- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง
บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง
บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง
บทที่ 3 - มุกอัคคีวิญญาณ และรากวิญญาณต้นพุทราแดง
บนแท่นประทับอันสูงส่ง ท่านทงเทียนเห็นหลัวซวนทะลวงด่านเข้าสู่ระดับไท่อี้จินเซียนได้สำเร็จ ก็อดแสดงสีหน้าประหลาดใจมิได้ ก่อนจะหัวเราะชอบใจพลางตบเข่าฉาด
"ดี!"
"หลัวซวน ศิษย์สำนักเรามีมากมาย แต่ในบรรดาศิษย์ฝ่ายนอกหาคนที่จะทะลวงสู่ระดับไท่อี้จินเซียนได้ยากยิ่ง เจ้านับเป็นคนแรกต่อจากสามเทพธิดาและกงหมิง"
"เห็นได้ชัดว่าปกติเจ้ามีความวิริยะอุตสาหะ อาจารย์ภูมิใจในตัวเจ้ายิ่งนัก"
"พวกเจ้าจงดูหลัวซวนเป็นเยี่ยงอย่าง!"
ท่านทงเทียนกล่าวชมเชยหลัวซวน พลางหันไปอบรมสั่งสอนศิษย์คนอื่นๆ ให้เอาอย่างหลัวซวน
เหล่าศิษย์ต่างทำหน้าบอกบุญไม่รับ เดิมทีพวกเขากะว่าจะรอดูหลัวซวนถูกด่า แต่ไหงกลายเป็นว่าพวกเขากลับโดนด่าเสียเองเล่า
หลัวซวนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
"ศิษย์ด้อยปัญญา ที่มีความสำเร็จในวันนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ขอรับ"
ท่านทงเทียนยิ้มกว้าง เห็นหลัวซวนได้รับคำชมแล้วยังไม่ลำพองใจ แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง ความประทับใจที่มีต่อศิษย์ผู้นี้จึงเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ท่านสะบัดมือเบาๆ มุกแก้วสีแดงเพลิงเม็ดหนึ่งก็ลอยไปหยุดตรงหน้าหลัวซวน
"นี่คือสมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนขั้นกลาง 'มุกอัคคีวิญญาณ' เจ้าบำเพ็ญเพียรธาตุไฟ อาจารย์ขอมอบสิ่งนี้ให้เจ้าไว้ใช้ป้องกันตัว"
"ของสิ่งนี้เดิมทีเป็นหนึ่งในชุดมุกห้าธาตุ หากเจ้ามีวาสนาตามหาอีกสี่เม็ดที่เหลือจนครบ ก็จะสามารถรวมเป็นสมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนขั้นสูงได้"
หลัวซวนเผยสีหน้าดีใจ แค่ใช้เคล็ดวิชาเก้าหมุนวนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีลาภลอยตามมาอีก
เขารีบก้าวเข้าไปรับมุกอัคคีวิญญาณมาถือไว้
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์!"
เมื่อเห็นหลัวซวนได้ของวิเศษไปเปล่าๆ ปลี้ๆ พวกศิษย์ฝ่ายในอย่างตัวเป่าเต้าเหรินยังพอทำใจได้ เพราะพวกเขาเคยได้รับของจากอาจารย์จนชินแล้ว แต่บรรดาศิษย์ฝ่ายนอกนี่สิ อิจฉาตาร้อนจนแทบจะกระอักเลือด
นั่นมันสมบัติวิเศษระดับเซียนเทียนเชียวนะ!
ในโลกหงฮวง ของวิเศษระดับนี้มีจำนวนจำกัด ทุกชิ้นล้วนล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น การที่ท่านทงเทียนมอบของวิเศษให้ ย่อมแสดงว่าท่านให้ความสำคัญกับหลัวซวนเป็นพิเศษ หากเข้าตานักบุญแล้ว อนาคตย่อมสดใสโชติช่วงชัชวาล
ผู้คนต่างพากันอิจฉาริษยา ถึงขั้นมีบางคนคิดร้ายในใจว่า... ไม่แน่ว่าหลัวซวนอาจจะทะลวงด่านได้นานแล้ว แต่แกล้งทำเป็นเพิ่งทะลวงด่านตอนนี้เพื่อเรียกความสนใจจากท่านนักบุญ
หลัวซวนสัมผัสได้ถึงสายตาอาฆาตมาดร้ายรอบกาย แต่สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง
คนไม่ถูกนินทาคือคนไร้น้ำยา คนไม่ถูกอิจฉาคือคนไม่เก่งจริง!
......
เมื่อเรื่องวุ่นวายจบลง ท่านทงเทียนก็เริ่มเทศนาธรรมต่อ
กลิ่นอายแห่งมรรควิถีอันเข้มข้นแผ่ปกคลุมทั่ววังปี้โหยว ศิษย์ทุกคนต่างจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งธรรม หลัวซวนกลับไปนั่งที่เดิม ตั้งใจสดับรับฟังคำสอนของนักบุญ
วันเวลาล่วงเลยไป หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ทิวทัศน์บนเกาะจินอ๋าวหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เสียงธรรมเงียบลง หลัวซวนลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกเสียดายที่ช่วงเวลาอันล้ำค่าจบลงแล้ว
สมกับที่เป็นการเทศนาของนักบุญ เดิมทีเขายังมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการฝึกเคล็ดวิชาเก้าหมุนวน แต่หลังจากได้ฟังธรรม ความสงสัยเหล่านั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้นดุจฟ้าหลังฝน พื้นฐานระดับไท่อี้จินเซียนที่เพิ่งทะลวงผ่านและยังไม่เสถียร ก็กลับมั่นคงแข็งแกร่งขึ้น
ตึง!
ท่านทงเทียนเคาะกลองหนังปลาเรียกสติ ทุกคนจึงตื่นจากภวังค์ ต่างพากันมองไปที่ท่านอาจารย์ รู้ดีว่าท่านมีเรื่องจะกำชับ
ท่านทงเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"บัดนี้เผ่าอู่และเผ่าปีศาจทำสงครามกันไม่หยุดหย่อน มหาภัยพิบัติแห่งฟ้าดินได้มาถึงแล้ว ไอสังหารแห่งกลียุคคละคลุ้งไปทั่วหงฮวง พวกเจ้าจงเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่แต่ในถ้ำ อ่านคัมภีร์เหลืองเงียบๆ อย่าได้ให้อำนาจมืดครอบงำจิตใจจนต้องเอาชีวิตไปทิ้ง"
ทุกคนได้ฟังก็ใจหายวาบ ทราบดีถึงความน่ากลัวของมหาภัยพิบัติ จึงขานรับพร้อมเพรียงกัน
"ศิษย์น้อมรับคำสั่ง!"
ท่านทงเทียนพยักหน้า
"การเทศนาธรรมครั้งนี้จบลงแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันได้"
กล่าวจบ ร่างของท่านก็เลือนหายไปจากแท่นประทับ เหล่าศิษย์จึงทยอยลุกขึ้น ต่างคนต่างกลับถิ่นฐานของตน
หลัวซวนลุกจากเบาะ ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตคู่หนึ่งจ้องมองมาที่แผ่นหลัง
เขาหันกลับไปมอง พบว่าติ้งกวงเซียนกำลังยืนจ้องเขาเขม็ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ราวกับอสรพิษที่ซ่อนตัวในเงามืดรอจังหวะฉกกัด
มุมปากของหลัวซวนยกยิ้ม
"ศิษย์พี่ติ้งกวงมีคำชี้แนะอันใดหรือ?"
เห็นหลัวซวนทำท่าทางยียวนกวนประสาท ติ้งกวงเซียนหน้าดำคร่ำเครียด เจ็บใจจนแทบกระอักแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่แค่นเสียงฮึดฮัด สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
มองดูแผ่นหลังของติ้งกวงเซียนที่เดินจากไป แววตาของหลัวซวนฉายประกายสังหาร
เขาไม่ใช่พ่อพระใจบุญ ในเมื่อติ้งกวงเซียนกล้าเปิดศึกเล่นงานเขาก่อน ก็อย่าหาว่าเขาอำมหิต ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เลือดต้องล้างด้วยเลือด หลัวซวนได้จดชื่อติ้งกวงเซียนลงในบัญชีหนังหมาเรียบร้อยแล้ว
เวลานี้ หลัวซวนเริ่มครุ่นคิดว่าจะกระชากหน้ากากคนทรยศของติ้งกวงเซียนออกมาได้อย่างไร
พวกนกสองหัวต้องตาย!
"ศิษย์น้องหลัวซวน"
เสียงเรียกขัดจังหวะความคิดของเขา ชายหนุ่มร่างกำยำ ไว้หนวดเคราเฟิ้ม สวมชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาหา
จ้าวพกงหมิงนั่นเอง
จ้าวพกงหมิงยิ้มร่า
"ไม่ทราบว่าศิษย์น้องหลัวซวนพอจะมีเวลาว่าง ไปเที่ยวชมเกาะสามเซียน(ซานเซียน)สักหน่อยหรือไม่?"
จ้าวพกงหมิงมีนิสัยใจนักเลง ชอบคบหาสหายจากทั่วทุกสารทิศ วันนี้เห็นหลัวซวนฉายแววโดดเด่น จึงเกิดความรู้สึกอยากผูกมิตร
หลัวซวนนิ่งคิด หากก่อนหน้านี้มีคนช่วยพูดแก้ต่างให้เขาบ้าง ติ้งกวงเซียนคงไม่กำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้
บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า ต้องหาเพื่อนให้มาก สร้างศัตรูให้น้อย
หากต้องการแฉความลับที่ติ้งกวงเซียนเป็นไส้ศึกให้ฝ่ายตะวันตก ลำพังตัวเขาคนเดียวคงยากจะทำการสำเร็จ เพราะในสำนักเจี๋ยเจี้ยวเขายังมีน้ำหนักไม่มากพอ
แต่จ้าวพกงหมิงนั้นต่างออกไป แม้จะเป็นศิษย์ฝ่ายนอก แต่บารมีเทียบเท่าศิษย์ฝ่ายใน
ถ้าหากว่า...
ความคิดในหัวหลัวซวนหมุนวนรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มตอบกลับไป
"ศิษย์พี่เอ่ยชวน ข้าหรือจะกล้าปฏิเสธ!"
"ดี!"
จ้าวพกงหมิงหัวเราะร่าอย่างชอบใจ คว้าข้อมือหลัวซวนแล้วพากันเหาะเป็นลำแสงรุ้งมุ่งหน้าสู่เกาะสามเซียน
จ้าวพกงหมิงเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับสามเทพธิดา ดังนั้นแม้เกาะสามเซียนจะเป็นที่พำนักของพวกนาง แต่เขาก็สามารถเข้านอกออกในได้อย่างอิสระ
ณ เกาะสามเซียน
เมฆหมอกขาวนวลลอยอ้อยอิ่ง ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันเบ่งบาน แม้เกาะแห่งนี้จะไม่ดูยิ่งใหญ่อลังการเท่าเกาะจินอ๋าว แต่กลับมีความวิจิตรตระการตาแฝงอยู่ทุกอณู สมกับเป็นที่อยู่ของยอดหญิงงาม
"ระบบ เช็คอินที่เกาะสามเซียน!"
ทันทีที่เท้าแตะพื้นเกาะ หลัวซวนก็สั่งการระบบในใจ
[ติ๊ง!]
[เช็คอิน ณ เกาะสามเซียนสำเร็จ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรางวัล รากวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นต่ำ ต้นพุทราแดงอัคคี!]
พร้อมกันนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับต้นพุทราแดงอัคคีก็ปรากฏขึ้นในหัว
ต้นพุทราแดงอัคคี... สามพันปีออกดอก สามพันปีผลสุก แต่ละครั้งให้ผลเพียงสี่สิบเก้าลูก
ผลพุทราแดงอัคคีอัดแน่นไปด้วยพลังปราณธาตุไฟเข้มข้น นอกจากจะช่วยเพิ่มพูนตบะและระดับการบำเพ็ญเพียรแล้ว ยังช่วยเสริมอานุภาพของวิชาธาตุไฟ นับเป็นสุดยอดสมบัติสำหรับผู้ฝึกวิชาสายอัคคี
"ได้รากวิญญาณระดับเซียนเทียนเชียวรึ เที่ยวนี้คุ้มค่าจริงๆ"
หลัวซวนลอบยินดีในใจ มองดูเกาะสามเซียนตรงหน้า พลางนึกไปถึงเกาะน้อยใหญ่อีกนับไม่ถ้วนรอบๆ เกาะจินอ๋าว ไฟแห่งความหวังก็ลุกโชนขึ้นในอก
"ศิษย์น้องหลัวซวน"
"ไม่ต้องเกรงใจ ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองเถิด"
จ้าวพกงหมิงต้อนรับขับสู้ด้วยความกระตือรือร้น
......
หลายวันต่อมา
หลัวซวนขี่กาเพลิงอำลาเกาะสามเซียน หวนนึกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดหลายวันที่ผ่านมา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ทิวทัศน์งดงาม...
ผลไม้ทิพย์สุราเซียนรสเลิศ...
ศิษย์พี่อวิ๋นเซียวในชุดสีม่วงช่างทรงเสน่ห์เหลือเกิน...
อะแฮ่ม!
หลัวซวนสลัดภาพฝันในหัวทิ้ง บังคับกาเพลิงมุ่งหน้ากลับสู่เกาะมังกรเพลิงของตน
"ระบบ"
"ข้าขอรับรางวัล"
ก่อนหน้านี้ไม่สะดวกที่จะรับของ หลัวซวนจึงฝากรางวัลไว้ในช่องเก็บของของระบบ จนกระทั่งกลับถึงถิ่นตนเองถึงค่อยนำออกมา
[จบแล้ว]