เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 59 – ทหารรับจ้างและนักผจญภัย

ตอนที่ 59 – ทหารรับจ้างและนักผจญภัย

ตอนที่ 59 – ทหารรับจ้างและนักผจญภัย


เจ่าไห่นั้นไม่คาดคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีคนกล้าปลอมตัวเป็นนักเวทย์มนตร์ดำ และไม่เคยคิดเลยว่าคนที่กล้านั้นจะเป็นคนในป้อมปราการมอนเตเนโก นี้มันสถานที่บ้าอะไรกันนี้

กรีนนั้นเห็นเจ่าไห่สงสัยก่อนจะยิ้ม “มันไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไรเลยครับนายน้อย สำหรับทหารรับจ้างและนักผจญภัยที่นี้เหมือนกับสวนสวรรค์ของพวกเขา จึงไม่มีอะไรที่พวกเขาไม่กล้าที่จะทำ”

เจ่าไห่พยักหน้า “เอาล่ะ ผมจะทำตามที่ปู่แนะนำมา ออกเดินทางกันเถอะ”

กรีนก็สวมใส่เกราะที่แว่ววาบแม้ว่าเขานั้นไม่ต้องการจะใช้เกราะในการปกป้องก็ตามเพราะสำหรับนักรบที่แข็งแกร่งเช่นกรีนแล้ว ถ้าเขานั้นพึ่งพาบางอย่างมาปกป้องชีวิตของตัวเองแล้ว เขาก็คงจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้แล้ว

ส่วนเม็กที่ใส่ชุดสาวใช้กอ่นจะนั่งลงเงียบๆบนเอเลี่ยนซึ่งอยู่ข้างเจ่าไห่ เธอนั้นเคยเห็นเจ่าไห่นั่งบนหลังเอเลี่ยนมาก่อน แต่เธอก็ไม่เคยที่จะได้ลองนั่งจริงๆซึ่งทำให้เธอนั้นสงสัยมากว่ามันจะเป็นอย่างไร ในไม่ช้าเธอก็คนพบว่าการนั่งบนหลังอันเดตนั้นไม่สบายเลย แม้ว่าะมีเบาะปูไว้ให้นั่งแล้ว แต่มันก็ยังรูปสึกแข็งและมีพื้นที่ไม่มากนัก

แม้ว่าเอเลี่ยนนั้นจะมีขนาดตัวยาวถึงสิบเมตรแต่ส่วนใหญ่นั้นเป็นหางซึ่งมีความยาวของตัวจริงๆเพียงแค่ห้าเมตรหรือก็คือครึ่งหนึ่ง บวกเขาความยาวของช่วงหัวที่ยาวถึงสองเมตร จึงทำให้เหลือส่วนที่เป็นตัวจริงๆแค่สามเมตรเท่านั้น กรีนนั้นไม่นั่งอยู่กับทั้งสองเพราะเขานั้นอยู่บนหัวของเอเลี่ยน แม้ว่าส่วนของกระโหลกนั้นจะเล็กแต่ด้วยความสามารถของกรีนแล้ว เขาสามารถที่จะยืนหรือนั่ง แม้กระทั่งนอนหลับยังได้ ซึ่งแน่นอนว่าเอเลี่ยนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเลย และไม่สนใจด้วยว่ามีใครอยู่บนหัวมันหรือไม่

ทั้งสามก็ค่อยเดินทางออกจากป่ากลัยไปยังหุบเขาที่ถูกลืม พวกเขานั้นยังไม่ได้เจอใครเลย แต่เจ่าไห่ก็ไม่ใส่ใจอะไร และสั่งให้อันเดตนั้นเดินตรงไปยังป้อมปราการมอนเตอเนโก

ซึ่งมันไม่ได้ใกล้มา เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงพวกเขาก็เริ่มเห็นกำแพงและผู้คนทีประตูเมือง เจ่าไห่นั้นสั่งไปอันเดตนั้นยังคงเดินต่อไปเพราะว่ากรีนบอกเขาไว้ ซึ่งหากเขานั้นนั่งเอเลี่ยนเข้าไปป้อมปราการมอนเตเนโกแล้ว จะไม่มีใครกล้าจะมายุ่งกับพวกเขา เพราะในทวีปนี้ไม่มีใครอยากจะยุ่งกับนักเวทย์มนตร์ดำ

ในขณะที่นั่งอยู่บนหลังอันเดต พวกเขาก็ค่อยเคลื่อนที่ไปยังป้อมปราการมอนเตเนโก ซึ่งภายในห้านาที พวกเขาก็พบกับกลุ่มทหารรับจ้าห้าคน ซึ่งแต่ละคนนั้นแบกกระเป๋าไว้ ก็ทำให้พวกเขานั้นตกใจมากเมื่อเห็นเจ่าไห่ เพราะเมื่อพวกเขานั้นเห็นอันเดตขนาดใหญ่นี้แล้ว พวกเขาก็เดินออกไปข้างทางทันที เหมือนที่กรีนบอกไว้ ว่าไม่มีใครกล้าที่จะมีเรื่องกับนักเวทย์มนตร์ดำ โดยเฉพาะกับนักเวทย์ที่สามารถอัญเชิญอันเดตที่แข็งแกร่งได้

แม้ว่าเจ่าไห่นั้นจะไม่ได้ขยับหัวของเขา แต่สายตาก็มองไปยังทหารรับจ้างกลุ่มนี้ พวกเขานั้นใส่เกราะหนังธรรมดาพร้อมกับอาวุธและสะพายกระเป๋า ซึ่งคนที่อยู่หน้าสุดนั้นถือคันธนูและที่เอวก็มีมีดอยู่ ซึ่งร่ายกายของเขานั้นผอมมากพร้อมกับมือและเท้าที่ยาว ซึ่งดูเหมือนคนที่มีปราดเปรียว ส่วนคนที่สองนั้นถือขวานสองคมซึ่งรู้ได้ทันทีว่ามันมีน้ำหนักมาก เขานั้นเป็นคนที่มีลักษณะของนักรบที่แข็งแกร่งและมีผิวสีดำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ

ส่วนคนที่สามนั้นแต่งตัวเหมือนนักผจญภัยแบบเดิม ที่มีหมวกหนังและรองเท้าที่หนาพร้อมกับสวมเกราะ ในขณะที่ใส่เสื้อคลุมไว้ข้างหลังเขา ซึ่งเขานั้นกำลังถือดาบยักษ์ ซึ่งอีกสองคนที่อยู่หลังสุดนั้นดูเหมือนจะเป็นพี่น้องเพราะมีหน้าตาที่คล้ายกัน ซึ่งพวกเขานั้นอ้วนทั้งคู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นกำลังกินตีนไก่อยู่ซึ่งเหมือนกับว่าเขาไม่ได้กินมาหลายวันแล้ว

แม้ว่าเจ่าไห่นั้นกำลังมองพวกเขาอยู่ แต่ด้วยหมวกขนาดใหญ่ที่ปกปิดใบหน้าก็ทำให้หัวของเขาดูเหมือนกับว่าไม่ขยับเลย ทั้งห้าคนนั้นคิดว่าเจ่าไห่นั้นมองไปข้างหน้าอยู่ พวกเขาจึงไม่ทันเห็นว่าเจ่าไห่กำลังมองพวกเขาอยู่

แม้ว่าจะมีบ่อยครั้งที่มีคนทำตัวเป็นนักเวทย์มนตร์ดำในป้อมปราการมอนเตเนโก แต่เมื่อเห็นอันเดตแล้ว ก็ไม่มีใครสงสัยเลยว่าเจ่าไห่นั้นปลอมตัวหรือไม่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเวทย์มนตร์ดำตัวปลอมจะอัญเชิญอันเดตสัตว์อสูรได้

เมื่อเอเลี่ยนนั้นเดินผ่านทั้งห้าคนไปแล้ว เจ่าไห่ก็มองตรงไปยังข้างหน้า ซึ่งนี้เป็นครั้งแรกที่เจ่าไห่นั้นเห็นทหารรับจ้าง จึงทำให้เขานั้นสงสัยมาก แม้ว่าเจ่าไห่จะเห็นลักษณะท่าทางของทั้งห้าคน แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่งแค่ไหน

ทันใดนั้นกรีนก็พูดขึ้นมาว่า “นายน้อยครับ ทั้งห้าคนนั้นมาจากป้อมปราการมอนเตเนโกซึ่งอยู่ในกลุ่มทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียง ว่า งูกุย ทั้งห้าคนนั้นแกร่งมากโดยเฉพาะคนที่ใช้ขวานกับดาบยักษ์นั้นเป็นนักรบระดับ6ขั้นสูง”

เจ่าไห่นั้นรู้สึกตกใจ เขาคิดว่าคนเหล่านั้นจะแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาเป็นแค่นักรบระดับหกแค่นั้นเหรอ? พวกเขานั้นแข็งแกร่งกว่าบล๊อคและร๊อคอย่างงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าในโลกแห่งนี้จะมีคนที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย

ตอนทาง ทั้งสามนั้นเจอนักผจญภัยและทหารรับจ้างมากมาย บางคนใส่ชุดเกราะหนังเหมือห้าคนก่อนหน้านี้ หรือพสมกันไป นักผจญภัยบางคนก็ไม่ได้สวมเกราะหน้า และใส่เพียงแค่เสื้อผ้าธรรมดา และมีไม่น้อยที่ไม่ได้สะพายกระเป๋า

เมื่อเหล่าทหารรับจ้างและนักผจญเห็นเจ่าไห่ พวกเขาก็ให้ทางแก่พวกเขา แม้ว่าพวกเขานั้นจะแข็งแกร่งมาก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่กล้ามีเรื่องกับนักเวทย์มนตร์ดำ

ในขณะที่นั่งอยู่บนตัวอันเดต ทำให้เจ่าไห่นั้นเห็นผู้คนทั้งหมดที่กำลังเดินทางไปยังป้อมปราการมอนเตเนโก แม้แต่ยามที่ยืนเฝ้าประตูเมืองก็ไม่กล้าที่จะขวางทางพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะมีหน้าที่ในการปอป้องป้อมปราการแต่ด้วยกำลังที่น้อย จึงทำให้พวกเขานั้นยิ่งไม่กล้าที่จะแตะต้องนักเวทย์มนตร์ดำ

เมื่อเดินทางตามที่กรีนบอกไป ทั้งสามก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งที่โรงแรมนั้นก็มีสัญลักษณืรูปดอกบานะอยู่ข้างหน้า

ทั้งสามก็ลงจากตัวอันเดต ซึ่งกรีนเป็นคนสะพายกระเป๋า ในขณะที่เม็กก็หยิบกระเป๋าของตัวเอง เจ่าไห่นั้นถือเพียงแค่ไม้เท้า และส่งอันเดตของเขากลับไปยังมิติ

เมื่อพนักงานในโรงแรมเห็นนักเวทย์มนตร์ดำ พวกเขานั้นไม่กล้าที่จะออกต้อนรับเพราะกลัวว่าจะทำให้นักเวทย์มนตร์ดำนั้นโกรธโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็มีหนุ่มโชคร้ายคนหนึ่งออกมาต้อนรับ เขานั้นยิ้มก่อนจะทักทายเจ่าไห่ “ยินดีต้อนรับ ท่านนักเวทย์ผู้สูงส่ง ข้าคิดว่าท่านคงจะเดินทางมาไกลจนถึงป้อมปราการมอนเตเนโกแห่งนี้ โรงแรมของเรานั้นเป็นโรงแรมระดับสูง ซึ่งมีน้ำอุ่นตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งช่วยให้ท่านนั้นผ่อนคลายความเมื่อยล้า”

เจ่าไห่นั้นไม่ได้พูดอะไร ได้แต่โบกมือ ก่อนที่กรีนจะมายืนต่อหน้าพนักงาน “ข้าต้องการห้องที่ดีที่สุดสองห้อง เตรียมน้ำอุ่นให้พร้อมและนำอาหารชั้นดีมาให้พวกข้าที่ห้องด้วย”

จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปในโรงแรม มันเป็นเรื่องดีที่เจ่าไห่และกรีนนั้นคุยไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เจ่าไห่นั้นไม่ต้องพูดอะไรมากและให้กรีนเป็นคนพูดแทน ซึ่งไม่เพียงที่จะทำให้เจ่าไห่นั้นดูลึกลับแล้ว ยังป้องกันไม่ให้คนอื่นๆรู้ว่าเจ่าไห่นั้นอายุเท่าไหร่จากน้ำเสียงที่พูดออกไป

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ ตอนที่ 59 – ทหารรับจ้างและนักผจญภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว