เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ความหวัง

บทที่ 10 ความหวัง

ตอนที่ 010 – ความหวัง


เจ่าไห่นั้นรู้สึกสงบใจได้เมื่อดวงอาทิตย์นั้นขึ้นจากขอบฟ้าสาดแสงสีทองเต็มผืนฟ้า นี้คือดวงอาทิตย์ขึ้นครั้งแรกที่เขาเห็นในโลกแห่งนี้ ทัศนียภาพอันงดงามทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและยังให้ความรู้สึกราวกับเป็นวีรบุรษผู้ยิ่งใหญ่

เมื่อเจ่าไห่มองไปรอบก็พบกับกรีนและคนอื่นๆอยู่บริเวณด้านล่างของกำแพงพร้อมกับทาสอีก 100 คน ซึ่งดูเหมือนว่าทาสเหล่านี้จะได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีครึ่งหนึ่งเป็นชายส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นหญิงซึ่งดูแข็งแรงไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ พวกเขานั้นแต่งตัวอย่างเรียบร้อยแม้กระทั่งเสื้อผ้าของพวกเขา มีเพียงผู้ชายเท่านั้นมีมีตราอยู่บนหน้าผากซึ่งเป็นสัญลักษณ์มังกรคลั่งอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลบูดาซึ่งได้แรงบันดาลใจมากจากวิธีการฝึกพลังฉีมังกรคลั่งที่สืบทอดกันมาในตระกูล

กรีนเห็นเจ่าไห่มองมายังพวกเขา จึงรีบทำความเคารพ “นายน้อย ชื่อเสียงของตระกูลบูดาจะต้องกว้างไกลตราบเท่าที่แสงอาทิตย์จะสาดส่องของให้นายน้อยโปรดสั่งพวกเรา” เมื่อกรีนพูดจบ ทาสทุกคนก็คุกเข่าและเอาหัวแตะพื้นเพื่อทำความเคารพโดยที่ไม่มีใครกล้าจะมองไปยังเจ่าไห่

ในโลกที่เจ่าไห่อยู่นั้น เขาเป็นเพียงเด็กเนิร์ด ซึ่งเมื่อเห็นฉากแบบนี้ทำให้เขาตะลึงและสับสนจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

เมื่อผ่านไปสักพักเจ่าไห่ก็ตั้งสติได้และมองไปที่กรีนและคนอื่นๆที่ทำความเคารพเขา “ปู่กรีนและทุกคนโปรดยืนขึ้น  พวกเราได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่ไม่มีอะไรเลย ดินที่ไม่สร้างปลูกอะไรได้ ภูเขาที่ไม่มีแร่ให้ทำเหมือง สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้มีเพียงปราสาทเก่าให้เราอาศัยและพวกเรา ในตอนนี้พวกเราบางคนมีชื่อบูดา บางคนมีตราของตระกูลบูดาประทับอยู่ ไม่ว่าพวกเจ้าจะเต็มใจหรือไม่ ต่อไปนี้พวกเจ้าคือคนของตระกูลบูดา ตระกูลบูดาต้องการพวกเจ้า หากตระกูลล้มสลาย เจ้าก็จะหายไปด้วย นี้คือความจริงที่ต้องเผชิญหน้ากับมัน ใช้ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรเลยนอกจากมือสองข้าง ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนถูกสร้างด้วยน้ำมือของมนุษย์ ด้วยน้ำมือของเรา พวกเราจะต้องไม่อดตาย พวกเราจะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเจ้าส่วนใหญ่เป็นทาส พวกเจ้าเชื่อว่าชีวิตที่ขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับพวกเจ้า เพราะว่าต่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร พวกเจ้าก็เป็นเพียงแค่ทาส แต่ในวันนี้ที่ข้าจะบอกคือ หากเจ้าทำงานอย่างหนัก ลูกของพวกเจ้าจะไม่ต้องเป็นทาส ซักวันที่พวกเขาเหล่านั้นได้มาเป็นทหารของตระกูล พวกเขาจะกลายเป็นนักรับที่รุ่งโรจน์ให้แก่ตระกูล ถ้าพวกเขามีความสามารถก็อาจได้เป็นอัศวิน หรือขุนนาง ดังนั้นข้าของให้พวกเจ้าทำให้ดีที่สุด และข้าก็จะตอบแทนพวกเจ้าอย่างดีที่สุด ตราบเท่าที่เจ้าให้หยาดเหงื่อแรงกายกับตระกูล ข้า อดัม บูดาขอสัญสาบานด้วยเกียรติของตระกูล ว่าข้าจะทำตามสัญญาที่ลั่นวาจาไว้ในวันนี้!”

เกิดเสียงพูดคุยระงมกันในหมู่ทาส ก่อนที่พวกทาสจะถูกซื้อมานั้น พวกเขาจะได้รับการอบรมมาแล้วว่าเมื่อเจ้านายให้คำสั่งใดๆ พวกเขาจะต้องตั้งใจรับคำสั่งอย่างตั้งใจ แม้แต่เจ้านายเหล่านั้นจะตดออกมาก็ต้องอดทนไม่สร้างความวุ่นวาย

แต่คำพูดของเจ่าไห่นั้นสร้างความตกใจอย่างมากให้กับพวกทาสเพราะไม่มีขุนนางคนใดในทวีปที่จะให้โอกาสทาสนั้นกลายเป็นสามัญชน ถ้าคุณเป็นทาสแล้ว คุณจะกลายเป็นทาสตลอดไปแม้กระทั่งลูกหลานของพวกเขา

ถ้าหากเจ่าไห่พูดเพียงแค่อย่างเดียว พวกเขาก็คงไม่เชื่อ แต่เจ่าไห่นั้นได้ให้สัตย์สาบานด้วยเกียรติของตระกูล ซึ่งขุนนางในทวีปอาร์คนั้นไม่ค่อยจะให้สัตย์สาบานอย่างง่ายๆ แม้ให้คำสัตย์สาบาน พวกเขาก็ไม่ใช้เกียรติของตระกูลเป็นเดิมพัน เพราะชื่อเสียงของตระกูลถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ตราบเท่าที่ให้สัตย์สาบานด้วยเกียรติของตระกูล นั้นหมายถึงสิ่งที่เขาต้องทำให้ได้ หรืออีกความหมายก็คือสิ่งที่เจ่าไห่พูดนั้นเป็นความจริง

อะไรคือสิ่งที่ทาสทั้งหลายปรารถนามากที่สุด?  คือการที่วันหนึ่งเขาจะมีโอกาสได้เป็นสามัญชน ได้รับอิสรภาพ เพื่อที่ลูกหลานของพวกเขาจะได้ไม่ต้องรับความทุกข์และยากลำบากของการเป็นทาส นี้คือเหตุผลส่วนใหญ่ที่พวกทาสจะก่อกบฏ แต่ทุกครั้งพวกเขาก็จะถูกปราบปรามโดยเหล่าขุนนางเพราะพวกเขาเป็นแค่ทาส ไร้อาวุธ ชุดเกราะและไม่รู้การใช้พลังฉี จึงทำให้ทุกครั้งพวกเขาไม่สามารถชนะกองกำลังของพวกขุนนางได้เลย

แต่ตอนนี้เจ่าไห่ได้บอกพวกเขารับรู้ว่าไม่จำเป็นต้องก่อกบฏแต่ตราบเท่าที่พวกเขาทำงานหนักและช่วยตระกูลบูดา พวกเขาสามารถกลายเป็นสามัญชนได้ นั้นคือสิ่งที่ทาสทั้งหลายใฝ่ฝัน

ในโลกนี้ทาสทุกคนล้วนต้องทำงานอย่างหนักอยู่แล้วเพราะหากพวกเขาไม่ทำหรือพบว่าอู้งาน พวกเขาจะถูกประหาร ถึงแม้ว่าบางครั้งโชคดีที่ไม่ถูกประหารก็ถูกลงโทษอย่างหนัก ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงไม่กล้าอู้งาน แต่วันนี้มีคนหนึ่งกล่าวกับพวกเขาว่า หากพวกเจ้าทำงานหนัก ข้าจะให้พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าต้องการมากที่สุด นี้มันเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด

กรีนและคนอื่นๆยืนงงกับคำพูดของเจ่าไห่ พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเจ่าไห่จะสามารถพูดอะไรเช่นนี้ได้ ถ้าพูดตามตรงกรีนนั้นไม่ค่อยเป็นด้วยกับเจ่าให้ เพราะทาสเหล่านี้ต้องทำงานอย่างหนักอยู่แล้ว นอกจากนี้ไม่เคยมีขุนนางคนไหนที่จะปลดปล่อยทาสของตน เพราะมันมีหลายสิ่งที่เขามาเกี่ยวข้อง

แต่ตอนนี้เจ่าให้ได้ให้สัตย์สาบานไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่ทางที่จะกล่าวคัดค้านได้ ทำได้แต่ยอมรับ และเตรียมที่จะคุยกันในภายหลัง

เจ่าไห่มองไปที่คนด้านล่างเหล่านั้น เขารู้ว่าพวกเขาจะมีปฎิกิริยาเช่นนี้ จากความจำของอดัมทำให้เขารู้เกี่ยวกับทาส มันเป็นเพราะเขารู้ว่านี้คือสิ่งที่ทาสเหล่านั้นต้องการมากที่สุด

มนุษย์นั้นมีศักยภาพอย่างไม่จำกัดตราบเท่าที่ใจของเขาปรารถนา และตอนนี้เจ่าไห่ต้องการดึงพลังนั้นออกมา นี้คือสิ่งที่ทำให้เขาทำแบบนี้

เจ่าไห่นั้นค่อยข้างพอใจกับปฎิกิริยาของเขาและพูดต่อไปว่า ” ข้าของให้พวกเจ้าคิดทุกวิถีทางที่จะทำให้ตระกูลบูดาได้ประโยชน์ ,ทำให้ชีวิตของพวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือบางอย่างที่มีประโยชน์หากพวกเจ้ามีความคิดใดเจ้าสามารถไปปรึษากับกรีนได้ และหากข้ามองว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ ข้าจะจดจำผลงานของเจ้าไว้ เมื่อผลงานของเจ้าถึงระดับที่เหมาะสม ข้าจะปลดปล่อยเจ้าให้กลายเป็นสามัญชน หรือแม้แต่หากมีมุ่งมั่นในงาน ข้อก็จะถือว่าเป็นผลงานอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงระดับหนึ่ง ข้าก็เป็นสามัญชน เป็นลูกหลานของตระกูลบูดา ในที่แห่งนี้ ในแดนทมิฬ

พวกทาสยิ่งตื่นเต้นและดีใจมากขึ้นไปอีก ตอนนี้เจ่าไห่นั้นเหมือนกับเป็นเทพพระเจ้าของพวกเขา เพราะมีแต่เทพพระเจ้าเท่านั้นที่มีความเมตตา พลังในตัวพวกทาสนั้นได้ทะปุออกมาจนทำให้บรรยากาศรอบนั้นทำให้กรีนที่เป็นนักรบระดับแปดรู้สึกกลัว

เมื่อกรีนหันกลับไปมองทาสเหล่านั้น เขาพบว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไป เขาเคยเห็นพวกทาสมาก่อน พกวเขานั้นเป็นคนที่ไร้ชีวิตชีวาราวกับเป็นก้อนหิน แต่ตอนนี้พวกทาสนั้นกลายคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

กรีนนั้นรู้สึกช๊อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจในสิ่งที่เจ่าไห่นั้นต้องการจะทำ ถ้าหากต้องการจะพัฒนาตระกูลบูดาแล้ว การจะพึ่งพาทาสที่อยู่ไปวันๆอย่างไร้ความหวังนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากร้อยคนที่เต็มไปด้วยพลังและความกระตือรือร้นแล้วนั้นเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กรีนนั้นไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าพวกทาสเหล่านี้จะทำอะไรได้บ้าง แต่กรีนเห็นความหวังในการฟื้นฟูตระกูลจากทาสร้อยคนนี้ กรีนถอนหายใจก่อนที่จะยิ้มออกมา กรีนเชื่อว่าตระกูลบูดานั้นมีโอกาสที่จะฟื้นคืนมาอีกครั้งอย่างแนนอน

เจ่าไห่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของทาส เขารู้สึกว่าคำพูดของเขานั้นส่งผลต่อทาสเหล่านี้ เขาจึงกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า “ดี ทุกคนไปจัดการงานของพวกเจ้าซะ อย่างแรกจัดแจงข้าวของและอุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อย พรุ่งนี้จะมีงานใหม่ให้เจ้าทำ” ทาสเหล่านั้นน้อบรับคำสั่งพร้อมกับรีบไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทุกฝีก้าวที่เดินนั้นมันแสดงถึงพลังแห่งความกระตือรือร้นที่ไม่เคยมีมาก่อน

เจ่าไห่พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะเดินลงจากกำแพงไปยังกรีน “ปู่กรีนกลับกันเถอะ ผมมีบางอย่างอยากจะถามปู่”

กรีนนั้นตอบรับก่อนที่จะนำเมอร์รินและคนอื่นๆตามไป เมื่อกรีนมองไปยังแผ่นหลังของเจ่าไห่ เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงราวกับว่าเขาไม่ใช้นายน้อยอดัมที่คอยแต่จะสร้างปัญหา แต่ตอนนี้เขาคือผู้นำตระกูลอย่างแท้จริง

เมื่อถึงห้องอาหาร ก่อนจะนั่งลง เจ่าไห่พลิกฝ่ามือก่อนที่หัวไชเท้าที่กินทิ้งไว้ก็ปรากฎออกมา เขาวางหัวไชเท้าไว้บนโต๊ะก่อนจะหันไปทางกรีน “ปู่กรีน คุณรู้หรือป่าวว่าเจ้านี้คืออะไร?”

กรีนนั้นไม่พูดอะไรออกมาเลย เจ่าไห่ก็มองกรีนอย่างสงสัย ก็พบว่ากรีนนั้นจ้องมองไปที่มือของเขา เขารู้ว่าทำไมกรีนถึงทำท่าทางแบบนี้

ในโลกนี้มีเวทย์มิติ และเวทย์มิตินั้นยากที่จะเรียนรู้มาก นอกจากนี้มันมีเงื่อนไขที่ยากมากๆทำมีคนน้อยนักที่จะเรียนได้ แม้ว่าจะมีอุปกรณ์มิติที่สามารถเก็บสิ่งของต่างๆได้ แต่ตอนใช้ก็ต้องใช้พลังงานซึ่งก็คือพลังฉีหรือพลังเวทย์ถึงจะเปิดใช้งานได้ แต่คนที่ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่านั้นไม่สามารถที่จะใช้อุปกรณ์มิติได้เพราะไม่มีพลังที่ใช้ในการทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นทำงาน

เจ่าไห่ยิ้มก่อนจะถามอีกครั้ง “ปู่กรีน คุณรู้หรือป่าวว่านี้คืออะไร?”

จากนั้นกรีนก็รู้สึกตัว ก่อนที่จะยืนขึ้นอย่างตื่นเต้น “นายน้อย ทำไมคุณถึงได้ ตอนนี้คุณ…..”

เจ่าไห่โบกมือ“ไม่มีอะไร ผมได้ได้รับความสามารถบางอย่างก็เท่านั้นเอง มันดีที่คุณรู้เรื่องนี้ แต่อย่าพึ่งบอกใครละ เอาละ ผมอย่างรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร”

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 10 ความหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว