- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 49 - ล่องูออกจากถ้ำและแกล้งเจ็บใส่หมีเล่อ
บทที่ 49 - ล่องูออกจากถ้ำและแกล้งเจ็บใส่หมีเล่อ
บทที่ 49 - ล่องูออกจากถ้ำและแกล้งเจ็บใส่หมีเล่อ
บทที่ 49 - ล่องูออกจากถ้ำและแกล้งเจ็บใส่หมีเล่อ
ณ ห้วงอวกาศนอกฟ้า
ท่ามกลางความเวิ้งว้างอันมืดมิด หลัวซวนถือกระบี่ควันเหินฟาดฟันอย่างดุเดือด เหนือศีรษะมีกระถางเฉียนคุนลอยหมุนคว้างคอยคุ้มกันภัย เขากำลังเปิดศึกนองเลือดกับฝูงสัตว์ดาราที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ปราณกระบี่พวยพุ่ง แสงไฟสาดส่องไปทั่วสารทิศ
อาภรณ์สีแดงเพลิงของเขาบัดนี้ถูกชโลมไปด้วยเลือดของสัตว์ร้ายจนกลายเป็นสีแดงคล้ำดุจโลหิตแห้งกรัง
ในเงามืดด้านหลัง หมีเล่อแอบย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับงูพิษ ใบหน้าอวบอูมแสยะยิ้มอำมหิต มือข้างหนึ่งกระชับ 'วัชระปราบมาร' แน่น ก่อนจะฟาดเข้าใส่กลางหลังของหลัวซวนอย่างสุดแรงเกิด
ตูม!
แสงทองระเบิดออกรุนแรง
หลัวซวนที่กำลังรับมือกับฝูงสัตว์ด้านหน้าไม่ทันระวังตัว กระถางเฉียนคุนจึงถูกวัชระกระแทกจนปลิวหลุดออกไป ร่างของเขาเซถลาเสียหลักเปิดช่องว่างขนาดใหญ่
"โอกาสทอง!"
ดวงตาของหมีเล่อเป็นประกายวาวโรจน์ เขาไม่รอช้ากระโจนเข้าใส่พร้อมซัดฝ่ามือออกไป ฝ่ามือนั้นเปล่งแสงสีทองอร่าม ปรากฏอักขระภาษาสันสกฤตหมุนวนอยู่ภายใน
นี่คือมหาเวทแห่งพุทธ... ฝ่ามือยูไล!
อานุภาพของฝ่ามือนี้รุนแรงปานพลิกสมุทรคว่ำขุนเขา หากโดนเข้าไปจังๆ ต่อให้เป็นเซียนระดับต้าหลัวก็ต้องกระอักเลือด บาดเจ็บสาหัสจนลุกไม่ขึ้น
หมีเล่อไม่กล้าสังหารหลัวซวนให้ตายตก
การวางแผนกลั่นแกล้งกันระหว่างนักบุญถือเป็นเรื่องปกติในยุทธภพ แต่หากถึงขั้นลงมือสังหารศิษย์รัก ย่อมกลายเป็นการก่อสงครามล้างผลาญที่ไม่มีวันจบสิ้น
ดังนั้นเป้าหมายของหมีเล่อจึงมีเพียงการทำให้หลัวซวนบาดเจ็บหนักจนหมดสภาพ เพื่อไม่ให้มาขัดขวางแผนการถล่มสวรรค์ของเขาได้
โครม!
ฝ่ามือยูไลประทับลงกลางแผ่นหลังของหลัวซวนอย่างจัง
หมีเล่อยิ้มกริ่มด้วยความลำพองใจ แม้ผลลัพธ์จะอยู่ในคาดการณ์ แต่เมื่อทำสำเร็จเขาก็อดดีใจไม่ได้ คนที่นักบุญตะวันตกทั้งสองให้ความสำคัญนักหนา แท้จริงแล้วก็มีน้ำยาแค่นี้เอง
ทว่า...
ยังไม่ทันที่รอยยิ้มจะจางหาย หลัวซวนกลับหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหมีเล่อราวกับคีมเหล็ก
"อะไรกัน!"
หมีเล่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
โดนฝ่ามือยูไลเข้าไปเต็มรักขนาดนั้น ควรจะนอนพะงาบๆ ไปแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงยังมีแรงต่อต้านได้อีก เป็นไปไม่ได้!
หลัวซวนแสยะยิ้มเยาะ สายตาที่มองมาเหมือนราชสีห์ที่มองเหยื่อผู้โง่เขลาที่เดินมาติดกับดักเอง
"ไง..."
"ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมาสักทีนะ!"
ตั้งแต่แรกแล้วเขาสงสัยว่าการจลาจลของสัตว์ดาราต้องมีคนบงการ แต่หากคนผู้นั้นไม่ยอมปรากฏตัว เขาก็คงควานหาตัวไม่เจอ
ดังนั้นเขาจึงวางแผนซ้อนแผน
แกล้งทำเป็นอ่อนแอตกอยู่ในวงล้อมของสัตว์ดารา แต่ก็ยื้อเวลาเอาไว้ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ เพื่อล่อให้ผู้อยู่เบื้องหลังร้อนใจจนต้องลงมือเอง
และมันก็ได้ผล
หมีเล่อร้อนรนกลัวแผนแตก จึงรีบเผยตัวออกมาจัดการเขา
หารู้ไม่ว่านี่คือสิ่งที่หลัวซวนรอคอย ทันทีที่หมีเล่อลงมือ หลัวซวนก็ใช้ญาณทิพย์ล็อกเป้าหมายเอาไว้แล้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะมุดดินหนีไปไหน เขาก็ตามเจอ
ส่วนเรื่องที่ทำไมเขาถึงรับฝ่ามือยูไลได้หน้าตาเฉยน่ะหรือ?
เหตุผลง่ายนิดเดียว
หลัวซวนฝึกฝน 'เคล็ดวิชาเก้าหมุนวน' จนร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล ยิ่งผสานกับไขกระดูกหยกผานกู่ ร่างกายของเขาก็ทนทานยิ่งกว่าพวกเผ่าอู่เสียอีก
อย่าว่าแต่ฝ่ามือเดียวเลย ต่อให้เอาสมบัติวิเศษมาทุบตรงๆ เขาก็ยืนให้ทุบได้สบาย
หมีเล่อตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นผี ความเย็นยะเยือกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่สมอง
"เจ้า..."
หมีเล่อเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าตนเองตกหลุมพราง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือละครฉากใหญ่ที่หลัวซวนสร้างขึ้นเพื่อล่อเขาออกมา น่าขำที่เขาหลงดีใจคิดว่าตัวเองฉลาดล้ำเลิศ
หลัวซวนแค่นเสียงเย็น
"เพิ่งจะมารู้ตัวตอนนี้ สายไปแล้วล่ะ!"
มือซ้ายจับข้อมือหมีเล่อไว้แน่น มือขวาเปล่งแสงสีฟ้าคราม อัสนีบาตซ่างชิงนับร้อยสายระเบิดออก อัดกระแทกใส่ร่างอ้วนท้วนของหมีเล่อในระยะประชิด
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา หมีเล่อไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิต
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
หมีเล่อถูกสายฟ้าฟาดจนกระเด็นไปไกลราวกับกระสอบทรายขาดวิ่น
"อั้ก!"
เลือดสดๆ พุ่งออกจากปาก ร่างกายของเขาไหม้เกรียมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง หน้าซีดเผือด ลมปราณปั่นป่วนแปรปรวน สภาพดูไม่ได้ หมดสิ้นคราบศิษย์เอกแห่งมหาสำนัก
เขารีบใช้เม็ดโพธิ์อำพรางกายอีกครั้ง
แต่สายตาของหลัวซวนยังคงจับจ้องไปที่ตำแหน่งของเขาอย่างแม่นยำ ไม่ว่าเขาจะขยับหนีไปทางไหน หลัวซวนก็หันตามไปทางนั้น
"ไม่ต้องดิ้นรนให้เหนื่อยเปล่า เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก"
เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้น หมีเล่อก็กัดฟันพูดเสียงแข็ง
"หลัวซวน!"
"ครั้งนี้ถือว่าเจ้าแน่มาก"
"แต่ถึงเจ้าจะจับข้าได้แล้วจะทำไม เจ้าไม่มีทางหยุดกองทัพสัตว์ดาราได้หรอก ฮ่าๆๆ... แค่กๆ!"
หมีเล่อมั่นใจว่าหลัวซวนไม่กล้าฆ่าเขา เช่นเดียวกับที่เขาไม่กล้าฆ่าหลัวซวน
ดังนั้นเขาจึงยังคงถือดี ต่อให้เขาถูกจับได้ แต่แผนการถล่มสวรรค์ก็ยังดำเนินต่อไป หลัวซวนทำได้แค่ยื้อเวลา แต่ผลลัพธ์สุดท้ายสวรรค์ก็ต้องพังพินาศอยู่ดี
หลัวซวนทำหูทวนลมกับคำขู่ของหมีเล่อ เขาปลดหยกสีม่วงที่เอวออกมา แล้วโยนขึ้นไปบนท้องฟ้า
'หยกไท่ซวีชำระจิต' ลอยเด่นกลางหาว สาดแสงนวลตาครอบคลุมทั่วบริเวณ แสงนั้นซึมซาบเข้าสู่จิตใจของสัตว์ดารา ขจัดความบ้าคลั่งและความสับสนวุ่นวายออกไปจนหมดสิ้น
เพียงครู่เดียว สัตว์ดาราที่เคยดุร้ายก็กลับมามีสติ และเริ่มแยกย้ายกันกลับถิ่นฐานเดิม
รอยยิ้มบนหน้าหมีเล่อแข็งค้าง
เขามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า สมองหยุดสั่งการไปชั่วขณะ ปากพึมพำอย่างคนเสียสติ
"เป็นไปไม่ได้..."
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ นั่นมันธูปจันทน์โยวผัวที่อาจารย์ลงมือทำเองเชียวนะ"
หลัวซวนพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อหมีเล่อ ยกตัวขึ้นมาแล้วพูดเสียงเย็น
"ไป!"
"ไปเขาหลิงซานกับข้า!"
"ข้าจะไปถามศิษย์อาทั้งสองให้รู้เรื่อง ว่าการที่ส่งศิษย์มาลอบกัดสวรรค์และเจี๋ยเจี้ยวแบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไร เห็นเจี๋ยเจี้ยวเป็นขนมหวานหรือไง"
ฆ่าไม่ได้ แต่จะปล่อยไปเฉยๆ ก็ไม่ใช่คน
มีอาจารย์ทงเทียนหนุนหลัง หลัวซวนไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น วันนี้เขาจะลากคอตัวการไปประจานถึงหน้าบ้าน
แต่หมีเล่อกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังมองว่าหลัวซวนไร้เดียงสา
ไปเขาหลิงซานแล้วไง?
หลัวซวนไม่มีหลักฐานมัดตัวสักหน่อย ต่อหน้าสองนักบุญ แค่เขาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำ ใครจะทำอะไรเขาได้ ต่อให้ตอนนี้เขาโดนซ้อมจนยอมรับสารภาพ พอไปถึงหน้าอาจารย์ เขาก็กลับคำให้การได้อยู่ดี
หมีเล่อแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์
"จะไปก็ไปสิ ใครกลัวเจ้ากัน"
"วันนี้ข้าแค่บังเอิญเดินผ่านมาเที่ยวเล่น เจ้ากลับลงมือทำร้ายข้าจนสาหัสขนาดนี้ แถมยังจะมาใส่ร้ายป้ายสีข้าอีก ช่างรังแกกันเกินไปแล้ว"
"เจ้าตีข้าจนเจ็บหนักขนาดนี้ ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายไปฟ้องศิษย์ลุงทงเทียนที่วังปี้โหยว!"
หลัวซวนอึ้งกิมกี่
นี่ศิษย์พุทธมันหน้าด้านไร้ยางอายได้โล่ขนาดนี้เลยหรือ?
เขายังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องลอบกัดเลย อีกฝ่ายกลับชิงโวยวายว่าเป็นเหยื่อ แถมขู่จะไปฟ้องอาจารย์เขาอีก
ไอ้เวรเอ๊ย!
มันจะหน้าหนาเกินไปแล้วนะ!
ได้! จะเล่นบทนี้ใช่ไหม?
หลัวซวนรู้สึกนับถือในความหน้าด้านของหมีเล่อ จึงตัดสินใจงัดกลยุทธ์ 'หนามยอกเอาหนามบ่ง' ออกมาใช้บ้าง
ทันใดนั้น...
โดยที่หมีเล่อยังไม่ทันตั้งตัว
หลัวซวนก็แหกปากร้อง "โอ๊ก!" แล้วพ่นเลือดคำโตออกมา เอามือกุมหน้าอก ไอโขลกๆ ตัวสั่นงันงก
จากที่เคยยืนสง่าผ่าเผย จู่ๆ พลังลมปราณก็ลดฮวบ หน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ ท่าทางเหมือนคนใกล้ตายที่โดนซ้อมมาอย่างหนัก
หลัวซวนกัดฟันพูดเสียงสั่นด้วยความเจ็บปวด
"หมีเล่อ!"
"เจ้าคนชั่วช้า! เจ้าลอบกัดข้าจากด้านหลัง ตีข้าจนกระดูกหัก อวัยวะภายในบอบช้ำ ข้าคงต้องพักฟื้นเป็นหมื่นปีกว่าจะหาย"
"ไป! ไปเขาหลิงซานให้ศิษย์อาตัดสินความเดี๋ยวนี้!"
หมีเล่อตาถลนแทบหลุดจากเบ้า เหมือนเห็นโลกถล่มทลายต่อหน้า
เขาคิดว่าตัวเองหน้าด้านที่สุดในสามโลกแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะเจอคนหน้าด้านกว่า
ไหนใครบอกว่าศิษย์เจี๋ยเจี้ยวเป็นคนซื่อๆ ตรงไปตรงมา ไม่ชอบเล่ห์เหลี่ยมไง ข่าวลือมั่วซั่วชัดๆ!
หมีเล่อชี้นิ้วสั่นระริก
"หลัวซวน! เจ้ามันใส่ร้ายป้ายสี เจ้าพ่นเลือดใส่คนอื่นหน้าตาเฉย!"
[จบแล้ว]