เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 – ความโกรธ

ตอนที่ 51 – ความโกรธ

ตอนที่ 51 – ความโกรธ


เพราะคนในทวีปแห่งนี้นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเรื่องเกษตรกรรม ซึ่งเมื่อเกิดศัตรูพืชลงในสวนผลผลิต ก็จะทำให้พวกเขานั้นไม่มีผลผลิตเก็บเกี่ยวและนำไปสู่ความอดอยาก

แต่กรีนก็รู้ว่าสภาพธรรมชาติของทวีปอาร์ดีมากเช่นกับต้นไม้ข้าว ต้นไม้ชนิดนี้นั้นเหมือนกับไม้ไผ่ ซึ่งโตกว่า 10 เมตรและผลิตข้าวถึง 2 ครั้งต่อปี แต่ถึงอย่างนั้น คนส่วนใหญ่ของทวีปก็ยังต้องอดอยาก

ซึ่งข้าวจากต้นไม้นี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสำหรับพวกทาส และการปลูกต้นนี้นั้นไม่ต้องใช้พื้นดินที่อุดสมบูรณ์มากนัก จึงทำให้มีการปลูกในหลายพื้นที่และไม่ทำให้เกิดการขาดแคลนเลยภายในทวีป

แต่กรีนก็ไม่ได้ซื้อเมล็กพันธุ์ของต้นไม้ข้าวมากปลูก

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่ามันไม่ต้องการพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์มากนัก แต่มันก็เป้นไปไม่ได้เลยที่จะปลูกต้นไม้ข้าวบนภูเขาเพราะอุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ มันอ่อนไหวง่ายกับพวกโลหะ

มีบางคนเคยได้ทำการทดลองมาแล้วโดยใส่เหล็กลงไปในสวนต้นไม้ข้าว ซึ่ง

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้กรีนนั้นไม่ซื้อเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ข้าวมา แม้ว่าคนแคระจะทำการขุดแร่เหล็กของไปมากแล้ว แต่ในดินก็ยังมีส่วนประกอบของโลหะมากกว่าที่อื่นๆ ดังนั้นการปลูกต้นไม้ข้าวจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

ดังนั้นกรีนจึงเลือกที่จะปลูกต้นไม้น้ำมันแทน เพราะมันไม่ต้องการดินที่อุดมสูบรณ์มาก และยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลายปี และมันสามารถที่จะปลูกบนภูเขาได้

แต่ต้นไม้ทั้งสองก็มีของเสียที่ร้ายแรงอย่างเดียวกันคือ มันมีแมลงศัตรูพืช

ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วระหว่างต้นไม้ข้าวและต้นไม้น้ำมัน ต้นไม้น้ำมันนั้นอ่อนแอต่อแมลงศัตรูพืชมากกว่า แม้ว่าต้นไม้ข้าวจะอยู่กับประสบการณ์เฉลี่ยรบกวนขนาดใหญ่ทุกห้าปีผลไม้น้ำมันจะจริงได้รับผลกระทบจากศัตรูพืชเหล่านั้นทุกปี แต่โชคดีที่ว่ามันสามารถปลูกได้ในทุกๆพื้นที่ ทำให้พวกเขานั้นยังสามารถที่จะมีผลิตออกมาได้

แต่อย่างไรก็ตาม นี้คือข้อเสียร้ายแรงสำหรับตระกูลบูดา พวกเขานั้นต้องการต้นผลน้ำมันจำนวนมากเพื่อที่จะสร้างเป็นรายได้หลัก แต่ถ้าต้นไม้เหล่านี้ถูกแมลงศัตรูพืชเข้ามากัดกินแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้

นั้นคือสิ่งที่กรีนเป็นกังวล แต่เมื่อเจ่าไห่นั้นแสดงยาฆ่าแมลงแล้วก็ทำให้ปัญหาที่หนักอกหนักใจนี้หายไป

เมื่อเห็นกรีนที่มีสีหน้าดีใจ เจ่าไห่ก็พูดขึ้นมาว่า “แต่ผมนั้นไม่เห็นด้วยที่จะใช้งานสองสิ่งนี้เพราะพวกมันเป็นสารมีพิษ ซึ่งถ้าหากใช้กับพืช พวกมันก็จะมีสารพิษตกค้าง แม้ว่ามันจะไม่ส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย แต่เมื่อสะสมหลายปีจากการกิน สารพิษเหล่านี้ก็จะทำให้ร่างการนั้นทรุดโทรม”

กรีนขมวดคิ้ว “ช่างน่าปวดหัวจริงๆ ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่สามารถกินได้ ถ้าใช้สิ่งนี้สินะ”

เจ่าไห่ส่ายหัวและตัดสินว่าจะเอาอย่างไรต่อ ตอนนี้เขายังมีปัญหาอื่นที่ต้องเผชิญอีก “ปู่กรีน พวกเราเข้าไปในกระท่อมกันก่อน ดูว่ามีสอันเดตอยู่ในบริเวณนี้อีกหรือไม่ แล้วค่อยหาวิธีการจับพวกมันกัน”

กรีนพยักหน้า ด้วยความสัตย์จริง กรีนคิดว่าหน้าจอของเจ่าไห่นั้นค่อนข้างที่จะสะดวกมากพวกเขาสามารถที่จะรับรู้สถานการณ์ข้างนอกได้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าระยะของมันนั้นจะมีขนาดเล็กก็ตาม

หลายๆคนที่อยู่ในกระท่อมจ้องมองไปยังหน้าจอ ซึ่งมีจุดสีเขียวปรากฎอยู่ไม่มากนัก เจ่าไห่มองไปยังห้องนั่งเล่นและมีจุดสีเขียวอยู่ที่นั้น

จากนั้นภาพที่ห้องนั่งเล่นก็ปรากฎขึ้นมา เจ่าไห่ก็เห็นหนูกระดูก ซึ่งเมื่อมองไปที่มัน เจ่าไห่ก็ตกใจ ก่อนจะมองไปยังแผนที่สามมิติเล็กๆบนจอและพบว่าจุดเขียวจากชั้นบนนั้นหายไปแล้ว ดูเหมือนว่าหนูตัวที่อยู่ชั้นบนนั้นจะลงมายังห้องนั่งเล่น

เจ่าไห่นั้นสงสัยว่ามีอะไรที่พิเศษอยู่ในห้องนั่งเล่น

กรีนมองไปยังหนูกระดูกบนหน้า “ดูเหมือนว่ามันจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นของคน มันน่าแปลกที่ว่า ความสามารถในการรับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตของอันเดตพวกนี้จะน่าทึ่งมาก”

เมื่อได้ยินกรีนพูดเช่นนั้น เจ่าไห่ก็เข้าใจทันทีว่า กลิ่นของมนุษย์นั้นเล็ดลอดออกไปจากประตูมิติที่เปิดขึ้น ทำให้หนูกระดูกนั้นมาที่ห้องนั่งเล่นนี้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าจะทำอย่างไรที่จะจับอันเดตพวกนี้ มันมีคำหนึ่งในศัพท์ของเกมเมอร์เรียกว่าค่าความโกรธ (Aggro)

แม้ว่าเจ่าไห่นั้นจะไม่ได้เล่นเกมมากนัก แต่เขาก็รู้ได้จากการอ่านนิยายเรื่องต่างๆ

เจ่าไห่หันหน้าไปหากรีน “ปู่กรีน ถ้าหากพวกเรารออันเดตมาในห้องนั่งเล่นแล้ว พวกเราจะไม่สามารถจับอันเดตได้จำนวนมากในทีเดียว บางที่เราอาจจะต้องส่งคนออกไปล่ออันเดตพวกนี้มา พวกเราจะได้รวบรวมพวกมันมาจำนวนมาก”

เจ่าไห่นั้นรู้ดีว่าอันเดตนั้นมีสัมผัสที่ไวต่อสิ่งมีชีวิต

“ใช่แล้ว เป็นความคิดที่ดีครับนายน้อย” กรีนกล่าว “แต่นายน้อย ไม่ใช่เพราะเหตุนี้เหรอครับที่ทำให้อันเดตสัตว์อสูรพวกนี้มาโจมตีพวกเรา? คุณไม่คิดเหรอคับว่า เพราะพวกเราอยู่ที่นี้ทำให้พวกอันเดตนั้นออกมา?”

เมื่อเจ่าไห่คิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป นี้ก็เป็นอีกสิ่งที่น่ากังวล ในกรณีที่พวกอันเดตนั้นรับรู้ได้ถึงพวกเรา พวกมันอาจจะหนีออกไปจากปราสาทซึ่งทำให้ไม่ปลอดภัยมากกว่าเดิม

เมอร์รินส่ายหัวของเธอ “ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเพราะพวกเรา อย่าลืมว่า พวกเรานั้นมาอยู่ที่นี้เกือบเดือนแล้ว ถ้าหากอันเดตพวกนี้ออกมาเพราะพวกเรา พวกมันก็ต้องออกมาตั้งแต่ที่พวกเรามาที่แดนทมิฬแห่งนี้แล้ว”

กรีนและเจ่าไห่เมื่อได้ยินเมอร์รินพูด พวกเขาก็โล่งอกขึ้นมา แต่กรีนก็ยังขมวดคิ้วอยู่ “น่าแปลก ข้าจำได้ว่าผู้คนนั้นพูดว่าในแดนทมิฬนั้นจะมีการบุกของพวกอันเดตทุกๆ 10 หรือ 20ปี แต่การบุกครั้งล่าสุดนั้นคือ 3 – 4 ปีที่แล้ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะเรา แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้? ถ้าหากการบุกนั้นถึ่ขึ้นกว่านี้ พวกเราแย่แน่”

“คุณไม่สามารถที่จะเชื่อข่าวลืมพวกนั้นได้ ไม่มีใครมากอยู่ในแดนทมิฬเลยซักคนเดียว ดังนั้นในโลกนี้คงไม่มีใครรู้เรื่องดินแดนแห่งนี้จริงๆหรอก” เมอร์พูดด้วยรอยยิ้ม

กรีนพยักหน้า “อ่า ใช่แล้ว ข้าลืมไปเลยว่า ปกติแล้วไม่มีใครมาหรืออาศัยอยู่ที่แดนทมิฬแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราก็สามารถเข้ามาซ่อนได้ในมิติแห่งนี้อยู่แล้วถ้าแผนนี้ไม่ได้ผล”

ทัศนคติของกรีนต่อเขานั้นดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน มันไม่เหมือนกับที่เขานั้นรู้สึกสิ้นหวังในตัวเขา การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดนั้น ทำให้เขาต้องจริงจังและทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งสร้างความกดดันอย่างมาก

แต่เมื่อเขารู้ถึงมิติของเจ่าไห่ ทัศนคติของกรีนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขารู้สึกผ่อนคลายเพราะเขาเชื่อว่า ตราบใดที่เจ่าไห่มีมิตินี้ ตระกูลบูดาก็ไม่มีทางล่มสลาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีของรุ่งเรืองเหมือนเช่นก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังรักษาตระกูลไว้ได้

เมื่อได้ยินสิ่งที่กรีนพูด เจ่าไห่ก็อดขำไม่ได้ “ไม่ต้องเป็นห่วงปู่กรีน ถ้าหาเราหาพืชในทวีปแห่งนี้เข้ามาในมิติ พวกเราสามารถเพิ่ม Lv ของมิติได้ ซึ่งจะทำให้มันใหญ่ขึ้น ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์กับพวกเรามาก”

ดวงตาของกรีนก็ประกายขึ้นมา “จริงงั้นเหรอครับ? นายน้อยที่บอกว่ามิติสามารถขยายให้ใหญ่กว่าเดิมได้นั้น?”

เจ่าไห่พยักหน้า “แน่นอน ซึ่งจริงๆแล้ว มิติแห่งนี้ Lv up ขึ้นไปถึงสองครั้งแล้ว ก็ยังให้พื้นที่เรามาเพิ่มอีก 2 มู่ ยายเมอร์รินรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ที่เธอนั้นอยู่ในมิติช่วงที่มัน Lv up”

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ ตอนที่ 51 – ความโกรธ

คัดลอกลิงก์แล้ว