- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้งในยุค90 พร้อมมิติสวรรค์ประทาน
- Chapter 27 บัตรเชิญงานแต่งงาน
Chapter 27 บัตรเชิญงานแต่งงาน
Chapter 27 บัตรเชิญงานแต่งงาน
ในช่วงเวลานี้ หากพวกเขาอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่านก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ตอนนี้ ในพื้นที่ลับตาผู้คน แล้วหลี่ซูก็เป็นผู้หญิงที่เพิ่งจะหย่าร้างไปไม่นาน
เธอจึงรีบผละมือออกไปทันที ซึ่งทำให้จางคุนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
หลี่ซู่ แกล้งทำตัวเป็นปกติอย่างรวดเร็วและนำเครื่องชั่งออกมา
ในขณะที่จางคุนยังยืนอยู่ที่เดิม ดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก
ในเวลาเดียวกันเด็กทั้งสามคนก็กลับมาจากโรงเรียนแล้ว
จี้ซีซวนและจี้ซีอัง ไม่ทันได้สังเกตเห็นอะไรเลย พวกเขาแค่ทักทายจางคุนและกลับไปที่ห้องเพื่อทำการบ้าน
ส่วนจี้หยวนหยวนอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอเห็นการแสดงออกของจางคุนและดูเหมือนว่าเธอกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หลังจากคิดเงินแล้ว จางคุนก็หยิบเงินจำนวนหนึ่งออกจากกระเป๋าของเขามอบให้กับหลี่ซู และจากไปอย่างเร่งรีบ
เมื่อมองดูที่แผ่นหลังของจางคุน จี้หยวนหยวนก็ถามทันทีว่า “แม่คะ ลุงจางแต่งงานแล้วเหรอ?”
หลี่ซูอ้ำอึ้งเมื่อเธอได้ยินแบบนั้น “ลูกยังเป็นเด็ก ทำไมลูกถึงสนใจเรื่องนี้ล่ะจ๊ะ?”
เธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของจี้หยวนหยวนมากนัก
จี้ หยวนหยวน วิ่งไปหาหลี่ซู และกอดแขนของเธออย่างออดอ้อน “แม่ขา วันนี้หนูเรียนบทกวีโบราณ…”
จี้หยวนหยวนรู้สึกประหลาดใจที่พบว่ามือของหลี่ซูดูอ่อนนุ่มมากขึ้น
เธอหยุดพูดและมองไปที่ใบหน้าของหลี่ซู่ ฝ้าและรอยกระบนใบหน้าของเธอลดลง และผิวพรรณของเธอก็ดูเรียบเนียนและนุ่มนวลขึ้นมาก
หลี่ซูกำลังเก็บผักและเตรียมทำอาหาร เมื่อเธอเห็นว่าจี้หยวนหยวนหยุดพูด “หยวนหยวนเรียนรู้บทกวีโบราณอะไรมาล่ะจ๊ะ เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ”
จี้หยวนหยวนชี้ไปที่ใบหน้าของหลี่ซู “แม่คะ ดูเหมือนแม่จะสวยขึ้นเยอะเลยนะคะ”
ดูเหมือนว่าน้ำจากบ่อนี้มีประโยชน์จริงๆ
หลี่ซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของเธอ ดูเหมือนมันจะมีเปลี่ยนแปลงบางอย่างเข้าจริงๆ
และในขณะนั้น เธอคิดถึงอะไรบางอย่างจึงรีบตะโกนออกไป “จี้ซีอัง ลูกออกมาทางนี้หน่อยสิ”
ขณะที่เธอตะโกนเธอก็ไปหาไม้บรรทัด
หลังจากที่เธอตะโกนเรียกไปสองสามครั้ง จีซีอังก็ค่อยๆ เดินออกมาจากห้อง “เกิดอะไรขึ้นฮะ แม่!”
หลี่ซู่ ดึง จี้ซีอัง ให้ยืนอยู่ชิดกำแพงแล้วเอาไม้บรรทัดมาวัดความสูงของเขา
“122 ซม.” หลี่ซูพูดด้วยความประหลาดใจ “ลูกสูงกว่าช่วงก่อนวันชาติตั้งสามเซนติเมตรนะ”
จี้ซีอัง ไม่สนใจ “คงเป็นเพราะผมกินมากเกินไปในช่วงนี้ ต่อไปผมจะกินให้มากขึ้น ตัวจะได้สูงกว่าพี่ใหญ่”
จี้หยวนหยวนยิ้ม “ระวังจะกลายเป็นหมูเอาน๊า”
จี้ซีอังทำหน้าใส่จี้หยวนหยวน “เธอต่างหาก คือ หมู”
หลังจากที่พูดล้อเลียนไปแบบนั้น เขาก็กลัวว่าหลี่ซูจะดุเขา ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้อง
หลี่ซู่ ได้รู้ซึ้งแล้วหลังจากเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงระหว่างเธอกับจี้ซีอัง น้ำในบ่อนั่นมหัศจรรย์มากจริงๆ
เธอกอดจี้หยวนหยวนอย่างตื่นเต้นและจูบเธอ “หยวนหยวน หนูเป็นดาวน้อยนำโชคของแม่จริงๆ”
จี้หยวนหยวนได้แต่ยิ้ม
มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อีกช่วงหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ของหลี่เมี้ยว พี่น้องไม่ได้เจอกันนานมาก
หลี่โหย่งไปหายืมจักรยานและกลับไปที่บ้านเกิดของเขาพร้อมกับหลี่ซู่และลูกทั้งสามคนของเธอ
หาได้ยากที่พวกเด็กๆจะกลับมาพร้อมหน้ากัน คุณตาหลี่จื้อหมิงซื้อโครงกระดูกสองชิ้นไว้ล่วงหน้าสำหรับการตุ๋นซุป ส่วนคุณยายลิ่วกุยฮวา ทำกับข้าวไว้อีก 2-3 อย่าง ช่างเป็นภาพครอบครัวที่แสนอบอุ่น และมีความสุข
อย่างไรก็ตาม ความสุขนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งเที่ยงของวันรุ่งขึ้น
มีใครบางคนมาเยือนพวกเขา เธอคือ พี่สะใภ้คนที่สองของจี้เจียนกั๋ว ชื่อ “เฟิงหยู” เธอถือบางสิ่งที่มีสีแดงไว้ในมือ เธอเข้ามานั่งอยู่ตรงขอบเตียงอิฐอุ่นของตระกูลหลี่ ด้วยสีหน้าเคอะเขินและพูดจาอย่างตะกุกตะกัก
“แม่สามีขอให้ฉันมาที่นี่น่ะ คือ เธอบอกว่าเจียนกั๋วกำลังจะแต่งงานในวันพรุ่งนี้ และเธอ ก็ ต้องการให้ คุณพาลูกๆ มารู้จักญาติของพวกเราน่ะ” หลังจากนั้นไม่นาน เฟิงหยูก็พูดมันออกมาในที่สุด
หลังจากที่เธอพูดจบ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอกลัวว่าสมาชิกในครอบครัวหลี่จะโกรธและไล่ทุบตีเธอออกไป
นังแม่มดเฒ่าที่บ้านนั้นแย่จริงๆ เขาเพิ่งจะหย่ากับหลี่ซูได้ไม่เท่าไหร่ และเขาก็กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแล้วเหรอเนี๊ย?
ถ้าบอกว่าจะแต่งงานก็ทำไปเถอะ เพียงแค่แต่งงานกันอย่างเงียบๆ และทั้งครอบครัวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดงานเฉลิมฉลองอย่างใหญ่โต แต่หลังจากที่เธอเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังตั้งท้อง
การท้องก่อนแต่งงานเป็นเรื่องน่าละอายอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ทำเหมือนเป็นเรื่องดีดีและอยากจะอวด
เธอต้องการแสดงให้หลี่ซูได้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่เธอชื่นชอบกับคนที่ขี้รดบนหัวของเธอ?
เดิมทีเฟิงหยูไม่อยากรับปากมาทำงานที่เสี่ยงแบบนี้ ตอนที่เธอยังเป็นพี่สะใภ้ ความสัมพันธ์ของเธอกับหลี่ซู่ ถือได้ว่าไม่ค่อยดีนัก แค่ต่างคนต่างอยู่เพียงเท่านั้น
หากคนตระกูลหลี่โกรธมาก พวกเขาอาจจะไล่ตะเพิด ทุบตีเธอจริงๆก็ได้
อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถต้านทานคนไร้สมองแบบนั้นที่บ้านได้ ดังนั้นเธอจึงถูกบังคับให้ช่วยนังแม่มดเฒ่าส่งบัตรเชิญงานแต่งงานมาให้ที่นี่
หลี่โหย่งเริ่มฉุนเฉียว เมื่อรู้เข้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ไอ้สารเลวเอ้ยย!”
เขาโยนถ้วยในมือลงบนพื้นแล้วตะโกนโวยวาย “ตระกูลจี้ ของคุณคิดว่าตระกูลหลี่อันเก่าแก่ของเราไม่มีใครเลยจริงๆเหรอ? ไอ้สารเลวนั่น จี้เจียนกั๋ว มันอยู่ที่ไหน? ฉันจะไปหักขาเขาเดี๋ยวนี้ล่ะ…”
ขณะที่หลี่โหย่งพูด เขาก็กำลังจะเดินออกไป
คุณตาหลี่จื้อหมิงนั่งยองๆ อยู่ที่ประตูและสูบไปป์ของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
ส่วนคุณยายลิ่วกุยฮวา อยู่บนขอบเตียงอิฐอุ่นที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ใบหน้าของเธอแดงด้วยความโกรธ
หลี่เมี้ยวเธอเป็นคนมีเหตุมีผล หากปล่อยให้เขาไปจัดการจี้เจียนกั๋วเข้าจริงๆ หลี่โหย่งอาจจะต้องเข้าคุก
ดังนั้น เธอจึงรีบเข้าไปดึงหลี่โหย่งแล้วพูดว่า "พี่รองคะ อย่าหุนหันไปหน่อยเลยน่ะ"
เมื่อจี้ซีซวนได้ยินว่า จี้เจียนกั๋ว กำลังจะแต่งงานใหม่ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจและโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เนื่องจากจี้เจียนกั๋วเคยให้ความรักความสำคัญกับจี้ซีซวนอย่างมากมาก่อน ต่างกับจี้ซีอัง ที่พ่อไม่ค่อยแสดงความรักต่อเขามากนัก
ดังนั้น จี้ซีอังจึงไม่ค่อยรู้สึกกระทบกระเทือนอะไรมากนักเหมือนกับจี้ซีซวน
ซึ่งเมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลี่โหย่ง เขาจึงตามหลี่โหย่งออกไปทันที
ในอีกด้านหนึ่ง หลี่ซู่ก้มศีรษะลง ไม่อาจรู้ได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
จี้หยวนหยวนแอบถอนหายใจ บางทีตอนนี้เธอคงรู้แล้วว่าทำไมลุงคนที่สองของเธอถึงได้แต่งงานตอนอายุสามสิบในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาคงจะหุนหันพลันแล่นเกินไป เขามีประวัติการต่อยตีกับคนอื่น
ดังนั้นเธอจึงต้องทำอะไรบางอย่าง
เธอตัดสินใจเดินไปกอดที่ต้นขาของหลี่โหย่ง แล้วเธอก็ร้องไห้ อ้อนวอน “น้ารองคะ อย่าทะเลาะกันเลยนะ หากคุณจะไปจัดการพวกเขา คุณอาจจะถูกตำรวจจับก็ได้นะคะ…”
เมื่อหลี่โหยงเห็นการแสดงออกของจีหยวนหยวน เขาก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อนและเย็นลง เขาอุ้มจี้หยวนหยวนขึ้นมาและต้องการวางเธอไว้บนเตียงอิฐอุ่น
อย่างไรก็ตาม จี้หยวนหยวนกลัวว่าเขาจะหุนหันพลันแล่น เธอจะยอมปล่อยเขาไปได้ยังไง? เธอจึงกอดคอเขาไว้และไม่ยอมปล่อย
หลี่โหย่ง จึงต้องการหาที่ระบายความโกรธของเขา เขาจ้องมองไปที่เฟิงหยูอย่างเคียดแค้น
เฟิงหยูอดไม่ได้ที่จะถอยหลัง เธอก้มศีรษะลงด้วยความหวาดกลัว
เธอพึมพำกับตัวเองว่า “ถ้าคุณต้องการจะไปจัดการพี่ชายคนที่สามและหญิงชราคนนั้น ก็อย่าทำให้ฉันลำบากแบบนี้สิ”
ขณะที่เธอกำลังพึมพำ ทันใดนั้น หลี่ซู่ ก็พูดว่า “เฟิงหยู!”
หลี่ซู่ มักจะเรียกเธอว่า พี่สะใภ้คนที่สองเสมอ แต่ครั้งนี้เมื่อเธอเรียกแค่ชื่อออกมาทันที เฟิงหยูก็ต้องประหลาดใจ เธอไม่ค่อยคุ้นเคยแบบนี้สักเท่าไหร่
เธอก็กลับมามีสติอีกครั้ง อย่างรวดเร็ว “เฮ้ บอกมาเลยสิ”
“ฉันจะยอมรับคำเชิญนี้ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะพาเด็กๆ ไปก็แล้วกัน”
เฟิงหยูตกตะลึง ไม่เพียงแต่เฟิงหยูเท่านั้น คนอื่นๆ ก็พากันตกตะลึงด้วยเช่นกัน
หลี่ซู่ กำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่นะ?
มีเพียงจีหยวนหยวนเท่านั้นที่รู้สึกยินดีมาก
ในเมื่อพวกเขากล้าเชิญไปตระกูลจี้ ทำไมพวกเราถึงไม่กล้าไปล่ะ? หากพวกเขาต้องการทำให้มันเป็นจุดสนใจ มันก็จะเป็นความอัปยศสู่ตระกูลจี้ในครั้งนี้แล้ว
ซู ซิวฮวา ผู้นี้ช่างโง่จริงๆ
หลังจากที่เฟิงหยูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็รีบพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น ฉัน กลับก่อนนะ…”
ขณะที่เธอพูด เธอพยายามเอาตัวแนบชิดไปกับกำแพงและพยายามอย่างเต็มที่ที่จะอยู่ห่างจากหลี่โหย่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และค่อยๆ เดินออกไปข้างนอก
เมื่อเดินผ่านหลี่โหยง เขาทำท่าขยับตัว ทำให้เฟิงหยูตกใจแล้วรีบวิ่งหนีออกไปด้วยความหวาดกลัวทันที