เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - รางวัลจากทงเทียน และการลาจากของหลัวซวน

บทที่ 13 - รางวัลจากทงเทียน และการลาจากของหลัวซวน

บทที่ 13 - รางวัลจากทงเทียน และการลาจากของหลัวซวน


บทที่ 13 - รางวัลจากทงเทียน และการลาจากของหลัวซวน

ณ ลานหน้าวังหยก

ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เป็นความเงียบที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

สามเกลอ ฉิวโส่วเซียน หลิงหยาเซียน และจินกวงเซียน หน้าแดงก่ำจนแทบจะระเบิด ราวกับมีใครเอามือมาบีบคอไว้ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวสั่นงันงก

จ้าวพกงหมิงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เกรงใจใคร

ฝั่งศิษย์ฉานเจี้ยวต่างยืนแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด

กว่างเฉิงจื่อมีสีหน้าเหม่อลอย ปากพึมพำซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"เป็นไปไม่ได้..."

"ครอบเก้ามังกรอัคคีของศิษย์น้องไท่อี้ปล่อยเพลิงซานเม่ยแรงเก้าเท่าเชียวนะ จะไปแพ้ให้หลัวซวนได้อย่างไร?"

บนแท่นประทับ

ไท่ซ่างเหล่าจวินผู้มีใบหน้าเรียบเฉยดุจบ่อน้ำลึก ปรากฏแววตกตะลึงขึ้นวูบหนึ่ง

"นั่นมัน... เพลิงอัคคีหนานหมิง"

"เพลิงอัคคีหนานหมิงเป็นไฟประจำกายของเผ่าหงส์เพลิง นับตั้งแต่สิ้นสุดมหากลียุคมังกรคราม เผ่าหงส์เพลิงเกือบสูญพันธุ์และปลีกวิเวกหายสาบสูญไป ไฟชนิดนี้ก็เลือนหายไปจากโลกหงฮวง"

"นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้เห็นมันปรากฏขึ้นอีกครั้ง..."

ทันใดนั้น

"ฮ่าๆๆๆ เยี่ยม! เยี่ยมมาก!"

ท่านทงเทียนตบเข่าฉาด หัวเราะร่าอย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี

สุขคนหนึ่ง ทุกข์คนหนึ่ง

ท่านทงเทียนหน้าบานเท่ากระด้ง ส่วนหยวนสื่อเทียนซุนหน้าเขียวสลับขาวราวกับจานสี ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัดที่พุ่งทะลุปรอท

เขาผุดลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง กวาดต้อนศิษย์ฉานเจี้ยวทั้งหมดเข้าไปในแขนเสื้อ

จากนั้นแสงสว่างก็วาบขึ้น ร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากที่ตรงนั้นทันที

ท่านทงเทียนทำหน้าเสียดาย หนีเร็วจริงนะ กะว่าจะเยาะเย้ยถากถางให้สะใจสักหน่อยเชียว

ไท่ซ่างถอนหายใจยาว ใบหน้าชราฉายแววซับซ้อน

"พี่น้องฆ่ากันเอง... เฮ้อ!"

กล่าวจบ ท่านก็หันหลังเดินจากไปเช่นกัน

หลัวซวนเก็บเพลิงอัคคีหนานหมิง แล้วเหาะลงมาจากเวทีประลอง

จินกวงเซียน ฉิวโส่วเซียน และหลิงหยาเซียน พอเห็นหลัวซวนเดินมา ก็ทำหน้าไม่ถูก รีบมุดหัวหนีไปหลบหลังเพื่อนๆ ราวกับกลัวว่าหลัวซวนจะมองเห็น

จ้าวพกงหมิงเดินเข้ามาตบไหล่หลัวซวนแรงๆ ชูนิ้วโป้งให้

"เจ๋งเป้งไปเลยไอ้น้อง!"

อวิ๋นเซียวเองก็ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้

ศิษย์คนอื่นๆ ต่างกรูเข้ามาแสดงความยินดีกันยกใหญ่ ส่วนพวกปากหอยปากปูที่เคยปรามาสว่าหลัวซวนจะแพ้ ตอนนี้หายหัวไปหมดราวกับไม่เคยมีตัวตน

เวลานั้นเอง ท่านทงเทียนก็เดินยิ้มหน้าบานเข้ามาหา

"หลัวซวน ทำได้ดีมาก"

"ไม่เสียแรงที่อาจารย์คาดหวังในตัวเจ้า"

หลัวซวนประสานมือคารวะ

"ท่านอาจารย์ชมเกินไปแล้ว ศิษย์เพียงแค่อาศัยว่าเพลิงอัคคีหนานหมิงชนะทางเพลิงซานเม่ย จึงโชคดีเอาชนะมาได้ขอรับ"

ท่านทงเทียนหัวเราะ

"เอาเถอะ ไม่ต้องถ่อมตัวนักหรอก"

"ชนะก็คือชนะ จะด้วยโชคหรือฝีมือ ผลลัพธ์ก็คือเจ้าชนะ"

ว่าแล้ว ท่านทงเทียนก็หันไปประกาศก้องต่อหน้าศิษย์ทุกคน

"งานชุมนุมสามสำนักครั้งนี้ พวกเจ้าร่วมแรงร่วมใจกันจนเอาชนะฉานเจี้ยวได้ ไม่เพียงกู้ศักดิ์ศรีของเจี๋ยเจี้ยว แต่ยังกู้หน้าให้อาจารย์ด้วย พวกเจ้าทำได้ดีมาก!"

พอนึกถึงสภาพหยวนสื่อที่ต้องหนีหางจุกตูดกลับไป ท่านทงเทียนก็อดขำไม่ได้

ผ่านมากี่ปีแล้ว... นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอาชนะพี่รองจอมหยิ่งยะโสคนนั้นได้อย่างเด็ดขาด

เหล่าศิษย์รีบก้มหัวรับคำชม บอกว่าเป็นหน้าที่ของศิษย์ที่พึงกระทำ

ท่านทงเทียนกล่าวต่อ

"อาจารย์เป็นคนมีเหตุผล เมื่อทำความดีความชอบย่อมต้องมีรางวัล"

ท่านสะบัดมือ แสงสว่างนับสิบสายก็พุ่งออกมา ลอยไปหยุดตรงหน้าศิษย์ที่ขึ้นประลองทุกคน คนละหนึ่งชิ้น

ชั่วพริบตา แสงจากสมบัติวิเศษนับสิบชิ้นก็ส่องประกายวิบวับจนตาแทบบอด

สมกับเป็น 'หลิงเป่าเทียนซุน(เทพบดีแห่งสมบัติวิเศษ)'!

แจกสมบัติวิเศษทีเดียวเป็นสิบชิ้น ความป๋าขนาดนี้ในโลกหงฮวงคงไม่มีใครเทียบได้

คนที่ได้รับรางวัลต่างยิ้มแก้มปริ

ทว่า... ตรงหน้าหลัวซวนกลับว่างเปล่า

ท่านทงเทียนเอ่ยขึ้นว่า

"หลัวซวน"

"เจ้าชนะในรอบตัดสิน สร้างชื่อเสียงให้อาจารย์อย่างมาก เจ้าอยากได้อะไรเป็นรางวัล? ขอแค่ไม่ใช่สมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนจื้อเป่า อาจารย์หาให้เจ้าได้หมด"

ประโยคสุดท้ายท่านทงเทียนพูดติดตลก

ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง

ความหมายของท่านอาจารย์คือ ให้หลัวซวน 'ขออะไรก็ได้' อย่างนั้นรึ? ขนาดศิษย์เอกอย่างตัวเป่ายังไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษขนาดนี้มาก่อน

ศิษย์หลายคนอิจฉาจนตาร้อนผ่าว

โอกาสที่จะได้ขอพรจากนักบุญ แม้แต่ระดับจุ่นเซิ่ง(กึ่งนักบุญ)ยังต้องน้ำลายไหล ศิษย์เจี๋ยเจี้ยวหลายคนแทบอยากจะกระโดดเข้าไปสวมรอยเป็นหลัวซวนเสียเดี๋ยวนี้

แม้แต่พวกตัวเป่าเต้าเหรินยังมองด้วยสายตาอิจฉา รู้สึกว่าสมบัติในมือตัวเองด้อยค่าลงถนัดตา

หลัวซวนเองก็แปลกใจ

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าจะให้พูดตามตรงใจจริง เขาอยากได้กระบี่สี่เซียนสังหาร(จูเซียน) หรือไม่ก็เอากระบี่ชิงผิงก็ได้...

แค่กๆ ล้อเล่นน่า

ขืนพูดออกไป มีหวังโดนท่านทงเทียนเอากระบี่ชิงผิงแทงไส้ไหล

"ท่านอาจารย์"

"ศิษย์ฝึกฝนวิชาธาตุไฟ ไม่ค่อยถนัดเรื่องค่ายกล แต่อยากจะศึกษาวิชาปรุงยาหรือหลอมสร้างอาวุธดูบ้าง จึงอยากขอเคล็ดวิชาปรุงยาหรือเคล็ดวิชาหลอมสร้างอาวุธจากท่านอาจารย์ขอรับ"

ในหมู่สามตระกูลชิง ไท่ซ่างถนัดปรุงยา หยวนสื่อถนัดหลอมอาวุธ และทงเทียนถนัดค่ายกล

แต่นั่นเป็นเพียงความถนัดเฉพาะทาง ไม่ได้แปลว่าท่านทงเทียนจะทำอย่างอื่นไม่เป็น เพียงแค่ฝีมืออาจจะไม่เทียบเท่าพี่ชายทั้งสองเท่านั้น

เมื่อได้ยินว่าหลัวซวนไม่สนใจค่ายกล ท่านทงเทียนก็ไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด ท่านสอนศิษย์ตามความถนัดของแต่ละคนอยู่แล้ว

ท่านสะบัดมือ แสงสองสายพุ่งมาหยุดตรงหน้าหลัวซวน กลายเป็นแผ่นหยกสองชิ้น

หลัวซวนก้มลงมอง บนแผ่นหยกสลักอักษรว่า 'เคล็ดวิชาปรุงยาไท่ชิง' และ 'เคล็ดวิชาหลอมสร้างหยกชิง'

แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นสุดยอดวิชาของท่านไท่ซ่างและท่านหยวนสื่อ

หลัวซวนดีใจจนเนื้อเต้น

เขาขอแค่ 'อย่างใดอย่างหนึ่ง' แต่ท่านอาจารย์เล่นใหญ่ 'จัดให้ทั้งสองอย่าง'

แถมยังเป็นวิชาต้นตำรับของสองนักบุญอีกต่างหาก!

นี่คือสมบัติล้ำค่าประเมินราคาไม่ได้ วิชาปรุงยาของไท่ซ่างและวิชาหลอมอาวุธของหยวนสื่อถือเป็นที่สุดในโลกหงฮวง ผู้คนมากมายต่างใฝ่ฝันอยากได้ครอบครอง

หากวิชาสองเล่มนี้หลุดรอดออกไป คงเกิดศึกนองเลือดแย่งชิงกันทั่วโลกหงฮวงแน่นอน

หลัวซวนระงับความตื่นเต้น

"ขอบพระคุณท่านอาจารย์!"

......

เมื่องานจบลง ท่านทงเทียนก็นำคณะศิษย์เดินทางกลับเกาะจินอ๋าว

ทันใดนั้น ลำแสงสายหนึ่งก็แยกตัวออกจากกลุ่ม พุ่งดิ่งลงสู่พื้นโลกหงฮวง นั่นคือหลัวซวนนั่นเอง

ระหว่างทาง หลัวซวนขออนุญาตท่านอาจารย์แยกตัวไปท่องโลกหาประสบการณ์ ท่านทงเทียนไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง เพียงกำชับให้ระวังตัว แล้วก็อนุญาตแต่โดยดี

แน่นอนว่า... เรื่องหาประสบการณ์น่ะข้ออ้าง

เป้าหมายที่แท้จริงของหลัวซวนคือไปเช็คอินที่ 'ภูเขาปู้โจว' ต่างหาก

ภูเขาปู้โจว สร้างขึ้นจากกระดูกสันหลังของมหาเทพผานกู่

ในโลกหงฮวง หากถามหาสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุด ถ้าปู้โจวเป็นที่สอง แม้แต่วังจื่อเซียวของท่านหงจวินก็ไม่กล้าอ้างว่าเป็นที่หนึ่ง

ดังนั้นรางวัลจากการเช็คอินที่นี่ต้องอลังการงานสร้างแน่นอน

และที่สำคัญ ในฐานะผู้ข้ามมิติ หลัวซวนรู้ดีว่าอีกไม่นาน หลังจบสงครามลิขิตฟ้า ภูเขาปู้โจวจะถูกจอมมารก้งกงชนจนหักโค่น

ดังนั้นถ้าจะเช็คอิน ก็ต้องรีบไปตอนนี้

เพื่อของรางวัลสุดเทพ ต่อให้โลกหงฮวงตอนนี้จะอันตรายแค่ไหน หลัวซวนก็พร้อมเสี่ยง

"โชคดีที่ข้ามีสถานะเป็นศิษย์นักบุญคุ้มหัว ขอแค่ไม่ไปหาเรื่องใครก่อน พวกยอดฝีมือคงไม่กล้าทำอะไรข้า"

ประโยคที่ว่า 'ต่ำกว่านักบุญล้วนเป็นมดปลวก' ไม่ใช่คำพูดเล่นๆ

หลัวซวนรู้สึกโชคดีเป็นครั้งแรกที่ได้เกิดมาเป็นศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - รางวัลจากทงเทียน และการลาจากของหลัวซวน

คัดลอกลิงก์แล้ว