เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - เต่าดำเข้าวัฏสงสาร กุศลกรรมซ่อมฟ้า

บทที่ 40 - เต่าดำเข้าวัฏสงสาร กุศลกรรมซ่อมฟ้า

บทที่ 40 - เต่าดำเข้าวัฏสงสาร กุศลกรรมซ่อมฟ้า


บทที่ 40 - เต่าดำเข้าวัฏสงสาร กุศลกรรมซ่อมฟ้า

หลัวซวนประสานมือคารวะอาจารย์ พลางถ่ายทอดแผนการอันแยบยลให้ทงเทียนได้รับรู้

ทงเทียนฟังจบถึงกับสูดหายใจลึก

"ซี้ดดด!"

ยอดเยี่ยม!

ตามแผนของหลัวซวน หากให้เต่าดำสละขาค้ำฟ้าจะได้กุศลกรรมมหาศาล และหากส่งดวงจิตของมันไปเกิดใหม่แล้วรับเข้าสำนักเจี๋ยเจี้ยว ไม่เพียงจะได้ศิษย์ระดับหัวกะทิเพิ่มมาอีกคน แต่ยังจะช่วยหนุนนำดวงชะตาของสำนักให้รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นไปอีก

ทงเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"หลัวซวน"

"ความคิดของเจ้านั้นประเสริฐยิ่งนัก ช่างรู้ใจข้าเสียจริง!"

หลัวซวนกระตุกมุมปากยิ้มแห้งๆ (รู้ใจอะไรล่ะ อาจารย์กะจะฆ่าแกงเขาแต่แรกแล้วไม่ใช่เรอะ)

ทงเทียนหันกลับไปหาเต่าดำเสวียนกุย เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง

"ข้าจำต้องตัดขาเจ้าเพื่อค้ำยันโลก แต่เห็นแก่ที่เจ้าบำเพ็ญเพียรมานับล้านปี ข้ามีหนทางที่จะรักษาชีวิตเจ้าไว้"

"มิหนำซ้ำ ยังจะช่วยให้เจ้าได้ถือกำเนิดใหม่ หลุดพ้นจากร่างเดรัจฉานนี้ เจ้าจะว่าอย่างไร"

เสวียนกุยได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

"ท่านนักบุญพูดจริงหรือขอรับ!"

ทงเทียนยิ้มมุมปาก

"ระดับข้า จะโกหกเจ้าไปทำไม"

"เมื่อเจ้าร่างกายสลายไป ข้าจะนำดวงจิตเจ้าส่งเข้าสู่วัฏสงสาร ให้ไปจุติใหม่ แล้วรับเจ้าเข้าเป็นศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยว เจ้ายินดีหรือไม่"

เสวียนกุยตัวสั่นเทิ้มด้วยความปีติ

ใครบ้างจะอยากตาย ยิ่งได้ข้อเสนอสุดพิเศษที่ทำให้ความปรารถนาล้านปีเป็นจริง ใครปฏิเสธก็โง่แล้ว

เขารีบผงกหัวรัวๆ

"ข้ายินดีขอรับ! ขอบพระคุณท่านนักบุญที่เมตตา!"

สิ้นคำ เสวียนกุยก็ลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ แหงนหน้ามองฟ้า คำรามก้องประกาศสัตยาบัน

"ฟ้าถล่มดินทลาย สรรพสัตว์เดือดร้อน ข้า... เสวียนกุยแห่งทะเลเหนือ ขอมอบกายสังขารที่บำเพ็ญมาล้านปี ให้กลายเป็นเสาค้ำฟ้า เพื่อค้ำจุนโลกหล้า กอบกู้ปวงประชา!"

ครืนนนน!

สิ้นเสียงประกาศ ร่างมหึมาของเสวียนกุยก็เริ่มสลายกลายเป็นละอองแสง

พลังตบะนับล้านปีและเลือดเนื้อทั้งหมด ไหลไปรวมกันที่ขาทั้งสี่ข้าง เปลี่ยนขาเต่าให้กลายเป็นเสาหินขนาดมหายักษ์ที่แข็งแกร่งดุจเพชร

วิ้ง!

เสวียนกุยสิ้นชีพลงอย่างสมบูรณ์ ขาทั้งสี่กลายเป็นเสาค้ำฟ้าตั้งตระหง่าน

ทงเทียนสะบัดแขนเสื้อ เก็บดวงจิตของเสวียนกุยเอาไว้ แล้วใช้พลังยกเสาทั้งสี่ต้นเหาะกลับไป

...

ณ ใจกลางหงฮวง

หยวนสื่อยืนหน้าเขียวคล้ำเมื่อเห็นทงเทียนแบกเสาค้ำฟ้ากลับมาจริงๆ

แผนการที่จะทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า กลับกลายเป็นว่าตัวเองหน้าแตกยับเยินเหมือนตัวตลก

"จงลงไป!"

ทงเทียนตวาดก้อง เสายักษ์ทั้งสี่พุ่งลงไปปักยังทิศทั้งสี่ของโลก ค้ำยันขอบฟ้าที่กำลังจะทรุดตัวลง

ทันทีที่เสาตั้งมั่น แผ่นดินก็หยุดสั่นไหว ท้องฟ้ากลับมาสดใส มั่นคงดั่งเดิม

เสาขาเต่าเข้ามารับหน้าที่แทนเขาปู้โจวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

ท้องฟ้าเบื้องบนก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง

ท่ามกลางสายตาที่รอคอยของทุกคน ทะเลสีทองปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า... นั่นคือ 'มหากุศลกรรม' จำนวนมหาศาลที่สวรรค์ประทานลงมา

เทียบกันแล้ว กุศลตอนหนี่วาถือกำเนิดมนุษย์ หรือตอนโฮ่วถู่สร้างนรก ยังถือว่าน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับครั้งนี้ เพราะนี่คือการกอบกู้โลกทั้งใบจากการล่มสลาย

ตูม!

ลำแสงกุศลพุ่งลงมาแบ่งสันปันส่วน

ทงเทียน ในฐานะผู้ซ่อมฟ้าและเป็นคนจัดการเรื่องเสาค้ำฟ้า ได้รับไปเนื้อๆ 4 ส่วน

เสวียนกุย ผู้เสียสละร่างกาย ได้รับไป 3 ส่วน

หลัวซวน ผู้มอบหินห้าสีและเสนอไอเดีย เป็นกุญแจสำคัญของงานนี้ ได้รับไป 1 ส่วน

ส่วนที่เหลืออีก 2 ส่วน แบ่งเฉลี่ยให้ ไท่ซ่าง หยวนสื่อ หนี่วา และคนอื่นๆ เป็นค่าแรงขั้นต่ำ

ทุกคนยิ้มแก้มปริ ได้ของดีฟรีๆ ใครจะไม่ชอบ

แต่ทว่า...

ยังไม่จบแค่นั้น!

สวรรค์เหมือนยังแจกไม่หนำใจ ส่งลำแสงกุศลชุดที่สองลงมาอีก

แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าชุดแรก แต่นี่คือ 'กุศลกรรมจากสวรรค์' ที่มอบให้แก่ผู้ที่ช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตจากน้ำท่วมโลก

แสงสีทองสาดส่องลงมายังศิษย์ทั้งสี่สำนัก

แต่ก้อนที่ใหญ่ที่สุด พุ่งตรงเข้าหาหลัวซวน!

การสร้าง 'นาวาลิขิต' ช่วยเหลือมนุษย์นับสิบล้านคน ถือเป็นความดีความชอบที่ไม่อาจมองข้าม

รับรางวัลสองเด้ง!

หลัวซวนยืนอาบแสงสีทอง รู้สึกฟินจนบอกไม่ถูก ง

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่หลัวซวนเป็นตาเดียว

ทำไมเอ็งถึงได้เยอะขนาดนั้นวะ! แบ่งกันบ้างสิเฮ้ย!

แม้แต่เหล่านักบุญยังอดมองด้วยความทึ่งไม่ได้ เด็กคนนี้มันตัวดูดกุศลชัดๆ ได้เยอะกว่านักบุญบางคนเสียอีก

ไท่ซ่างลูบเครา ยิ้มมุมปาก

"น้องสาม... เจ้าได้ศิษย์ดีจริงๆ"

หยวนสื่อมองหลัวซวนที่เปล่งประกายสีทองด้วยความริษยา ในใจร้อนรุ่ม ตนเองเป็นถึงนักบุญ วิ่งวุ่นแทบตายกลับได้น้อยกว่าเด็กเมื่อวานซืน

ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่!

หยวนสื่อแค่นเสียงดูถูก

"พวกสวมขนมีเขา กำเนิดจากที่ชื้นแฉะและไข่... ดีแต่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกง ไม่มีทางเจริญได้หรอก"

ทงเทียนทำหูทวนลม

ส่วนคู่หูตะวันตก จุ่นถีและเจียอิ๋น ตาเป็นประกายวิบวับ จ้องหลัวซวนเหมือนหมาป่าจ้องลูกแกะ

เจียอิ๋นถอนหายใจ

"เฮ้อ!"

"ทำไมทิศตะวันตกของเราไม่มีเพชรเม็ดงามแบบนี้บ้างนะ สวรรค์ช่างลำเอียง!"

จุ่นถีเลียริมฝีปาก

"ศิษย์พี่... ถ้าเรากล่อมให้เขามาอยู่กับเราได้ กุศลพวกนั้นก็จะเป็นของพุทธเรานะ"

"แต่เขาเป็นคนของเจี๋ยเจี้ยว จะยอมมาเหรอ"

จุ่นถียิ้มเจ้าเล่ห์

"ลืมไปแล้วหรือว่าเรามี 'ติ้งกวงเซียน' เป็นสายลับ มีคนในคอยยุยง สักวันต้องตกเป็นของเราแน่"

สองนักบุญหัวโล้นซุบซิบวางแผนชั่วร้าย โดยที่หลัวซวนไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกหมายหัว

หนี่วาที่เสียทั้งโชคลาภและได้กุศลน้อยนิด เดินจากไปอย่างเงียบเหงาเป็นคนแรก

นักบุญคนอื่นก็ทยอยกลับ

ก่อนไป หยวนสื่อฉวยโอกาสคว้าเศษซากเขาปู้โจวชิ้นหนึ่งติดมือไปด้วย (นั่นคือวัตถุดิบทำ 'ตราประทับฟานเทียน' ในอนาคต)

หลัวซวนเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าไปเลือกเศษหินชิ้นใหญ่ๆ เก็บใส่กระเป๋าบ้าง

หยวนสื่อเห็นเข้าก็เบะปาก

"ไม่เจียมตัว!"

เขาปู้โจวมีแรงกดดันของผานกู่ตกค้างอยู่ คนธรรมดาเอาไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่ระดับนักบุญอย่างเขาเท่านั้นที่ลบล้างแรงกดดันแล้วเอาไปสร้างอาวุธได้

เด็กนี่คิดจะเลียนแบบเขา ฝันไปเถอะ!

หลัวซวนไม่สนคำดูถูก

เมื่อก่อนเขาอาจทำไม่ได้ แต่ตอนนี้เขามี 'กระถางเฉียนคุน' บวกกับสุดยอดไฟสองชนิด จะหลอมเขาปู้โจวก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

เมื่อทุกคนแยกย้าย

หลัวซวนอาสาพาดวงจิตของเสวียนกุยไปส่งที่ยมโลก

ทงเทียนอนุญาต

พริบตาเดียว ความวุ่นวายก็จบลง เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของสงคราม และเศษเดนตายของเผ่าอู่และปีศาจที่ยืนงงอยู่ในดงซากศพ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - เต่าดำเข้าวัฏสงสาร กุศลกรรมซ่อมฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว