เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 – ความใฝ่ฝันและวิกฤติ

ตอนที่ 48 – ความใฝ่ฝันและวิกฤติ

ตอนที่ 48 – ความใฝ่ฝันและวิกฤติ


หัวไชเท้านั้นสามารถที่จะทำเงินได้มากกว่าผลน้ำมัน ซึ่งมันไม่สามารถเทียบกันได้ เพราะการปลูกหัวไชเท้าเพียงชุดเดียวก็สามารถขายได้ถึง 8,000 เหรียญทอง แต่ผลน้ำมันในหนึ่งเดือนถึงจะขายได้ 2,700 เหรียญทอง

แม้ว่าตระกูลมาร์กี้นั้นจะเป็นตระกูลการค้าที่ใหญ่ในทวีป แต่พวกเขาสามารถขายหัวไชเท้าได้เพียงแค่ 200 ตันต่อเดือนเท่านั้น และหัวไชเท้าที่ราคา 2 เหรียญเงินต่อหนึ่งกก. ก็มีหลายคนที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ในราคานี้

ตราบใดที่เจ่าไห่นั้นปลูกหัวไชเท้า 5 ชุดต่อเดือน เขาก็สามารถขายได้เพียงพอต่อจำนวนที่ ตระกูลมาร์กี้ต้องการ นอกจากนี้แล้ว มันยังใช้เวลาทั้งหมดเพียงแค่ 40 ชั่วโมง หรือก็คือ 2 วัน

แล้วช่วงเวลาที่เหลือ เขาจะทำอะไรล่ะ? จะปลูกพืชทั่วไปในทวีปอย่างงั้นหรือ? เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นหลายไปทันทีเมื่อมันเข้ามาในมิติฟาร์ม

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะปลูกผลน้ำมัน เพราะน้ำมันนั้นเป็นที่ต้องการของท้องตลาดเนื่องจากเป็นสิ่งทีใช้ในการประกอบอาหาร นอกจากนี้แล้ว สามัญชนทั่วไปที่ใช้แรงงานก็มักจะทานน้ำมันเป็นอาหาร เพราะพวกเขานั้นไม่สามารถที่จะซื้อเนื้อมาทานได้ ดังนั้นปริมาณการใช้น้ำมันในตลาดจึงมากมายมหาศาล แม้ว่าหัวไชเท้านั้นจะสร้างผลกำไรได้มาก แต่มันก็อาจเป็นจุดสนใจแก่บรรดาขุนนางได้

และอย่างลืมว่าจำนวนเงิน 2,700 เหรียญทองนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆ แม้แต่ภาษีของอาณาเขตเล็กๆก็ไม่สามารถที่จะเก็บได้มากเท่านี้

1 เหรียญทองนั้นสามารถเปลี่ยนเป็น 10 เหรียญเงินได้ และ 1 เหรียญเงินสามารถเปลี่ยนเป็น 100 เหรียญทองแดงได้ ซึ่ง 2 เหรียญทองแดงนั้นสามารถซื้อผลไม้ได้ 1 กก. หรือน้ำมันครึ่งกก.

ข้าวและน้ำมันในทวีปนั้นมีราคาไม่แพง เพราะน้ำมันเป็นผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้จำนวนมาก และข้าวเองก็เป็นอาหารสำหรับพวกทาส และสามัญชนบางกลุ่ม

เจ่าไห่นั้นมีคนจำนวน 100 คนอาศัยอยู่กับเขา จึงทำให้เขานั้นไม่ต้องเตรียมอาหารไว้มากนัก เพราะเพียงแค่ 100 เหรียญทองก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ดังนั้นเขาจึงจะมีเงินเหลือถึง 2,600 เหรียญทองต่อเดือน

และถ้าหากมันไม่พอ พวกเขาก็สามารถขายหัวไชเท้าได้ถึง 5 ชุด และแม้ว่าพวกเขานั้นไม่สามารถที่จะขายได้ที่ราคา 8,000 เหรียญทอง เขาก็ยังสามารถที่จะขายได้ที่ราคา 6,000 เหรียญทอง

หลังจากที่เจ่าไห่อธิบายเรื่องฟาร์มแล้ว กรีนก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเจ่าไห่นั้นต้องการที่จะปลูกพืชอื่นๆเพื่อที่จะใช้ในการเลี้ยงปลา ,กระต่ายและสัตว์ชนิดอื่นๆ

พวกเขานั้นมีแต่ใบหัวไชเท้าเพื่อใช้ในการเลี้ยงบูลอายแรบบิท แต่การกินใบหัวไชเท้าอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะจำเป็นต้อให้สารอาหารอย่างอื่นด้วย ซึ่งผลน้ำมันที่สกัดน้ำมันไปแล้วก็เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่ว่าพวกเขาจะสามารถเลี้ยงบูลอายแรบบิทได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเลี้ยงสัตว์อสูรได้ด้วย ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเลี้ยงสัตว์อสูรประเภทม้าหรือวัว

อย่างเช่น การให้น้ำมันแก่ม้าก็จะทำให้พวกมันนั้นแข็งแกร่งขึ้น และถ้าเราให้มันได้ทานตลอดๆ ก็จะได้ม้าที่ดีมีคุณภาพ

นอกจากนี้แล้ว มันยังสามารถเป็นอาหารให้แก่สัตว์อสูรประเภทน้ำและสัตว์อสูรที่ชอบน้ำมัน ซึ่งอาจทำเป็นฟาร์มปลาได้ นี้คือผลประโยชน์อีกอย่างที่ได้จากผลน้ำมัน

ด้วยความคิดเหล่านี้เอง ทำให้กรีนนั้นรู้สึกตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา

เหตุผลที่เขานั้นหัวเราะออกมาก็เพราะแรงกดดันที่เขาแบกไว้ ก่อนที่เจ่าไห่จะตื่นขึ้นมานั้น กรีนรู้สึกได้ถึงการล่มสลายของตระกูล เขาคิดแล้วว่าตระกูลจะค่อยๆตายอย่างช้า จึงทำให้เขานั้นหมดหวังและกักตุนเสบียงเพื่อให้มีชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว แม้ว่าเจ่าไห่นั้นจะเปลี่ยนไป แต่กรีนก็ไม่ได้ดีใจเพราะตระกูลยังขาดรายได้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของพวกเขา

แต่หลังจากที่เข้าใจมิติฟาร์มแล้ว ความกังวลของกรีนก็หายไปจนหมด เหมือนกับแสงแดดที่ส่องผ่านหมอกควันที่ที่ปกคลุมจิตใจของเขาไว้

เจ่าไห่ก็ไม่พูดอะไรต่อ เพราะเขารู้ว่ากรีนนั้นต้องการจะระบายความกังวลในตัวเขาออกมา

ในที่สุดกรีนก็สงบสติของตัวเองได้ “นายน้อยครับ พวกเราสามารถที่จะใช้เงินที่ได้จากการขายหัวไชเท้าเวทย์มนตร์ เพื่อซื้อสิ่งของที่พวกเราต้องการได้ แม้ว่าเรานั้นสามารถที่จะเก็บเกี่ยวผลน้ำมันได้ แต่พวกเขาก็ไม่มีเครื่องสกัดน้ำมันอยู่เลย”

เจ่าไห่พยักหน้า “ผมรู้ครับ ปู่กรีน แต่พวกนั้นเรายังมีปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้รออยู่ ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูร แม้ว่าเราจะมีแผนการที่ดีอย่างไร แต่พวกเราก็ไม่สามารถที่จะซ่อนตัวอยู่ในมิติไปได้ตลอดการพวกเรานั้นต้องออกไปเพื่อพัฒนาพื้นดินของเรา แล้วพวกเราจะจัดการกับสัตว์อสูรด้านนอกอย่างไรดี”

กรีนขมวดคิ้ว เขารู้ดีกว่าเจ่าไห่นั้นพูดถูกต้อง แผนของเขานั้นเป็นเพียงได้แค่อากาศถ้าพวกเขานั้นไม่มีแผนรับมือกับสัตว์อสรูที่บุกมา

เพราะคำถามนั้นคือจะแก้ปัญหานี้อย่างไร มันไม่มีวิธีในการแก้ปัญหาอย่าง่ายๆ แม้ว่ากรีนนั้นจะมั่นใจในทักษะของตัวเอง แต่ก็ไม่อาจสามารถพิชิตบึงซากศพได้ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มันได้ชื่อว่าแดนต้องห้ามทั้งห้า และแม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน

เมื่อเวลาผ่านไป กรีนก็ยังไม่สามารถคิดวิธีการใดๆได้ เขาก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับความใฝ่ฝันในตอนแรกของเขาก็หายวับไปกับตา

เจ่าไห่นั้นก็ยังไม่มีการแก้ปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้ ตอนนี้พวกเขานั้นอ่อนแอและไม่สามารถต้านทานการบุกของสัตว์อสูรได้เลย

เมื่อไปมองไปยังปู่กรีนที่เคร่งเครียด เจ่าไห่จึงแนะนำว่า “ปู่กรีน พวกเรามาดูสถานการณ์ข้างนอกกันก่อน” ก่อนที่เขาจะเรียกขึ้นหน้าจอขึ้นมา แต่ทันใดนั้นตาของเจ่าไห่ก็เบิกกว้างขึ้นมาเพราะจุดสีเขียวบนแผนที่สามมิติ

เจ่าไห่จึงลุกขึ้นยืน กรีนสังเกตุเห็นท่าทางของเขาก่อนจะมองไปยังบนจุดสีเขียวที่ปรากฎขึ้นมา แม้ว่ามันจะไม่มีมากนัก แต่มันก็ไม่เหมือนกับที่เขาตรวจสอบไปก่อนหน้านี้

เมอร์รินั้นจ้องไปบนจอ และเม็กก็ถามขึ้นมาว่า “ทำไมสัตว์อสูรถึงกลับมาอีกล่ะ?”

กรีนจึงพูดขึ้นมา “ตอนที่ฉันกลับมา มันยังไม่มีซอมบี้สัตว์อสูรตัวไหนเลย มีเพียงสัตว์อสูรอยู่รอบๆแดนทมิฬเท่านั้น บางทีพวกมันอาจะไล่ตามฉันมา”

เจ่าไห่พยักหน้าพร้อมกับกดจุดเขียวขึ้นมา ก่อนที่หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นภาพในลานกว้างซึ่งมีสัตว์อสูรอยู๋จำนวนหนึ่ง

“นี้มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกค่ะ นายน้อย” เมอร์รินพูดขึ้นมา “ซอมบี้สัตว์อสูรนั้นจะมีประสาทสัมผัสไว้กับสิ่งมีชีวิต เพราะมันต้องการเนื้อสดๆ ซึ่งเมื่อกรีนเข้ามาในปราสาท พวกซอมบี้เหล่านี้ก็ตามมาด้วย”

เจ่าไห่รู้ว่าเธอนั้นพูดถูกต้อง ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนหน้าจอไปยังห้องนั่งเล่น ที่ซึ่งมีซอมบี้เดินวนไปรอบๆ ซอมบี้สัตว์อสูรนี้นั้นมีรูปร่างเป็นจระเข้ แต่ตัวมันนั้นมีแต่โครงกระดูกสีเขียวเรืองแสง

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ ตอนที่ 48 – ความใฝ่ฝันและวิกฤติ

คัดลอกลิงก์แล้ว