- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 38 - ทงเทียนซ่อมฟ้า กระถางเฉียนคุน
บทที่ 38 - ทงเทียนซ่อมฟ้า กระถางเฉียนคุน
บทที่ 38 - ทงเทียนซ่อมฟ้า กระถางเฉียนคุน
บทที่ 38 - ทงเทียนซ่อมฟ้า กระถางเฉียนคุน
ณ เกาะจินอ๋าว
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกลองมัจฉาสวรรค์ดังกึกก้องไปทั่วเกาะ ศิษย์เจี๋ยเจี้ยวทุกคนรู้ทันทีว่าเกิดเหตุร้ายแรง รีบวางมือจากภารกิจแล้วมุ่งหน้าสู่วังปี้โหยวทันที
ณ เกาะมังกรเพลิง
หลัวซวนนั่งอยู่หน้าเตาเจ็ดดารา ขอบตาดำคล้ำ เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
ตลอดพันปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน ต้องคอยควบคุมเพลิงสัจจะสุริยันเพื่อหลอมหินห้าสี จนเตาเจ็ดดาราแดงฉานแทบจะละลาย ร้าวระแหงจนเกือบพังพินาศ
แต่ความพยายามก็ไม่สูญเปล่า
ในที่สุด หินห้าสีทั้งสามหมื่นกว่าก้อนก็ถูกหลอมละลายจนกลายเป็นของเหลวห้าสีส่องประกายระยิบระยับ ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ แผ่กลิ่นอายลึกลับแห่งเต๋าออกมา
ทันทีที่ได้ยินเสียงกลอง หลัวซวนไม่รอช้า คว้าเอาของเหลวห้าสีนั้นแล้วพุ่งตรงไปยังวังปี้โหยว
ชั่วอึดใจต่อมา
ศิษย์เจี๋ยเจี้ยวทุกคนมารวมตัวกันครบองค์ประชุม
ทงเทียนในชุดคลุมสีเขียวครามยืนตระหง่าน สีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ก้งกงชนเขาปู้โจวถล่ม ฟ้าดินวิบัติ รั่วสุ่ยไหลท่วมโลก สรรพชีวิตกำลังล้มตาย"
"ศิษย์เจี๋ยเจี้ยวทุกคน! จงตามข้าไปกอบกู้โลกเดี๋ยวนี้!"
เสียงฮือฮาดังระงม
"เขาปู้โจวเนี่ยนะ? นั่นมันกระดูกสันหลังของเทพผานกู่เชียวนะ จะพังง่ายๆ ได้ไง!"
"ก้งกงแค่ระดับจุ่นเซิ่ง มีปัญญาชนเขาพังได้ด้วยเหรอ?"
"งานเข้าแล้วไง ฟ้าถล่มของจริง!"
ทุกคนตื่นตะหนกตกใจ ยกเว้นเพียงหลัวซวนที่ยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย
ในใจเขาแอบบ่นอุบ
'ตั้งแต่ยุคสัตว์อสูร ยุคมังกร-หงส์ มาจนถึงยุคสงครามลิขิตฟ้า ภูเขาลูกนี้โดนสารพัดตีนถล่มมาไม่รู้กี่รอบ ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องมีวันพังเข้าสักวันแหละ'
หลังจากหายตกใจ ทุกคนก็ขานรับพร้อมเพรียง
"น้อมรับบัญชาอาจารย์!"
ทงเทียนสะบัดแขนเสื้อ หอบเอาลูกศิษย์ทั้งหมดแปลงเป็นแสงสีเขียวพุ่งทะยานสู่ฟ้า
ความเร็วระดับนักบุญนั้นเหนือคำบรรยาย พริบตาเดียวก็มาถึงจุดเกิดเหตุ
ในเวลานี้ นักบุญอีกห้าท่านต่างก็มาถึงแล้ว แต่แทนที่จะรีบซ่อมฟ้า พวกเขากลับกำลังนัวเนียแย่งชิงสมบัติกันอยู่!
เป้าหมายคือ 'ระฆังตงหวง' ที่ตงหวงไท่อี้ทิ้งไว้หลังจากระเบิดตัวเอง
นี่คือสมบัติระดับกำเนิดขั้นสูงสุด ใครบ้างจะไม่ตาโต โดยเฉพาะสองนักบุญจากตะวันตก จุ่นถีและเจียอิ๋น ตาเป็นมันวาวจนแทบจะเรืองแสงสีเขียว
หนี่วาตวาดลั่น
"ไท่อี้เป็นคนเผ่าปีศาจ สมบัติของเขาก็ต้องตกเป็นของเผ่าปีศาจสิ!"
จุ่นถีงัดวิชาหน้าด้านไร้เทียมทานออกมาใช้
"สหายพูดผิดแล้ว"
"ไท่อี้ตายไปแล้ว ของก็ต้องไร้เจ้าของ ของดีควรคู่กับผู้มีบุญ อาตมาเห็นว่าระฆังใบนี้มีวาสนาต้องกันกับฝ่ายตะวันตกของเรา"
หยวนสื่อแค่นเสียง
"ระฆังใบนี้กำเนิดในตะวันออก เกี่ยวอะไรกับตะวันตกของเจ้า!"
เจียอิ๋นเถียงข้างๆ คูๆ
"ของวิเศษไม่มีพรมแดนหรอกโยม"
ต่างฝ่ายต่างแย่งชิงกันชุลมุน ทันใดนั้น ระฆังตงหวงก็เปล่งแสงเจิดจ้า แล้วพุ่งแหวกมิติหนีหายเข้าไปในห้วงเคออส อันไร้ที่สิ้นสุด
หายวับไปกับตา!
เหล่านักบุญยืนหน้าเหวอ
ลงทุนทิ้งศักดิ์ศรีมาแย่งของกันแทบตาย สุดท้ายคว้าน้ำเหลว
จุ่นถีกับเจียอิ๋นแทบจะร้องไห้โฮ
ทงเทียนที่เพิ่งมาถึงเห็นฉากนี้พอดี ก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนม
"โอ๊ะโอ๋!"
"ขยันขันแข็งกันจังนะพวกท่าน"
หยวนสื่อเห็นทงเทียนทำหน้ากวนประสาท ก็ของขึ้นทันที
"ทงเทียน! ทำไมเพิ่งโผล่หัวมา!"
ถ้าทงเทียนมาเร็วกว่านี้ สามพี่น้องผนึกกำลังกัน ป่านนี้ระฆังตงหวงเสร็จพวกเขาไปแล้ว ไม่หลุดมือไปแบบนี้หรอก
ทงเทียนยักไหล่
"ข้าไม่ได้สนระฆังนั่นสักหน่อย ไม่เหมือนบางคน... เห็นของวิเศษแล้วลืมสิ้นซึ่งยางอายของนักบุญ"
ในประวัติศาสตร์เดิม ทงเทียนอยากได้ระฆังเพื่อเอามาใช้สะกดโชคลาภ ของสำนัก
แต่ตอนนี้ เพราะหลัวซวนชี้นำให้ช่วยมนุษย์ ค่าโชคลาภของเจี๋ยเจี้ยวพุ่งกระฉูดจนล้นปรี่ เขาเลยไม่จำเป็นต้องพึ่งระฆังอีกต่อไป จึงไม่ได้กระตือรือร้นจะมาแย่งชิง
หยวนสื่อหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"เจ้า..."
"พอได้แล้ว!"
ไท่ซ่างรีบห้ามทัพ
"เขาปู้โจวถล่ม โลกกำลังจะแตก ภารกิจสำคัญคือต้องพยุงฟ้าดินไว้ก่อน ขืนชักช้า อาจารย์ (หงจวิน) ลงโทษขึ้นมา พวกเราจะซวยกันหมด"
ทุกคนจึงได้สติ หันมาสนใจหายนะเบื้องหน้า
ไท่ซ่างโยน 'แผนภาพไท่จี๋' ออกไป มันกลายเป็นสะพานทองคำขนาดยักษ์พาดผ่านความว่างเปล่า ตรึงธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้สงบนิ่ง
หยวนสื่อ จุ่นถี เจียอิ๋น ต่างก็ใช้อิทธิฤทธิ์ช่วยกันค้ำยันฟ้าคนละมุม
หนี่วากาง 'แผนภาพสักการะขุนเขาและสายน้ำ' ออกไปรองรับมวลน้ำรั่วสุ่ยที่ไหลบ่าลงมา เพื่อชะลอความเสียหาย
เหล่าลูกศิษย์ของแต่ละสำนัก ไม่ว่าจะเป็นเสวียนตู, สิบสองเซียนทองคำ, หมีเล่อ, ตี้จ้าง และศิษย์เจี๋ยเจี้ยว ต่างก็กระจายกำลังกันช่วยเหลือสรรพสัตว์
ทงเทียนกำลังจะลงมือช่วย
แต่หลัวซวนดึงชายเสื้อเขาไว้
"หือ?" ทงเทียนเลิกคิ้วสงสัย
หลัวซวนยื่นก้อนของเหลวห้าสีส่งให้
"ท่านอาจารย์"
"ศิษย์บังเอิญได้แร่หายากมา กะว่าจะเอามาทำอาวุธเล่น แต่เห็นฟ้าทะลุพอดี ของสิ่งนี้น่าจะเอาไปอุดรูรั่วได้นะขอรับ"
ทงเทียนตาเป็นประกาย
ตอนนี้แม้จะพยุงฟ้าไว้ได้ แต่รูรั่วยังอยู่ ปัญหาก็ยังไม่จบ
ได้ของสิ่งนี้มา ก็เหมือนได้ปูนซีเมนต์ชั้นดีมาฉาบผนัง!
"ศิษย์รัก!"
"เจ้านี่มันตัวนำโชคจริงๆ!"
ทงเทียนผู้ไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่สงสัยสักนิดว่าทำไมหลัวซวนถึงมีของดีแบบนี้ แถมยังหลอมมาเสร็จสรรพพร้อมใช้งานเป๊ะเวอร์ขนาดนี้
ทงเทียนรับของเหลวห้าสี พุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดฟ้า
แปะ!
เขาโปะของเหลวห้าสีลงไปที่รอยแยกยักษ์บนฟ้า
จากนั้นก็ชักกระบี่ชิงผิงออกมา ใช้แทนเกรียงฉาบปูน ปาดซ้าย ปาดขวา เกลี่ยให้เนียนกริบ ฝีมือระดับช่างปูนมืออาชีพยังอาย
ครู่ต่อมา
ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด รูรั่วบนฟ้าผสานกันสนิท น้ำรั่วสุ่ยหยุดไหลทันที
เสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่มไปทั่วสามโลก
หนี่วาสะดุ้งเฮือก
นางรู้สึกโหวงๆ เหมือนโดนใครล้วงกระเป๋าเอาโชคชะตาบางอย่างไป
ทันใดนั้น
ท้องฟ้าปรากฏเมฆม่วงมงคล ชายชราในชุดเต๋าผู้ทรงบารมีปรากฏกายขึ้น... หงจวินเหล่าจู่!
ทุกคนรีบทำความเคารพ
หงจวินมองท้องฟ้าที่ถูกซ่อมเสร็จแล้ว สลับกับมองหน้าทงเทียน แล้วก็เงียบกริบ
ผิดคิว!
ตามบทที่เขาเขียนไว้ คนซ่อมฟ้าต้องเป็นหนี่วาสิ ทำไมกลายเป็นทงเทียนไปได้?
เดิมทีเขาจะเอา 'กระถางเฉียนคุน' มาให้หนี่วาใช้หลอมหินซ่อมฟ้า
แต่นี่ยังไม่ทันได้แจกไอเทม ฟ้าก็ซ่อมเสร็จไปแล้ว!
เอาเถอะ...
ชะตาใหญ่ห้ามแก้ แต่ดีเทลเล็กน้อยหยวนๆ กันได้ ใครซ่อมก็เหมือนกันแหละ
หงจวินสะบัดมือ
แสงสว่างวาบพุ่งไปหยุดตรงหน้าทงเทียน กลายเป็นกระถางสามขาโบราณดูขลังทรงพลัง... สุดยอดสมบัติระดับจี๋ผิ่น 'กระถางเฉียนคุน'!
"ทงเทียน เจ้ามีความชอบในการซ่อมฟ้า ข้ามอบสิ่งนี้ให้เป็นรางวัล"
จากนั้นก็สั่งความต่อ
"แม้ฟ้าจะซ่อมแล้ว แต่เขาปู้โจวพังทลาย โลกขาดเสาหลักค้ำจุน พวกเจ้าต้องไปหาสิ่งของมาทดแทนเสาค้ำฟ้าโดยด่วน"
สั่งเสร็จก็แวบหายตัวไปทันที
[จบแล้ว]