าไปจนลึกเกินไปซึ่งถ้าหากมีอะไรผิดปกติให้รีบออกมาทันที

เจ่าไห่นั้นไม่อยากจะให้มีความสูญเสียเกิดขึ้น แม้ว่าดรังค์และคนอื่นๆนั้นจะเป็นอันเดตก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังเป็นกองกำลังสำคัญในการต่อสู้ ซึ่งเจ่าไห่ไม่อยากเสียไปกับการสำรวจบึงซากศพ

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นข้ารับใช้เจ่าไห่ แต่อันเดตนักเวทย์มนตร์ดำนี้ก็เป็นอันเดตที่มีสติปัญญาและผ่านการสมรภูมิการต่อสู้ในทวีปมายาวนาน ถ้าไม่นับการต่อสู้กับตระกูลเสี่ยวหยาง พวกเขาก็ไม่เคยแพ้เลย ดังนั้นพวกเขาจึงมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่าเจ่าไห่แม้ว่าพวกเขาจะไม่พูดอะไร แต่พวกเขาก็ฟังคำของเจ่าไห่ เจ่าไห่นั้นเป็นนายของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นคำสั่งใด พวกเขาก็จะปฏิบัติตาม

เมื่อพูดจบแล้ว เจ่าไห่ก็อัญเชิญอันเดตที่สามารถขี่ออกมาซึ่งมันจะช่วยในการเดินทางพร้อมกับอันเดตมนุษย์ไว้สำหรับปกป้องพวกเขา แม้ว่าเดิมทีมันจะไม่แข็งแกร่งมาก แต่ด้วยการเพิ่มความสามารถของมิติก็ทำให้พวกมันพอจะใช้ปกป้องได้

จบตอนแล้วนะครับ ฝากกดติดตามพวกเราด้วยนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ ตอนที่ 89 – เรื่องเล็กน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว