- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 500 - อัสดงคตแห่งทวยเทพ สามปราการเหล็ก
บทที่ 500 - อัสดงคตแห่งทวยเทพ สามปราการเหล็ก
บทที่ 500 - อัสดงคตแห่งทวยเทพ สามปราการเหล็ก
บทที่ 500 - อัสดงคตแห่งทวยเทพ สามปราการเหล็ก
เบื้องหน้าประตูยักษ์อันน่าเกรงขาม หลัวซวนไม่ได้รีบร้อนจะพังเข้าไป แต่กลับเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
ขุมนรกทาร์ทารัสและยมโลกนั้น แม้จะเชื่อมต่อกันแต่ก็ถือเป็นคนละสถานที่ ทาร์ทารัสถือกำเนิดขึ้นก่อนยมโลกเสียอีก ดังนั้นในทางทฤษฎีแล้วเขาสามารถเช็คอินซ้ำได้
[ติ๊ง!]
[ลงชื่อเข้าใช้ ณ ขุมนรกทาร์ทารัสสำเร็จ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรางวัล: มหาเวทอัสดงคตแห่งทวยเทพ!]
[อัสดงคตแห่งทวยเทพ (Ragnarok): มหาเวทระดับสูงสุด เมื่อโลกดำเนินไปถึงจุดจบ เหล่าทวยเทพจักต้องพบกับจุดจบ ความหายนะและการทำลายล้างจะลงมาจุติเพื่อบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้สูญสิ้น]
"รับรางวัล!"
แสงแห่งปัญญาพุ่งเข้าสู่ห้วงจิต หลัวซวนรับรู้วิธีการฝึกฝนวิชานี้ในทันที และเมื่อทำความเข้าใจ เขาก็ต้องตกตะลึง
"วิชานี้..."
"มันถูกสร้างมาเพื่อฆ่าเทพเจ้าโดยเฉพาะ!"
หลัวซวนตื่นเต้นจนเนื้อเต้น แม้จะรู้ว่ามหาเวทที่ระบบให้มาย่อมไม่ธรรมดา แต่ความลึกล้ำของ 'อัสดงคตแห่งทวยเทพ' นั้นเกินจินตนาการ
"ถ้าฝึกสำเร็จเมื่อไหร่ นี่จะเป็นไพ่ตายก้นหีบที่ใช้จัดการกับพวกเทพกรีกได้อย่างชะงัดนัก"
หลัวซวนหมายมั่นปั้นมือ จัดลำดับความสำคัญให้วิชานี้เป็นสิ่งที่ต้องเร่งฝึกฝนควบคู่ไปกับคำสาปวิบัติเต๋า
...
ณ ยอดเขาโอลิมปัส
ซุสนั่งหน้าบูดบึ้งอยู่บนบัลลังก์ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความกดดันอันน่าอึดอัด
"ไอ้พวกสวะ!"
"แค่หนูตัวเดียวจากหงฮวง หามาตั้งหลายวัน พลิกแผ่นดินคาออสจนแทบจะหงายท้องแล้วยังหาไม่เจอ!"
ความไร้น้ำยาของลูกน้องทำให้ราชาแห่งทวยเทพเสียหน้าเป็นอย่างมาก
เฮร่า ราชินีสวรรค์รีบเข้ามาปลอบประโลม
"ยอดรักของข้า"
"อย่าได้ร้อนใจไปเลย หนูสกปรกพวกนี้เก่งแต่เรื่องมุดรูซ่อนตัว แต่มันซ่อนไม่ได้ตลอดไปหรอก การจับมันได้ก็แค่เรื่องของเวลา"
"หนูก็คือหนู วันยังค่ำก็ไม่มีทางเป็นราชสีห์ได้หรอก"
ซุสแค่นเสียงฮึดฮัด
"ไม่มีพิษสงงั้นรึ"
"ไอ้หนูตัวนี้แหละที่ไปปลดผนึกปล่อยไทฟอนออกมา จนข้าต้องปวดหัวกับเจ้าอสูรสมองกลวงนั่นทุกวี่ทุกวัน"
ทันใดนั้น เฮร่าก็หน้าถอดสีเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"ยอดรัก..."
"ในเมื่อมันปล่อยไทฟอนได้ เป็นไปได้ไหมว่ามันจะย้อนกลับไปทำแบบเดิมที่ขุมนรกทาร์ทารัส... ที่นั่นท่านพ่อ..."
เพียงแค่เอ่ยคำว่า 'ท่านพ่อ' ร่างของเฮร่าก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ฝันร้ายในวัยเยาว์ยังคงตามหลอกหลอนนางไม่เสื่อมคลาย
ซุสกลับหัวเราะลั่น
"ยอดรักของข้า"
"เจ้าคิดว่าสามีผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและพละกำลังอย่างข้าจะคิดไม่ถึงเรื่องนี้เชียวรึ"
"วางใจเถิด แม้ข้าจะไม่ชอบหน้าตาแก่ทาร์ทารัสนั่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าในถิ่นของเขา ไม่มีใครแอบทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาได้ จะปล่อยโครนัสออกมาต้องผ่านศพเขาไปก่อน"
"อีกอย่าง..."
"ต่อให้ไม่มีทาร์ทารัส ข้าก็ได้สร้างปราการป้องกันไว้ถึงสามชั้น ประตูยักษ์สามบานที่สร้างโดยยักษ์ร้อยแขนและเฮเฟสตัสลูกชายเจ้า"
"มันแข็งแกร่งไร้เทียมทาน!"
"แถมยังมีมังกรยักษ์แคมเป้เฝ้ายามอยู่ ต่อให้ไอ้หนูนั่นจะเป็นถึงมหาเทพ ก็ไม่มีวันย่างกรายเข้าไปในคุกนั่นได้แม้แต่ครึ่งก้าว"
เมื่อเห็นความมั่นใจของสามี เฮร่าก็ค่อยคลายกังวล
นั่นสินะ...
เทพเจ้าทาร์ทารัส ประตูเหล็กสามชั้น และมังกรแคมเป้
ด่านหินสามด่านนี้ซ้อนทับกันกลายเป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันแตก เทียบกับผนึกของไทฟอนแล้วถือว่าคนละชั้นกันเลย
เห็นได้ชัดว่าซุสหวาดระแวงพ่อบังเกิดเกล้าขนาดไหน ถึงได้ทุ่มทุนสร้างกรงขังระดับซูเปอร์แม็กซ์ขนาดนี้
...
ตัดกลับมาที่ขุมนรก
หลังจากเช็คอินเสร็จ หลัวซวนก็หันมาสนใจภารกิจตรงหน้า
มองดูประตูยักษ์ที่ตั้งตระหง่าน หลัวซวนสะบัดมือเรียก 'ไข่มุกพิภพ' ออกมา มันกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังประตู
วูบ!
คลื่นพลังไร้รูปกระจายออกไปเป็นระลอกคลื่น ส่งผลให้ห้วงมิติสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นช่องว่างมิติ
เสียงความเคลื่อนไหวนี้แม้จะไม่ดังมากแต่ในความเงียบสงัดก็ถือว่าชัดเจน ทว่าหลัวซวนหาได้เกรงกลัวไม่ ผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์กรีกมาอย่างเขา มีหรือจะไม่ระวังตัวต่อเทพเจ้าทาร์ทารัส
ก่อนเริ่มภารกิจ เขาได้ส่งกระแสจิตไปบอกร่างต้น ให้ส่งร่างอวตารนักบู๊ไปก่อกวนที่ชายแดนเพื่อดึงความสนใจของทาร์ทารัสออกไปแล้ว
ดังนั้น ตราบใดที่เขาไม่ระเบิดภูเขาเผากระท่อมในนี้ ก็ไม่มีใครจับได้
หลัวซวนยิ้มกริ่มมองประตูยักษ์
"ประตูแข็งแรงจริง ยอมรับว่าพังไม่ได้ แต่ใครบอกว่าข้าจะเข้าทางประตูล่ะ"
ร่างของเขาหายวับเข้าไปในช่องว่างมิติ
เมื่อโผล่ออกมาจากอีกด้าน เขาก็บินต่อไปอีกพักใหญ่จนเจอประตูบานที่สอง
และที่นั่น อสูรกายขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้น
หลัวซวนสะดุ้งโหยง แต่เมื่อตั้งสติได้ก็นึกขึ้นได้ว่าตนใช้กระสวยเหินเวหาซ่อนตัวอยู่ เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นยังไม่เห็นเขา
เบื้องหน้าประตูคือมังกรยักษ์ที่มีท่อนล่างเป็นงู ร่างกายมหึมาราวกับขุนเขา นอนขวางประตูไว้อย่างแน่นหนา
"แคมเป้!"
หลัวซวนจำได้ทันที นี่คือลูกหลานของไทฟอนที่มีหน้าที่เฝ้าคุกนรก
"ยุ่งยากนิดหน่อยแฮะ"
หลัวซวนขมวดคิ้ว แคมเป้มีพลังระดับจุ่นเซิ่ง จะสู้ด้วยร่างนี้คงไม่ไหว แต่ถ้าแค่จะลอบผ่านไปก็พอมีทาง
เขานำสมุนไพรวิเศษที่ได้จากการเช็คอินมาปรุงเป็นธูปราตรีสวัสดิ์สูตรพิเศษ ฤทธิ์ของมันแรงพอจะทำให้มังกรยักษ์หลับใหลไปได้สักสิบนาที
สิบนาทีก็เหลือเฟือสำหรับหลัวซวน
เขาผ่านด่านที่สองมาได้อย่างง่ายดาย ความมั่นใจของซุสถูกทำลายไปแล้วสองด่าน
และแล้วก็มาถึงประตูบานที่สาม
บนบานประตูมีอักขระเวทมนตร์เรืองแสงวูบวาบ นี่คือผนึกที่ซุสลงไว้ด้วยตัวเอง
หลัวซวนมองดูด้วยสายตาดูแคลน
"แค่นี้?"
"เทพกรีกนี่มันไร้ฝีมือจริงๆ มีดีแค่บ้าพลัง ผนึกไก่กาแบบนี้ความซับซ้อนยังเทียบไม่ได้กับค่ายกลแม่น้ำวิบัติเก้าโค้งเลยด้วยซ้ำ"
"ไร้เทคนิค เน้นถึกเข้าว่า"
หลัวซวนหยิบนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาออกมา ใช้อำนาจแห่งกาลเวลาเร่งความเสื่อมสภาพเพื่อกัดกร่อนผนึกเทพเจ้า
อืม... นี่ก็ไร้เทคนิค เน้นโกงเข้าว่าเหมือนกัน
"เจ้าจะรู้อะไร นี่เขาเรียกว่าใช้พลังทำลายกฎเกณฑ์ต่างหาก"
หลัวซวนเถียงข้างๆ คูๆ อย่างภาคภูมิใจ เขาเกลียดคนสองประเภทที่สุด ประเภทแรกคือพวกสองมาตรฐาน และประเภทที่สองคือพวกที่ไม่ยอมให้เขาเป็นคนสองมาตรฐาน
ในขณะที่รอผนึกสลายตัว เขาก็สร้างช่องว่างมิติเตรียมไว้ ทางหนีทีไล่ต้องพร้อมสรรพ พอประตูเปิดปุ๊บ เขาจะได้ชิ่งปั๊บ
กาลเวลาไหลผ่าน ผนึกเส้นสุดท้ายเลือนหายไป อำนาจของซุสพังทลายลง
หลัวซวนสะบัดแขนเสื้อ เก็บสมบัติวิเศษทั้งหมด แล้วพุ่งตัวเข้าสู่ช่องว่างมิติ หนีหายไปไกลนับหมื่นลี้ในพริบตา
ครืน!
ประตูยักษ์ที่ถูกปิดตายมานับกัลป์ค่อยๆ แง้มออก
"ซุส!!!"
เสียงคำรามแห่งความเคียดแค้นดังก้องออกมาจากความมืดมิด เป็นเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความอาฆาตพยาบาทที่สั่งสมมารุ่นสู่รุ่น พร้อมจะเผาผลาญโลกทั้งใบให้วอดวาย
[จบแล้ว]