เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 – ชี้นกเป็นนก

ตอนที่ 28 – ชี้นกเป็นนก

ตอนที่ 28 – ชี้นกเป็นนก


เจ่าไห่นั้นเข้าใจมิติฟาร์มของเขาเป็นอย่างดีเลยว่ามันนั้นไม่มีพลังโจมตีหรือพลังป้องกันใดๆเลย สิ่งเดียวที่มันทำได้ในตอนนี้คือ ทำฟาร์มและเป็นที่ซ่อนตัวเท่านั้น

เขานั้นไม่มั่นใจเลยที่จะหาวิธีในการจัดการบึงซากศพโดยใช้มิติฟาร์มของเขา อย่าลืมว่าบึงซากศพนั้นจัดเป็นหนึ่งในห้าของแดนต้องห้ามในทวีป นี้ยังไม่รวมถึงภัยคุกคามจากซอมบี้สัตว์อสูรเลย เมื่อไม่มีกองกำลังใดๆ แล้วเขานั้นจะจัดการกับบึงซากศพนี้ได้อย่างไร

เมื่อห่วงเวลาผ่านไป เจ่าไห่ก็ตัดสินใจว่า ถ้าหากสัตว์อสูรนั้นบุกออกมาจากบึงซากศพจริงๆ เขาจะใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นปราการสุดท้าย และถ้าหากพวกเขาไม่สามารถต้านทานพวกมันได้ พวกเขาจะเข้าไปหลบซ่อนในมิติฟาร์มของเขา ด้วยพื้นทั้งหมดในมิติน่าจะสามารถจุคนทั้งหมดได้

จู่ๆ เจ่าไห่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก เมื่อเขามองออกไปก็รู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาเที่ยงแล้ว ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นเวลาที่พวกทาสนั้นจะกลับมาทานอาหารกลางวัน นอกจากนี้เขายังเป็นเม็ก บล๊อค และร๊อคเดินกลับมาจากข้างนอกด้วย เมื่อทั้ง 3 เป็นเจ่าไห่ พวกเขาก็รีบขึ้นมาหาเขาทันที

“นายน้อย” พวกเขาทั้งสามพูดอย่างพร้อมเพรียงกัน

เจ่าไห่พยักหน้าและยิ้ม “ผมต้องให้พวกเจ้าช่วยจัดการเรื่องบางอย่างให้ข้าหน่อย ในลานกว้างนั้นมีต้นข้าวโพดและซังข้าวโพดเก็บไว้อยู่ บอกพวกทาสว่าถ้าพวกเขารู้สึกหนาวตอนกลางคืน ก็ใช้มันเป็นฟืนเพื่อให้ความร้อนแก่พวกเขา”

เม็กมองอย่างงง “นายน้อย นี้คือข้าวโพดอย่างงั้นเหรอค่ะ?”

“นี้คือข้าวโพดที่ผมปลูกไว้ซึ่งมันจะเป็นผลผลิตหลักสำหรับพวกเราในอนาคต ตัวต้นข้าวโพดและซังข้าวโพดนั้นสามารถใช้เผาไฟได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมได้หารือกับยายเมอร์รินไว้ก่อนจะปลูกข้าวโพดนี้”

ดวงตาของเม็กนั้นเปล่งประกายขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่เจ่าไห่ “นายน้อย ผลผลิตที่ได้จากข้าวโพดนั้นสูงมาใช่ไหมค่ะ”

“ใช่แล้ว” เจ่าไห่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “อย่างแรกช่วยจัดการเก็บพวกนี้ก่อน จากนั้นค่อยมาทานอาหารหลังจากทำเรื่องนี้เสร็จ ซึ่งน่าจะพอดีกับเวลาที่ยายเมอร์รินนั้นเตรียมอาหารเสร็จพอดี”

ทั้งสามเดินหน้าออกไปจากปราสาทอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นเมอร์รินที่เตรียมอาหารอยู่ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากข้างนอกซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเป็นเม็ก จากนั้นเธอก็เรียกเจ่าไห่เข้าไป “นายน้อย อาหารกลางวันพร้อมแล้ว”

เจ่าไห่พยักหน้าก่อนจะเดินไปยังห้องอาหาร ในขณะที่เมอร์รินนั้นกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อนำอาหารของเขาออกมา ในขณะที่นั่งในห้องอาหาร เขาก็รู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นขี้เกียจมากขึ้น ในอดีตนั้นเขาต้องเตรียมอาหาร,ทำความสะอาดบ้าน รวมถึงงานบ้านต่างด้วยตัวเองอีกด้วย

แต่ที่นี้คือทวีปอาร์ค ดินแดนที่เขานั้นกลายเป็นนายน้อยของตระกูลชนชั้นสูง แม้ว่าเขาอยากจะช่วยก็ตาม แต่เขานั้นก็ไม่สามารถช่วยทำได้ด้วยตัวเองตามสถานะของเขาปัจจุบันซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มที่จะกลายเป็นนิสัยเสียของเขาซะแล้วที่ให้คนอื่นมาคอยรับใช้เขา

เมอร์รินนั้นนำถาดอาหารเข้ามาโดยเป็นอาหารที่เรียบง่ายโดยมีเพียงเนื้อสัตว์ ขนมปังและผัก แต่มีเพียงเจ่าไห่เท่านั้นที่ได้ทานเนื้อสัตว์ แม้แต่บล๊อคและร๊อคก็ยังไม่ได้เลย

ถึงแม้ว่าอาหารนี้ดูจะเรียบง่ายแต่มันก็ถูกปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อเจ่าไห่โดยเฉพาะ โดยใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุด ทำให้เขาได้ทานอาหารที่อร่อยที่สุด ที่ปราสาทแห่งนี้เขานั้นเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งหมด ซึ่งมันทำให้เจ่าไห่นั้นรู้ซาบซึ้งอย่างมาก แต่มันก็สร้างความกดดันให้เขาไม่น้อยเช่นกัน

เขานั้นไม่ใช่อดัม บูดาอีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยายเมอร์รินยังปฏิบัติตัวดีกับเขาซึ่งมันยิ่งกลายเป็นความกดดันให้กับเขา คนเหล่านี้ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นศูนย์กลางชีวิตของพวกเขาเอง ซึ่งพูดได้ว่าผมเป็นทางรอดของพวกเขาแม้ว่าตระกูลบูดาจะต้องต่ำลงจนถึงขีดสุดแต่ตราบที่เขานั้นมีชีวิตอยู่ มันก็ยังมีโอกาสที่เขาจะทำให้ตระกูลบูดากลับมารุ่งเรืองอีกครับ และไม่ให้ใครมารังแกตระกูลนี้ได้

แต่เจ่าไห่นั้นก็ไม่สบายใจกับเรื่องนี้ ตัวเขานั้นเป็นศูนย์กลางของคนในตระกูล ซึ่งมีหน้าที่ต้องทำให้ทุกคนในตระกูลนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันที่มากมายยิ่งนัก

เมอร์รินเห็นเจ่าไห่นั้นไม่ทานอาหารและจ้องมันเพียงอย่างเดียว เธอจึงสงสัยว่านายน้อยไม่พอใจในอาหารกลางวันนี้อย่างนั้นหรือ จึงถามออกไป “นายน้อยค่ะ วันนี้อาหารดูไม่น่าทานอย่างงั้นเหรอค่ะ”

เจ่าไห่เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดกับเมอร์ริน “ไม่มีอะไรยายเมอร์ริน อาหารมื้อนี้น่าอร่อยมากครับยาย แต่ผมกลับคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนในปราสาทแห่งนี้สามารถที่จะได้ทานอาหารเช่นนี้บ้าง”

เมื่อเมอร์รินได้ยินเจ่าไห่ตอบมา เธอนั้นรู้สึกเหมือนน้ำตาจะเอ่อล้นออกมา เธอยิ้มให้เจ่าไห่ “ตราบใดที่นายน้อยนั้นยังมีมิตินั้นอยู่ ในไม่ช้าคุณจะสามารถทำเช่นนั้นได้แน่นอน ฉันเชื่อมั่นในตัวของนายน้อย”

เจ่าไห่จึงทำได้เพียงพยักหน้า “ใช่แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว” จากนั้นเม็กและคู่หู่พี่น้องก็เดินเข้ามาเมอร์รินจึงรีบเข้าในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารให้ทั้งสามคน

ทุกคนจึงเริ่มทานอาหารพร้อมกัน ส่วนเจ่าไห่นั้นหันไปเมอร์ริน “ยายเมอร์ริน ช่วงบ่ายผมต้องการให้ใครบางคนนั้นคอยรวบร่วมหินกลับมาด้วย ผมอย่างให้งานนี้เป็นงานที่สำคัญที่สุดก่อน ส่วนพื้นที่ในหุบเขานั้นแค่พาผมไปที่นั้นทุกวันก็พอแล้ว”

หลังจากที่เมอร์รินนั้นเห็นถึงความสามารถของเจ่าไห่ในมิติแล้ว เธอจึงมีความมั่นใจในตัวของเจ่าไห่มาขึ้น เธอจึงพยักหน้าทันทีและพูดว่า “เอาล่ะ บ่ายวันนี้ฉันจะสั่งให้พวกทาสนั้นนำหินกลับมาด้วย นายน้อย ตอนนี้คุณไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”

เจ่าไห่รู้ดีว่าตัวเขานั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก นับตั้งแต่ที่เขานั้นดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่า ตัวเขานั้นอ่อนแอกว่าพวกทาสเสียอีกเมื่อพูดถึงเรื่องของแรงงาน นอกจากนี้เมอร์รินเองก็คงจะไม่อนุญาตให้เขานั้นขนหินอย่างแน่นอน

เมื่อท่านอาหารเที่ยงเสร็จ เขาจึงไปพักผ่อน ส่วนเมอร์รินนั้นก็สั่งให้พวกทาสนั้นขนหินบางส่วนกลับมา แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากกว่าที่เธอนั้นคิดไว้่

พวกเขานั้นมีอุปกรณ์ทำเหมืองแร่ไม่กี่ชิ้น ตอนนี้เขานั้นต้องการที่จะขุดหินดีๆขึ้นมาซักก้อนโดยที่ไม่ให้มันเสียหายมากนัก เพราะหลังจากนั้นพวกเขาต้องใช้มันในการสร้างเป็นอาวุธ

อาวุธที่ทำจากหินนั้นสร้างได้ไม่ยากเย็นนัก แต่คุณก็ไม่สามารถสร้างให้มันมีประสิทธิภาพมากได้เช่นกัน แต่มันก็ยังพอที่จะใช้เป็นหอกหรือค้อนได้

นอกจากนี้พวกเขานั้นต้องการที่จะนำหินบางส่วนนั้นไปซ่อมปราสาทอีกด้วย เจ่าไห่นั้นต้องการที่จะเตรียมพร้อมไว้แต่เนินๆ พวกเขานั้นจำเป็นต้องมีวิธีในการับมือกับซอมบี้สัตว์อสูร เพราะตอนนี้พวกเขานั้นอ่อนแอเกินไป จึงทำได้เพียงใช้ปราสาทในการป้องกันไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาจะไม่มีทางต่อกรพวกมันได้เลย

แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอีกอย่าง แม้ว่าจะมีเหมืองเหล็กอยู่ก็ตาม แต่พวกคนแคระนั้นขุดแร่ส่วนหใญ่ออกไปจนหมดแล้ว ส่งผลให้มีรูเต็มไปหมดทั่วทั้งภูเขาและแม้กระทั่งทะเลสาบใต้ดินดังนั้นการจะหาเหมืองที่ยังมีหินเหลืออยู่นั้นต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง

ในที่สุดเมอร์รินก็พบเหมืองเล็กๆใกล้กับปราสาทที่พอจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่มันก็มีหินที่ใช้การได้ไม่มาก เมอร์รินจึงรู้สึกเสียใจ คนแคระนั้นขุดเหมืองได้อย่างหมดจด จนแทบไม่เหลืออะไรไว้เลย

ในท้ายที่สุดแล้วเมอร์รินจึงกลับมายังปราสาทด้วยความเหนื่อยใจ พวกเขานั้นผลว่าแผนการที่จะใช้อาวุธจากหินนั้นไม่สำเร็จ เนื่องจากพวกเขานั้นไม่มีประสบการณ์ในการขุดหิน และยังมีเครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน รวมทั้งมีหินที่ใช้การได้ไม่มาก เพราะมันถูกนำออกไปหมดแล้ว เมอร์รินจึงบอกกับเจ่าไห่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นแผนการนี้จึงถูกยกเลิก

เจ่าไห่นั้นพักผ่อนในช่วงบ่าย หลังจากที่ร่างกายนั้นเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายและการเดินทางในตอนเช้า เขานั้นหลับลงทันทีหลังจากที่เอนตัวนอนลง

ซึ่งเขานั้นตื่นตอนเมื่อเมอร์รินนั้นกลับมาบอกถึงปัญหาเรื่องหิน มันจึงดูเหมือนว่าพวกเขานั้นไม่มีทางเลือกและรอกรีนกลับมาเพียงอย่างเดียว เมื่อหัวไชเท้าถูกขายออกไป พวกเขาก็พอจะมีเงินเพื่อใช้ในการซื้ออาวุธ

ซึ่งตอนนี้กรีนยังไม่กลับมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งถ้าหากซอมบี้สัตว์อสูรนั้นออกจากบึงซากศพช่วงนี้ละก็ พวกเขาคงทำได้เพียงแค่ไปหลบซ่อนในมิติฟาร์ม

ตอนนี้เจ่าไห่พยายามคิดว่าจะหาทางออกกับปัญหานี้อย่างไรดี ทันใดนั้นเม็กก็วิ่งมาจากข้างนอกด้วยอาการตื่นเต้น “นายน้อย ฉันมีข่าวดีมากบอก!”

เจ่าไห่นั้นสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเม็กจากเมื่อก่อนที่เธอมักจะก้มหน้าไม่สบตาเขา แต่ตอนนี้เธอกับกอดเขาเมื่อเธอนั้นรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆ ซึ่งมันทำให้เธอดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

เมอร์รินจึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอหลาน?”

เม็กยิ้มทันที “คุณยาย มีทาสคนหนึ่งรู้วิธีในการสานพวกวัชพืช ฉันเห็นเขาทอเสื่อ, ผ้าม่าน, และแม้กระทั่งรองเท้าแตะ”

เจ่าไห่นั้นไม่เขาใจ แต่ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายมากขึ้น นี้จะเป็นจุดเปลี่ยน

เขานั้นเคยได้ให้คำสาบานไว้ว่า เขาจะปลดปล่อยพวกทาสเมื่อพวกเขานั้นทำงานหนักและมีความสามารถบางอย่าง แต่พวกทาสเองนั้นก็ไม่กล้าที่จะโชวความสามารถอะไรออกมา และถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำงานหนักมากก็ตาม แต่เจ่าไห่เองก็ยังไม่ค่อยพอ

เจ่าไห่รู้ดีว่าพวกทาสนั้นกลัวที่จะเป็นจุดเด่น ดังนั้นความต้องการที่จะเปลี่ยนสถานะของตัวเองนั้นต้องใช้ระยะเวลา แต่เมื่อมีคนแรกที่แสดงถึงทักษะของพวกเขานั้นหมายความว่ามันจะเป็นแบบอย่างให้กับทาสคนอื่นๆ ทาสพวกนี้ถูกกดขี่มาอย่างยาวนากกว่าที่จะมีความนึกคิดที่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นการที่พวกเขาจะยอมรับกับคำมั่นสัญญาของเจ่าไห่นั้น ต้องใข้เวลาเหมือนกัน

เจ่าไห่นั้นเตรียมแผนการสำหรับเรื่องนี้ไว้อย่างดีแล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกทาสจะทำให้เขาประหลาดใจได้ขนาดนี้

แม้ว่าทาสคนนี้จะมีทักษะที่ทำธรรมดา แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี หลังจากนี้ถ้าทาสคนนี้ต้องการอะไร เขาจะทำให้ราวกับว่าทาสคนนั้นชี้นกก็จะเป็นนก ชี้ไม้ก็จะเป็นไม้

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ ตอนที่ 28 – ชี้นกเป็นนก

คัดลอกลิงก์แล้ว