เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - หวังซิงอันจอมวิปริต

บทที่ 40 - หวังซิงอันจอมวิปริต

บทที่ 40 - หวังซิงอันจอมวิปริต


บทที่ 40 - หวังซิงอันจอมวิปริต

ไจ๋เหยียนเคอเดินลึกเข้าไปด้านใน

เดินไปตามทางเดินเล็กๆ ที่ปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงิน จนถึงหน้าประตูวิลล่าสูงสี่ชั้น เขากดกริ่งเรียก

รออยู่ประมาณยี่สิบวินาที ด้านในถึงมีเสียงเนือยๆ ตอบกลับมา "เข้ามา"

ไจ๋เหยียนเคอผลักประตูเข้าไป ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ ทันใดนั้นร่างขาวโพลนหลายร่างก็วิ่งผ่านสายตาไป พร้อมกับเสียงร้องอุทานระคนหัวเราะของหญิงสาว

เขาไม่กล้ามองสุ่มสี่สุ่มห้า รีบล็อคสายตาไปที่โซฟาทรงอวกาศสีขาวในห้องรับแขก

ตรงนั้นมีชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปีนั่งอยู่ สวมชุดนอนผ้าไหมสีทองอ่อน นั่งไขว่ห้างพิงโซฟา รองเท้าแตะที่เท้ากระดิกขึ้นลงเป็นจังหวะ มือถือแก้วไวน์ทรงสูงแกว่งไปมา น้ำไวน์สีแดงหมุนวนไปตามผนังแก้วรอบแล้วรอบเล่า

เขาหันมา ใบหน้าเคร่งขรึมปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย "อ้าว เหยียนเคอเองเหรอ? เป็นไง รอบนี้เอาของดีอะไรมาให้ฉันล่ะ?"

"ไม่ได้พาตัวมาด้วย แสดงว่าเบื้องหลังคงแข็งพอดู แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย อย่าให้เหมือนคราวที่แล้วล่ะ ไม่งั้นฉันจะโกรธเอาได้นะ"

นัยน์ตาของไจ๋เหยียนเคอฉายแววหวาดกลัววูบหนึ่ง รีบตอบว่า "ไม่ครับ! ไม่แน่นอน! รอบนี้ผมไม่มีทางเอาพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมมาย้อมแมวหลอกพี่แน่นอน เพียงแต่เธอมีคะแนนพิเศษบางอย่างที่ทำให้ผมลงมือลำบาก"

"โอ้?"

"คะแนนพิเศษ?"

รอยยิ้มของหวังซิงอันดูมีเลศนัย เขาเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว

ในฐานะคุณชายใหญ่ตระกูลหวัง แค่หน้าตาดีน่ะธรรมดาไป

ลำพังฐานที่มั่นเจียงหนานก็มีประชากร 200 ล้านคนแล้ว บวกกับการวิวัฒนาการทางพันธุกรรม หน้าตาผู้คนโดยรวมดีขึ้นมาก ในสลัมที่มีคน 160 ล้านคน แค่ผู้หญิงหน้าตาดีก็มีถมเถไป

สิ่งที่หวังซิงอันเล่นคือความพิเศษ หน้าตาเป็นแค่พื้นฐาน จิตวิญญาณที่น่าสนใจ บุคลิกที่โดดเด่น ภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ความสามารถที่น่าทึ่ง นิสัยที่แปลกแยก... สิ่งเหล่านี้ถึงจะเรียกว่าคะแนนพิเศษ

"รู้ใช่ไหมว่าหลอกฉันแล้วผลจะเป็นยังไง" หวังซิงอันพูดทีเล่นทีจริง แล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไวน์แดงเข้มราวกับเลือดสดๆ บนผิวน้ำสะท้อนดวงตาสีแดงฉานที่เย็นยะเยือกดุจอสรพิษ

ไจ๋เหยียนเคอหนาวสะท้านไปทั้งตัว รีบรับประกัน "พี่ซิงอัน ผมไม่มีวันหลอกพี่แน่! ผมกล้ารับประกัน เธอต้องตรงสเปกพี่แน่นอน"

ในโรงเรียนชนชั้นสูง ล้วนแต่เป็นลูกหลานระดับขุนพล พ่อแม่ฝ่ายหนึ่งเป็นยอดฝีมือ ฝ่ายหนึ่งเป็นสาวงาม ลูกที่ออกมาหน้าตาไม่มีทางแย่

เขาไม่แน่ใจว่าซูอี๋จะถูกใจหวังซิงอันไหม เพราะคนคนนี้วิปริตเกินไป ชั่วร้ายเกินไป แต่หน้าตาดีแน่นอน นิสัยก็น่ารักน่าใคร่ เขามีคำพูดที่เตรียมมาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะกล่อมหวังซิงอันได้ไหม งานนี้ต้องวัดดวง!

"เอามาให้ดูหน่อยซิ" หวังซิงอันพูดเสียงเนือยๆ

"ได้ครับ"

ไจ๋เหยียนเคอถือโทรศัพท์มองไปรอบๆ เห็นร่างขาวโพลนเมื่อครู่ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเปิดเผยเนื้อหนังไปครึ่งหนึ่ง เรียวขาขาวเนียนยกขึ้นด้วยท่าทางยั่วยวน ใบหน้าสวยหวานส่งเสียงครวญคราง

ไจ๋เหยียนเคอไม่กล้ามองมาก รีบหันไปทางผนังข้างๆ เปิดโทรศัพท์ฉายภาพซูอี๋ขึ้นไปบนผนัง

"หือ?"

แค่แวบเดียว หวังซิงอันก็วางขาที่ไขว่ห้างลง นั่งตัวตรง หรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังพิจารณางานศิลปะ "อายุเท่านี้ถูกใจฉันมาก สิบสาม? หรือสิบสี่?"

ไจ๋เหยียนเคอยิ้มแหย "สิบเก้าแล้วครับ นี่ผมเอารูปตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาให้พี่ดู"

"หึๆ"

เสียงหัวเราะของหวังซิงอันชวนขนลุก เขาไม่เชื่อหรอกว่ารูปพวกนี้เพิ่งหามา เป็นไปได้มากว่าไจ๋เหยียนเคอรู้จักมานานแล้วแต่ไม่ยอมบอก

ตอนนี้เอามาเสนอ คงเพราะรู้ว่าตัวเองจีบไม่ติด เลยอยากจะยืมมือเขา

สายตาที่มองมาราวกับงูพิษทำเอาไจ๋เหยียนเคอตัวเย็นเฉียบ

การมาครั้งนี้ เขาเสี่ยงอันตรายมาก คนอย่างหวังซิงอันย่อมไม่ชอบของมือสอง นั่นมันไม่บริสุทธิ์ ไม่สะอาด อย่างมากก็แค่ฆ่าทิ้ง ไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นของสะสม

ที่เขาเอารูปสมัยก่อนขึ้นก่อน ก็เพื่อดึงดูดความสนใจหวังซิงอัน ไม่นึกว่าจะกลายเป็นการเปิดเผยว่าเขาปิดบังข้อมูล

"ผู้หญิงสวยๆ ฉันก็ชอบ ต่อสิ" หวังซิงอันพูดเสียงเรียบ สายตาจับจ้องภาพฉายบนผนัง

ไจ๋เหยียนเคอตัวสั่น ในใจโล่งอกไปเปราะหนึ่ง แล้วเปิดรูปต่อไป

หวังซิงอันยิ่งดูยิ่งสนใจ ถึงขั้นยื่นมือมาคว้าโทรศัพท์ไปดูเอง ดูละเอียดทุกรูป ปากก็วิจารณ์ไปเรื่อย "ไม่เลว ไม่เลว แค่หน้าตาก็ได้ 95 คะแนนแล้ว บวกกับท่าทางว่านอนสอนง่ายแบบนี้ ยิ่งกระตุ้นความอยากปกป้อง ฉันเหมือนเห็นวิญญาณบริสุทธิ์ในตัวเธอ แบบนี้บวกไปอีกอย่างต่ำ 20 คะแนน เกินร้อย! นายทำเอาฉันพอใจมากนะเนี่ย!"

หวังซิงอันยิ่งดูยิ่งตื่นเต้น ดูละเอียดยิบ "ดูจากรูปร่างน่าจะฝึกยุทธ์ได้ด้วย นี่ก็เป็นคะแนนเสริม สาวสวยตัวเล็กๆ ยังมีมุมเท่ๆ ด้วยเหรอ? จินตนาการยากแฮะ ให้สัก 10 คะแนน นายพามาไม่ได้ แสดงว่าภูมิหลังคงไม่ธรรมดา น่าสนใจ อาจจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำ"

ไจ๋เหยียนเคอกัดฟันดูต่อไป

ทันใดนั้น สีหน้าของหวังซิงอันก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา หันขวับมามอง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอำมหิต โทรศัพท์ในมือส่งเสียงกรอบแกรบ ไฟโทสะในใจพุ่งสูงจนแทบอยากฆ่าคน

"แกอยากตายเหรอ?"

เสียงแหบพร่า กัดฟันพูดลอดไรฟัน หวังซิงอันโกรธจนตัวสั่น โดยเฉพาะเมื่อเห็นรอยยิ้มมีความสุขในชุดแต่งงานนั่น เขาเจ็บจี๊ดที่หัวใจ

ไจ๋เหยียนเคอสะดุ้งโหยง รีบพูดว่า "พี่ซิงอัน ผมแนะนำผู้หญิงคนนี้มีเหตุผลครับ"

"พูด!"

หวังซิงอันพ่นออกมาคำเดียวสั้นๆ เต็มไปด้วยจิตสังหาร ถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้น ไจ๋เหยียนเคอก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่แล้ว

"พี่ซิงอันเคยได้ยินเรื่องโจโฉไหมครับ?" ไจ๋เหยียนเคอพยายามกระตุ้นความสนใจของหวังซิงอัน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ไม่อย่างนั้นเขาซวยแน่

หวังซิงอันขมวดคิ้ว แววตาฉายแววฉงน ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่จะสื่ออะไร "สามก๊กเป็นวิชาบังคับเรื่องกลยุทธ์การเอาตัวรอดในป่าของนักสู้ แกคิดว่าฉันเคยได้ยินไหม?"

ไจ๋เหยียนเคอพูดอย่างประจบสอพลอว่า "โจโฉผู้นี้ ทุกครั้งที่เอาชนะศัตรูได้ก็จะยึดภรรยาผู้อื่นมา ทุกครั้งที่ได้ภรรยาใครมา ก็หมายความว่าเอาชนะศัตรูได้อีกคน นอกจากดินแดนและทรัพย์สิน ผู้หญิงนี่แหละคือรางวัลสงครามที่ดีที่สุด"

"ผู้หญิงพวกนี้ ต่อให้ก่อนหน้านี้จะงดงามเพียบพร้อมแค่ไหน พอขาดสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ก็ขาดรสชาติไปอย่างหนึ่ง แต่ถ้าได้แย่งชิงมา นั่นแหละคือรสชาติแห่งชัยชนะ เมื่อแย่งชิงผู้หญิงมาได้ แผ่นดินก็ตกอยู่ในมือเขา"

"และผู้หญิงที่ผมแนะนำคนนี้ คู่แต่งงานของเธอก็คืออัจฉริยะนักสู้ ที่เคยเอาชนะอัจฉริยะสัญญา S ของสำนักสายฟ้ามาแล้ว!"

ได้ยินแบบนั้น หวังซิงอันรูม่านตาหดเกร็ง เส้นทางความคิดถูกเปิดออก เขาบรรลุในทันที

เขาควรเปลี่ยนความคิดเดิมๆ มุมมองเรื่องผู้หญิงของเขามันตื้นเขินเกินไป!

อัจฉริยะสัญญา S อนาคตถ้าไม่ตายก็มีหวังเป็นระดับเทพสงคราม!

ลองคิดดูสิว่าถ้าแย่งผู้หญิงของอัจฉริยะนับหมื่นมาได้ ก็เท่ากับเหยียบย่ำนักสู้นับหมื่นไว้ใต้ฝ่าเท้า เหมือนกับดารา เทพธิดาในดวงใจของชายหนุ่มนับล้านมานอนเปลือยกายครวญครางอยู่ในอ้อมกอด จะไม่ให้รู้สึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้ยังไง?

นี่คือยุคของนักสู้ กล้าล่วงเกินอัจฉริยะนักสู้พร้อมกันหลายคน นี่มันเล่นกับไฟ นี่มันเรื่องต้องห้าม!

นี่มันยาพิษ!

พลาดนิดเดียว คือความตาย!

แต่แค่คิดถึงความรู้สึกแบบนั้น ใจเขาก็ล่องลอย กระดูกดำเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านซาบซ่าน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

เขายอมรับ เขาใจเต้นแล้ว

เขาไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นได้ การแย่งชิงผู้หญิงของอัจฉริยะมาทำเป็นหุ่นขี้ผึ้ง ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนอนาคตอาจจะสูงส่งหรูหรา หรืออาจจะมีสถานะสูงกว่าเขาด้วยซ้ำ นั่นคือผู้หญิงที่เขาไม่มีทางครอบครองได้ ความปรารถนาที่จะพิชิตกำลังเกาหัวใจเขา

ความคิดนี้ผุดขึ้นมาแล้ว ก็กดไม่ลงอีกต่อไป!

ความตื่นเต้นแบบนี้แหละที่เขาแสวงหา เขาไม่ได้รู้สึกเลือดลมสูบฉีดแบบนี้มานานแล้ว ต่อให้ต้องเสี่ยงตาย เขาก็อยากลองดูสักครั้ง ในตอนที่อัจฉริยะพวกนี้ยังไม่โต เขาพอจะรับมือไหว

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

หวังซิงอันหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง ความสนุกของเขายกระดับขึ้นแล้ว! แทบรอจะไปลิ้มลองไม่ไหว

ไจ๋เหยียนเคอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ยังดี รอบนี้เขาแทงหวยถูก เป็นครั้งแรกที่เขาเดาใจหวังซิงอันถูก จ่ายยาถูกโรค ไม่อย่างนั้นเขาตายแน่

"เหยียนเคอ นายใช้ได้เลยนี่" หวังซิงอันเอ่ยชมด้วยสีหน้าแช่มชื่น

ไจ๋เหยียนเคอก้มหัวเล็กน้อย กำลังจะพูดประจบ แต่ประโยคถัดมาของหวังซิงอันก็ทำให้เขาเหมือนตกลงไปในถังน้ำแข็ง

"นอกจากจะเดาใจฉันถูกแล้ว ยังรู้จักวางแผนหลอกใช้ฉันด้วยนะ"

นัยน์ตาของหวังซิงอันเต็มไปด้วยความชั่วร้าย อยากจะได้ผู้หญิงคนนั้น ก่อนอื่นก็ต้องกำจัดไอ้อัจฉริยะนั่นก่อน พอคนตายไปแล้ว ความสัมพันธ์อะไรก็ไม่มีผลอีกต่อไป เขาจะบีบจะคลายยังไงก็ได้

"ไม่ครับ! พี่ซิงอัน ผมไม่เคยคิดจะหลอกใช้พี่" ไจ๋เหยียนเคอรีบแก้ตัวอย่างร้อนรน "ใช่ครับ ผมกับมันมีแค้นกันจริง แต่ผมก็ตั้งใจจะมอบผู้หญิงคนนี้ให้พี่จริงๆ เพียงแต่ผมฝีมือไม่ถึง จัดการมันไม่ได้ ไม่อย่างนั้น..."

"พอได้แล้ว"

หวังซิงอันโบกมืออย่างรำคาญ เขาไม่อยากฟังคำแก้ตัวพวกนี้ "นายลองพูดมาซิ ว่าไอ้หมอนี่มีเบื้องหลังอะไร หรือมีพรสวรรค์อะไร?"

เขายังมีความระมัดระวังอยู่ ฆ่าอัจฉริยะสักคนไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามีเบื้องหลังแข็งโป๊ก เขาก็ไม่รนหาที่ตายเหมือนกัน

เรื่องแบบนี้ต้องทำแบบลับๆ จะให้ทางสำนักรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นตระกูลหวังก็ปกป้องเขาไม่ได้

"ไอ้หมอนี่ไม่มีเบื้องหลังอะไร ที่บ้านมีแค่พ่อที่เป็นขุนพลขั้นต้น เซ็นสัญญากับสำนักขีดจำกัดระดับ A แต่ตอนนี้มันเป็นขุนพลขั้นต้นแล้ว อาจจะรู้จักกับผู้จัดการตงฟาง" ไจ๋เหยียนเคอตอบตามตรง เล่าเรื่องของหนิงเจ๋อให้ฟัง เรื่องพวกนี้ต่อให้เขาไม่บอก ตระกูลหวังก็สืบได้ เขาไม่กล้าปิดบังแม้แต่นิดเดียว

"สิบเก้าปี! อายุเกือบยี่สิบเป็นขุนพลขั้นต้น?"

สีหน้าหวังซิงอันดูแย่ลง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอิจฉา พรสวรรค์ระดับนี้มันเกินไปแล้ว

เกี่ยวข้องกับผู้จัดการสำนักขีดจำกัด แม้แต่เขาก็ต้องระวังแล้วระวังอีก ไม่ใช่เขากลัว ลำพังผู้จัดการคนเดียวยังทำอะไรเขาไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องแดงขึ้นมาจะยุ่งยากมาก หากเบื้องบนของสำนักขีดจำกัดลงมือ เบื้องหลังอะไรก็ต้านไม่อยู่

"ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน? นายมาหาฉัน แสดงว่าเตรียมการไว้พร้อมแล้วสินะ?"

นัยน์ตาของหวังซิงอันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ยิ่งอิจฉา พอทำสำเร็จก็จะยิ่งสะใจ

"เขาอยู่ในเขตทุรกันดาร ผมส่งคนแอบเข้าไปในบ้านสมาชิกทีมเพลิงสงคราม ติดเครื่องติดตามไว้ในเป้นักสู้ ดูจากทิศทางสัญญาณน่าจะอยู่ที่เมืองหมายเลข 003 แค่ส่งคนไปก็ตามเจอครับ" ไจ๋เหยียนเคอรีบตอบ

"เขตทุรกันดาร!" นัยน์ตาหวังซิงอันฉายแววตื่นเต้น อยู่ในฐานที่มั่นเขาไม่กล้าลงมือ แต่ถ้าเป็นเขตทุรกันดารจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่แปลก

หวังซิงอันแววตาวาวโรจน์ หลังจากครุ่นคิดสักพัก เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบ ด้วยเบื้องหลังระดับเขา ไม่นานก็ค้นข้อมูลหนิงเจ๋อได้หมด

ไม่นาน เงาร่างหนึ่งก็แวบเข้ามาจากด้านนอก

ชายรูปร่างกำยำสูงร้อยแปดสิบ สวมชุดคอมแบทสีดำทึบ สีหน้าแข็งกระด้าง

"นายน้อย" น้ำเสียงไม่มีความเคารพสักนิด ท่าทางเย็นชามาก

หวังซิงอันสั่งการอย่างเลือดเย็น "นายนำทีมขุนพลขั้นสูงหนึ่งทีมตามเขาไปที่เมือง 003 จัดการทีมเพลิงสงครามซะ! ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัย คนอื่นปล่อยได้ แต่ไอ้หนุ่มนั่นต้องตาย เรื่องนี้ห้ามสาวมาถึงตัวฉัน ไม่งั้นผลจะเป็นยังไงนายรู้ดี!"

นี่คือหน่วยกล้าตายของที่บ้าน แต่ไม่ได้อาศัยความภักดี แต่อาศัยการข่มขู่ หากเกิดความผิดพลาด ฆ่าล้างโคตร!

ทำงานล่าสังหารอัจฉริยะของสำนักขีดจำกัดแบบนี้ ต้องทำให้รัดกุมที่สุด ใช้ครอบครัวมาขู่ คนพวกนี้ต่อให้ตายก็ไม่กล้าปริปาก! มีแต่คนประเภทนี้ถึงจะไม่นำภัยมาถึงตัวเขา ความภักดีมันเชื่อถือไม่ได้

ไจ๋เหยียนเคอพูดตะกุกตะกัก "พี่ซิงอัน ผมต้องไปดวยเหรอ? ผมเพิ่งจะเป็นนักสู้เองนะ ไปเมือง 003?"

หวังซิงอันยิ้มกริ่ม "นายก็ต้องไปสิ นายไม่ไปใครจะนำทาง? ได้ยินว่านายพาขุนพลขั้นสูงมาด้วยคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ก็ให้ตามไปด้วยเลย จะได้ช่วยกันออกแรง"

แววตาเขาฉายแววอำมหิต เรื่องแบบนี้จะให้คนนอกรู้ไม่ได้ ไจ๋เหยียนเคอก็ต้องกำจัดทิ้ง กล้ายืมมือเขาแก้แค้น เขาก็จะให้ไจ๋เหยียนเคอได้แก้แค้นด้วยตัวเอง ค่าจ้างคือชีวิต

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไจ๋เหยียนเคอกับตระกูลหวัง ก็แค่อาแต่งงานกับลูกหลานสายรองของตระกูลหวังคนหนึ่ง แทบจะนับญาติไม่ได้

ไจ๋เหยียนเคอไม่นึกว่าหวังซิงอันจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ ตอนนี้ตกกระไดพลอยโจนมีแต่ต้องกัดฟันรับปาก "ได้ครับ ผมจะจัดการมันให้ได้"

"ไปเถอะ ออกไปได้แล้ว"

หวังซิงอันโบกมือ กลับไปทำท่าขี้เกียจเหมือนเดิม มองดูแผ่นหลังของไจ๋เหยียนเคอที่เดินจากไป เขาแค่นหัวเราะ พึมพำว่า "นายเสนอไอเดียดีๆ ให้ฉันนี่หว่า" แววตาบ้าคลั่งวาบผ่าน เขาโบกมือเรียกสาวงามสุดเซ็กซี่ที่อยู่ไกลๆ

สาวงามเดินนวดนาดเข้ามา รูปร่างเย้ายวนสายตาเชิญชวน ราวกับนกขมิ้นน้อยจอมซน

หวังซิงอันไม่มีความรำคาญ ชื่นชมอย่างสนใจ เมื่อสาวงามเข้ามาในอ้อมกอด เขาลูบไล้เรือนร่างงดงาม หูได้ยินเสียงกระเง้ากระงอด "คนเลว"

มุมปากหวังซิงอันยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "เลวเหรอ? ยังมีเลวกว่านี้อีก"

สาวงามสุดเซ็กซี่ทำท่าขัดขืนแต่โอนอ่อน ไม่ทันสังเกตเห็นแววตาเย็นยะเยือกของหวังซิงอัน จนกระทั่งมือใหญ่คู่หนึ่งบีบคอเธอไว้ และเริ่มออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ เธอถึงรู้สึกผิดปกติ

ทนเจ็บฝืนยิ้มเอาใจ เธอพยายามอดทน จนร่างกายเริ่มดิ้นรนเพราะขาดอากาศ หูแว่วเสียงคำรามของหวังซิงอัน

"นังแพศยา ต่อหน้าฉันยังกล้ายั่วผู้ชายอื่น ร่างกายเธอไม่สะอาดแล้ว ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นของสะสมของฉัน"

สาวงามดิ้นรนอย่างรุนแรง ไม่นานก็สิ้นใจ ตายไปพร้อมกับความแค้นเคือง เธอทำตามคำสั่งของหวังซิงอันแท้ๆ

"เฮ้อ!"

หวังซิงอันจัดการเสร็จก็ถอนหายใจยาว กอดศพสาวงามสัมผัสไออุ่น การจัดการอัจฉริยะระดับนี้ทำให้เขารู้สึกกดดัน

วางโทรศัพท์ลงบนหน้าอกศพ ส่งข้อความหาลูกน้องเมื่อครู่

: จัดการทีมเพลิงสงครามเสร็จ ก็จัดการสองคนที่ตามไปด้วยซะ

ส่งเสร็จ หวังซิงอันก็กลับมาดูรูปและวิดีโอในมือถือไจ๋เหยียนเคออีกครั้ง เขาเลื่อนดูอย่างสนใจ มือก็ลูบไล้ศพในอ้อมกอด จินตนาการว่าถ้าได้ตัวจริงบนผนังมาจะเล่นเกมอะไรดี

นอกวิลล่า

ไจ๋เหยียนเคอเดินออกมาบอกหงเฉวียนว่า "อาหง เราไปเมือง 003 กัน"

รูม่านตาหงเฉวียนหดเกร็งทันที เขาไม่อยากไปที่อันตรายแบบนั้น และยิ่งไม่อยากไปเสี่ยงชีวิตกับทีมเพลิงสงคราม ทีมนั้นก็มีเด็กเส้นที่รู้จักกับผู้จัดการตงฟางเหมือนกัน!

แต่มองดูคนหกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ รูปร่างสูงใหญ่บ้างผอมบางบ้าง ทุกคนสวมชุดคอมแบทซีรีส์ 7 ฝีมืออย่างต่ำก็ระดับ战将 (ขุนพล/Warlord)

เขา... ปฏิเสธไม่ได้

หงเฉวียนพยักหน้าเงียบๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจรู้สึกเสียใจ ถ้ารู้ว่าตามมาแล้วจะมาที่ตระกูลหวัง เขาคงไม่มา

ตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์จำยอม เชื่อฟังยังพอมีชีวิตรอด เขากำลังคิดว่าจะหนีดีไหม แต่พอลองคิดดู ในหน้ายักษ์ใหญ่อย่างตระกูลหวัง เขาจะหนีไปไหนได้?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - หวังซิงอันจอมวิปริต

คัดลอกลิงก์แล้ว