เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 การเลือกพืชพรรณ

บทที่ 19 การเลือกพืชพรรณ

ตอนที่ 19 – การเลือกพืช


เจ่าไห่พาทุกคนกลับไปที่ปราสาทและเข้าไปในห้องนั่งเล่น

เขาช่วยยายเมอร์รินนั่งลงในขณะที่เม็กนั้นกำลังยืนอยู่ คราวนี้เธอนั้นไม่ได้ก้มหน้าเหมือนทุกครั้งแต่กลับมองไปที่เจ่าไห่

เจ่าไห่นั้นทำหน้านิ่งสงบแต่ในใจของเขานั้นเต้นอย่างรวดเร็วเพราะความรู้สึกของเขาต่อเม็ก แต่มันยังไม่ใช่เวลาที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เขายังมีสิ่งต่างๆอีกมากมายที่ต้องทำมันมีอนาคตของตระกูลบูดาเป็นเดิมพัน

เมอร์รินนั้นเริ่มคุ้นเคยกับการปฎิบัตตัวของเจ่าไห่แล้ว เธอจึงไม่ปฎิเสธที่เขานั้นช่วยเธอนั่ง แต่เธอนั้นดูจะตื่นเต้นซักมากกว่า “นายน้อย พวกเราควรทำอย่างไรต่อไป?”เธอนั้นเริ่มที่จะถามหาความเห็นของเจ่าไห่

“ยายเมอร์รินช่วยหาทาสที่คุ้นเคยกับการทำฟาร์มมาช่วยงานในแปลงเพาะใหม่หน่อย และช่วยถามพวกเขาด้วยว่าพวกเราควรปลูกพืชอะไรดี โอ้ว!! พวกเรามีเมล็ดพืชพอไหม?”

เมอร์รินพยักหน้า “นายน้อยพวกเรามีเมล็ดพืชหลากหลายชนิด เพียงแต่ว่าเมล็ดพืชเหล่านัั้นเป็นเพียงธัญพืชหรือผักธรรมดาทั่วไป แล้วสิ่งที่เรานำมานั้นส่วนใหญ่เหมาะที่จะปลูกบนภูเขา ซึ่งหากใช้ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้เกรงว่ามันจะเป็นการเสียโอกาสมากกว่า”

เจ่าไห่ครุ่นคิดอย่างซักพักก่อนที่จะตัดสินใจถามว่า “ยายเมอร์รินในช่วงที่อากาศหนาวนั้นพวกเราใช้อะไรในการก่อไฟเพื่อทำอาหารและให้ความอบอุ่นอย่างนั้นเหรอครับ?”

เมอร์รินนั้นตอบอย่างไม่สะทกสะท้านเลยว่า “นายน้อยแม้ว่าเราจะมีเตาพิงเวทย์มนตร์หนึ่งชนิดจากที่เราซื้อมา แต่ตระกูลเราก็ไม่ได้ซื้อของที่หรูหรามา ตอนนี้พวกเรานั้นใช้ไม้ที่ตายแล้วไม่ก็พวกวัชพืชที่เติบโตบนภูเขาเพื่อที่จะความอบอุ่นและทำอาหาร”

เพราะเมอร์รินและกรีนนั้นเคยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่ชนชั้นสูงกับตระกูลบูดาทำให้พวกเขานั้นไม่อาจตระเตรียมสิ่งของต่างๆได้อย่างเพียบพร้อม แต่อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นไม่รู้ว่ามนจีนนั้นมีคำพูดอยู่ 7คำที่สำคัญคือฟืน, ข้าว, น้ำมัน, เกลือ, ซอส, น้ำส้มสายชูและน้ำชา

เจ็ดสิ่งนั้นเป็นสิ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชีวิตของผู้คน มันจึงจัดได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ซึ่งฟืนคืออันดับแรก เพราะเธอนั้นใช้ชีวิตรวมกับคนชนชั้นสูง ถึงแม้ว่าเธอจะนำสิ่งจำเป็นอื่นๆมามากมาย แต่เธอกลับไม่ได้เตรียมสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ฟืน

แม้ว่าเมอร์รินนั้นเคยได้ยินคำกล่าวว่าแดนทมิฬนั้นเป็นดินแดนที่แห้งแล้ง แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่ามันจะแห้งแล้งจนกระทั่งที่วัชพืชยังไม่สามารถเติบโตขึ้นมาได้ ในทวีปอาร์คนั้นประชาการส่วนใหญ่นั้นไม่มีความจำเป็นที่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องฟืน เพราะคนรวยหรือขุนนางต่างนั้นจะใช้ถ่านหรือเตาเวทย์มนตร์ และแม้กระทั่งคนยากจนยังสามารถหาฟืนมาใช้ได้อย่างง่ายได้ แต่ในแดนทมิฬนั้นการจะหาต้นไม้ซักต้นเป็นเรื่องที่ยากมาก จะมีก็เพียงต้นไม้เล็กๆและวัชพืชไม่กี่ต้น ส่วนอื่นๆก็ไม่อาจนำมาใช้ได้ แม้ว่าเธอนั้นคิดมาเตรียมตัวมาพอ แต่ในทวีปนั้นฟืนจัดว่าเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญเธอจึงพลาดเรื่องนี้ไป

เมอร์รินเห็นเจ่าไห่ไม่ได้ตอบอะไรกับมาจึงถามขึ้นว่า “นายน้อย คุณคุิดว่าพวกเราจะเพาะปลูกพืชอะไรในพื้นที่แปลงใหม่นั้น?”

เจ่าไห่กำลังคิดถึงเรื่องนี้ ในมิติฟาร์มนั้นเขามีเมล็ดพืชอยู่จำนวนหนึ่งที่เหมาะกับการเพาะปลูกนั้นก็คือข้าวสาลีและผักกว้างตุ้งจีน ถึงแม้ว่าพวกมันจะให้ผลิตที่ดี แต่พวกมันไม่สามารถที่จะนำมาเป็นฟืนได้ดังนั้นเขาไม่ต้องการที่จะปลูกมันในตอนนี้ นี้ไม่ได้เกี่ยวพันเพียงแค่เขาเป็นคนเดียว เขาจำเป็นที่จะต้องคิดว่าทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาของตระกูลบูดาได้ด้วย

เจ่าไห่จึงเหลือเพียงหนึ่งทางเลือกนั้นคือ ข้าวโพด!

สำหรับเขา ข้าวโพดเป็นพืชที่คุ้นเคยอย่างดี แม้ว่าเขานั้นจะไม่เคยปลูกเองก็ตาม แต่ในอดีตนั้นเมืองที่เขาเคยอยู่นั้นมีการปลูกข้าวโพดเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าผลิตของข้าวโพดนั้นจะไม่สูงมากแต่ต้นข้าวโพดนั้นสามารถใช้ทำเป็นฟืนเพื่อใช้ในฤดูหนาวได้

แต่ในตอนนี้เขานั้นมีเมล็ดข้าวโพดที่จะปลูกได้เพียง 2 มู่ แต่พื้นที่ที่เขาได้ทำการปรับปรุงไปนั้นมีขนาดถึง 10 มู่ เขาตังมีเมล็ดข้าวโพดไม่เพียงพอ

เจ่านั้นนั้นคิดถึงสิ่งที่เขามีในมิติฟาร์ม เขามี 200 เหรียญทอง (ซึ่งไม่สามารถใช้ภายนอก) เมล็ดหญ้า 6 ถุง (สามารถปลูกได้ 6 มู่) เมล็ดผักกวางตุ้งอีก 2 ถุง (สามารถปลูกได้ 2 มู่), เมล็ดข้าวสาลี 2 ถุง (สามารถปลูกได้ 2 มู่) เมล็ดข้าวโพด 2 ถุง (สามารถปลูกได้ 2 มู่) และยุ้งข้าวที่เต็มไปด้วยหัวไชเท้าที่โตเต็มที่ซึ่งสามารถขายได้ในมิติฟาร์มซึ่งจะได้เงินประมาณ 500 เหรียญทอง ซึ่งน่าเดียวดายที่เขายังไม่สามารถนำเงินออกมาจากมิติฟาร์มได้

นอกจากนี้แล้วเขายังสามารถที่จะขยายพื้นที่ได้อีก 2 มู่ พื้นที่ 2 มู่ แต่เขานั้นจำเป็นต้องใช้เงินถึง 200 เหรียญทองซึ่งในตอนนี้เขามีเงินไม่พอ

เมอร์รินขมวดคิ้วมองไปที่เจ่าไห่ เธอนั้นไม่พูดอะไรออกมา เธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะรบกวนความคิดของเจ่าไห่ เธอได้เพียงแต่หวังว่านายน้อยนั้นจะสามารถที่จะสร้างปราฎิหาริย์ขึ้นมาอีกครั้ง

เม็กที่กำลังยืนมองเจ่าไห่ เธอนั้นรู้สึกว่าภาพเจ่าไห่ที่กำลังครุ่นคิดสิ่งต่างนั้นเป็นภาพที่น่าหลงไหลอย่างยิ่ง

เจ่าไห่เอามือประสานกันก่อนจะติดสินใจว่า “ยายเมอร์รินพรุ่งนี้เจอกันที่แปลงเพาะปลูกใหม่ ตอนนี้คุณช่วยจัดการเรื่องต่างที่เหมืองและหาคนมาทำงานด้วยกัน ผมของตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ” จากนั้นเจ่าไห่ก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้อง

เมอร์รินนั้นไม่รู้ว่าเจ่าไห่จะหาทางได้หรือไม่ แต่เขานั้นเริ่มที่จะมีความน่าเชื่อถือและยังได้ความสามารถที่เธอเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงอย่างเดียวคือเลือกที่จะเชื่อในตัวของเจ่าไห่

เม็กจึงตามเมอร์รินไปจัดการเรื่องต่างๆ เพราะสิ่งต่างๆนั้นมันวุ่นวายอย่างมาก เมอร์รินนั้นไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว

บล๊อคและร๊อคนั้นเดินตามเจ่าไห่ที่กำลังรีบกลับห้องของเขาเพื่อที่จะไปยังมิติฟาร์ม ในมิติฟาร์มนั้นก็คงยังมีสภาพเหมือนเดิมทำให้เจ่าไห่รู้สึกโล่งอก หลังจากที่เขาปรับปรุงดินในแดนทมิฬแล้ว ในความคิดของเขานั้นคิดว่าปริมาณดินสเปเทียลและน้ำสเปเทียลนั้นจะลดลง แต่สิ่งที่เขาเห็นั้นคือภาพเดิมก่อนที่จะปรับปรุงดิน

ถ้าหากเขาสามารถปรับปรุงพื้นดินทั้งหมดนั้น มันจะมีประโยชน์สำหรับเขาอย่างมา แม้ว่ามิติฟาร์มของเขาจะหายไป แต่เขาก็จะไม่อดตาย แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น การมีอยู่ของมิตินั้นจำเป็นสำหรับการพัฒนาแดนทมิฬแห่งนี้

เจ่าไห่มองไปที่หัวไชเท้าในพื้นดิน เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะโตเต็มที่ เขาก็ตัดสินใจ เขากระซิบออกมา “ขายหัวไชเท้าในยุ้งฉางทั้งหมด”

เสียงสะท้อน [คุณแน่ใจหรือว่าต้องการที่จะขายผลผลิตในยุ้งฉาง?]

“ใช่”

จากนั้นก็มีเสียงสีตอบกลับ [หัวไชเท้าในยุ้งฉางทั้งหมดได้ทำการขายเรียบร้อยแล้ว เงินจำนวน 500 เหรียญทองจะถูกเก็บเขาไปยังกระเป๋าเงินของคุณ] [คุณไม่มีผลผลิตใดๆในยุ้งฉ้างแล้ว โปรดพยายามในการเพาะปลูกให้มากขึ้นด้วย]

มันยังเร็วเกินไปที่จะทดสอบว่าหัวไชเท้าเหล่านั้นสามารถที่จะให้เมล็ดได้หรือไม่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องกากมาที่สุดคือเงินและสิ่งจำเป็นอื่นๆ การทดสอบนี้สามารถทำที่หลังก็ได้

ตอนนี้เจ่าไห่มีเงินอยู่ 700 เหรียญทอง, เมล็ดหญ้า 6 ถุง, เมล้ดกว้างตุ้นจีน 2 ถุง, เมล็ดข้าวสาลี 2 ถุงและเมล็ดข้าวโพด 2 ถุง หลังจากคำนวณสิ่งต่างแล้วเจ่าไห่ก็กล่าวทันทีว่า “ขยายพื้นที่”

จึงมีเสียงสะท้อนกลับมา [การขยายพื้นที่นั้นระบบต้องการ Lv 3 และเงินจำนวน 200 เหรียญทอง คุณได้ทำตามความต้องการของระบบ คุณต้องการขยายพื้นที่ทันทีหรือไม่?]

“ใช่” ตอนนั้นเองก็มีหมอกขึ้นมาปกคลุมบนพื้นดิน ก่อนที่จะกลับสู่สภาพเดิมพวกกับพื้นที่เพิ่มอีก 2 มู่ เจ่าไห่จึงสั่งต่อทันทีว่า “ทำการเตรียมดินและเพราะปลูกเมล็ดข้าวโพด”

จากนั้นถุงเมล็ดพืช, พลั่วและถังน้ำก็ออกไปทำงานด้วยกันอย่างสามัคคีในพื้นที่ใหม่อีก 2 มู่นั้น เจ่าไห่ตระหนักได้ถึงประโยชน์ของข้าวโพด เขาจึงใช้พื้นที่ที่ได้รับมาใหม่มาปลูกข้าวโพด เมื่อข้าวโพดนั้นโตเต็มที่ นอกจากที่เขานั้นยังได้เมล็ดข้าวโพดที่เพิ่มขึ้น เขายังได้ต้นข้าวโพดมาใช้สำหรับทำฟืนด้วย

พื้นที่เพียง 1 มู่นั้นสามารถที่จะปลูกได้ถึงข้าวโพด 1.5 ตัน และนอกจากนี้เขายังได้เมล็ดข้าวโพดอีกจำนวนมา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีพื้ชปลูกเพียงพอ มันช่างเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

เจ่านั้นนั้นหลังเพียงแค่ว่าข้าวโพดในมิตินั้นจะมีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าโลกในอดีตของเขาถ้าหากเขามีเมล็ดข้าวโพดมากพอที่จะนำไปปลูกข้างนอกได้ เขาก็จะสามารถแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้ ในขณะที่เขายังสามารถสร้างเงินจากหัวไชเท้า และมีฟืนให้ใช้จากข้าวโพดที่โตแล้ว นี้จะเป็นรากฐานให้กับตระกูลบูดาในอนาคต

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 19 การเลือกพืชพรรณ

คัดลอกลิงก์แล้ว