เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เลเวลอัป

บทที่ 15 เลเวลอัป

ตอนที่ 015 – Level Up


เจ่าไห่นั้นไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นทำให้เมอร์รินนั้นถึงขั้นพูดไม่ออก เมอร์รินที่เป็นนักเวทย์น้ำระดับ 8 คนนั้นแหละ

ในทวีปอาร์คนั้นนักเวทย์จะแบ่งออกได้ 10 ขั้นโดยในสามขั้นแรกจะถือว่านักเวทย์ฝึกหัดส่วนขั้นที่ 4 และ 5 จัดว่าเป็นนักเวทย์ขั้นต้นส่วนระดับ 6 และ 7 นั้นคือนักเวทย์ขั้นกลางส่วนระดับ 8 และ 9 ซึ่งหาได้ยากนั้นจัดเป็นนักเวทย์ขั้นสูง ซึ่งระดับสุดท้ายนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าขานในตำนาน ผู้ซึ่งมีพลังระดับพระเจ้า

แต่การจะเป็นนักเวทย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะขั้นแรกผู้นั้นต้องมีพรสวรรค์ของนักเวทย์มาตั้งแต่เกิดนอกจากนี้ยังต้องสามารถที่จะปลุกพลังนั้นให้ตื่นขึ้นมาได้ด้วย นอกจากนี้ในนักเวทย์ 10 คนจะมี 5 คนที่จะเป็นได้แค่นักเวทย์ฝึกหัดไปตลอดชีวิต ส่วน 3 ใน 5 คนของที่เหลือจะสามารถเป็นนักเวทย์ขั้นต้น ส่วนอีกสองคนที่เหลือถึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักเวทย์ขั้นกลางก่อนที่เขาจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะมีเพียง 1 ใน 100 คนเท่านั้นที่จะมีพรสวรรค์มากพอที่จะได้กลายเป็นนักเวทย์ขั้นสูง ซึ่งถ้าหากเทียบจำนวนคนที่ได้นักเวทย์กับจำนวนคนที่มีพรสวรรค์ของนักเวทย์แล้ว อัตราะส่วนนั้นก็ยังสูงถึง 1 ต่อ 10,000 คนซึ่งเป็นอัตราส่วนที่น่าตกใจ

ดังนั้นนักเวทย์ในทวีปที่ว่ามีน้อยแล้ว นักเวทย์ขั้นกลางนั้นมีน้อยยิ่งกว่า ซึ่งสำหรับเมอร์รินที่เป็นนักเวทย์ระดับ 8 ซึ่งเป็นนักเวทย์ระดับสูงนั้นจัดได้ว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติในทุกประเทศๆ แต่อย่างไรก็ตามทั้งเมอร์รินและกรีนนั้นเกิดในตระกูลบูดา ในหัวใจของพวกเขานั้นมีความหวังเดียวคือการกอบกู้ตระกูล ซึ่งนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมกษัตริย์ของจักรวรรดิอาร์ซูไม่กำจัดคนของตระกูลบูดาจนหมดสิ้น แต่เพียงแค่ขับไล่ออกไป

ซึ่งนักเวทย์ระดับสูงอย่างเมอร์รินนั้นจะสามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงพลังเวทย์โดยรอบอย่างว่องไว ตราบใดที่มีคนใช้เวทย์ในรัศมี 1 กิโลเมตรพวกเขาจะสามารถรับรู้ได้

ซึ่งในทวีปอาร์คนั้นมีเวทย์อย่างหนึ่งที่จะสามารถใช้เก็บสิ่งของได้นั้นคือเวทย์มิติ ถ้าหากมีคน 1 ใน 10,000 คนสามารถเรียนเวทย์มนตร์ได้ จะมีเพียง 1 ใน ล้านคนที่สามารถเรียนเวทย์มิติได้ ในทวีปตอนนี้นั้นมีนักเวทย์มิติเพียงไม่กี่คน นอกจากนี้พวกเขายังเป็นนักเวทย์ที่มีระดับไม่สูงมากนักทำให้ไม่สามารถที่จะสร้างมิติเป็นของตัวเองได้

แม้ว่าในปัจจุบันในทวีปอาร์คนั้นจะสามารถสร้างอุปกรณ์มิติที่ใช้ในการเก็บสิ่งของต่างๆได้แต่ก็จำเป็นต้องใช้นักเวทย์มิติในการสร้าง โดยใช้พลังของนักเวทย์มิติในการสร้างมิติจากนั้นต้องใช้วัสดุขั้นสูงร่วมทั้งเวทย์ต่างๆอีกมากมายเพื่อที่จะผนึกเข้ากับสิ่งของนั้น เพียงเพื่อที่จะสร้างอุปกรณ์มิติหนึ่งชิ้น ซึ่งต้องใช้นักเวทย์ระดับกลางขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถสร้างอุปกรณ์มิติได้ และโดยมากแล้วนักเวทย์พวกนี้จะสามารถสร้างอุปกรณ์มิติได้มากสุด 5 ชิ้นในช่วงชีวิตของเขา ทำให้อุปกรณ์มิตินั้นมีความพิเศษและถือได้ว่าเป็นสิ่งล้ำค่าอย่างมาก

นอกจากนี้เมอร์รินยังแน่ใจด้วยว่าในตระกูลนั้นไม่มีอุปกรณ์มิติ ซึ่งพูดได้ว่านี้คือความสามารถของเจ่าไห่ เพราะเจ่าไห่นั้นได้ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าซึ่งทำให้เขาใช้พลังเวทย์และพลังฉีได้ ซึ่งทำให้รู้ว่าเจ่าไห่นั้นไม่มีทางเป็นนักเวทย์มิติได้รวมกับการที่เมอร์รินนั้นไม่สามารถตรวจจับการใช้เวทย์ได้เลยแม้แต่น้อย แต่บอลน้ำที่เธอสร้างขึ้นกลับหายไปได้

ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติ มันจะมีสองกรณีคือหนึ่งเจ่าไห่นั้นมีพลังเวทย์ที่สูงกว่าเมอร์ริน ส่วนอีกอย่างคือเจ่าไห่มีความสามารถในการปกปิดเวทย์ของตัวเอง แต่ความเป็นไปได้นั้นใช้กับเจ่าไห่ที่ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าซึ่งไม่สามารถดึงพลังเวทย์ได้

เมื่อเจ่าไห่มองไปยังเมอร์รินและเห็นใบหน้าของเธอ ทำให้เขาอดขำไม่ได้ก่อนที่จะบอกว่า “ยายเมอร์รินไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นก็ได้ อีกไม่กี่วันนี้ผมจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น นี้เป็นพลังที่สวรรค์นั้นมอบให้กับผม”

เมอร์รินทำได้เพียงแค่พยักหน้าและไม่ถามอะไรอีกตราบเท่าที่มันไม่มีอันตรายต่อเจ่าไห่ นอกจากนี้ความสามารถนี้มีแต่จะสร้างประโยชน์ให้แก่เจ่าไห่

เจ่าไห่นั้นเมื่อมาดูพื้นแล้วและตรวจสอบอย่างละเอียดว่าคงจะไม่มีอะไรแล้วจึงบอกเมอร์ริน “ยายเมอร์ริน พวกเรากลับกันเถอะ เมื่อปู่กรีนกลับมา เราจะได้เริ่มงานตามแผนกัน”

เมอร์รินพยักหน้าก่อนตอบกลับ “นายน้อยได้โปรดกลับไปก่อน ไม่ต้องห่วงทางนี้ดิฉันและเม็กจะเป็นคนดูแลเอง”

เจ่าไห่ยิ้มและกล่าวว่า “งั้นไม่เป็นไร ยายเมอร์ริน คุณไม่ควรจะหักโหมมากนัก ปล่อยให้ทาสจัดการเรื่องนี้เองเถอะ ยายและเม็กไม่ต้องช่วยทำก็ได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่เรื่องที่รีบร้อนมาก เพราะเรามีเวลาทำความสะอาดได้นานจนกว่าปู่กรีนจะกลับมา”

เมอร์รินขานรับ “นายน้อยคุณเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนพร้อมที่จะดูแลคนอื่นแล้ว นายน้อยไม่ต้องเป็นห่วง ยายแก่คนนี้ยังไหวอยู่ นายน้อยโปรดกลับไปยังปราสาทก่อน เด๋วดิฉันจะตามไปเตรียมอาหารให้นายน้อย”

เจ่าไห่ยิ้ม “ได้ครับ ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวก่อน” เมื่อพูดเสร็จเขาก็เดินจากไปพร้มกับบล๊อคและร๊อคที่ติดตามอย่างใกล้ชิด

เมอร์รินจ้องไปยังภาพที่เจ่าไห่นั้นกำลังเดินจากไป “นายท่านใหญ่ โปรดอวยพรให้ตระกูลของเราด้วย ฉันไม่เคยเชื่อเลยว่านายน้อยจะมีความสามารถขนาดนี้ ตระกูลบูดายังมีความหวังที่จะฟื้นฟูตระกูล”

เจ่าไห่กับสองพี่น้องเมื่อกลับมายังปราสาทก็เข้าไปในห้องของตัวเองทันทีเพื่อที่จะตรวจสอบดินดำจากแดนทมิฬและน้ำจากอุโมงค์

เมื่ออยู่ในห้องพัก เจ่าไห่กล่าวว่า “บล๊อค ร๊อค พวกเจ้าไม่ต้องตามข้ามา คอยอยู่ตรงนี้ ถ้ายายเมอร์รินกลับมา พวกเจ้าก็บอกว่าข้ากำลังพักผ่อนเข้าใจไหม”

เจ่าไห่นั้นต้องการจะทดสอบว่าคราวนี้ทั้งสองจะเชื่อฟังคำสั่งเขาหรือไม่เพราะเมื่อเขาพาทั้งสองไปยังมิติฟาร์มแล้ว เขารู้สึกว่าทัศนคติของพวกเขาเปลี่ยนไปมากและปฏิบัติตัวกับเขาด้วยความเคารพ นอกจากนี้เขายังรู้สึกทั้งสองนั้นเชื่อฟังเขาอย่างมาก แต่เขาก็ต้องการจะทดสอบเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าพวกเขาจะรออยู่ตรงนี้หรือไม่

ซึ่งมันน่าเหลือเชื่อมากที่พวกเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะโค้งคำนับ “ได้ครับนายน้อย”  ทั้งสองนั้นเดินออกไปแล้วปิดประตูก่อนที่จะทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูอย่างแข็งขัน

เจ่าไห่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าพวกเขาจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงไปยังมิติฟาร์มในทันที

เมื่อเข้าไปในฟาร์ม เจ่าไห่ก็คิดถึงดินดำที่เก็บมา จากนั้นมันก็ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าเขาโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยก่อนที่จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมา “ค้นพบวัตถุชนิดใหม่ ดินดำ ตัวดินประกอบไปด้วยสารอันตรายจำนวนมาก สามารถใช้ดินสเปเทียลหรือน้ำสเปเทียลในการปรับปรุงคุณภาพได้ โดยแต่ละวันสามารถปรับปรุงได้ 10 ไร่ จากการค้นพบนี้ทำให้ฟาร์ม Lv up ปัจุบัน Lv : 3 ของขวัญจากระบบ ถุงเมล็ดข้าวโพด 2 ถุง แต่ละถุงปลูกได้ 1 ไร่ สามารถนำออกไปยังนอกมิติได้ เนื่องจากพบดินชนิดใหม่ ดินสเปเทียลมี Lv เพิ่มขึ้นเป็น Lv : 2 ช่วนเพิ่มการเจริญเติบโตของพืชเพิ่มขึ้นเป็น 11 เท่า”

เจ่าไห่นั้นตะลึงไม่ช่วงขณะก่อนที่จะรู้สึกดีใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่า Lv ของฟาร์มจะเพิ่มขึ้นแบบนี้ ซึ่งมันดีมากที่ได้เมล็ดข้าวโพดมาปลูกฟรีๆถึง 2 ไร่ ข้าวโพดนั้นจัดได้มาเป็นพืชที่มีผลผลิตที่สูง ซึ่งหากเขาใช้พื้นที่ทั้งหมดในมิติเขาจะสามารถกำจัดปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารได้ทันที แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือดินดำนั้นสามารถที่จะปรับปรุงได้โดยดินสเปเทียลและน้ำสเปเทียลซึ่งเป็นข่าวที่ดีมาก

ถึงแม้ว่ามันตะสามารถปรับปรุงพื้นได้แค่ 10 ไร่ต่อวันแต่ก็ดีกว่าไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าตอนนี้มิติฟาร์มจะเพิ่มมาจนถึง Lv : 3 แต่ก็ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มให้ ใครจะรู้ว่าเหมือนไหร่จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ในขณะที่เขากำลังคิดนั้นเองก็มีการแจ้งเตือนขึ้นมาใหม่ “คุณต้องการพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นหรือไม่? การขยายพื้นที่นั้นจำเป็นต้องมี Lv : 3 และเงินจำนวน 200 เหรียญทอง ขยายได้ 2 ไร่ ความต้องการขั้นถัดไปในการขยายพื้นที่คือ Lv : 5 และมีเงินจำนวน 500 เหรียญทอง”

เจ่าไห่นั้นรู้สึกดีใจที่สามารถขยายพื้นที่ได้ แต่มันก็สร้างความหนักใจใหม่ให้ เพราะถ้าหากเขาเลือกที่จะขยายพื้นที่แล้วเขาก็จะไม่มีเงินไว้สำหรับซื้อเมล็ดพืชได้ แต่ถ้าหากจะให้เขาขายหัวไชเท้าเขาก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก และถ้าหากเขาปลูกข้าวโพดและขายให้กับตัวมิติเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่คุ้มนัก ซึ่งคำถามคือจะทำอย่างไรดี

เจ่าไห่นั้นยังไม่ได้ขยายพื้นที่ในทันทีแต่เขาเลือกที่จะหยิบถุงเมล็ดข้าวโพดออกมา เจ่าไห่นั้นค่อยๆเปิดถุงออกอย่างระมัดระวังก่อนที่จะเทมันลงบนฝ่ามือซึ่งเป็นเมล็ดสีทองขนาดใหญ่ แค่มองแว่วเดียวเขาก็บอกได้เลยว่าเป็นเมล็ดพืชคุณภาพสูงซึ่งหากมันไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ละก็มันคงจะมีรสอร่อยมาก

ทันใดนั้นเจ่าไห่ก็ตบหัวัวก่อนก่อนนึกขึ้นได้ว่า “ใช่แล้วเราลืมไปได้ยังไง ว่าพืชทุกชนิดนั้นสามารถขยายพันธุ์ได้เองแม้กระทั่ง หัวไชเท้า ฉันสงสัยจริงๆว่าหัวไชเท้าของมิติสามารถสร้างเมล็ดพันธุ์ด้วยตัวเองได้หรือป่าว? ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ ข้าก็ไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์อีกต่อไป ฮ่าๆๆๆ”

เจ่าไห่จึงเก็บเมล็ดข้าวโพดของเขาโดยที่ยังไม่ปลูกมัน แต่มองไปยังหัวไชเท้าที่อยู๋ในไร่ เขาไม่รู้ว่าพืชที่อยู่ในมิติสามารถมีเมล็ดพันธุ์ได้เองหรือป่าว เพราะถ้าเป็นในเกมนั้นมันไม่สามารถทำได้ซึ่งนั้นจะเป็นปัญหาสำหรับเขา ดังนั้นเขาเลือกที่รอก่อนซักพัก จนกระทั่งหัวไชเท้านั้นโตเต็มที่ซึ่งถ้าหากมันสามารถสร้างเมล็ดได้เขาก็จะขยายพื้นที่ทันที แต่ถ้าไม่ได้ เขาก็ต้องมานั่งวางแผนกันใหม่

เจ่าไห่นั้นไม่ได้รีบร้อนที่จะขยายพื้นที่แต่กลับเรียกบอลน้ำออกมา เมื่อบอลน้ำออกมันยังคงรูปร่างของมันไว้เหมือนเดิม นี้ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของเจ่าไห่ ซึ่งเขาไม่สามารถทำอย่างนี้ได้นอกมิติฟาร์มแห่งนี้

เมื่อบอลน้ำออกมาก็มีการแจ้งเตือนขึ้นมา “ค้นพบวัตถุชนิดใหม่ น้ำจากทะเลสาบใต้ดิน เป็นน้ำจากธรรมชาติ สามารถใช้น้ำสเปเทียลเพิ่มสารอาหารได้” จากการค้นพบนี้ทำให้ฟาร์ม Lv up ปัจจุบัน Lv : 4 รางวัลจากระบบถุงเมล็ดข้าวสาลี 2 ถุง แต่ละถุงปลูกได้ 1 ไร่ วัตถุชนิดใหม่เป็นน้ำ น้ำสเปเทียล Lv เพิ่มขึ้นเป็น Lv : 2 ช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของพืขเป็น 11 เท่า”

เมื่อได้เจ่าไห่ได้รับการแจ้งเตือนแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมาดังลั่น ช่างโชคดีจริงๆ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เอา 2 สิ่งนี้เข้ามาในมิติจะทำให้มิติฟาร์มนั้น Lv up ถึงสองครั้ง แถมยังได้เมล็ดพืช 4 ถุงและยังเพิ่ม Lv ให้ทั้งดินสเปเทียลและน้ำสเปเทียลนี้มันโคตรน่าเหลือเชื่อเลยจริงๆ

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 15 เลเวลอัป

คัดลอกลิงก์แล้ว