เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 - ประจักษ์แก่สายตา ไท่อี้ดับสูญ

บทที่ 200 - ประจักษ์แก่สายตา ไท่อี้ดับสูญ

บทที่ 200 - ประจักษ์แก่สายตา ไท่อี้ดับสูญ


บทที่ 200 - ประจักษ์แก่สายตา ไท่อี้ดับสูญ

หม่าหยวนกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เขารู้อยู่เต็มอกว่าไท่อี้ไม่มีทางละเว้นชีวิตตน จึงแสร้งทำตัวต่ำต้อยยอมสยบ เพื่อให้ศัตรูตายใจลดการป้องกัน แล้วจึงฉวยโอกาสใช้อาวุธลับเล่นงานทีเผลอ

ฝ่ามือยักษ์นี้สกัดสร้างมาจากกระดูกมนุษย์นับหมื่น ผสานด้วยเศษเสี้ยววิญญาณและแรงอาฆาตแค้น อำมหิตชั่วร้ายถึงขีดสุด

ต่อให้เป็นเซียนระดับต้าหลัว หากโดนโจมตีทีเผลอเช่นนี้ แม้ไม่ถึงตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสปางตาย

ทว่าหม่าหยวนยังด้อยประสบการณ์นัก เขาหารู้ไม่ว่าต้าหลัวจินเซียนกับต้าหลัวจินเซียนด้วยกันนั้น ยังมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ฟุ่บ!

มือยักษ์อันน่าสยดสยองพุ่งแหวกอากาศดุจกรงเล็บภูตพราย หมายขย้ำร่างไท่อี้ ทว่าวินาทีนั้นเอง ร่างของไท่อี้พลันเปล่งแสงสีเขียวมรกตเจิดจ้าออกมา

นั่นคือสมบัติวิเศษป้องกันตัวของไท่อี้

เพล้ง!

เสียงแตกหักดังสนั่น มือกระดูกยักษ์ตะปบเกราะแสงสีเขียวจนแตกกระจาย แต่แรงส่งก็หมดลงเพียงเท่านั้น มิอาจสร้างบาดแผลใดๆ ให้แก่ไท่อี้ได้

เมื่อนั้นไท่อี้จึงได้สติกลับมา ตระหนักว่าตนถูกเจ้าสวะนี่ปั่นหัวเข้าให้แล้ว โทสะจึงลุกโชนเทียมฟ้า

"เดรัจฉาน"

"รนหาที่ตาย!"

ครอบแก้วเก้ามังกรอัคคีฟาดลงมาอย่างอำมหิต ท่ามกลางสายตาที่เบิกโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อของหม่าหยวน ร่างของเขาถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดกลายเป็นผงธุลี กายเนื้อและดวงจิตดับสูญสิ้นในพริบตา

เซียนหนึ่งลมปราณหม่าหยวน... สิ้นชีพ!

เมื่อหม่าหยวนตาย ดวงวิญญาณเสี้ยวหนึ่งก็ลอยละล่องมุ่งหน้าสู่บัญชีแต่งตั้งเทพ

ทันใดนั้น เสียงตวาดกึกก้องด้วยความโกรธแค้นก็ดังสนั่น

"ไท่อี้"

"เจ้ากล้าสังหารคนของสำนักเจี๋ยเจี้ยวเชียวรึ!"

ไท่อี้สะดุ้งสุดตัว รีบเงยหน้ามองไป ก็เห็นหลัวซวนและสือจีกำลังพุ่งทะยานเข้ามา เห็นได้ชัดว่าทั้งสองได้เป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์สังหารหม่าหยวนเมื่อครู่จนหมดเปลือก

ทั้งสองต่างมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว จ้องมองไท่อี้ด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

หลัวซวนตีสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว "ไท่อี้"

"เจ้าไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องสำนักเต๋า บังอาจสังหารศิษย์เจี๋ยเจี้ยว จิตใจเจ้าช่างอำมหิตผิดมนุษย์ยิ่งนัก"

ไท่อี้ถึงกับยืนงงทำอะไรไม่ถูก

เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้?

เวลานี้หลัวซวนควรจะอยู่ที่ด่านเฉินถังมิใช่หรือ เหตุใดจึงมาโผล่ที่นี่พร้อมสือจีได้? แล้วทำไมเขาถึงไม่รู้ตัวเลยสักนิด?

เขาชัดเจนว่าได้วางค่ายกลเตือนภัยไว้หน้าถ้ำ หากมีใครบุกรุกเขาย่อมต้องรู้ตัว แต่ทำไมมันถึงไม่ทำงาน?

ไท่อี้หน้าถอดสี เขารู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ความหนาวเหน็บแล่นจับขั้วหัวใจ

"บัดซบ!"

ไท่อี้เจ็บใจจนแทบกระอักเลือด เพื่อวางแผนเล่นงานหลัวซวน เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งเท่าไหร่ วางหมากไว้อย่างดิบดี นึกว่าความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมแล้วแท้ๆ คิดไม่ถึงว่าจะล่มปากอ่าวในวินาทีสุดท้าย

ฝ่ายสือจีนั้นใบหน้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

แม้นางจะไม่ชอบหน้าหม่าหยวน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์ บัดนี้เห็นคนของฉานเจี้ยวมาฆ่าแกงกันถึงถิ่น นางจะระงับโทสะได้อย่างไร

นางตวาดก้องทันที "ซือยง"

"มิต้องพูดพร่ำทำเพลงกับมันแล้ว"

"ซือจุนเคยตรัสไว้ว่า ในมหาภัยพิบัติให้วัดกันที่ฝีมือ บัดนี้มันกล้าสังหารคนของเจี๋ยเจี้ยว พวกเราก็จงลงมือ ล้างแค้นให้สหายพรตหม่าหยวนเถิด"

หลัวซวนลอบชำเลืองมอง สือจีผู้นี้ช่างห้าวหาญนัก

เขาจึงรับคำทันที "ดี!"

"ข้ากับซือตี้หม่าหยวนแม้จะมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันบ้าง แต่เราคือพี่น้องร่วมสำนัก บัดนี้เขาถูกคนของฉานเจี้ยวสังหารอย่างโหดเหี้ยม ข้าผู้เป็นศิษย์พี่จะทวงคืนความยุติธรรมให้เขาเอง"

"ไท่อี้เจินเหริน ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ซะ!"

หลัวซวนประกาศก้องด้วยถ้อยคำเปี่ยมคุณธรรม หากใครไม่รู้คงนึกว่าเขากับหม่าหยวนรักใคร่กลมเกลียวกันปานจะกลืนกิน

ชายแขนเสื้อสะบัดวูบ หอกสังหารเทพปรากฏขึ้นในมือ ปลดปล่อยไอสังหารคละคลุ้ง

หลัวซวนทะยานร่างขึ้นสู่เวหา หอกสังหารเทพในมือดุจมังกรพิษ ทะลวงฝ่าความว่างเปล่า พุ่งเข้าใส่ไท่อี้เจินเหรินอย่างดุดัน

"ซือยง"

"ข้าช่วยท่านเอง"

แม้สือจีจะมีตบะเพียงขั้นไท่อี้จินเซียน แต่นางก็ไม่ลังเลที่จะเรียก 'ผ้าเช็ดหน้าเมฆาแสงแปดทิศ' ออกมา ร่วมประสานพลังกับหลัวซวนรุมกินโต๊ะไท่อี้

ไท่อี้หน้าเขียวคล้ำ ลำพังแค่หลัวซวนคนเดียวเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ดันมีสือจีเพิ่มมาอีกคน

คราวก่อนเพื่อจะหนีเอาตัวรอด เขาต้องสละสมบัติวิเศษไปตั้งมากมาย หรือคราวนี้จะต้องระเบิดครอบแก้วเก้ามังกรอัคคีทิ้งอีก?

สถานการณ์ไม่เปิดช่องให้ไท่อี้ได้ไตร่ตรองนาน เมื่อเผชิญหน้ากับจิตสังหารอันรุนแรงของหลัวซวนและสือจี เขาจำต้องกัดฟันรับมืออย่างทุลักทุเล

โฮก!

มังกรเก้าตัวคำรามกึกก้อง เปลวเพลิงอันไร้ที่สิ้นสุดย้อมเขากะโหลกจนกลายเป็นสีแดงฉาน

เคร้ง!

เสียงหอกสังหารเทพกรีดร้องกังวาน ปราณคมกริบสายหนึ่งพุ่งวาบออกมา ดุจกระบี่ค้ำฟ้าพาดผ่านนภากาศ ก่อนจะฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง

ตูม!

ประกายไฟแตกกระเซ็น

มังกรเพลิงถูกทำลายลงทีละตัวจนแหลกสลายเป็นผงธุลี

ปราณหอกอันน่าสะพรึงกลัวหลังจากทะลวงผ่านร่างมังกรเพลิงแล้ว ยังคงพุ่งเข้าหาไท่อี้ด้วยอานุภาพที่ไม่ลดทอนลงแม้แต่น้อย

ไท่อี้หลบไม่ทัน ได้แต่ฝากความหวังไว้กับสมบัติป้องกันตัว

ทว่าบนร่างเขามีเพียงสมบัติวิเศษระดับต่ำชิ้นหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ถูกหม่าหยวนตะปบจนร้าวไปแล้ว ไหนเลยจะต้านทานหอกสังหารเทพที่มีพลังทำลายล้างสูงสุดได้

"อั่ก!"

ปราณหอกทะลวงผ่านร่าง

ใบหน้าไท่อี้ซีดเผือดดุจกระดาษ โลหิตพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ

เขารีบกลืนยารักษาอาการบาดเจ็บลงคอ ทว่าการโจมตีของหลัวซวนแฝงไว้ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ ยาธรรมดาย่อมไม่อาจรักษาได้

เว้นเสียแต่จะเป็นยาทองคำเก้าหมุนวน ทว่ายาล้ำค่าปานนั้น ไท่อี้ไหนเลยจะมีติดตัว

เมื่อโจมตีได้ผล หลัวซวนก็ไม่รอช้า รุกไล่ต่อเนื่อง แทงหอกสังหารเทพออกไปอีกคำรบ

ไท่อี้กัดฟันกรอด เขารู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง มิเช่นนั้นวันนี้คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่

เพื่อรักษาชีวิต ไท่อี้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะสละสมบัติวิเศษ

วินาทีนั้นเอง...

ตูม!

ครอบแก้วเก้ามังกรอัคคีระเบิดตัวเองเสียงดังสนั่นหวั่นไหว นี่คือสมบัติคู่กายที่สร้างชื่อให้ไท่อี้ ทั้งยังเป็นสมบัติวิเศษระดับสูงที่หาได้ยากยิ่งในหงฮวง ทว่าเขากลับยอมระเบิดมันทิ้งโดยไม่เสียดาย

ทว่า... เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย

หลัวซวนเคยเสียท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ย่อมเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้า

แก๊ง!

กระถางเฉียนคุนลอยออกมา แม้มันจะเป็นสมบัติสายปรุงยาและหลอมอาวุธ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'กระถาง' ย่อมมีพลังป้องกันเป็นเลิศตามธรรมชาติ

แสงเทพอันไร้ประมาณสาดส่องลงมา ครอบคลุมร่างหลัวซวนและสือจีเอาไว้ภายใน

ทว่าสีหน้าของหลัวซวนกลับไม่สู้ดีนัก

แรงระเบิดของสมบัติวิเศษนั้นรุนแรงมหาศาลและยากจะขัดขวาง แม้เขาจะป้องกันตัวเองได้ แต่ไท่อี้ก็จะได้จังหวะหนีไป

ทันใดนั้น สือจีก็ลงมือ

ปรากฏว่าตอนที่ไท่อี้ระเบิดสมบัติวิเศษ เขาเพ่งเล็งเป้าหมายไปที่หลัวซวนจนละเลยสือจีไป เพราะตลอดการต่อสู้ สือจีทำหน้าที่เพียงผู้สนับสนุนอยู่ด้านข้างเท่านั้น

สือจีสะบัดมือเรียวงาม ผ้าเช็ดหน้าเมฆาแสงแปดทิศขยายใหญ่ขึ้นต้านลม กลายเป็นดั่งแม่น้ำสวรรค์ขวางกั้นเบื้องหน้าไท่อี้เอาไว้

ไท่อี้กำลังจะหนี เมื่อเห็นสือจีผู้มีตบะเพียงชั้นไท่อี้จินเซียนกล้ามาขวางทาง

เขาก็บรรดาลโทสะ "ไสหัวไป!"

พร้อมซัดพลังฝ่ามือออกไป

ทว่าก่อนหน้านี้เขาถูกหลัวซวนทำร้ายจนบาดเจ็บ ซ้ำยังโดนแรงสะท้อนจากการระเบิดสมบัติ อาการบาดเจ็บจึงกำเริบหนัก

ดังนั้น แม้สือจีจะมีตบะด้อยกว่า แต่กลับสามารถยื้อเวลาเขาไว้ได้ชั่วขณะหนึ่ง

"โอกาสทอง!"

นัยน์ตาหลัวซวนทอประกายวาวโรจน์

เพื่อไม่ให้ความพยายามของสือจีสูญเปล่า เขาจึงระเบิดพลังทั้งหมดที่มี หอกสังหารเทพกรีดร้องก้องเวหา ฟาดฟันกระบวนท่า 'ผ่าสวรรค์' ออกไปเต็มแรง

รูม่านตาของไท่อี้หดเกร็งด้วยความหวาดกลัว เขาตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มขู่แต่แฝงความขลาดเขลา

"หลัวซวน"

"ข้าเป็นศิษย์นักบุญ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ ท่านอาจารย์ไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่"

หลัวซวนยิ้มเย็น

"ไท่อี้"

"กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง ในเมื่อเจ้ากล้าสังหารหม่าหยวน เข่นฆ่าศิษย์เจี๋ยเจี้ยว ก็จงใช้ชีวิตของเจ้าชดใช้เสียเถอะ"

พริบตาถัดมา ปราณกระบี่อันคมกริบก็ทะลวงผ่านร่างไท่อี้

ฉัวะ!

แววตาไท่อี้เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ราวกับไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าหลัวซวนกล้าสังหารตนจริงๆ เขา... กล้าได้อย่างไร...

"ไม่..."

"ข้ายังไม่อยากตาย มรรคาของข้ายังไม่บรรลุ..."

สิบสองเซียนทองคำแห่งฉานเจี้ยว ไท่อี้เจินเหริน... ดับสูญ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 200 - ประจักษ์แก่สายตา ไท่อี้ดับสูญ

คัดลอกลิงก์แล้ว