เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง

บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง

บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง


บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง

บนแท่นประทับอันสูงส่ง ท่านทงเทียนเห็นหลัวซวนทะลวงด่านเข้าสู่ระดับไท่อี้จินเซียนได้สำเร็จ ก็อดแสดงสีหน้าประหลาดใจมิได้ ก่อนจะหัวเราะชอบใจพลางตบเข่าฉาด

"ดี!"

"หลัวซวน ศิษย์สำนักเรามีมากมาย แต่ในบรรดาศิษย์ฝ่ายนอกหาคนที่จะทะลวงสู่ระดับไท่อี้จินเซียนได้ยากยิ่ง เจ้านับเป็นคนแรกต่อจากสามเทพธิดาและกงหมิง"

"เห็นได้ชัดว่าปกติเจ้ามีความวิริยะอุตสาหะ อาจารย์ภูมิใจในตัวเจ้ายิ่งนัก"

"พวกเจ้าจงดูหลัวซวนเป็นเยี่ยงอย่าง!"

ท่านทงเทียนกล่าวชมเชยหลัวซวน พลางหันไปอบรมสั่งสอนศิษย์คนอื่นๆ ให้เอาอย่างหลัวซวน

เหล่าศิษย์ต่างทำหน้าบอกบุญไม่รับ เดิมทีพวกเขากะว่าจะรอดูหลัวซวนถูกด่า แต่ไหงกลายเป็นว่าพวกเขากลับโดนด่าเสียเองเล่า

หลัวซวนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

"ศิษย์ด้อยปัญญา ที่มีความสำเร็จในวันนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ขอรับ"

ท่านทงเทียนยิ้มกว้าง เห็นหลัวซวนได้รับคำชมแล้วยังไม่ลำพองใจ แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง ความประทับใจที่มีต่อศิษย์ผู้นี้จึงเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

ท่านสะบัดมือเบาๆ มุกแก้วสีแดงเพลิงเม็ดหนึ่งก็ลอยไปหยุดตรงหน้าหลัวซวน

"นี่คือสมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนขั้นกลาง 'มุกอัคคีวิญญาณ' เจ้าบำเพ็ญเพียรธาตุไฟ อาจารย์ขอมอบสิ่งนี้ให้เจ้าไว้ใช้ป้องกันตัว"

"ของสิ่งนี้เดิมทีเป็นหนึ่งในชุดมุกห้าธาตุ หากเจ้ามีวาสนาตามหาอีกสี่เม็ดที่เหลือจนครบ ก็จะสามารถรวมเป็นสมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนขั้นสูงได้"

หลัวซวนเผยสีหน้าดีใจ แค่ใช้เคล็ดวิชาเก้าหมุนวนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีลาภลอยตามมาอีก

เขารีบก้าวเข้าไปรับมุกอัคคีวิญญาณมาถือไว้

"ขอบพระคุณท่านอาจารย์!"

เมื่อเห็นหลัวซวนได้ของวิเศษไปเปล่าๆ ปลี้ๆ พวกศิษย์ฝ่ายในอย่างตัวเป่าเต้าเหรินยังพอทำใจได้ เพราะพวกเขาเคยได้รับของจากอาจารย์จนชินแล้ว แต่บรรดาศิษย์ฝ่ายนอกนี่สิ อิจฉาตาร้อนจนแทบจะกระอักเลือด

นั่นมันสมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนเชียวนะ!

ในโลกหงฮวง ของวิเศษระดับนี้มีจำนวนจำกัด ทุกชิ้นล้วนล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น การที่ท่านทงเทียนมอบของวิเศษให้ ย่อมแสดงว่าท่านให้ความสำคัญกับหลัวซวนเป็นพิเศษ หากเข้าตานักบุญแล้ว อนาคตย่อมสดใสโชติช่วงชัชวาล

ผู้คนต่างพากันอิจฉาริษยา ถึงขั้นมีบางคนคิดร้ายในใจว่า... ไม่แน่ว่าหลัวซวนอาจจะทะลวงด่านได้นานแล้ว แต่แกล้งทำเป็นเพิ่งทะลวงด่านตอนนี้เพื่อเรียกความสนใจจากท่านนักบุญ

หลัวซวนสัมผัสได้ถึงสายตาอาฆาตมาดร้ายรอบกาย แต่สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง

คนไม่ถูกนินทาคือคนไร้น้ำยา คนไม่ถูกอิจฉาคือคนไม่เก่งจริง!

......

เมื่อเรื่องวุ่นวายจบลง ท่านทงเทียนก็เริ่มเทศนาธรรมต่อ

กลิ่นอายแห่งมรรควิถีอันเข้มข้นแผ่ปกคลุมทั่ววังปี้โหยว ศิษย์ทุกคนต่างจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งธรรม หลัวซวนกลับไปนั่งที่เดิม ตั้งใจสดับรับฟังคำสอนของนักบุญ

วันเวลาล่วงเลยไป หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ทิวทัศน์บนเกาะจินอ๋าวหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

เสียงธรรมเงียบลง หลัวซวนลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกเสียดายที่ช่วงเวลาอันล้ำค่าจบลงแล้ว

สมกับที่เป็นการเทศนาของนักบุญ เดิมทีเขายังมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการฝึกเคล็ดวิชาเก้าหมุนวน แต่หลังจากได้ฟังธรรม ความสงสัยเหล่านั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้นดุจฟ้าหลังฝน พื้นฐานระดับไท่อี้จินเซียนที่เพิ่งทะลวงผ่านและยังไม่เสถียร ก็กลับมั่นคงแข็งแกร่งขึ้น

ตึง!

ท่านทงเทียนเคาะกลองหนังปลาเรียกสติ ทุกคนจึงตื่นจากภวังค์ ต่างพากันมองไปที่ท่านอาจารย์ รู้ดีว่าท่านมีเรื่องจะกำชับ

ท่านทงเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"บัดนี้เผ่าอู่และเผ่าปีศาจทำสงครามกันไม่หยุดหย่อน มหาภัยพิบัติแห่งฟ้าดินได้มาถึงแล้ว ไอสังหารแห่งกลียุคคละคลุ้งไปทั่วหงฮวง พวกเจ้าจงเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่แต่ในถ้ำ อ่านคัมภีร์เหลืองเงียบๆ อย่าได้ให้อำนาจมืดครอบงำจิตใจจนต้องเอาชีวิตไปทิ้ง"

ทุกคนได้ฟังก็ใจหายวาบ ทราบดีถึงความน่ากลัวของมหาภัยพิบัติ จึงขานรับพร้อมเพรียงกัน

"ศิษย์น้อมรับคำสั่ง!"

ท่านทงเทียนพยักหน้า

"การเทศนาธรรมครั้งนี้จบลงแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันได้"

กล่าวจบ ร่างของท่านก็เลือนหายไปจากแท่นประทับ เหล่าศิษย์จึงทยอยลุกขึ้น ต่างคนต่างกลับถิ่นฐานของตน

หลัวซวนลุกจากเบาะ ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตคู่หนึ่งจ้องมองมาที่แผ่นหลัง

เขาหันกลับไปมอง พบว่าติ้งกวงเซียนกำลังยืนจ้องเขาเขม็ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ราวกับอสรพิษที่ซ่อนตัวในเงามืดรอจังหวะฉกกัด

มุมปากของหลัวซวนยกยิ้ม

"ศิษย์พี่ติ้งกวงมีคำชี้แนะอันใดหรือ?"

เห็นหลัวซวนทำท่าทางยียวนกวนประสาท ติ้งกวงเซียนหน้าดำคร่ำเครียด เจ็บใจจนแทบกระอักแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่แค่นเสียงฮึดฮัด สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

มองดูแผ่นหลังของติ้งกวงเซียนที่เดินจากไป แววตาของหลัวซวนฉายประกายสังหาร

เขาไม่ใช่พ่อพระใจบุญ ในเมื่อติ้งกวงเซียนกล้าเปิดศึกเล่นงานเขาก่อน ก็อย่าหาว่าเขาอำมหิต ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เลือดต้องล้างด้วยเลือด หลัวซวนได้จดชื่อติ้งกวงเซียนลงในบัญชีหนังหมาเรียบร้อยแล้ว

เวลานี้ หลัวซวนเริ่มครุ่นคิดว่าจะกระชากหน้ากากคนทรยศของติ้งกวงเซียนออกมาได้อย่างไร

พวกนกสองหัวต้องตาย!

"ศิษย์น้องหลัวซวน"

เสียงเรียกขัดจังหวะความคิดของเขา ชายหนุ่มร่างกำยำ ไว้หนวดเคราเฟิ้ม สวมชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาหา

จ้าวพกงหมิงนั่นเอง

จ้าวพกงหมิงยิ้มร่า

"ไม่ทราบว่าศิษย์น้องหลัวซวนพอจะมีเวลาว่าง ไปเที่ยวชมเกาะสามเซียน(ซานเซียน)สักหน่อยหรือไม่?"

จ้าวพกงหมิงมีนิสัยใจนักเลง ชอบคบหาสหายจากทั่วทุกสารทิศ วันนี้เห็นหลัวซวนฉายแววโดดเด่น จึงเกิดความรู้สึกอยากผูกมิตร

หลัวซวนนิ่งคิด หากก่อนหน้านี้มีคนช่วยพูดแก้ต่างให้เขาบ้าง ติ้งกวงเซียนคงไม่กำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้

บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า ต้องหาเพื่อนให้มาก สร้างศัตรูให้น้อย

หากต้องการแฉความลับที่ติ้งกวงเซียนเป็นไส้ศึกให้ฝ่ายตะวันตก ลำพังตัวเขาคนเดียวคงยากจะทำการสำเร็จ เพราะในสำนักเจี๋ยเจี้ยวเขายังมีน้ำหนักไม่มากพอ

แต่จ้าวพกงหมิงนั้นต่างออกไป แม้จะเป็นศิษย์ฝ่ายนอก แต่บารมีเทียบเท่าศิษย์ฝ่ายใน

ถ้าหากว่า...

ความคิดในหัวหลัวซวนหมุนวนรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มตอบกลับไป

"ศิษย์พี่เอ่ยชวน ข้าหรือจะกล้าปฏิเสธ!"

"ดี!"

จ้าวพกงหมิงหัวเราะร่าอย่างชอบใจ คว้าข้อมือหลัวซวนแล้วพากันเหาะเป็นลำแสงรุ้งมุ่งหน้าสู่เกาะสามเซียน

จ้าวพกงหมิงเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับสามเทพธิดา ดังนั้นแม้เกาะสามเซียนจะเป็นที่พำนักของพวกนาง แต่เขาก็สามารถเข้านอกออกในได้อย่างอิสระ

ณ เกาะสามเซียน

เมฆหมอกขาวนวลลอยอ้อยอิ่ง ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันเบ่งบาน แม้เกาะแห่งนี้จะไม่ดูยิ่งใหญ่อลังการเท่าเกาะจินอ๋าว แต่กลับมีความวิจิตรตระการตาแฝงอยู่ทุกอณู สมกับเป็นที่อยู่ของยอดหญิงงาม

"ระบบ เช็คอินที่เกาะสามเซียน!"

ทันทีที่เท้าแตะพื้นเกาะ หลัวซวนก็สั่งการระบบในใจ

[ติ๊ง!]

[เช็คอิน ณ เกาะสามเซียนสำเร็จ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรางวัล รากวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นต่ำ ต้นพุทราแดงอัคคี!]

พร้อมกันนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับต้นพุทราแดงอัคคีก็ปรากฏขึ้นในหัว

ต้นพุทราแดงอัคคี... สามพันปีออกดอก สามพันปีผลสุก แต่ละครั้งให้ผลเพียงสี่สิบเก้าลูก

ผลพุทราแดงอัคคีอัดแน่นไปด้วยพลังปราณธาตุไฟเข้มข้น นอกจากจะช่วยเพิ่มพูนตบะและระดับการบำเพ็ญเพียรแล้ว ยังช่วยเสริมอานุภาพของวิชาธาตุไฟ นับเป็นสุดยอดสมบัติสำหรับผู้ฝึกวิชาสายอัคคี

"ได้รากวิญญาณระดับเซียนเทียนเชียวรึ เที่ยวนี้คุ้มค่าจริงๆ"

หลัวซวนลอบยินดีในใจ มองดูเกาะสามเซียนตรงหน้า พลางนึกไปถึงเกาะน้อยใหญ่อีกนับไม่ถ้วนรอบๆ เกาะจินอ๋าว ไฟแห่งความหวังก็ลุกโชนขึ้นในอก

"ศิษย์น้องหลัวซวน"

"ไม่ต้องเกรงใจ ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองเถิด"

จ้าวพกงหมิงต้อนรับขับสู้ด้วยความกระตือรือร้น

......

หลายวันต่อมา

หลัวซวนขี่กาเพลิงอำลาเกาะสามเซียน หวนนึกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดหลายวันที่ผ่านมา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ทิวทัศน์งดงาม...

ผลไม้ทิพย์สุราเซียนรสเลิศ...

ศิษย์พี่อวิ๋นเซียวในชุดสีม่วงช่างทรงเสน่ห์เหลือเกิน...

อะแฮ่ม!

หลัวซวนสลัดภาพฝันในหัวทิ้ง บังคับกาเพลิงมุ่งหน้ากลับสู่เกาะมังกรเพลิงของตน

"ระบบ"

"ข้าขอรับรางวัล"

ก่อนหน้านี้ไม่สะดวกที่จะรับของ หลัวซวนจึงฝากรางวัลไว้ในช่องเก็บของของระบบ จนกระทั่งกลับถึงถิ่นตนเองถึงค่อยนำออกมา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง

คัดลอกลิงก์แล้ว