เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - กระบี่ไล่นักบุญ และไฟนรกเผามารใจ

บทที่ 120 - กระบี่ไล่นักบุญ และไฟนรกเผามารใจ

บทที่ 120 - กระบี่ไล่นักบุญ และไฟนรกเผามารใจ


บทที่ 120 - กระบี่ไล่นักบุญ และไฟนรกเผามารใจ

ตูม!

ปราณกระบี่ผ่าสวรรค์ (เวอร์ชันเติมทรู) ปะทะเข้ากับฝ่ามือยักษ์ เกิดประกายไฟเจิดจ้าแสบตา

ห้วงมิติบิดเบี้ยว

พลังทำลายล้างสองสายปะทะกันดุจดาวหางชนโลก ต่างฝ่ายต่างพยายามบดขยี้อีกฝ่ายให้แหลกลาญ จนสุดท้ายก็ระเบิดตูมหายไปพร้อมกัน

เมื่อแสงทองแห่งกุศลกรรมจางลง เผยให้เห็นใบหน้าอันแข็งทื่อของจุ่นถี

จากนั้น...

จุ่นถีก็มีท่าทีเจ็บปวดรวดร้าว ราวกับหัวใจถูกบีบขยี้

"ไอ้เด็กเปรต!"

"ไอ้คนหยาบช้า!"

"ใช้ของไม่เห็นค่า! "

นั่นมันกุศลกรรมนะโว้ย! ของล้ำค่าขนาดนั้น เจ้าเอามาผลาญเล่นเพื่อเพิ่มพลังโจมตีเนี่ยนะ? ไอ้ลูกล้างผลาญ!

จุ่นถีอิจฉาจนตาร้อนผ่าว!

ตัวเขาเองต้องวางแผนร้อยแปดตลบกว่าจะได้แต้มบุญมาสักหยิบมือ เวลาจะใช้ทีต้องคิดแล้วคิดอีก แบ่งเป็นส่วนย่อยๆ กลัวจะหมด

แต่หลัวซวนกลับเททิ้งเทขว้างเหมือนน้ำประปา!

น่าโมโหนัก!

จุ่นถีรู้สึกเหมือนเลือดในอกกำลังไหลริน ถ้าเจ้าไม่อยากได้ก็เอามาให้ข้าสิ! ข้าไม่รังเกียจหรอก ขยะของเจ้าคือทองคำของข้า!

"ไอ้หนู!"

"คิดว่ามีแต้มบุญเยอะแล้วจะสู้ข้าได้เรอะ? ฝันกลางวัน!"

จุ่นถีจ้องหลัวซวนเขม็ง

แม่งเอ๊ย! กล้ามาอวดรวยใส่ข้า วันนี้แหละจะให้เจ้ารู้ซึ้งถึง 'ความโกรธเกรี้ยวของคนจน'

"ร่วง!"

จุ่นถีตวาดลั่น

พลังปราณฟ้าดินในรัศมีพันลี้เกิดการจลาจล รวมตัวกันเป็นตราประทับขนาดยักษ์ดุจขุนเขา กดทับลงมาที่หลัวซวน

จุ่นถีหน้าตาเหี้ยมเกรียม

เขาไม่เชื่อหรอกว่าหลัวซวนจะมีแต้มบุญให้ผลาญได้ตลอด รับได้หนึ่งท่า สิบท่า แล้วร้อยท่าล่ะ? เจ้าจะรวยไปถึงไหนกันเชียว!

หลัวซวนสีหน้าเรียบเฉย

ขอโทษที...

อย่างอื่นข้าอาจจะขาดแคลน แต่ 'แต้มบุญ' เนี่ย ข้ามีจนล้นโกดัง

โดยเฉพาะกุศลกรรมจากสวรรค์ ที่เขาดองเค็มไว้ไม่ได้ใช้ ก็เพื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินแบบนี้นี่แหละ

หลัวซวนดีดนิ้วใส่ตัวกระบี่

เคร้ง!

เสียงโลหะกังวานใส ทันใดนั้น พลังกุศลกรรมมหาศาลก็ถูกอัดฉีดเข้าไปในกระบี่อีกรอบ สะบัด 'ผ่าสวรรค์' สวนกลับไปอีกดอก

ตูม! ตูม! ตูม!

จุ่นถีระดมโจมตีไม่ยั้ง

หลัวซวนก็เติมทรูไม่หยุด ใช้แต้มบุญต้านรับทุกกระบวนท่าอย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามดุจเดินเล่นในสวน

ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า

จุ่นถีมองดูหลัวซวนที่เอาแต้มบุญมาใช้แทนมานา แล้วก็เริ่มรู้สึกชาหนึบไปทั้งตัว

หลัวซวนไม่เสียดาย... แต่จุ่นถีเสียดายแทน!

สิบกว่าท่า... นั่นมันแต้มบุญมหาศาลขนาดไหน! หายวับไปกับตาในไม่กี่วินาที

การต่อสู้ครั้งนี้ จุ่นถีไม่เจ็บตัว... แต่เจ็บใจระดับคริติคอล!

เขากัดฟันกรอด

"ไอ้เด็กเวร!"

"ใครสั่งใครสอนให้เจ้าสู้วิธีนี้หา!"

หลัวซวนไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมอวดรวยของตน ได้ไปกระตุ้นปมด้อยเรื่องความจนของจุ่นถีเข้าอย่างจัง

เขาแค่นเสียงหัวเราะ

"ไอ้โจรเฒ่า!"

"เป็นถึงคนพุทธ กลับทำตัวลับๆ ล่อๆ วางแผนสกปรกทำร้ายภรรยาจักรพรรดิ รอให้อาจารย์ข้ามาถึงเถอะ ท่านได้วิญญาณแตกสลายแน่"

จุ่นถีสะดุ้งโหยง รีบปรับสีหน้า ตีเนียนทันที

"หึหึ!"

"ข้าคือนักพรต 'ขู่กวา' แห่งวัด 'หวงเหลียน' ต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพุทธศาสนาอันสูงส่งทางตะวันตกสักนิด!"

หลัวซวนสวนกลับ "รออาจารย์ข้ามาถึงก่อนเถอะ ดูซิปากจะยังแข็งอยู่ไหม"

จุ่นถีเริ่มลนลาน

วิธีสู้แบบ 'เทพเติมทรู' ของหลัวซวนยื้อเวลาไปมากโข ขืนสู้ต่อ ทงเทียนต้องแห่มาแน่ ถึงตอนนั้นความแตกแน่นอน

เขาหันไปมองหนี่เจียว

เห็นร่างนางกลายเป็นหินไปทั้งตัวแล้ว เหลือแค่ส่วนหัวเท่านั้น

'หนี่เจียวโดนมารกัดกินจนกู่ไม่กลับแล้ว อีกไม่กี่อึดใจต้องตายแน่ ต่อให้ทงเทียนมาตอนนี้ก็ช่วยไม่ทัน'

คิดได้ดังนั้น จุ่นถีก็ตัดสินใจชิ่ง

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

ร่างผอมแห้งหายวับไปกับสายลม หนีไปอย่างรวดเร็ว

หลัวซวนถอนหายใจโล่งอก

เขายื้อจุ่นถีได้ แต่หนี่เจียวรอไม่ได้ เขาเลยต้อง 'บลัฟ' ว่าอาจารย์กำลังมา

โชคดีที่จุ่นถีขี้ขลาด (และกลัวทงเทียนขึ้นสมอง) เลยยอมถอยไป

หลัวซวนรีบพุ่งไปดูอาการหนี่เจียว

คิ้วเขามุ่นเข้าหากัน

"อาการหนัก... จิตใจ แตกร้าว มารในใจกัดกินร่างกายจนเกือบหมด ขาข้างหนึ่งก้าวลงนรกไปแล้ว"

สมองหลัวซวนหมุนจี๋ หาวิธีรักษา

ทันใดนั้น... ปิ๊งไอเดีย!

หลัวซวนสะบัดแขนเสื้อ

พรึ่บ!

เปลวไฟสีขาวหม่นดูลึกลับลอยออกมา มันคือ 'เพลิงผีอนธการ'ที่ปกติบทน้อยจนคนลืม

ไฟชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษ... เผาผลาญวิญญาณและสิ่งนามธรรม!

จิตใจและมารในใจ... ก็ถือเป็นสิ่งนามธรรมและวิญญาณรูปแบบหนึ่ง

"ไป!"

หลัวซวนสั่งการ เพลิงผีอนธการพุ่งเข้าไปในร่างของหนี่เจียวทันที

ในฐานะ 'เซียนแห่งเปลวเพลิง' การควบคุมไฟของหลัวซวนอยู่ในระดับปรมาจารย์ เขาสามารถเผาเฉพาะสิ่งแปลกปลอมโดยไม่ระคายเคืองวิญญาณเจ้าของร่างแม้แต่น้อย

บวกกับหนี่เจียวตอนนี้จิตหลุด ไร้การต่อต้าน ยิ่งรักษาง่าย

"เผา!"

เพลิงผีตามล่าหามารในใจจนเจอ แล้วลุกโชนเผาผลาญมันทันที

"อ๊ากกก!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ไม่มีใครได้ยินดังขึ้นในมิติวิญญาณ

เมื่อมารในใจถูกเผา... หินที่เกาะกินร่างหนี่เจียวก็ค่อยๆ สลายไป จิตใจที่แตกร้าวเริ่มสมานตัวกลับมาใสกระจ่างดังเดิม

ไม่นานนัก มารในใจก็กลายเป็นเถ้าถ่าน

"ตื่นได้แล้ว! ยัยคนคลั่งรัก "

ผ่านทางเปลวไฟ หลัวซวนได้รับรู้ต้นเหตุของมารในใจ... ที่แท้ก็น้อยใจผัวที่ไม่ยอมกลับบ้านมาทำการบ้านนี่เอง

ผู้หญิงนี่ซับซ้อนจริงๆ... หลัวซวนส่ายหน้า

หนี่เจียวค่อยๆ ลืมตาขึ้น

นางมองไปรอบๆ อย่างงุนงง ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อครู่เกือบจะได้เป็น 'หินรอผัว' เฝ้ายอดเขาไปตลอดกาลแล้ว

หลังจากนั้น

หลัวซวนเรียกตัวต้าอวี่กลับมา แล้วเทศนายกใหญ่

ต้าอวี่หน้าเอ๋อ "อาจารย์! เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?"

หลัวซวนเล่าเรื่องแผนชั่วของพุทธที่ทำกับหนี่เจียวให้ฟัง พอรู้ว่าเมียเกือบตาย ต้าอวี่ก็โกรธจนตัวสั่น

"ไอ้พวกพุทธ!"

"รังแกกันเกินไปแล้ว!"

หลัวซวนตบไหล่ศิษย์ "ใจเย็นๆ... พุทธมีนักบุญสององค์ มนุษย์ตอนนี้ยังงัดไม่ไหว แต่แค้นนี้อาจารย์จดบัญชีหนังหมาไว้แล้ว วันพระไม่ได้มีหนเดียว เราจะเอาคืนให้สาสมแน่นอน"

แววตาหลัวซวนฉายประกายอำมหิต

ต้าอวี่ซาบซึ้งใจน้ำตาคลอ "ขอบคุณอาจารย์ขอรับ"

...

ณ เขาหลิงซาน

คนมีความสุขมักหน้าบาน

ตั้งแต่กลับมา จุ่นถียิ้มแก้มปริทั้งวัน ไม่ทำอะไรเอาแต่นั่งรอข่าวร้ายของหนี่เจียว หวังจะเห็นต้าอวี่ตรอมใจตายตาม

แต่ทว่า...

เมื่อข่าวมาถึง รอยยิ้มของจุ่นถีก็แข็งค้าง แล้วค่อยๆ เลือนหายไป

"อะไรนะ!"

"หนี่เจียวยังไม่ตาย? เป็นไปไม่ได้!"

จุ่นถีตาเหลือก นางโดนมารกัดกินขนาดนั้น จิตใจพังยับเยิน รอดมาได้ไง? หรือทงเทียนมาทันเวลา?

"โว้ยยย! อกจะแตกตาย!"

"หลัวซวน! ไอ้เด็กเปรต! เจ้าพังแผนข้าอีกแล้ว!"

จุ่นถีโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แผนที่วางมาดิบดีพังพินาศเพราะหลัวซวนคนเดียว

ตูม!

เพื่อระบายความแค้น จุ่นถีซัดพลังเปรี้ยงเดียว ภูเขาลูกข้างๆ หายวับไปทั้งลูก

"เฮ้ย..."

"นั่นมันภูเขาของข้า..."

บนยอดเขาหลิงซาน หลังจากได้สติ จุ่นถีก็กรีดร้องโหยหวนด้วยความเสียดายทรัพยากร เสียงร้องอันน่าเวทนาดังระงมไปทั่วแดนสุขาวดี... ช่างน่าสงสารจับใจจริงๆ (ประชด)

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 120 - กระบี่ไล่นักบุญ และไฟนรกเผามารใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว