- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 26 - กลับคืนสู่สำนัก และเพลิงผีอนธการ
บทที่ 26 - กลับคืนสู่สำนัก และเพลิงผีอนธการ
บทที่ 26 - กลับคืนสู่สำนัก และเพลิงผีอนธการ
บทที่ 26 - กลับคืนสู่สำนัก และเพลิงผีอนธการ
ณ ตำหนักผานกู่ เผ่าอู่
เมื่อทราบข่าวว่าโฮ่วถู่สละร่างสร้างวัฏสงสาร เหล่าจอมมารบรรพชนต่างเศร้าโศกเสียใจ ความผูกพันฉันพี่น้องนับล้านปีไม่ใช่สิ่งที่จะตัดขาดได้ง่ายๆ
ตี้เจียงข่มความเศร้า กล่าวเสียงเครียด
"น้องเล็กไม่อยู่แล้ว ค่ายกลสิบสองเทพมารก็ตั้งไม่ได้ ตอนนี้เรื่องด่วนคือต้องหาวิธีสร้างจอมมารบรรพชนคนใหม่ขึ้นมาทดแทน"
จู๋จิ่วอินพยักหน้า
"พี่ใหญ่พูดถูก หากขาดค่ายกลนี้ เราจะเอาอะไรไปสู้กับค่ายกลดวงดาวของพวกปีศาจ?"
"คนที่จะมาแทน ควรคัดเลือกจากเผ่าของน้องเล็กโฮ่วถู่ เพื่อให้สายเลือดใกล้เคียงที่สุด"
ก้งกงนับนิ้ว
"ในเผ่าโฮ่วถู่ มีจอมมารใหญ่(ต้าอู่)อยู่สามคน สิงเทียน, โฮ่วอี้, และคว่าฟู่"
ตี้เจียงครุ่นคิด
"สิงเทียนมีพลังรบแข็งแกร่งที่สุด เลือกเขาเถอะ"
มติเอกฉันท์ สิงเทียนถูกเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นจอมมารบรรพชนคนใหม่ เพื่ออุดรอยรั่วของค่ายกล
ในขณะที่เผ่าอู่เศร้าสร้อย เผ่าปีศาจกลับฉลองกันสุดเหวี่ยง
ณ สวรรค์ชั้นฟ้า
ตี้จวิน ไท่อี้ และสิบจอมทัพปีศาจ นั่งล้อมวงดื่มสุรา หน้าบานเป็นจานเชิง
ตี้จวินหัวเราะร่า
"โฮ่วถู่ไปเฝ้ายมโลก ออกมาไม่ได้ ค่ายกลเทพมารของพวกมันก็พิการ"
"จากนี้ไป เผ่าอู่ก็เป็นแค่หมูในอวย!"
ไป๋เจ๋อยิ้มกริ่ม
"ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาท การกวาดล้างเผ่าอู่ รวบรวมหงฮวงเป็นหนึ่ง อยู่แค่เอื้อมแล้วพะยะค่ะ"
หลังงานเลี้ยง
ตี้จวินกลับเข้าตำหนัก เห็นสีเหอนั่งหน้าเศร้าอยู่ริมเตียง
เขาเข้าไปกุมมือนาง ปลอบโยนเสียงนุ่ม
"ที่ข้าให้ลูกทั้งสิบไปอยู่ที่หุบเขาทางกู่ ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา"
"รอข้าปราบเผ่าอู่ ยึดครองโลกได้เมื่อไหร่ จะรีบไปรับพวกเขากลับมาอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกทันที"
"วางใจเถอะ ที่นั่นมีการคุ้มกันแน่นหนา ปลอดภัยหายห่วง"
ตี้จวินให้คำมั่นสัญญาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
......
ณ ยมโลก
หลัวซวนได้รับเชิญจากพระแม่ผิงซิน(โฮ่วถู่) ให้เป็นแขกคนแรกของยมโลก
"ขอบคุณสหายตัวน้อยที่ช่วยเหลือ ข้าซาบซึ้งน้ำใจเจ้ายิ่งนัก"
ผิงซินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลัวซวนไม่เพียงช่วยคุ้มกัน แต่ยังช่วยสยบความวุ่นวายในยมโลก รักษาวัฏสงสารเอาไว้ได้
แถมยังยอมเสียสละสมบัติวิเศษไปอีกชิ้น
คนดีศรีสังคมแท้ๆ
"พระแม่ชมเกินไปแล้ว การสร้างวัฏสงสารเป็นคุณูปการต่อสรรพสัตว์ ข้าน้อยเพียงแค่ช่วยลงแรงเล็กน้อยเท่านั้น"
หลัวซวนถ่อมตัว
ดูเหมือนเขาจะเสียเจดีย์อนธการไป แต่เจดีย์นั้นได้กลายสภาพเป็นนรกสิบแปดขุม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยมโลก
ซึ่งนั่นหมายความว่า... เขาจะได้ส่วนแบ่งกุศลกรรมจากการทำงานของนรกไปตลอดกาล!
แม้มันจะทีละเล็กละน้อย แต่รับทรัพย์ต่อเนื่องไม่มีวันหยุด
งานนี้กำไรเห็นๆ!
หลัวซวนเดินชมทิวทัศน์บนถนนหวงเฉวียน ชมดอกปี่อั้น(พลับพลึงแดง)ที่บานสะพรั่ง
ในใจกระซิบเรียก
"ระบบ เช็คอิน!"
[ติ๊ง!]
[เช็คอิน ณ ยมโลกสำเร็จ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรางวัล เพลิงผีอนธการ!]
[เพลิงผีอนธการ : เพลิงวิเศษที่กำเนิดขึ้นพร้อมยมโลก มีความเย็นยะเยือกถึงขีดสุด เป็นดาวข่มของดวงวิญญาณและหยวนเสิน]
หลัวซวนยิ้มกว้าง
ได้ไฟมาอีกแล้ว หรือดวงเขาจะสมพงศ์กับไฟจริงๆ?
สงสัยต้องเปลี่ยนฉายาจาก 'เทพวิกาลอัคคี' เป็น 'จักรพรรดิเพลิง' ซะแล้วมั้ง
ก่อนกลับ ผิงซินมอบป้ายหยกให้หลัวซวนชิ้นหนึ่ง บอกว่าใช้ผ่านเข้าออกยมโลกได้ตลอดเวลา
......
หลายเดือนต่อมา
หลัวซวนเพิ่งจะก้าวเท้าขึ้นเกาะมังกรเพลิง ยังไม่ทันได้นั่งพักก้น
เสียงเรียกของท่านทงเทียนก็ดังเข้าหู ให้รีบไปรวมพลที่วังปี้โหยว
ณ วังปี้โหยว
เมื่อหลัวซวนมาถึง ก็พบว่าเพื่อนร่วมสำนักมารอกันเต็มห้อง ทุกคนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
หลัวซวนเกาหัว
เกิดอะไรขึ้นหว่า? หรือตอนเขาไม่อยู่มีดราม่าอะไร?
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!"
ท่านทงเทียนยิ้มหน้าบาน
เป็นไปตามคาด ท่านหยิบยกเรื่องโฮ่วถู่ขึ้นมาพูด ชมเชยหลัวซวนยกใหญ่ แล้วตบท้ายด้วยประโยคคลาสสิก
"พวกเจ้าต้องเอาหลัวซวนเป็นเยี่ยงอย่าง!"
เหล่าศิษย์มองหลัวซวนตาขวางกว่าเดิม
อารมณ์ประมาณว่า...
พวกเราตกลงกันว่าจะขี้เกียจไปด้วยกัน ไหงเอ็งแอบไปซุ่มฟาร์มเวลจนเทพอยู่คนเดียวฟะ? ไอ้คนทรยศ!
หลัวซวนหัวเราะแห้งๆ
ช่วยไม่ได้นี่หว่า... คนมันไฟแรง!
หลังเลิกประชุม
จ้าวพกงหมิงเดินเข้ามาตบไหล่หลัวซวนแทบทรุด
"ไอ้น้องรัก!"
"ไม่นึกเลยว่าหายหน้าไปแป๊บเดียว ไปสร้างวีรกรรมระดับโลกมาซะได้ วันนี้เอ็งต้องเลี้ยงฉลอง!"
ตัวเป่าเต้าเหรินก็เดินเข้ามาสมทบ
"ใช่แล้ว"
"เพราะเจ้า ศิษย์พี่อย่างข้าเลยโดนท่านอาจารย์บ่นหูชา ต้องรับผิดชอบด้วยการเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่ซะดีๆ"
คนอื่นๆ ก็รุมล้อมเข้ามากดดัน
หลัวซวนยิ้มขำ
แม้จะมีคนอิจฉาบ้าง แต่เพื่อนฝูงส่วนใหญ่ก็ยินดีกับเขาอย่างจริงใจ บรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัวนี้ทำให้เขารักสำนักเจี๋ยเจี้ยวมากขึ้นไปอีก
เขาตั้งปณิธานในใจ
'ข้าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมอันน่าเศร้าของสำนักเจี๋ยเจี้ยวให้ได้!'
ขบวนแห่ยาวเหยียดมุ่งหน้าสู่เกาะมังกรเพลิง
ทุกคนต่างควักเหล้ายาปลาปิ้งของดีติดไม้ติดมือมาด้วย ร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างครึกครื้น
หลัวซวนเองก็ใจป้ำ
งัดใบชาแห่งการรู้แจ้งออกมาเลี้ยงแขก แม้คนจะเยอะจนต้องต้มน้ำหม้อใหญ่เจือจางไปหน่อย แต่ก็ถือว่าของดี
หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่เกาะ
หลัวซวนนำต้นชาแห่งการรู้แจ้งออกมาปลูก
แม้เกาะจะร้อนระอุ แต่รากวิญญาณระดับนี้ปรับตัวเก่ง ทันทีที่หยั่งราก มันก็ปล่อยไอน้ำเย็นสดชื่นออกมาปรับสภาพแวดล้อม
ตอนนี้เกาะมังกรเพลิงแบ่งเป็นสองโซน
โซนร้อนมีต้นพุทราแดง โซนเย็นมีต้นชา
อยู่สบายขึ้นเยอะ
หลัวซวนกลับเข้าตำหนัก เริ่มตรวจสอบของรางวัล
วูบ!
เปลวไฟสีเทาขาวลุกพรึบขึ้น แผ่ไอเย็นยะเยือกที่หนาวเหน็บไปถึงวิญญาณ
ต่างจากเพลิงอัคคีหนานหมิงที่ร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์อย่างสิ้นเชิง
ในโลกหงฮวง มีตะเกียงวิเศษสี่ดวง หนึ่งในนั้นคือ 'ตะเกียงวิญญาณ(หลิงจิ้วเติง)' ของหรันเติง ซึ่งบรรจุเพลิงผีอนธการนี้ไว้
หลัวซวนดูดซับเพลิงผีเข้าไปในร่าง
ภายในกายของเขา ตอนนี้มีไฟสองชนิดคุมเชิงกันอยู่
เพลิงอัคคีหนานหมิงทรงพลังกว่า แต่ก็กลืนกินเพลิงผีไม่ลง เพราะต่างก็เป็นสุดยอดไฟเหมือนกัน
หลัวซวนลองของ
ดีดเพลิงผีใส่ต้นไม้ต้นหนึ่ง
ไฟลุกท่วมต้นไม้ แต่ต้นไม้กลับไม่ไหม้ ไม่มีความเสียหายทางกายภาพเกิดขึ้นเลย
หลัวซวนพยักหน้า
"เข้าใจล่ะ"
"เพลิงผีอนธการทำลายได้แต่วิญญาณ ต้นไม้ไม่มีวิญญาณมันเลยไม่รู้สึกอะไรสินะ"
[จบแล้ว]